ตอนที่ 6 แนะนำ (1)
เื่ราวแทบจะดำเนินไปตามที่มู่ชิวคาดการณ์ไว้ หลังจากที่ซ่งจื่อเฉินพูดเื่ขอให้ช่วยดูแลโอรส ไม่เพียงฮ่องเต้จะรับปากอย่างยินดี ยังชื่นชมปณิธานที่อยากตอบแทนแผ่นดินของเขาอย่างพอใจต่อหน้าเหล่าขุนนาง มอบอำนาจกองทัพตะวันตกเฉียงเหนือให้เขา ณ ตรงนั้น พร้อมทั้งยังพระราชทานชุดเกราะที่มีตราประทับของแม่ทัพใหญ่ตะวันตก กองทัพจะออกเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า ตอนกรีธาทัพฮ่องเต้ยังตกรางวัลให้สามขุนศึกด้วยตัวเอง เพื่อแสดงบารมีของแคว้น
“ท่านอ๋องทำได้ดีพ่ะย่ะค่ะ” มู่ชิวปิดประตูหลังจากตามซ่งจื่อเฉินเข้าห้องหนังสือ รินน้ำชาวางไว้ตรงข้างมือซ่งจื่อเฉินพลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เมื่อเป็เช่นนี้ ไม่ว่าเื่ในจวนหรือซื่อจื่อก็จะมีฝ่าาช่วยดูแลแทน พวกเราไม่ต้องวิตกกังวลกันอีก”
“พูดราวกับว่าข้าอนุญาตให้เ้าไปด้วยแล้วอย่างไรอย่างนั้น”
ซ่งจื่อเฉินพูดในที่ประชุมราชสำนักอยู่นาน รู้สึกคอแห้งไม่น้อย พอได้ฟังก็หัวเราะเบาๆ ดื่มน้ำชาในถ้วยหมดรวดเดียวแล้วดึงมู่ชิวมานั่งด้วยกัน “ข้ายังไม่ลืมนะ เ้ากล่าวว่าหากข้ากลับมาแล้วมีเื่จะบอก จะทำเป็กลบเกลื่อนเช่นนี้ไม่ได้”
มู่ชิวนั่งลงตามแรงดึงของเขา ได้ฟังดังนั้นกลับใเล็กน้อย เงียบไปชั่วขณะ ทันใดนั้นก็ลุกขึ้น ถอยออกไปครึ่งก้าวแล้วคุกเข่าลงทั้งสองข้าง ซ่งจื่อเฉินดึงเขาไว้ไม่ทัน เห็นเขาโค้งตัวคำนับ “ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษมู่ชิว”
“เ้าทำอะไร รีบลุกขึ้น!”
ซ่งจื่อเฉินตะลึง รีบดึงเขาขึ้น ด้วยกลัวว่าเขาจะทำอะไรน่าตกอกใออกมาอีก จึงเปิดประตูลับแล้วดึงเขาเข้าไปในห้องนอน พาไปนั่งที่เตียง “ที่นี่เงียบสงบ มีอะไรก็พูดมาได้อย่างสบายใจ อย่าเอะอะก็จะให้ข้าลงโทษ เข้าใจหรือไม่”
“เื่นี้นานมากแล้ว แต่มู่ชิวกลับเก็บงำไม่ยอมรายงาน เดิมทีก็เป็ความผิดมากแล้ว เื่อย่างล่วงเกินองค์ชายก็ยิ่งเป็ความผิดที่ทบเข้าไปอีก...”
มู่ชิวยิ้มอย่างจนปัญญา ส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วตอบ “เื่นี้ใหญ่มาก มู่ชิวไม่กล้าปิดบังท่านอ๋องแม้สักนิด หวังเพียงท่านอ๋องจะมีจิตใจที่ระแวดระวังบ้างไม่มากก็น้อย ต่อให้มู่ชิวต้องรับโทษก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่ามา” ในที่สุดดวงตาของซ่งจื่อเฉินก็ฉายแววหนักใจ เดิมทีเขาคิดว่าตายมาแล้วหนึ่งครั้ง เื่ที่ควรรู้ก็ได้รู้มาไม่น้อยแล้ว ทว่าเื่ที่มู่ชิวจะพูดในตอนนี้ดูใหญ่หลวงอย่างเห็นได้ชัด แต่เขากลับไม่มีเค้าลางเลยสักนิด หรือว่าท่ามกลางเื่ทั้งหมดทั้งมวล ยังมีเื่อีกมากที่เขายังไม่รู้
มู่ชิวเม้มริมฝีปากเล็กน้อยครุ่นคิดอยู่สักพัก เอามือล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบขวดกระเบื้องขนาดเล็กออกมาวางเรียงหลายขวด ยังไม่ทันที่ซ่งจื่อเฉินจะเข้าใจเขาก็หลุบตาพลางพูด “เรียงจากซ้ายไปขวา หกน้ำค้าง น้ำค้างวายุ พิษเจ็ดยอด เซียนสวาท สิบวันหลง พิฆาตไส้ ล้วนเป็ยาพิษรุนแรงที่ถึงแก่ชีวิต ยาพิษพวกนี้กระหม่อมค้นเจอจากตัวบ่าวรับใช้ในจวน่สองเดือนมานี้พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าว่าอย่างไรนะ” ถึงแม้จะเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว ซ่งจื่อเฉินก็ยังอดใรุนแรงไม่ได้ ลุกขึ้นยืนทันที ผ่านไปสักพักจึงกำหมัดแน่นแล้วเอ่ยถาม “ของพวกนี้ มาจากไหน”
“จวนท่านอ๋องสามพ่ะย่ะค่ะ” มู่ชิวเงยหน้ามองสายตาใของซ่งจื่อเฉิน พูดออกมาทีละคำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอย่างยากจะได้เห็น “ยาพิษไม่ได้เอามาใช้เล่นงานท่านอ๋อง เื่เกิดกับพระชายา หลังจากนั้นกระหม่อมก็ป้องกันด้วยความระมัดระวังมาตลอดว่าจะมีคนวางยาพิษหมายปองร้ายพระชายาอีกหรือไม่ แต่กลับไม่คิดว่า...เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่พระชายาให้กำเนิดซื่อจื่อ...”
