ปราบถูกซักไซ้ถามอย่างเอาเป็เอาตายเพราะสองสาวก็อยากเป็จอมยุทธหญิง แต่นางทั้งสองนั้นไม่มีรากิญญาจึงไม่สามารถฝึกยุทธได้
ครั้นสองสาวรับรู้เื่ราวนางทั้งสองพลันถอนหายใจออกมาอย่างแรง เพราะการกลืนกินเนื้ออสูรนั้นเท่ากับเป็การรนหาที่ตาย
“ อัลตอนบอกผมว่ายังมีวิธี “ ปราบเอ่ย
“ วิธีไหน “ พีมร้องถาม
“ อัลตอนบอกว่ารอให้ผมเปลี่ยนผลึกิญญาเป็แก่นิญญาได้ ผมก็สามารถแบ่งแก่นิญญาให้พี่ทั้งสองได้ “ ปราบเอ่ย
“ ดี ดียิ่ง “ พี่ร้องออก
“ ปราบ แกคือความหวังของพี่ อย่าทำให้พี่ผิดหวัง “ แพนเอ่ย
“ รู้แล้ว รู้แล้ว “ ปราบเอ่ยแลลุกจากโต๊ะอาหารแลเข้าในห้องของตน
ปราบใช้เวลากับครอบครัวอยู่หลายวันจนรถของสำนักจอมยุทธเขตที่สิบสี่เข้ามา เด็กหนุ่มใช้เวลาล่ำลาอยู่ชั่วครู่จึงหิ้วกระเป๋าแลขึ้นรถ
เขามองยังพ่อแม่แลสองพี่สาวก่อนที่รถจะเคลื่อนหายไป
“ ปราบเอ๋งเตรียมใจไว้ให้พร้อม เพราะการฝึกครั้งนี้มันเป็การฝึกจากสถานการณ์จริงเจ็บจริงตายจริง “ สม ชายชราเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ เ้าลองสวมเกราะแลทดสอบดาบของเอ็งหรือยัง “ ชายชราเอ่ยถาม
“ เรียบร้อย “ ปราบเอ่ย
“ ดีแล้วที่เอ็งทำการบ้านมาก่อน “ สมเอ่ย
“ ข้าจะบอกให้ เมื่อเข้าไปในเขตกักกันแล้ว จงอย่าแตกฝูงไม่อย่างนั้นเอ็งจะกลายเป็เป้าหมายแล้วเอ็งจะตาย “ สมเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ แล้วได้เรียนวิชาต่อสู้มาบ้างหรือไม่ “ สมเอ่ยถาม
“ ก็เรียนมาสองสามวิชาจากพี่สาวทั้งสอง “ ปราบเอ่ย
“ จริงสิพี่สาวทั้งสองของเอ็งก็เรียนนักหลอมโอสถกับนักหลอมกระบี่ ผลการเรียนก็ถือว่าดีเยี่ยม แต่เสียอย่างเดียวมิมีรากิญญา “ ชายแก่เอ่ย
ปราบมิได้แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใดชายชราจึงรู้ข้อมูลเชิงลึกได้มากขนาดนี้ ก็เพราะสำนักจอมยุทธจะรับใครสักคนเข้าร่วมก็ย่อมต้องศึกษาภูมิหลังของตนผู้นั้นด้วย
“ ลุงสม ในเขตกักกันมีสัตว์อสูรระดับไหน “ ปราบเอ่ยถาม
“ ต่ำสุดขั้นหนึ่งระดับหนึ่ง สูงสุดขั้นสามระดับสี่ “ สมเอ่ย
“ เอ็งต้องเปิดััตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาเอ็งจึงจะสามารถอยู่รอดได้ ที่สำคัญห้ามเป็ฮีโร่ “ สมเอ่ย
“ ผมจะจำให้ขึ้นใจ “ ปราบเอ่ย
ทั้งสองพูดคุยกันจนรถมาถึงยังเขตกักกัน
ปราบลงจากรถแล้วกวาดตามองทั่วลานกว้างหน้าเขตกักกัน เขาพบพานเหล่าจอมยุทธฝึกหัดที่ยืนขาสั่นหน้าซีดอยู่ในแถว พวกเขาทุกคนสวมเกราะสีเงินยวง อาวุธที่พวกเขาใช้ก็คือปืนเลเซอร์
เหตุที่ทุกคนใช้ปืนเลเซอร์ก็เพราะว่าทุกคนนั้นยังไม้ได้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธมีคม การที่จะมอบอาวุธมีคมให้ไปหาประสบการณ์นั้นถือว่าเป็เื่ที่เสี่ยงอันตรายเกินไป
