ลำแขนแกร่งของเขาค่อยๆโอบรอบเอวบางแสนนุ่นนวลของซูเจียวเจียวอย่างแ่เบาประดุจถนอมของล้ำค่าหายากอย่างไรอย่างนั้น
"เจียวเจียว..."
กลิ่นหอมเฉพาะตัวจากเรือนร่างของหญิงสาวทำให้เขาเคลิบเคลิ้มและใจเต้นรัว
ในขณะที่สองสามีภรรยาผู้เปี่ยมรักกำลังใช้เวลาร่วมกันอย่างอ่อนหวานที่บ้านพักยุวชนก็ได้เกิดเื่วุ่นวายขึ้น
สืบเนื่องจากมีผู้พบเห็นการกลับมาของฮั่วเจี้ยนจงเหล่าผู้ชอบสอดรู้สอดเห็นจึงรีบเข้าไปพูดเย้าแหย่ถึงความสัมพันธ์ของเขากับซูเจียวเจียวด้วยวาจาเสียดสี
ฮั่วเจี้ยนจงผู้นี้แม้ปกติจะมีนิสัยสุขุมเยือกเย็น นอกเสียจากเื่งานและหนังสือเขาก็ไม่เคยข้องแวะกับการวิวาทของผู้อื่นทว่าเขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาหยามเหยียดได้ง่ายๆ
ดวงตาคมกริบของเขาจ้องไปที่โจวเม่ย"ยุวชนโจว ได้ยินว่าเธอแอบนินทาผมลับหลังหรือ?"
โจวเม่ยกำลังตักข้าวต้มขาวกับผักดองเข้าปากอย่างฝืนทนทันใดนั้นก็เห็นฮั่วเจี้ยนจงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธจัด
นี่ทำเอาเธอเกือบทำชามข้าวหลุดมือ
โจวเม่ยนินทาฮั่วเจี้ยนจงและซูเจียวเจียวจริงทว่าเธอไม่คาดคิดว่าฮั่วเจี้ยนจงผู้ไม่ชอบก่อเื่จะมาหาเธอถึงที่เพื่อซักถาม
เพราะแม้จะถูกโจวเม่ยตามตื้อฮั่วเจี้ยนจงก็เพียงแค่ไม่แยแส ไม่เคยทำให้เธอต้องอับอายต่อหน้าสาธารณชน
ส่วนชื่อเสียงของซูเจียวเจียวนั้นแย่จนไม่เหลืออะไรแล้วการที่เธอมีเื่อื้อฉาวกับผู้ชายคนไหน ก็ไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอะไร
เมื่อนึกถึงความเ็าไร้ใจของฮั่วเจี้ยนจงดวงตาของโจวเม่ยก็เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
"ยุวชนฮั่ว ฉันไม่เข้าใจว่านายกำลังพูดถึงเื่อะไร"
ฮั่วเจี้ยนจงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ"เธอบอกว่ายุวชนซูจะหนีไปกับผม"
"แล้วไม่ใช่หรือคะ?" แววตาของโจวเม่ยฉายแววความบ้าคลั่งเล็กน้อยแต่ใบหน้ากลับทำเป็หวังดี "ฉัน...ฉันเห็นนายนั่งคุยกันอย่างใกล้ชิดและมีความสุข ซูเจียวเจียวแต่งงานแล้วนะคะยุวชนฮั่ว นายควรระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะ!"
ฮั่วเจี้ยนจงโกรธจัดจนหัวเราะออกมามองโจวเม่ยที่เสแสร้งแกล้งทำราวกับตัวตลก
"ไม่ต้องพูดถึงว่าผมกับยุวชนซูไม่เคยคบหากันพวกเราไม่เคยพูดกันเกินสองสามคำด้วยซ้ำ ต่อให้วันนี้ผมกับเธอนั่งคุยกันจริงๆแค่สองสามประโยค มันจะทำไมเหรอครับนั่นมันจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าผมกับเธอมีสัมพันธ์สวาทกัน?"
"หากแค่การพูดคุยกันถือว่าเป็การยั่วยวนคนอื่น แล้วคุณล่ะคุณถือว่าเป็อะไร?" ฮั่วเจี้ยนจงมองด้วยความรังเกียจ"คุณตามตื้อผมทุกวัน คอยประจบประแจงผมแถมยังส่งจดหมายรักให้ผมอีก นั่นมันถือว่าเป็เื่อะไรกันครับ?"
