เช้าตรู่
“กลิ่นอะไรหอมจัง” เสียงพูดกับตัวเองในจิตใต้สำนึกของอลิซดังขึ้น
กลิ่นหอมอ่อนๆของกระเทียมเจียวส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง ทำให้หญิงสาวที่หลับใหลอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ ด้วยอาการมึนงงเหมือนกับคนเมาค้าง เธอเริ่มบิดี้เีไปมาก่อนจะปรือตามองเพดานสีขาว มีโคมระย้าขนาดกลางห้อยลงมา เธอมองรอบๆตัวมีแสงแดดอ่อนๆลอดผ่านผ้าม่านสีน้ำตาลอ่อนเข้ามาในห้องที่ดูจัดวางเรียบร้อยมีความหรูหราในตัว
“นี่ฉันอยู่ที่ไหนกัน”อลิซพูดพลางลุกขึ้นนั่งมองไปรอบๆด้วยความสงสัย
สาวน้อยค่อยๆมองลงมาที่เสื้อผ้าตัวใหญ่ที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ซึ่งดูไม่คุ้นตาเอาซะเลย แถมดูเหมือนจะเป็เสื้อผ้าผู้ชายอีกด้วย
“ กกน ไม่ได้ใส่ เสื้อในก็ไม่มี นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” หญิงสาวพูดกับตัวเองพลางใช้มือเกาศีรษะ
สักพักเสียงคนทำกับข้าวดังออกมาจากด้านนอก อลิซไม่รอช้านำผ้าห่มคุมตัวไว้แล้วรีบเปิดประตูออกไปดูทันที
ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังกว้าง สวมกางเกงผ้าชิโนสีน้ำตาลเข้ม เสื้อยืดสีขาว รองเท้าแตะสีดำ ยืนหันหลังให้อยู่ในครัว
“ตื่นได้สักทีนะ” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆพร้อมกับหันหน้ามาหาเธอ
“ลุค นาย…..คือ…แล้ว…..ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” อลิซเริ่มสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แล้วเธอมาอยู่ในห้องของเขาได้ยังไง
“เธอจะบอกว่า เมื่อคืนจำอะไรไม่ได้สินะ” ชายหนุ่มพูดพลางจับจ้องมาที่ั์ตาของหญิงสาว
“เมื่อคืน..?...” ร่างเล็กพยายามนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้น
แล้วภาพเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเมื่อคืนได้ผุดขึ้นมาเป็ฉากๆในความทรงจำของอลิซ เธอจำได้ครั้งสุดท้ายคือตอนที่ขอความช่วยเหลือจากลุคในห้องน้ำร้านอาหาร จากนั้นภาพทั้งหมดก็เลือนหายไป แต่มีบาง่ที่เหมือนจะนึกขึ้นได้แต่ก็นึกไม่ออก แต่พอนึกปะติดปะต่อเื่ราว เธอก็เข้าใจในทันทีว่าตัวเองโดนวางยา แต่ทำไมถึงมาอยู่ในห้องของอีตาลุคได้ล่ะ ·แถมยังใส่เสื้อผ้าของเขา นอนบนที่นอนของเขาอีก
“หรือว่าเมื่อคืน เรา……18+” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยท่าทีใดวงตากลมโต
“หยุดความคิดทะลึ่งๆของเธอซะ..ฟังนะ..เมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกัน แต่ก็เกือบๆนะ... เพราะเธอคิดแต่จะขย้ำฉันตลอด…แต่โชคดีที่ฉันไม่พิศวาสท่อนไม้อย่างเธอ” ชายหนุ่มพูดเพื่อให้หญิงสาวสบายใจ
ลุคเล่าทุกอย่างให้อลิซฟัง เพื่อไม่ให้เธอเข้าใจผิด ยัยแสบที่ได้ฟังก็โล่งอกเริ่มเชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ เพราะเธอก็พอจะสังเกตร่างกายของตัวเองได้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป หรือบอบช้ำ แถมบนโซฟาในห้องนั่งเล่นยังมีหมอนกับผู้ห่มพับกองไว้อยู่ แสดงว่าเมื่อคืนลุคนอนข้างนอก เขาคงไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับเธอหรอก…..·ว่าแต่
