"เ้าหนูนี่ มันดีจริงๆ"
หา? มันเกี่ยวอะไรกับผมน่ะ?
"ทำให้จูลเลียนหายดีจากพิษมานาได้ ดูท่าชะตาของเ้าทั้งสองหนุนส่งกันและกันได้ดีจริงๆ"
แม่มดคนนี้หัวเราะอีกครั้งทั้งยังแซวผมกับพี่จูล ผมแกล้งทำเป็ไม่ได้ยินไม่รับรู้ แล้วหันมาถามเื่ที่ผมสนใจจริงๆแทน
"พี่จูลไม่ต้องร่ายเวทย์แบบคนอื่นเหรอฮะ"
"มีน้อยคนนักที่จะได้รับความรักจากทวยเทพ ทำให้สามารถใช้เวทย์ได้โดยไม่ต้องครบองค์ประกอบและยังมีประสิทธิภาพสมบูรณ์ จูลเลียนและเ้าเองก็เป็หนึ่งในพวกนั้น"
สรุปว่า เป็มนุษย์ที่เทพรักสินะ แต่เอ้ะ …ผมไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม พี่จูลและผม?
ผมเนี่ยนะ มานายังสะสมไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะยัยประกายแสงสีทองที่อ้างว่าตัวเองเป็เทพธิดานั่นแหละ
"แล้วระดับขั้นอื่นๆล่ะครับ"
"ขั้นที่เหนือกว่าขั้นสูงขึ้นไป รู้ไปก็เท่านั้น ข้าแสดงให้เห็นเลยดีกว่าว่า ขั้นสูงแตกต่างจากขั้นกลางอย่างไร?"
กอค่า นอสตร้า เดินไปที่ต้นกุหลาบที่สูงเพียงสองฟุต เธอก้มลงแตะที่ดินตรงโคนต้น แล้วร่ายเวทย์ออกมา
ผลคือ ทำให้ดูหลายต้นนัันกลับเหยียดกิ่งแทงยอดแตกดอกออกตามากมาย และสูงขึ้นเกือบสองเมตร ทั้งดอกที่ผลิออกมายังมีทั้งสีแดง ชมพู ขาว เหลือง และน้ำเงิน
"คำตอบก็คือ การใช้เวทย์ธาตุผสมได้อย่างคล่องแคล่ว ที่ข้าใช้ไปคือ เวทย์ธาตุไม้ เป็เวทย์ที่เกิดจากการผสมของเวทย์น้ำและดิน ถ้าหากใช้ได้ชำนาญก็ถือเป็จอมเวทย์ระดับ2 ชั้นสูง "
ผมหันไปหาพี่จูลก็พบว่า เธอกำลังประสานมือทั้งสิ้นโดยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ต่างประกบชนกันจนเกิดช่องว่างสามเหลี่ยมพีระมิด
ภายในมีเส้นสีดำม่วงแบ่งเป็5ชััน ขนาดลดหลั่นกันลงมาโดยชั้นบนสุดแคบเล็กที่สุด
"แบบนั้นก็ช่วยการอธิบายได้ดี ฉลาดมาก ชั้นล่างสุดคือ 'ขั้นกลาง' ไล่ขึ้นมาคือ 'ขัันสูง' , 'นักบุญ' , 'ราชันย์' และ 'จักรพรรดิ' ในตำนานเก่าแก่เคยระบุไว้ว่า มีระดับที่สูงกว่านั้น คือ 'ศักดิ์สิทธิ์' แต่ในเมื่อปัจจุบันไม่ที่ใครที่สามารถยืนยัน และหยั่งรู้การมีอยู่ของ ขั้นศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นจึงไม่ถูกจัดอยู่ในลำดับขั้น"
อ้อ เพราะแบบนี้เองที่ทำให้นักเวทย์ จอมเวทย์ทั้งหลายเป็ทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่ามากเหลือเกิน
ทั้งในแง่พัฒนาเทคโนโลยีและการทำา แต่ก็ยังมีเื่หนึ่งที่คาใจและผมต้องถามให้ได้
"แล้วทำไมกอค่าถึงบอกว่า ผมได้รับความรักจากเทพด้วยล่ะครับ ทั้งๆที่ผมใช้เวทย์ก็ไม่เป็ สะสมมานาก็ไม่ได้"
"เทพดั้งเดิมไง เ้าหนู หนึ่งในเทพสององค์ที่ให้กำเนิดเทพทั้งหลายทั้งปวง แต่ถ้าให้พิสูจน์เชิงประจักษ์ว่าเ้าเป็ผู้ได้รับพรจากสุญเทพเมเดียน(Mēdén)ต้องใช้ลูกแก้วธาตุทั้ง7เป็อุปกรณ์ทดสอบ"
"ว่าแต่ที่เ้าเรียก ข้ามานี่มีแค่นี้เองรึ ?"