“ ไอ้หนู ตามข้ามา “ ชายชราสมเอ่ย
ปราบเดินตามชายชราไปยังแถวของนักล่ามืออาชีพ
“ ปราบ นี่คือกลุ่มนักล่ามืออาชีพฟ้าคราม “ สมเอ่ย
เด็กหนุ่มพนมมือไหว้อย่างเร็วไว “ สวัสดีครับ “
“ เด็ก “ ชายวัยกลางคนโพล่งขึ้นมา
“ ไอ้แก่สม พวกกูไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก มึงเอามันไปที่อื่น “ ชายหัวหน้ากลุ่มเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ ชายชราสมถอนหายใจออกอย่างแรง
“ ลุง ผมโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ มิต้องพึ่งพาจมูกคนอื่น “ ปราบเอ่ย
“ หนอยไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กูอยากรู้เหมือนกันว่ามึงจะยังปากดีอยู่หรือไม่เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว “ ชายหนุ่มคนหนึ่งร้องลั่น
“ พอ “ ผอ.เขตกักกันร้องลั่น
“ กัดกันอย่างกับหมา พวกมึงทุกตัวก่อนนี้ที่เป็เด็กฝึกพวกมึงเป็ยังไง จำกันไม้ได้แล้วรึ “ ผอ.เขตเอ่ย
“ มึง นั่งร้องไห้ร้องกลับบ้านบอกไม่เอาแล้ว “
“ มึงวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตทิ้งทุกอย่างที่มี วิ่งแบบไร้สติ “
“ มึง มึง มึง พวกมึงทั้งหมดมีใครกล้าสบตากับอสูรข้างในนี้บ้าง “
ผอ.เขตกวาดตามองยังนักล่ามืออาชีพ
“ ทุกคนล้วนมีครั้งแรก ทุกคนล้วนไม่มีประสบการณ์ พวกมึงที่ก้าวข้ามผ่านมันมาแล้ว ทำไมไม่สอนประสบการณ์ของพวกมึงให้กับคนอื่น พวกมึงอย่าลืมว่าการที่มีนักล่าเพิ่มขึ้น งานที่เสี่ยงตายของพวกมึงก็จะลดลง พวกมึงจะได้กลับบ้านไปเล่นกับลูกๆของพวกมึงทุกวัน แบบนี้ไม่ดีรึ “ ผอ.เขตด่ากราดเหล่านักล่า
เหล่านักล่าแทนที่จะรู้สำนึกกลับกลายเป็โกรธเด็กหนุ่มที่ทำให้พวกเขาขายขี้หน้าที่ถูกด่าว่า
“ ครืนนน “ ประตูเหล็กบานใหญ่พลันสั่นไหวแลเคลื่อนออก
“ เอาล่ะเมื่อรับรู้ภารกิจแล้วก็จงทำมันให้สำเร็จ “ ผอ.เขตเอ่ย
ปราบที่ยืนอยู่นอกแถวสูดหายใจเข้าลึก “ วิ้ง “ เขาเรียกชุดเกราะสีชาดออกมา
“ สวัสดีเ้านาย “ อัลตอนเอ่ยทักทาย
“ ภารกิจของเ้านายก็คือสังหารอสูรระดับต่ำกว่าเ้านายห้าตัว “ อัลตอนเอ่ย
“ หากเ้านายทำภารกิจสำเร็จ จะได้รับรางวัลห้าหมื่นเหรียญโลกา “ อัลตอนเอ่ย
“ หากเป็อสูรชั้นเทียบเท่าเ้านายจะได้โบนัสเพิ่มสองเท่า หากชั้นสูงกว่าจะได้โบนัสเพิ่มตามลำดับขั้น “ อัลตอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ ไป “ ผอ.เขตร้องลั่น
“ เฮ “ กองกำลังนักล่ามากมายพุ่งทะยานร่างเข้าไปในเขตกักกันอย่างรวดเร็ว
“ ปราบ ระวังไอ้พวกสวะนั่น “ ชายชราสมเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าแลวิ่งเข้าไปในเขตกักกันอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้ามาในเขตกักกัน เขากวาดตามองทั่วพบว่ามันเป็เขตนครที่รกร้าง ตึกสูงมากมายตั้งตระหง่านกระจกทุกบานมิมีหลงเหลือ ทั้งโครงสร้างก็แตกร้าว ถนนเต็มไปด้วยซากรถยนต์สมัยก่อนที่กองพะเนินทับถมสูงชันคล้ายกับกำแพง