แต่
แต่
แต่
“แล้วใครเป็คนถอดชุดฉัน ใครเป็คนเปลี่ยนชุดใหม่ให้ฉันล่ะ” หญิงสาวถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย
ลุคที่ได้ฟังอย่างนั้นถึงกลับสะดุ้งพร้อมกับเกิดอาการไอหนัก พยายามเบือนหน้าหนีเพราะไม่กล้าสบั์ตาหญิงสาว อยู่ๆหน้าก็แดงร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทำเสียงอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ
“อย่าบอกนะ…..ว่า….เป็…..ฝีมือนาย” อลิซถามพร้อมกับชี้ไปที่ชายหนุ่ม
ลุคไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาทำได้เพียงพยักหน้าสารภาพความจริงกับเธอไป
“ที่ทำทั้งหมด ก็เพราะไม่อยากให้มีคนเป็ปอดบวมตายในห้องฉันนะ” ชายหนุ่มพูดประชดประชัน
“ทีนี้ก็เลิกสงสัยหรือระแวงฉันได้แล้ว รีบๆทานโจ๊กซะ จะได้รีบกลับบ้าน ชุดของเธอฉันให้แม่บ้านซักให้แล้วแขวนอยู่ตรงนั้นนะ เสร็จแล้วก็เรียกฉันด้วยล่ะ” ชายหนุ่มพูดเสร็จก็เดินไปนั่งดูทีวีต่อ
หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ มองดูโจ๊กที่เขาทำมันช่างดูน่ากินอะไรอย่างนี้ สักพักอลิซหยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊กที่กำลังร้อนเข้าปาก
“หึม…ไม่คิดเลยว่าลูกคุณหนูอย่างอย่างอีตานี่จะทำอาหารอร่อยกับเขาด้วย”
หญิงสาวร่างบอบบางทานโจ๊กอย่างเอร็ดอร่อย พลางหันมองไปที่ชายหนุ่ม เธอค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
แววตาของเธอเวลามองไปที่เขากลับเปลี่ยนไปราวกับว่าเธอเริ่มรู้จักตัวตนจริงๆของเขาขึ้นมาบ้างแล้ว
“นายเริ่มจะเหมือน ลุค คนนั้นขึ้นทุกวันแล้ว” อลิซคิดในใจพลางหวนนึกถึงอดีตที่เคยเล่นเกมกับลุคเมื่อหลายเดือนก่อน
ในจังหวะที่อลิซทานโจ๊กอยู่นั้น เธอไม่รู้เลยว่า ลุคกำลังมองเธออยู่เช่นกัน เขาเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย
แววตาของเขาเวลาที่มองเธอเปลี่ยนไปแล้วเช่นเดียวกัน
ต่อมาลุคได้ขับรถมาส่งอลิซถึงหน้าบ้านน้าแอ๋ม่สาย
“ขอบคุณมากๆนะที่มาส่ง แล้วก็เื่เมื่อคืน” อลิซกล่าวขอบคุณลุคจากใจจริง
“ทีหลังก็หัดระวังตัวด้วย อย่าไปดื่มอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีกล่ะ” ชายหนุ่มเตือนหญิงสาวด้วยความหวังดี
“อืม ไปละ” หญิงสาวตอบรับความหวังดีจากหนุ่มหล่อ
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงหลังจากที่ลุคมาส่งที่บ้าน
อลิซรีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะมีนัดไปติวหนังสือกับเพื่อนรักของเธอ อาทิตย์หน้าต้องสอบกลางภาคซึ่งตัวเธอเองไม่ค่อยกังวลอะไรมากจะห่วงก็แต่ยัยเพื่อนรักสองคนที่ไม่เอาอ่าว สักพักมีเสียงรถคันหนึ่งขับมาจอดหน้าบ้าน เธอได้สังเกตเห็นน้าสาวกำลังลงจากรถหรูคันหนึ่ง เธอคุ้นรถคันนั้นมาก พอดูสีรถ ป้ายทะเบียนแล้ว นั่นมันรถน้าฌอนชัดๆ OMG! แสดงว่าเมื่อคืนทั้งสองคนต้องอยู่ด้วยกันแน่ๆ
