บทที่ 4 ฉันอยากจะเป็เพื่อนกับเธอ
ภายในเขตของมหาลัยนั้น เราจะได้เห็นรถโฟล์คสวาเก้นคันหรูวิ่งไปมาอยู่ พวกยามที่เห็นก็เข้าใจว่านั่นเป็รถของอาจารย์ เพราะงั้นแล้วพวกเขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
เครื่องยนต์ของมันนั้นคำรามเหมือนรถสปอร์ตขณะที่วิ่งไปตามทางทอดยาว และท้ายสุดมันก็มาจอดหน้าหอพักหญิงภายในโรงเรียน
ในตอนนั้นมันเป็เวลาพักเที่ยง แต่กระนั้นเสียงของเครื่องยนต์ก็ปลุกทุกคนที่มางีบกลางวันอยู่ให้ตื่นขึ้นมาหมดแล้ว ทุกสายตามองไปที่รถคันนั้น
ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงที่อยู่ภายในหอซึ่งสูงไม่ต่ำกว่า 50 เมตรนั้นได้ยินเสียงของเครื่องยนต์เหมือนกันทั้งสิ้น และพวกเขาก็โผล่หน้ามาที่หน้าต่างเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อประตูรถเปิด เปาซิงหวังและซูหลี่เหยาก็เดินลงมาจากรถคันนั้นซึ่งนั่นทำให้ทั้งชายและหญิงที่เห็นต่างส่งเสียงดังออกมา
นักเรียนหญิง : “ว้าว นั่นใช่เพื่อนร่วมชั้นเราปะ? นั่นเปาซิงหวังกับซูหลี่เหยานี่ อ๊าาา พวกเขานี่น่าอิจฉาจังเลย ดูสิมีรถขับด้วย”
นักเรียนหญิง 2 : “ใช่ ดูสิ รถนั่นน่ะดูเท่มากเลย ฉันเองก็อยากจะมีแฟนบ้างจัง อยากจะมีคนขับรถให้ และฉันก็นั่งตากลมชิวๆกับเขา”
นักเรียนหญิง 3 : “ฉันล่ะอิจฉาซูหลี่เหยาจริงๆเลย มีแฟนเยอะไม่พอ แถมแต่ละคนยังเป็ลูกเศรษฐีกันหมดเลยด้วย ชาตินี้จะมีพวกลูกเศรษฐีมองมาที่ฉันบ้างไหมน้า?”
นักเรียนชาย : “นี่ฉันฝันอยู่เหรอเนี่ย นั่นมันรถโฟลค์สวาเก้นรุ่นใหม่เลยนะ! ดูหลังคาแบบเปิดได้นั่นสิ นั่นน่ะตัวท็อปเลยนะ! อย่างน้อยๆต้องมี 200,000 หยวนบ้างล่ะ!”
นักเรียนชาย 2 : “แบ็คอัพของไอ้อ้วนเตี้ยนั่น ต่อให้รถมันจะแค่ 200,000 หยวนจริงๆมันก็เหมือนขับรถราคา 2 ล้านนั่นแหละ แต่ยังไงก็เถอะ ฉันเองก็อยากจะมีรถขับบ้างจัง แต่มันราคาก็ตั้ง 180,000 หยวนแน่ะ”
……..
ขึ้นไป้า ทางฝั่งของหอหญิงนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉา ในขณะที่ทางหอชายนั้นเต็มไปด้วยความเค็มจากความยากจน
แต่ไม่ต้องคิดเลย พวกเขาส่วนใหญ่นั้นต่างเปี่ยมไปด้วยความอิจฉาทั้งสิ้น
ซูหลี่เหยานั้นพอใจสุดๆกับการที่เธอกลายเป็หัวข้อการสนทนาแบบนี้
มีเด็กสาวคนไหนบ้างที่จะไม่หยิ่งผยอง?
มีเด็กสาวคนไหนบ้างที่ไม่้าให้คนสนใจ?