แม้กอค่าจะถามด้วยคำถามคล้ายไม่พอใจ แต่น้ำเสียงของเธอเหมือนสงสัยมากกว่า
"มีเื่หนึ่งค่ะ อาจารย์ เื่ของหมากตัวนี้ หนูควรจัดการอย่างไรดี?"
"กำจัดเป็ทางเลือกที่เลวร้ายที่สุด ทำให้หายไปชั่วคราวเป็ทางเลือกกลางๆ การแปรให้กลายเป็หมากฝั่งเราเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด"
อาจารย์แม่มดยกริมฝีปากขึ้นชั่วคราวขณะมองไปที่ศิษย์ของตนราวกับบอกใบ้วิธีจัดการให้ พี่จูลหัวเราะเบาๆออกมาพลางพูดแก้เขิน
"นั่นสินะคะ ทำไมหนูถึงคิดไม่ออกกันน้า ทั้งที่มีวิธีนั้นอยู่แท้ๆ"
เดี๋ยวก่อนครับ วิธีไหนอีกครับพี่จูล!
"มีอีกเื่ที่สำคัญยิ่งกว่าค่ะ"
ผมคิดว่า แปลกดีที่เื่สำคัญกว่ากลับไม่ถามก่อน แถมมันยังจะมีอะไรสำคัญกว่าการล้างสมองสาวใช้ที่เป็หมากของใครก็ไม่รู้ที่ไม่ได้มีเจตนาดี อัญเชิญมนุษย์ปีศาจออกมา สาธิตห้องดำเพื่อสืบหาความจริง อีกล่ะ?
"นั่นคือ การหาอาจารย์สอนเวทย์มนต์ให้กับเขาค่ะ"
ผมที่ฟังเพลินๆก็สะดุ้งเอานิ้วชี้ตัวเองด้วยความงุนงง ที่จู่ๆก็กลายเป็หัวข้อหลักในการสนทนาปิดงาน
"ศิษย์เรา เ้ามิได้ล้อเล่นใช่ไหม?"
พี่จูลจ้องมองอาจารย์ของเธอด้วยแววตาแห่งความเชื่อมั่นและจริงจัง เป็เครื่องพิสูจน์ว่า เธอปรารถนาอย่างนั้นจริง
"เ้าลืมบางอย่างไปหรือเปล่า? แม้การอัญเชิญอาจารย์เผ่าปีศาจและมนุษย์ปีศาจจะสามารถทำได้แต่ถึงอย่างไรเสียก็ต้องไปทำความรู้จักกันถึงทวีปก่อน และยังมีเื่การทดสอบคุณสมบัติธาตุที่มีอีก…"
พี่จูลดูซึมลงทันทีเพราะจากคำพูดของอาจารย์แม่มดคงจะปฏิเสธนั่นแหละ
"แต่ข้าก็แปลกใจที่เจัามากลับไม่นึกถึงคนๆหนึ่งที่มีคุณสมบัติพอที่จะสอนเขาได้ อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาพาเขาไปไกลถึงทวีปปีศาจ "
นี่กอค่ากำลังพูดถึงใครกันนะ?
"..."
สีหน้าพี่จูลดีขึ้นทันตา แม้ก่อนหน้าจะมีความสงสัยลังเลอยู่บ้าง
"อาจารย์คะ หมายความว่า?"