ฮั่วเจี้ยนจงโยนกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่งออกไปบรรยากาศในบ้านพักยุวชนก็เงียบสงัดลงทันที
ใบหน้าของโจวเม่ยแดงก่ำราวกับเืเธอรีบร้อนคว้ากระดาษจดหมายนั้น
แต่กลับมีมือที่ไวกว่าปรากฏว่าเป็เยว่เผิงไห่ ผู้ซึ่งภักดีและคอยติดตามโจวเม่ยมาตลอด
เยว่เผิงไห่ชอบโจวเม่ยเป็ที่รู้กันโดยทั่วไป
เยว่เผิงไห่มีภูมิหลังครอบครัวธรรมดาหน้าตาและความสามารถก็ย่ำแย่ ห่างไกลจากฮั่วเจี้ยนจงมากนัก
โจวเม่ยรังเกียจเขาข้างหนึ่งแต่อีกข้างก็ใช้เขาเพื่อสนองความโอ้อวดของตัวเอง ด้วยเหตุนี้เยว่เผิงไห่จึงคิดว่าโจวเม่ยเพียงสงวนท่าที แต่ในใจมีใจให้เขา
เมื่ออ่านจดหมายจบเยว่เผิงไห่ก็โกรธจนฉีกจดหมายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"โจวเม่ย เธอมันผู้หญิงไร้ยางอาย!" เยว่เผิงไห่ผลักเธออย่างแรงเขาประหยัดอดออมและยอมเสียสละให้โจวเม่ยทุกอย่าง แต่เธอกลับกินของเขา ดื่มของเขาแล้วไปยั่วยวนผู้ชายคนอื่น เขาโกรธจนตัวสั่น
โจวเม่ยกำลังจะตบหน้าเยว่เผิงไห่กลับแต่ถูกจ้าวอวี้เฟินห้ามไว้ทัน "อย่าตีกันเลยอย่าตีกันเลย ถ้าหัวหน้ากองผลิตกับเลขาฯ ทราบเื่ละก็ จะไม่ดีนะทุกคนจะต้องถูกลงโทษ"
ฮั่วเจี้ยนจงมองดูความวุ่นวายด้วยสายตาเ็าพร้อมทั้งเตือนว่า "ยุวชนโจวนี่เป็ครั้งสุดท้าย ผมหวังว่าคุณจะทำตัวดีๆ ในอนาคต"
พูดจบเขาก็ทิ้งความวุ่นวายไว้เื้ั แล้วหันหลังกลับห้องไป
โจวเม่ยร้องไห้จนตาบวมช้ำเธอรู้สึกอับอายมาก หัวใจของเธอปวดร้าวแทบขาดใจ
เยว่เผิงไห่โกรธจัดจนเดินหนีไปไม่เห็นเงามีเพียงหลินเฟิงที่อยู่ข้างๆ คอยปลอบใจเธออย่างอ่อนโยน
หลินเฟิงเคยชอบซูเจียวเจียวมากแต่ซูเจียวเจียวไม่สนใจเขา เขาจึงต้องลดมาตรฐานลงมาตามจีบโจวเม่ย
แม้ว่าเขาจะหล่อเหลากว่าเยว่เผิงไห่มากนักแต่เขากลับไม่ใจกว้างเท่า ไม่ยอมประหยัดอดออมเพื่อช่วยเหลือโจวเม่ยหลินเฟิงจีบสาวด้วยคำพูดทั้งหมด
โจวเม่ยก็ไม่ใช่คนโง่เธอย่อมไม่สนิทสนมกับหลินเฟิงที่เอาแต่พูดจาหวานหู
"อย่าร้องไห้เลยครับ คุณร้องจนผมใจจะขาดอยู่แล้ว หิวใช่ไหมครับกินหมั่นโถวรองท้องก่อนนะครับ"
พูดพลางหลินเฟิงก็ฉีกหมั่นโถวก้อนนั้นออกเป็สองส่วน
โจวเม่ยเห็นท่าทางขี้เหนียวของเขาก็โมโหจนทนไม่ไหว ยื่นมือปัดหมั่นโถวลงพื้น
"นี่มันอะไรกัน สกปรกสิ้นดี ฉันไม่กินหรอก!"
สีหน้าของหลินเฟิงเปลี่ยนเป็ดำคล้ำในทันทีเขาแค่นเสียงอย่างเ็า "ไม่กินก็แล้วแต่"
เขาหยิบหมั่นโถวครึ่งซีกที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเช็ดกับเสื้อผ้า แล้วเดินจากไป
โจวเม่ยเบ้ปากด้วยความดูถูก
ในเวลานั้นกลิ่นเนื้อหอมกรุ่นพลันลอยมาตามลม ทำให้โจวเม่ยหยุดร้องไห้โดยไม่รู้ตัวท้องของเธอเริ่มส่งเสียงครวญครางด้วยความหิวโหย ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหิวมากขึ้นไปอีก
"เนื้อ..."