และการที่มีแฟนหนุ่มขับรถมาเพื่อเจอหน้าเธอนั้นยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีหน้ามีตามากขึ้นไปอีก
เหมือนๆกับเ้าอ้วนอู๋ตี้ที่เธอเจอริมถนนเมื่อครู่ เ้าอ้วนขี้แพ้อย่างเขาน่ะ มีเกียรติอะไรกับเขาบ้าง? เธอกลัวจริงๆว่าถ้าเกิดยอมไปกับอู๋ตี้แล้วเธอจะต้องไปเดินตากแดดแบบนั้น
อู๋ตี้นั้นเป็ขี้แพ้ประเภทที่เธอจัดให้เป็ได้แค่ที่รองรับอารมณ์โกรธของเธอเท่านั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าหาใดๆทั้งสิ้น และในอนาคตของหมอนี่เองก็คงจะไปทำงานกับพวกคนรวยๆไม่ได้ด้วย
พ่อของเปาซิงหวังนั้นเป็เ้าของบริษัทที่มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่นับล้านๆ เมื่อเขาได้ยินว่าลูกชายมีแฟนแล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะซื้อรถราคา 230,000 หยวนนี่ทันทีพร้อมทั้งจ่ายอีกนับหมื่นเพื่อปรับแต่งมันให้ดูโดดเด่น
ในตอนนี้นั้น ซูหลี่เหยารู้สึกว่าการที่เธอเลือกเปาซิงหวังเป็แฟนใหม่นั้นถือว่าเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆเลยทีเดียว เธอคงจะเสียใจมากแน่ๆถ้าทิ้งเขาเร็วกว่านี้
เหตุผลก็เพราะ ในสายตาของเธอ ตัวเปาซิงหวังเองก็ไม่ใช่สเปคอะไรอยู่แล้ว เขานั้นทั้งอ้วนแล้วก็เตี้ย ไม่เหมือนลูกคนรวยคนอื่นๆที่เธอเคยคบด้วยมาก่อน คนเ่าั้ทั้งสูงโปร่งและหล่อเหลาในขณะที่ยังรวยล้นฟ้า หากเธอได้ยืนคู่กับพวกเขา มันก็จะกลายเป็คู่ที่เพอร์เฟคไปซะทุกมุมเลยทีเดียวเชียว
แต่เพราะเื่นั้นแหละที่เป็ปัญหา พวกคนรวยพวกนั้นไม่ได้ขัดสนเื่สาวสวยแต่อย่างใด ดังนั้นแล้วเธอเองก็ไม่ต่างอะไรกับของเล่นที่เมื่อเล่นจนเบื่อแล้วก็จะโดนถีบส่งอย่างไม่ไยดี
ดังนั้นแล้ว การที่เธอเลือกเปาซิงหวังในครานี้ ไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะเลือกถูกคน
และเพราะว่าซูหลี่เหยามั่นใจในรูปลักษณ์ของเธอเองมากๆ เธอรู้สึกได้เลยว่าด้วยใบหน้าและรูปร่างของเธอ ไม่ว่าจะทำอะไรยังไงก็ประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอนอยู่แล้ว
เปาซิงหวังเองก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับเธอด้วย เขานั้นเฝ้าเยินยอเธออยู่ตลอดเวลา แถมเขายังเป็ฝ่ายเอ่ยปากขอเงินจากผู้เป็พ่อเพื่อมาซื้อรถและปรนเปรอให้เธอด้วย
วันนี้เขายอมเอารถออกมาใช้เพื่อพาเธอไปทำผมโดยเฉพาะ จากนั้นก็ไปยังห้างหรูเพื่อซื้อเสื้อผ้าใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อให้ซูหลี่เหยามีความสุขที่สุด
เหล่าแฟนเก่าของเธอที่เป็ลูกคนรวยนั้นไม่ได้ดูแลเธอดีขนาดนี้ พวกเขาหลงในรูปร่างหน้าตาของเธอก็จริง แต่ท้ายสุดแล้วก็มองเธอเป็เพียงดอกไม้ริมทางอยู่ดี
มีเพียงเปาซิงหวังเท่านั้นที่เป็ฝ่ายพยายามเข้าหาเธอ เพราะงั้นเธอจึงมีความสุขที่ตัวเองเปรียบเสมือนเ้าหญิงในเวลานี้มากๆ
หลังจากที่ลงมาจากรถแล้ว เปาซิงหวังก็เดินไปรอบๆตัวเธอก่อนที่มืออ้วนๆจะโอบเอวเธอไว้และลูบขึ้นลูบลงเหมือนเป็พวกตาแก่ลามกเลย
“ที่รัก มะรืนนี้่ค่ำฉันจองโต๊ะที่ภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นไว้ ไว้เราไปกินมื้อเย็นใต้แสงเทียนจากนั้นก็ไปหาอะไรทำสนุกๆกันไหม?”
ภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นนั้นเป็ภัตตาคารระดับสูงภายในหมู่ภัตตาคารด้วยกันเองที่อยู่ใกล้โรงเรียน คนที่เข้าไปนั่งอยู่ในนั้นได้นั้นต้องเป็พวกไฮคลาสเท่านั้น เพราะราคาของมันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเอื้อมถึงเลย
และต่อให้คุณจะมีเงินก็จริง แต่คุณก็ต้องมีสเต็ปการจองระดับสูงด้วย ถ้าโชคดีก็จะสามารถจองโต๊ะในวัน 2 วันที่จะมาถึงได้
ซูหลี่เหยาฟังและพยักหน้าแบบเขินอาย “อ-อือ”
เธอนั้นพึงพอใจกับสิ่งที่เปาซิงหวังทำให้เธอในวันนี้มากๆ แถมเธอยังรู้สึกพึงพอใจมากกว่าเดิมอีกขึ้นมาในใจเมื่อเปาซิงหวังนั้นทำให้เธอได้รับประสบการณ์ที่วิเศษที่สุดั้แ่ที่เธอก้าวลงมาจากบันไดหอ
ดังนั้นแล้วเธอจึงแอบสัญญาที่จะไปตามคำขอของเปาซิงหวัง
เมื่อเห็นท่าทีเขินอายตุ้งติ้งของซูหลี่เหยา หัวใจของเปาซิงหวังก็เต้นระรัว
เขาอยากจะพาเธอไปเปิดห้องเลยตอนนี้ โดยเฉพาะเธอนั้นถือเป็ “องค์หญิงน้อยแห่งแผนกบัญชี” มันยิ่งทำให้เขาอดที่ใจจะลิ้มลองเธอไม่ได้
แต่กระนั้นเขาก็ต้องจำเป็ที่จะรอถึงวันพรุ่งนี้เพื่อที่จะได้พาเธอไปอยู่ในสถานการณ์สุดโรแมนติกอย่างการดินเนอร์ใต้แสงเทียนเสียก่อน และจากนั้นก็จะพาเธอไปดูหนังรอบดึก และด้วยวิธีนี้ ก็จะทำให้กลับมาไม่ทันหอโรงเรียนที่มีเวลาปิดของมันเอง ดังนั้นแล้วมันก็เป็เื่ทั่วไปที่จะต้องเปิดห้องนอนด้วยกัน
เมื่อเวลานั้นมาถึง ดอกไม้แห่งชั้นเรียนดอกนี้ที่ซึ่งเขานั้นเฝ้าแอบมองมานานแสนนานก็จะมาอยู่บนเตียงอันแสนอบอุ่นในฐานะคนพิเศษของเขา
ในการที่จะได้ซึ่งตัวเธอมานั้น เขาต้องขอร้องให้พ่อของเขาช่วยซื้อรถพร้อมกับช่วยจ่ายค่าอะไรนู่นนี่นั่นให้ ถึงแม้ว่าเขานั้นจะเป็ลูกคนรวยก็จริง หากแต่นี่ก็นับเป็รายจ่ายที่มหาศาลที่สุดสำหรับปีนี้ซึ่งไม่ต่างอะไรการขูดเืขูดเนื้อพ่อเลย
แต่เมื่อประเมินจากปฎิกิริยาของซูหลี่เหยาแล้ว ก็ถือว่าคุ้มค่ากับเืที่โดนขูดไปแล้วล่ะ
ถ้าไม่ติดว่าเขานั้นจองโต๊ะที่มิคกี้เวสเทิร์นไปแล้ว เขานั้นอยากจะพาซูหลี่เหยาออกไปวันนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่อย่างไรก็ตาม ใน 2 วันนี้ก็คงไม่ได้เลวร้ายอะไร เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้คิดถึงสิ่งสวยงามที่จะเกิดขึ้นในมะรืนนี้แล้ว เขาก็หยุดคิดต่อไม่ได้เลย