ที่พื้นกลาดเกลื่อนด้วยโครงกระดูกของมนุษย์ แลอสูร คราบโลหิตแห้งกรังเปรอะเปื้อนทั่วอาณา
เด็กหนุ่มยิ่งมองภาพเขาก็ยิ่งหวาดกลัว หัวใจของเขาพลันเต้นระรัว ชีพจรพุ่งทะยานสูง
“ จอมยุทธฝึกหัดปราบ สงบสติอารมณ์ปรับจิตใจให้นิ่ง เพราะกลิ่นอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมานั้นมันจะเรียกอสูรเข้ามารุมได้ “ เสียงเตือนจากผู้ดูแลดังขึ้น
“ ครับ “ ปราบพยักหน้าแลเอ่ยออกน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ ไอ้หนู เอ็งต้องรอด “ สมชายชราพึมพำ
เขาครุ่นคิดถึงหลักการทำสมาธิ “ หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ “ เขาพึมพำ
มินานนักระดับการเต้นของหัวใจของเด็กหนุ่มก็กลับสู่ภาวะปกติ
“ ฟู่ว “ เขาเป่าปากออกอย่างแรง
“ เ้านาย ข้างหน้าสองกิโลเมตรมีหมูป่าขั้นแรกเริ่มหนึ่งตัว “ อัลตอนเอ่ย
“ ไป “ ปราบเอ่ยแล้ววิ่งออกอย่างรวดเร็ว
ระยะทางสองกิโลเมตรนั้นสำหรับผู้ฝึกยุทธแล้วก็แค่เพียงสามถึงสี่อึดใจ เพราะผู้ฝึกยุทธต่างก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งการเคลื่อนที่จึงเป็ไปได้อย่างรวดเร็ว
“ ตุบ “ ปราบแอบซ่อนตัวอยู่หลังซากรถแลมองยังหมูป่าอสูร
ชายหนุ่มสะบัดมือออก “ วิ้ง “ กระบี่สีชาดปรากฏในมือของเขา
“ ไป “ ชายหนุ่มทะยานร่างออกจากที่หลบซ่อน
เขาะโขึ้นสูงแลเงื้อกระบี่ขึ้น “ ฝึบ “ กระบี่แหลมคมสะบัดลงที่คอของมันอย่างรวดเร็ว
“ ตุบ “ หัวของหมูป่ากลิ้งหลุนๆไปตามแรงกระบี่
“ พลังกาย “ ผอ.เขตมองยังภาพที่จอใหญ่
“ ไอ้หนูนี่ฝึกายารึ “ เขาพึมพำ
“ น่าสนใจ “ เขาพยักหน้าช้าๆ
หลังจากที่ปรับสภาพอารมณ์ที่ปรวนแปรหลังการสังหารแล้วเสร็จ เขาเป่าปากออกอย่างแรง
“ เ้านาย มีฝูงของมันเข้ามาล้อมสิบหกตัว “ อัลตอนเอ่ย
ปราบพยักหน้าแลเก็บซากหมูป่าลงไปแลพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“ ชุดนี่เทอะทะเกะกะยิ่งนัก “ ปราบพึมพำ
“ วู๊มม “ เขาเก็บลงไป
“ จอมยุทธฝึกหัดปราบ สวมใส่ชุดเกราะเดี๋ยวนี้ การตายของเ้ามันจะถือเป็ความสูญเสียใหญ่หลวงของเขตกักกัน “ เ้าหน้าที่ร้องออก
“ ปล่อยไปก่อน “ ผอ.เขตเอ่ย
“ ข้าอยากดูว่าการฝึกกายมีผลยอดเยี่ยมเพียงใด “ เขาเอ่ย
“ ครับ “
ปราบเมื่อไร้ชุดเกราะที่ใหญ่เทอะทะเขากลับกลายเป็ปราดเปรียวว่องไว เขากระโจนร่างไปซ้ายไปขวาอย่างรวดเร็ว
ยิ่งเขาเคลื่อนที่ได้อย่างที่้ามากเพียงใดแต้มต่อในการล่าก็ยิ่งมากมายขึ้น
“ หือ “ ผอ.เขตพลันคิ้วขมวดเมื่อเด็กหนุ่มเคลื่อนเข้าหาฝูงหมูป่าที่กรูเข้าหา
“ เริ่มแล้ว “ สมพึมพำ