ซ่งจื่อเซวียน ไม่รู้ว่ากัดฟันพูดชื่อนี้ด้วยความรู้สึกแค้นหรือเกลียดชัง ซ่งจื่อเฉินนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าพี่สามที่เขาปกป้องด้วยความจงรักภักดีจะลงมือรวดเร็ว เริ่มยื่นมือเข้ามาในจวนของเขาั้แ่ตอนนี้ วางแผนกำจัดคนข้างกายเขา ในตอนท้ายก็ยังวิ่งมาซักถามเื่ราวเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับตนเองอีก
ถึงแม้มู่ชิวจะไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน ทว่าก็สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานของเขา เพราะเหตุใดถึงได้มีมือสังหารเข้ามาก่อความวุ่นวายในคืนนั้นพอดี ทว่ากลับแค่ทำให้ใประหนึ่งฟ้าร้องฟ้าผ่าก็หยุด คำอธิบายเพียงอย่างเดียวก็คือเป้าหมายของมือสังหารไม่ใช่เขาั้แ่แรก ทว่าเป็พระชายากับซื่อจื่อที่อยู่ในจวน
ทันใดนั้นซ่งจื่อเฉินก็เข้าใจแล้วว่า มู่ชิวในตอนนั้นทำงานพลาดได้อย่างไร บอกเขาอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ ทำได้เพียงแอบสั่งย้ายองครักษ์ทั้งหมดไปคุ้มกันพระชายา เดิมก็เป็งานที่เปลืองแรงมากอยู่แล้ว คลับคล้ายว่ามีอยู่่หนึ่งแม้แต่อาหารที่เขากับพระชายากิน คนผู้นี้ก็ต้องชิมก่อน เขายังเคยหัวเราะโดยไม่ตรวจสอบให้ดี คิดว่าคนผู้นี้ระมัดระวังเกินไป มิรู้เลยว่าขณะที่เขาไม่เคยตระหนักถึง อีกฝ่ายได้ลงมือกระทำอย่างเงียบๆ ไปมากน้อยเพียงใด
ร่างกายของมู่ชิวเดิมทีก็ไม่ดีเพราะฤทธิ์ของยาพิษหงรัญจวนอยู่แล้ว เขาถึงขั้นจินตนาการได้เลยว่ามู่ชิวที่พิษกำเริบในวันนั้น เพราะพระชายาในที่สุดก็คลอดอย่างราบรื่น อีกฝ่ายถึงได้ทรุดลงอย่างสบายใจ แต่แล้วกลับรับมือไม่ทันตอนที่ได้ยินข่าวร้าย ทว่าเขากลับตำหนิมู่ชิวทั้งที่ไม่รู้เื่แบบนั้น...
“เหตุใด...”
ซ่งจื่อเฉินเพิ่งพูดออกมาก็กลืนคำพูดกลับเข้าไป เหตุใดจึงไม่รีบบอกเขาน่ะหรือ เกรงว่าเขาจะรู้ดียิ่งกว่ามู่ชิวที่ไม่รู้เื่ราวในอนาคตแม้แต่น้อย หากตัวเขาในตอนนั้นฟังคำพูดนี้ของมู่ชิว มีแต่จะไล่มู่ชิวไปหรืออาจถึงขั้นสั่งปะาด้วยความโมโห ตัวเขาก็เคยทำแบบนั้นมิใช่หรือ ถึงขนาดสั่งลดตำแหน่งนี้โดยไม่ฟังเหตุผลอันใดทั้งสิ้น ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่เคยทำเื่ซึ่งผิดต่อเขาอย่างแท้จริงเลยสักครั้ง และไม่เคยเปิดโอกาสให้แก้ตัวแม้แต่ครั้งเดียว