“ว๊าววว! เอาละสิเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อแน่ๆ” อลิซพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่น้าสาวกับชายที่อยู่ในรถ
ยัยแสบไม่มีเวลามาสอบสวนน้าสาวมากนัก เพราะต้องรีบไปให้ทันนัดติวหนังสือกับเพื่อนๆ เมื่อคิดได้แบบนั้นอลิซรีบวิ่งลงมาดักรอน้าแอ๋มอยู่ที่ห้องนั่งเล่นทันที หลังจากน้าสาวยืนคุยกับน้าฌอนเสร็จ เธอได้เดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าที่ดูอ่อนแรงมาก (เมื่อคืนคงจะหนักน่าดู555)
“อะแฮ่มๆ เมื่อคืนไปกับอยู่ใครมาน๊า” หลานสาวทำท่าทีไอพร้อมกับยิงคำถามไปที่น้าของตนทันที
น้าสาวหันมองสาวน้อยที่นั่งอยู่บนโซฟา เธอถึงกับใ ราวกับว่าปิดบังอะไรหลานตัวเองไว้แล้วกลัวความลับแตก
“อลิซ ยังไม่ไปหาเพื่อนอีกหรอ สายแล้วนะ”
“ถ้าอลิซไปก่อนก็ไม่ได้เห็นอะไรเด็ดๆนะสิ ว่าแต่กับน้าฌอน เมื่อคืนยังไงกันแน่ ฮ๊ะๆ” สาวน้อยแกล้งแย่น้าสาวอย่างสนุกสนาน
“ยัยเด็กแก่แดด ไม่ต้องมาหลอกถามเลย ไปติวหนังสือได้แล้ว” น้าแอ๋มพูดพร้อมกับให้มะเหงกยัยหลานตัวดีไป1ลูก
“อะเด๊ะๆ ไม่ตอบ แสดงว่าใช่อย่างที่คิด” ยัยแสบยังไม่หยุดอีก
น้าแอ๋มเริ่มหน้าแดง เธอไม่สามารถตอบหลานสาวได้เพราะเป็เื่ที่รู้ๆกันอยู่5555
“น้าไปอาบน้ำละ”
“ปฏิเสธไม่ลงซะด้วย555”
“เด็กบ้า น้าไม่พูดด้วยแล้ว ไปติวหนังสือได้แล้วไป”
หลังจากนั้นอลิซได้มาติวหนังสือกับเพื่อนๆของเธอที่ร้านกาแฟดังแห่งหนึ่ง แนนและมิ้นสั่งนมปั่น ชาเขียวและขนมหวานมาเต็มโต๊ะ
“นี่พวกเธอกะจะมากินหรือมาติวหนังสือกันแน่เนี่ย” อลิซบ่นถามเพื่อน
“กองทัพต้องเดินด้วยท้องจ้า พวกฉันไม่ได้เก่งเหมือนอลิซนี่ คิดอะไรไม่ออกก็เอาขนมเข้าปากแทนจะได้ไม่เบื่อ”มิ้นพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากิน
“ตรรกะป่วยๆอะไรของเธอเนี่ย555” อลิซพูดพลางขำขันความคิดของมิ้น
อลิซค่อยๆอธิบายเนื้อหาในบทเรียนให้กับเพื่อนรักอย่างละเอียด ทั้งสองดูจะตั้งใจเรียน และสนใจสิ่งที่อาจารย์สาวกำลังอธิบายมาก เวลาผ่านไปขณะที่เธอกำลังสอนให้เพื่อนๆลองทำแนวข้อสอบเองนั้น ก็ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งหันมองมาที่เธอและกำลังเดินเข้ามาหาพวกเธอในร้านแห่งนี้กับพร้อมกับเพื่อนๆของเขาอีก 2 คน
“อ้าว สวัสดีอลิซ” เสียงชายหนุ่มหน้าตี๋เอ่ยทักทาย
“ธาม มาได้ไงเนี่ย” อลิซเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“พอดีเรามีนัดติวหนังสือกับเพื่อนที่ร้านนี้เหมือนกัน บังเอิญจัง งั้นพวกเราของติวด้วยนะ” ธามพูดพร้อมกับขยิบตาไปที่เพื่อนๆของเขาเพื่อส่งสัญญาณว่าจะขอนั่งกับสาวๆ
“นั่งเลยๆ ไม่ต้องเกรงใจ” เสียงแนนพูดขึ้นด้วยท่าทีดีใจที่จะมีเพื่อนผู้ชายมานั่งด้วย
“·มาๆนั่งด้วยกัน พวกเราจะได้ฟังพวกนายไปด้วย” มิ้นให้การสนับสนุนเป็อย่างดี
