ในตอนนี้ ฉินเหม่ยหลานรู้สึกว่าทักษะการต่อสู้ของเธอครอบคลุมแทบทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็การต่อสู้ด้วยมือเปล่าหรือการใช้อาวุธต่างๆ เธอได้ทดสอบและปลดปล่อยทักษะเหล่านี้ออกมาอย่างเต็มที่ ความสามารถที่เธอแสดงออกมาทำให้ท่านตาของเธอ แม่ทัพเผิงเฉียนหลง ถึงกับตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ท่านตาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกใและงงงวยกับทักษะที่หลานสาวของเขามี ท่านนึกไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวที่ดูอ่อนโยนและไร้เดียงสาจะมีความสามารถที่เก่งกาจเช่นนี้ “เกิดอะไรขึ้นกับหลานสาวที่น่ารักของข้านะ?” ท่านตาพูดด้วยความสงสัยและความทึ่งในใจ
ท่านตาเริ่มรู้สึกว่าหลานสาวของเขามีความสามารถมากเกินไป จนเขาต้องตัดสินใจว่าควรจะหยุดการฝึกฝนทางด้านการต่อสู้และมุ่งเน้นไปที่ทักษะที่เกี่ยวกับความเป็ผู้หญิงมากกว่า เช่น งานบ้าน งานเรือน งานดนตรี หรือทักษะที่เป็ลักษณะของคุณหนูในตระกูลใหญ่ ท่านตาเห็นว่านี่เป็สิ่งที่สมควรแก่การฝึกฝนเพื่อให้หลานสาวของเขามีความหลากหลายและครบถ้วนในทุกด้าน
อย่างไรก็ตาม ความสามารถของฉินเหม่ยหลานนั้นแทบจะเหมือนกับยอดมนุษย์จริงๆ เธอสามารถทำอาหารได้อร่อยยิ่งกว่าพ่อครัวในวังหลวง เล่นดนตรีได้ราวกับผู้ฝึกฝนมานานหลายปี และร่ายรำได้อย่างงดงาม ท่านตาของเธอไม่สามารถที่จะปฏิเสธหรือมองข้ามความสามารถนี้ได้ ชายแก่ชราผู้นี้ทำได้เพียงตื่นตะลึงและกล่าวด้วยความชื่นชมว่า “ไร้ที่ติ”
ฉินเหม่ยหลานถามท่านตาด้วยความสงสัย “ท่านตา ข้าควรที่จะฝึกฝนอะไรเพิ่มเติมดี?”
ท่านตาของเธอ ยืนอยู่เงียบๆ สักพัก ปิดตาลงอย่างมีสมาธิ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความรัก
“เ้าไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมทั้งนั้น” ท่านตากล่าว “แค่ใช้เวลาอยู่เป็เพื่อนข้าสัก 5-6 ปีแล้วค่อยกลับไปหาพ่อของเ้าก็พอ”
ท่านตาใช้เวลานิ่งเงียบสักครู่ก่อนที่จะเสริม “เ้ามีความเก่งกล้าสามารถเกินพอแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือการนำมันมาขัดเกลาต่อไป”
ท่านตายิ้มให้หลานสาวของเขาด้วยความภาคภูมิใจอย่างลึกซึ้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรักและความพอใจที่ได้เห็นความสามารถและศักยภาพที่น่าทึ่งของหลานสาว
"ความสามารถของเ้าเป็สิ่งที่มีค่าและพิเศษมาก" ท่านตากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็มิตร “ใช้เวลาที่สงบสุขเช่นนี้ให้คุ้มค่าซะเถิด”
ท่านตาอยากให้หลานสาวรู้สึกสบายใจและมีความสุขใน่เวลาที่ใช้ร่วมกัน เพราะเขารู้ดีว่า่เวลานี้เป็สิ่งที่มีค่าและไม่อาจกลับมาได้อีก ยิ่งพร์สูงล้ำเท่าไหร่ภาระหน้าที่ของนางก็ยิ่งที่จะมีความสูงล้ำเท่านั้นท่านตาของนางอย่างให้นางใช้ชีวิตอย่างเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ฉินเหม่ยหลานเริ่มสังเกตเห็นว่าความสามารถของเธอนั้นแสดงออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งในด้านการต่อสู้และทักษะต่างๆ ซึ่งเป็สิ่งที่เธอเคยพบเจอในนิยายที่อ่านมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็การยิงธนูที่แม่นยำ การเล่นดนตรี การทำอาหาร หรือแม้แต่การร่ายรำ ทุกทักษะที่เธอเคยเรียนรู้จากตัวละครในนิยายเ่าั้ กลับมาเป็ความจริงในชีวิตของเธอ
เมื่อมองย้อนกลับไป เธอพบว่าการฝึกฝนตามสิ่งที่เธออ่านในนิยายทำให้เธอมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา และสิ่งเหล่านี้ก็ไม่เพียงแต่ทำให้เธอเป็คนที่มีทักษะสูง แต่ยังทำให้เธอได้รับการยอมรับและชื่นชมจากท่านตาของเธอและผู้คนรอบข้าง