เขากำลังตัดสินใจว่าตลอด 2 วันนี้จะกินหอยนางรมให้เยอะๆเพื่อจะได้เป็ยอดชายผู้ไร้ความปรานี และเมื่อถึงคืนวันนั้น เขาจะได้เจิดจรัสยามค่ำคืนได้อย่างเฉิดฉาย
อีกฟากหนึ่ง อู๋ตี้ที่วิ่งกลับมาจนถึงมหาลัยนั้นก็พบว่า โรงอาหารนั้น มีเพียงป้าแม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่ด้านในแล้ว
หลังจากที่มองเวลาแล้ว เขาก็พบว่าตอนนี้มันเกินบ่ายโมงมาแล้ว
พระเ้าช่วย!
ทั้งเหนื่อยทั้งหิว อู๋ตี้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะถอนหายใจยาวและนั่งลงไปด้วยความเหนื่อยล้าตรงที่นั่งด้านนอกโรงอาหาร
เสื้อผ้าของเขานั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แถมเขายังหิวจัดๆจากโรคที่ทำให้เขาโหยหาอาหารมากกว่าปกติอันเป็เหตุให้เ็ปเช่นนี้อีกด้วย นอกจากนั้นอากาศที่ร้อนและคำเหยียดหยามในวันนี้ มันทำให้เขารู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูกเลย
มือสองข้างกุมไปที่หัวและก้มหน้าลง ไม่มีใครคอยอยู่เคียงข้างเขาเพื่อคอยปลอบเหมือนคนอื่นๆ เพราะงั้นหัวใจที่แห้งเหี่ยวของเขาจึงค่อยๆแตกสลายลงไปทุกที
แต่ทันใดนั้นเอง มือนุ่มนิ่มที่ดูท้วมสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
นี่เป็มือของหญิงสาวผู้ที่ซึ่งขาวมากๆ ผิวกายที่ละเอียดอ่อนนั้นราวกับเป็หยกชั้นยอดที่ยังไม่ถูกนำไปตรวจสอบเลย
มือข้างนั้นยื่นมาหาเขาพร้อมกับขนมปังนึ่ง 2 ชิ้นภายในถุงก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงหวาน
“นี่ของนาย”
อู๋ตี้เงยหน้าขึ้น และเขาก็ต้องใเมื่อพบกับเด็กสาวที่เขาเองก็ไม่เคยรู้จักมาก่อนยืนอยู่ตรงหน้าเขา
เธอสวมกางเกงยีนเอี๊ยมขาสั้นและ้าสวมเสื้อยืดสีชมพู เปียทั้งสองข้างของเธอนั้นทำให้เธอดูน่ารักมากๆ
ใบหน้าของเธอนั้นดูตุ้ยนุ้ยเพราะแก้มที่ดูจะมีน้ำมีนวล แต่กระนั้นเธอกลับไม่ได้น่าเกลียด นั่นเพราะว่ามันเหมาะกับไซส์ตัวของเธอดี โดยเฉพาะดวงตาโตคู่สวยบนใบหน้าที่ทำให้สาวน้อยร่างท้วมนี้ดูน่ารักเหมือนสาวๆที่หลุดมาจาก 2D ไม่มีผิด