"ถูกต้อง เ้ามีคุณสมบัติพอจะเป็อาจารย์สอนเ้าหนุ่มนี่ยังไงล่ะ แถมเ้ายังมีลูกศิษย์อีกคนอยู่แล้วด้วยนี่"
"อีกคนน่ะ หนูแค่สอนมารยาทชนชั้นสูงน่ะค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นก็สอนควบคู่กันไปทั้งสองคนเลยซี่ การมีคู่แข่งในการเรียนมันช่วยกระตุ้นกำลังใจในการใฝ่ศึกษาได้อย่างดีเลย รู้ไหม?"
"สรุปแล้ว ผมจะได้เรียนกับพี่จูลเหรอฮะ? เย้!"
เย้….แต่พอมานึกอีกที ก็แอบสยองหน่อยๆแต่ถึงอย่างนัันก็ต้องทำท่าดีใจไว้ก่อนล่ะ ตอนเรียนก็ต้องเรียนคู่กับศิษย์อีกคนด้วยสินะ
"ถ้าหมดเื่แล้ว ก็ถึงเวลาที่ข้าต้องกลับ ระวังตนให้ดีๆ ศิษย์เรา …"
แม่มดแห่งความมืด กอค่าเดินเข้ามาหาผมอย่างเอื่อยเฉื่อย ขณะที่กำลังค่อยๆสลายร่างกายกลายเป็ควันสีม่วงเข้มจากล่างขึันบน และเข้ามากระซิบข้างหูผมเป็ประโยคสุดท้ายสั่งลา
"แม้ข้าจะมีเนตรที่อ่านดวงชะตาผู้คนได้ แต่เมื่อข้ามองเข้าไปในตัวเ้ากลับเป็เพียงหลุมที่ดำไร้ก้นหลุมหนึ่ง เ้านี่ช่างเป็มนุษย์ที่น่าวิจัยจริงๆ"
ผมสงสัยทั้งกับสิ่งที่นางแม่มดพูดและร่างกายที่ผิดปกติไปของนาง จึงทดลองเอื้อมมือแตะอีกฝ่าย แต่ก็คว้าได้แต่เพียงควันที่จางหายไปทิ้งไว้แต่เพียงเสียงหัวเราะร่วนของแม่มดดำ
ภาพที่เห็นทั้งหมดนั้นคืออะไรกัน? เทคโนโลยีการอัญเชิญร่างจริงแล้วส่งกลับไป ภาพจำลองแบบโฮโลแกรม หรือเป็เพียงเวทย์สะกดจิตหมู่กันแน่
ผมได้แต่ครุ่นคิดกับตัวเองด้วยความสงสัยในนวัตกรรมของโลกเกมBeloved Mysterious Heroใบนี้ โดยไม่มีใครเป็ผู้ให้คำตอบนััน
…
-นิดหน่อยหลังจากนั้น-
"จะว่าไป มีเื่หนังที่ผมอยากจะพูดกับคนๆหนึ่ง…"
ผมหันหน้าไปหาสาวใช้ผมขาวข้างกายเลดี้อลิซาเบธ จูลเลียน ใช่แล้ว มิเลนนั่นเอง
"มิเลน ขอบใจมากนะ"
"ความจริงทั้งหมดเป็เพราะท่านหญิงน่ะเ้าค่ะ มิได้เกี่ยวอะไรกับดิฉันเลย"
ถ่อมตัวจริงๆ หรือเธอเพียงคนขี้เกรงใจอย่างนี้อยู่แล้วนะ …
"ถึงอย่างไร เธอก็เป็คนที่ยื้อชีวิตเราไว้นะ หากมีโอกาสเราจะหาทางตอบแทนเธอ"
มิเลนโค้งคำนับซ้ำแล้วซ้ำอีกจนน่าเป็ห่วงว่าจะเมื่อยหลัง
แต่พอผมเห็นสีหน้าบึ้งงอนของพี่จูลผมก็ถึงได้นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองทำอะไรบางอย่างผิดพลาดไป
เป็เ้าชายนี่มันไม่ง่ายเลยแฮะ
ผมได้ข้อสรุปอย่างนั้น…
...