อลิซที่ทำหน้าเจื่อนปฏิเสธไม่ลงแถมยังพูดอะไรไม่ออกเพราะเพื่อนสาวตัวดีทั้งสองออกตัวไปก่อนแล้ว และแล้วทั้งหมดก็ได้ติวหนังสือด้วยกัน โดยมีธามเป็คนช่วยสอนและอธิบายให้เพื่อนๆฟัง ยัยแสบอลิซที่นั่งฟังด้วยก็สบายไป มีคนมาสอนแทนแล้วจะได้ไม่ต้องเหนื่อย ในขณะที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำโจทย์ปัญหานั้น มิ้นก็สะกิดแนนให้เธอดูธามที่กำลังนั่งจ้องเพื่อนสาวอลิซด้วยวาวตาแพรวพราวเป็ประกาย ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ราวกับว่าเขากำลังมีความสุขมากๆ
“อะแฮ่ม! อลิซเดี๋ยวฉันกับยัยมิ้นจะไปเข้าห้องนะ” เพื่อนรักเปิดโอกาสให้ธามได้ทำประตู
“‘ธามรออยู่นี่นะ เดี๋ยวพวกกูจะไปเข้าห้องน้ำเหมือนกัน” เพื่อนของธามก็เหมือนจะรู้งาน
อลิซมีท่าทีประหลาดใจที่อยู่ๆก็พากันลุกฮือออกไป ทิ้งให้เธออยู่กับธามลำพัง
“อลิซ เราขอเบอร์มือถือเธอไว้ได้ไหม เผื่อมีเื่อยากปรึกษา” ธามไม่รีรอรีบคว้าโอกาสที่เพื่อนมอบให้เขา ยื่นมือถือของเขาให้กับอลิซ
“อ้อ…..ได้สิ” อลิซกดเบอร์มือถือของตนแล้วบันทึกลงในรายชื่อ
ชายหนุ่มเผยสีหน้าดีใจมาก พร้อมกับแอดไลน์ของเธอจากเบอร์มือถือ ธามเริ่มชวนอลิซคุยเื่อนาคตของเธอมากขึ้น
“เรียนจบแล้ว อลิซอยากจะเข้าเรียนต่อมหาลัยไหนหรอ แล้วอยากเรียนคณะอะไร“
หญิงสาวได้แต่นั่งครุ่นคิด ถึงคำตอบของอนาคตที่ยังไม่รู้นั้น เธอเองก็ยังไม่ตั้งเป้าหมายชีวิตที่แน่นอน เพราะไม่รู้ว่าจะได้อยู่ในร่างนี่อีกนานแค่ไหน แถมสถานะทางการเงินที่บ้านก็ดูไม่มั่นคง
หญิงสาวหวนคิดถึงสมัยตอนที่เธอยังเป็เจน เธอเรียนด้านการตลาด จบมาทำงานเป็เลขาประธานธุรกิจด้านความงาม ซึ่งเธอมีประสบการณ์มากพอสมควร ถ้ากลับไปเรียนเหมือนเดิมน่าจะสบายอยู่ไม่น้อยเพราะรู้ทุกอย่างหมดแล้ว แต่ทว่าอาชีพนั้นไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขเลย กลับรู้สึกเบื่อเพราะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แถมถูกใช้งานเยี่ยงทาส
“ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอยากจะทำอะไร เรียนอะไร….. แล้วนายล่ะธาม อยากจะทำอะไรหรอ”
“เราอยากเป็ทนายความ ให้พอมีความรู้ด้านกฎหมายมาช่วยครอบครัวบ้างจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบจากพวกมีอิทธิพลเพราะที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ด้วย” ชายหนุ่มตอบด้วยความมั่นใจโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย นั่นทำให้อลิซเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเดินตามฝันของตน
“ฉันละอิจฉานายจริงๆ ที่เจอเป้าหมายของตัวเองแล้ว” อลิซเอ่ยปากชื่นชมชายหนุ่มด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เอาน่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยอลิซก็คงเจอเป้าหมายของตัวเอง” ธามพูดให้กำลังใจหญิงสาว
“ก็หวังแบบนั้นอ่ะนะ” อลิซพึมพำในลำคอพลางเหม่อมองออกไปด้านนอกร้าน