"ดูเหมือนว่านิยายทุกเล่มที่ข้าเคยอ่านมันจะส่งผลตรงต่อความสามารถของข้าจริงๆ" ฉินเหม่ยหลานคิดในใจด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความภาคภูมิใจและความทึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้น
ั้แ่ที่ฉินเหม่ยหลานย้ายมาอยู่กับท่านตา ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนก็แน่นแฟ้นและลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉินเหม่ยหลานรู้สึกว่าตัวเองสามารถพูดคุยและปรึกษาท่านตาได้อย่างอิสระและสบายใจมากกว่าที่เธอเคยรู้สึกกับท่านพ่อของเธอเสียอีก ทุกครั้งที่เธอมีเื่ไม่สบายใจหรือคำถามใด ๆ ท่านตาก็มักจะรับฟังด้วยความใส่ใจและให้คำแนะนำที่มีคุณค่าเสมอ
แม่ทัพเผิงเฉียนหลง, ชายชราผู้เคยผ่านการต่อสู้และรับผิดชอบภารกิจมากมาย, ก็ได้เห็นการเจริญเติบโตของหลานสาวด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่เขามองเห็นฉินเหม่ยหลานพัฒนาทักษะหรือแสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษ เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาคาดหวังและฝันไว้กำลังถูกเติมเต็มผ่านตัวของหลานสาวคนนี้
สำหรับแม่ทัพเผิงเฉียนหลง ฉินเหม่ยหลานไม่ใช่แค่หลานสาวที่น่ารักและมีความสามารถเท่านั้น แต่เธอยังเป็ความหวังและความฝันที่เขาได้ฝากไว้ในอนาคต เธอเป็สิ่งที่ทำให้เขามีความหวังและความสุขใน่เวลาที่เขาอายุมากแล้ว
ั้แ่ฉินเหม่ยหลานย้ายมาอยู่กับท่านตา, ชีวิตที่เคยสงบและเรียบง่ายของชายชราก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ารื่นรมย์ หนึ่งในสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือท่านตาของเธอเริ่มอ้วนลงพุงเล็กน้อย ความสามารถในการทำอาหารของหลานสาวคนนี้เป็สิ่งที่ทำให้ชายชราผู้เคยผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วนกลับมาติดใจในรสชาติอาหารอีกครั้ง
ทุกครั้งที่ฉินเหม่ยหลานลงมือทำอาหาร, ท่านตาของเธอก็มักจะกินจนเกลี้ยงจาน รสชาติที่เธอทำออกมานั้นไม่เพียงแค่ถูกปากแต่ยังทำให้ชายชรารู้สึกอิ่มเอมและพอใจอย่างมาก จนทำให้แม่ครัวประจำจวนแทบจะไม่ต้องลงมือทำอาหารเองเลย เพราะท่านตาจะเฝ้ารอคอยมื้ออาหารที่หลานสาวทำด้วยความตั้งใจเสมอ
ท้องที่เริ่มอวบอิ่มและพุงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยของแม่ทัพเผิงเฉียนหลงกลายเป็สิ่งที่สะท้อนถึงความสุขและความสบายใจที่เขาได้รับใน่เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็ขนมหวานสูตรพิเศษหรืออาหารจานโปรดของท่านตา ฉินเหม่ยหลานก็ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังมีความอบอุ่นและความเอาใจใส่ที่ส่งผ่านในทุกคำที่ท่านตากิน
บรรยากาศยามบ่ายที่เงียบสงบ ชายชราเอนกายจิบชาร้อน ๆ และลิ้มรสขนมหวานด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุข ความสุขที่เกิดขึ้นในยามนี้สำหรับเขาเป็สิ่งล้ำค่า หลังจากที่ลูก ๆ ของเขาต้องจากไปก่อนวัยอันควร ทั้งชายและหญิง ทิ้งให้หลานสาวตัวน้อยเป็ทายาทเพียงคนเดียว แม้จะเหลือเพียงเธอคนเดียว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตของเขามีความหมายอีกครั้ง
ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายอันอบอุ่น ท่าทีของชายชราที่ดูรื่นรมย์พลันแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว สายตาที่เคยอ่อนโยนกลายเป็คมเข้ม ขมวดมุ่งหมาย เขาลุกขึ้นและเคลื่อนตัวออกไปข้างนอกจวนด้วยความรวดเร็ว ไม่มีใครทันสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวนี้ เพราะชายชราได้ััได้ถึงการมาของใครบางคนที่ไม่คาดคิด ความรู้สึกนี้เหมือนเป็สัญชาตญาณที่เขาสั่งสมมาจากประสบการณ์อันโชกโชนของชีวิตที่ผ่านมา