อู๋ตี้ชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนกล้าที่จะเข้ามาคุยกับเขาก่อน แถมเธอคนนั้นยังเป็เด็กสาวที่ดูน่ารักและน่าเอ็นดูแบบนี้ด้วย
นั่นเพราะว่าั้แ่เด็กจนโต ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะไม่สนใจหรือพยายามไม่เข้าหาเขามาโดยตลอด เพียงแค่เห็นเขาพวกเธอก็ถอยไปไกลแล้ว
ในความเป็จริงนั้นหัวใจของเขาตื่นเต้นกับเธอตรงหน้ามากๆ เพราะเธอคนนี้ดูจะไม่รังเกียจรูปลักษณ์ของเขา รวมไปถึงเธอพูดกับเขาด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยนด้วย
นี่มันก็ผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้วที่เขาคาดหวังจะให้มีหญิงสาวเข้ามาคุยด้วย แต่เมื่อมีเข้ามาจริงๆ เขานั้นกลับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะเลย
หญิงสาวยังคงดูเขินอายเมื่อมองมายังเขา ใบหน้าที่แต่เดิมเป็สีชมพูอ่อนๆก็แดงขึ้นกว่าเดิม เธอก้มหน้าลงและมองไปยังอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มซึ่งนี่มันทำให้เธอน่ารักกว่าเดิมเสียอีก
เธอวางขนมปังนึ่งลงไปบนมือของเขาและพูดด้วยอีกนิดหน่อย
“นายดูรีบที่จะมาที่โรงอาหารนี่ นั่นแสดงว่านายยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหมล่ะ? ฉันรู้ว่าคนอ้วนน่าสงสารขนาดไหนถ้าไม่ได้กินอะไร เพราะงั้นขนมปัง 2 ชิ้นนี่น่าจะช่วยนายได้นะ ฉันไปละ”
พูดจบหญิงสาวก็รีบหันหน้าออกและวิ่งหายไปเลย
“อ๊ะ--เดี๋ยวก่อน!”
เมื่ออู๋ตี้พยายามจะคว้ามือเธอไว้เพื่อจะถามเธอว่ามีอะไรให้ตอบแทนไหม หญิงสาวก็วิ่งหนีหายไปแล้ว
เขามองไปยังขนมปังนึ่ง 2 ชิ้นในมือเขา ในขณะที่ความท้อถอยก่อนหน้านั้นได้หายไปหมด ดูเหมือนเธอนั้นจะช่วยเติมน้ำลงไปและช่วยเพื่อความชุ่มชื้นให้แก่หัวใจที่แห้งหลายมานานกว่า 20 ปีเสียแล้ว
นี่มันเหมือนฝนที่หลั่งลงมาหลังจากที่แห้งแล้งมานาน ราวกับต้นไม้ที่ตายลงและฟื้นขึ้นมาใหม่
อู๋ตี้รู้สึกเริ่มคัดจมูกพร้อมๆกับรู้สึกเหมือนจะมีอะไรไหลออกมาจากตาแล้ว
ขณะที่เขาถือขนมปังนึ่งนี่อยู่ เขาก็เริ่มจะสะอึกสะอื้นและพูดกับตัวเขาเองออกมา “ถ้าฉันมีโอกาสได้เจอเธออีกครั้งล่ะก็ ฉันอยากจะรู้จักชื่อของเธอ ฉันน่ะ...อยากจะเป็เพื่อนกับเธอนะ...”