โจวเม่ยนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความริษยาและเกลียดชัง "ต้องเป็เซียวหยวนิกำลังย่างกระต่ายป่าแน่ๆ"
บ้านของเซียวหยวนิอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักยุวชนนักทั้งสองอยู่ท้ายหมู่บ้านเหมือนกัน
หลินเฟิงเลียริมฝีปากมองออกไปข้างนอกด้วยสายตาละห้อย "หอมจังเลยซูเจียวเจียวโชคดีจริงๆ"
โจวเม่ยแววตาครุ่นคิด"ทำไมพวกเขาถึงได้กินเนื้อ ส่วนพวกเราได้กินแต่ข้าวหม้อใหญ่?"
ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้"ไปกันเถอะ พวกเราไปหาหัวหน้ากองผลิตกับเลขาฯ ฉันจะแจ้งความ!"
หลินเฟิงกระจ่างแจ้ง"คุณจะแจ้งความเื่พวกเขากินเนื้อเหรอครับ? ใช่แล้ว ต้องแจ้งความ! ทำไมพวกเขาถึงได้กินเนื้อ!"
ทั้งสองสบตากันแววตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น ลืมความไม่พอใจเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
จ้าวอวี้เฟินได้ยินเสียงเอะอะโวยวายในลานจึงเดินออกจากห้องพัก มองไปทางโจวเม่ยและหลินเฟิง "นี่มันจะไม่ดีมั้ง...ในเมื่อกระต่ายป่านั้นเซียวหยวนิเป็คนล่าเองกองผลิตก็ไม่ได้ประกาศว่าสัตว์เล็กๆ พวกนี้ต้องส่งมอบด้วย"
โจวเม่ยแค่นเสียงเ็า"ไม่ได้บอกว่าต้องส่งมอบ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องส่งมอบนี่คะ"
หลินเฟิงเห็นด้วย"ใช่แล้ว ใช่แล้ว!"
ต้องบอกว่าเขาไม่ได้กินเนื้อสัตว์มาสามเดือนแล้วตอนนี้พอได้ยินเื่เนื้อสัตว์ น้ำลายแทบไหลออกมา
ทำไมพวกเขาถึงได้กินแต่ผักทุกวันแต่เซียวหยวนิกลับได้กินเนื้อสัตว์เป็บางครั้งบางคราว?
เขาไม่เคยคิดที่จะเลียนแบบเซียวหยวนิขึ้นเขาไปหาของป่ามาหรอกอย่างแรกคือเขาไม่มีประสบการณ์ อย่างที่สองคือเขาจับไม่ได้
...
ซูเจียวเจียวในชาติที่แล้วใช้ชีวิตโสดมาหลายสิบปีมีทั้งเวลาและเงินทอง จึงฝึกฝนฝีมือการทำอาหารจนเก่งกาจในเมื่อของป่าเหล่านี้ขายไม่ได้ ก็จงรีบกินเสียก่อนที่มันจะไม่สด
เนื้อสัตว์ป่าก็อร่อยอยู่แล้วเมื่อซูเจียวเจียวปรุงอย่างประณีต ก็ยิ่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งชวนรับประทาน
ข้างนอกฟ้าเริ่มมืดแล้วในครัวจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดคอยให้ความสว่าง
ซูเจียวเจียวทำกระต่ายตุ๋นน้ำแดงเพียงหม้อเดียวหม้อใหญ่มาก ตอนนี้อากาศร้อน เก็บไว้ไม่ได้นานอาจจะเสียเอาได้ซูเจียวเจียวจึงตัดสินใจตุ๋นกระต่ายทั้งตัว อีกตัวก็เลี้ยงไว้รออีกสองสามวันค่อยกิน
ซูเจียวเจียวบรรจงตักเนื้อกระต่ายใส่ลงในชามเซียวหยวนิตักข้าวขาวร้อนๆ สองชามใหญ่เตรียมไว้แล้วพร้อมทั้งจัดวางตะเกียบให้พร้อมสรรพ รอคอยเพียงเนื้อกระต่ายมาถึงโต๊ะอาหารเท่านั้น
ใต้แสงตะเกียงน้ำมันสลัวๆสองสามีภรรยานั่งตรงข้ามกัน เริ่มรับประทานอาหาร
เซียวหยวนิคีบเนื้อชิ้นที่ดีที่สุดใส่ในชามของซูเจียวเจียวซูเจียวเจียวก็ยิ้มให้ แล้วคีบเนื้อให้เขาหนึ่งชิ้นทั้งสองก็ลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อยทันที