ตอนที่6 ความโกรธเกรี้ยวของก็อต
ณ.โกดังร้างแถบชานเมืองที่ตอนนี้เป็แหล่งกบดานของพวกนอกกฎหมายพวกโจรลักขโมยหรือโจรเรียกค่าไถ่ชายร่างใหญ่ผมยาวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โซฟาเก่าๆโดยมีหญิงสาวสองคนนั่งขนาบข้างอยู่คอยป้อนน้ำป้อนขนมให้รายล้อมมันด้วยชายหญิงจำนวนกว่าสามสิบคน พวกมันต่างเป็ลูกน้องผู้ภักดีของมันกลุ่มของมันมีชื่อว่า เรดซัน กลุ่มโจรลักพาตัวชื่อดังแห่งดาวกันย์แห่งนี้ตรงมุมโกดังมีเด็กสาวถูกมัดไว้นอนสลบอยู่
“ป่านนี้เ้าแดเนียลมันคงจัดการเสร็จแล้วกระมัง”
ชายอ้วยฉุคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“แล้วทำไมมันนานมาจังวะเงินส่วนแบ่งของเราจะได้มาแบ่งกันเร็วๆ”
ชายอีกคนกล่าว
“ว่าแต่งานง่ายๆอย่างนี้ถ้ามีมาอีกเยอะๆก็คงดีได้ทั้งเงินค่าจ้าง และยังได้เงินค่าไถ่อีก ฮ่าๆๆ”
ชายหัวโล้นคนหนึ่งกล่าว
“ว่าแต่จะทำยังไงกับนังหนูคนนี้ดี”
ชายอ้วนคนเดิมกล่าว
“ไว้เป็หน้าที่ฉันเองเดี๋ยวฉันจะดูแลเธอเป็อย่างดี”
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างชายผมยาวกล่าวขึ้นก่อนจะหันหน้าไปทางชายผมยาวมือหนึ่งลูบตามแก้มของมันแล้วยื่นหน้าเข้าไปกล่าวใกล้ๆมันว่า
“ได้ไหมที่รัก”
“อืม”
ชายผมยาวพยักหน้ารับ
“ซักสงสารนังเด็กคนนั้นแล้วซิที่ต้องตกไปอยู่ในมือของไลล่าจอมอำมหิต”
ชายหัวโล้นกระซิบกับชายอ้วน
“นั่นซินะ นังเด็กนั้นไม่ตายดีแน่”
ชายอ้วนออกปากเห็นด้วย
“แต่ว่าจะดีหรอเจราลเหยื่อของเราคราวนี้ไม่ใช่คนธรรมดานะ”
ชายสวมแว่นคนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมโยนเอกสารแผ่นหนึ่งให้ชายผมยาวดู
“รายได้คราวนี้มันก็มากเกินพอไม่ใช่หรือและอีกอย่างเราก็มีแผนหนีไปยังเขตสิบอยู่แล้วรับรองว่าพวกขุนนางพวกนั้นคงไม่ตามเราไปในที่ที่อันตรายแบบนั้นแน่”
ชายผมยาวกล่าว
“แต่มันนานแปลกๆนะ ว่าป่ะ”
ชายผอมกล่าวขึ้น
“แดเนียลไม่น่าใช้เวลาจัดการนานขนาดนี้นิ”
ชายอ้วนพูดขึ้น
“ฉันบอกแล้วไงว่าให้แกเป็คนไปจัดการมัน”
ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากเงามืดกล่าวมันคนนี้มีผมสีเหลืองและใบหน้าที่หล่อเหลา
“ก็แกบอกว่ามันแค่ไอ้ปัญญาอ่อนไม่ใช่รึ”
เจราลกล่าว
“ใช่ มันเคยปัญญาอ่อน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วฉันก็บอกพวกแกอยู่ไม่ใช่หรอ”
เบจกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตำหนิ
“ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่น่าเก่งขนาดนั้นนี้แกอย่ากังวลไปเลย เดี๋ยวมันก็กลับมา”
เจราลกล่าวด้วยท่าทีสงบ
ตึ้ง!
อยู่ๆมีเสียงประตูโกดังดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปทางประตูโดยพร้อมเพียง
“นั่นไง มันกลับมาแล้ว แกคิดมากไปเอง”
เจราลกล่าวขึ้นด้วยความดีใจพร้อมแบมือทั้งสองข้างออก
ตุบ
ไม่ให้สุ่มให้เสียงร่างผอมๆผิวคล้ำก็ลอยตกลงกระแทกพื้นเบื้องหน้าของมัน
“เฮ้ย”
พวกมันร้องขึ้นด้วยความใอย่างพร้อมกันตรงหน้าประตูมีร่างสูงโปร่งของบางคนยืนเด่นสง่าอยู่
“ฉันนึกว่าใครที่อยู่เื้ัที่แท้ก็แกเองซินะ เบจ”
ก็อตพูดขึ้นเมื่อเห็น
“แก วันนี้คือวันตายของแก”
เบจพูดขึ้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
“ฉันไม่รู้ว่าทำไมแกถึงเกลียดฉันถึงขนาดนั้นนะอาจจะเป็เื่ของนังแพศยานั่นหรือเื่เงินที่แกเอาทุกๆอย่างที่เป็ของฉันไปจากฉันไม่ว่าเื่ไหนก็สามารถทำให้แกคิดกำจัดฉันได้ซินะ เช่นนั้นก็ดีแล้วล่ะเพราะฉันจะได้ฆ่าแกโดยที่ไม่รู้สึกผิดอะไรเหมือนกัน”
ก็อตแสยะยิ้มเยือกเย็นทำให้มันหวาดกลัวจนผงะถอยหลัง
“ทำอะไรอยู่กันวะ ฆ่ามันเซ่”
เบจร้องขึ้นอย่างร้อนรนท่าทางของอีกฝ่ายทำให้ก็อตยิ้มกว้างก่อนจะเรียกดาบออกมาถือไว้
“ฮึ มันปัญญาอ่อนจริงๆด้วยที่คิดจะใช้ดาบมาสู้กับไอ้นี่”
ชายคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยท่าทางเย้ยหยันพร้อมยกปืนขึ้นมาแล้วยิงออกไปสามนัด
ปังๆๆ
นัดแรกโดนผ่านัดที่สองก็โดนผ่าแต่นัดสุดท้ายโดนก็อตใช้ใบดาบตบคืนไป ดาบที่สร้างจากโลหะพิเศษสามเปอร์เซ็นมีความแข็งแกร่งจนสามารถสะท้อนลูกะุที่ถูกยิงออกมาด้วยความเร็วได้ลูกะุพุ่งกลับไปเจาะทะลุสมองของชายคนที่ยิงปืนออกมาทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับเป็เพียงภาพลวงตา กว่าที่พวกมันจะรู้ตัวก็มีอีกสองคนที่ถูกดาบผ่าร่างเป็สองท่อนไปแล้วเืสีแดงสดที่สาดกระเซ็นเป็สิ่งยืนยันว่ามันคือเื่จริง พวกมันที่เหลือจึงรีบชักปืนออกมากระหน่ำยิงทันที
ปังปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
เสียงของปืนดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณพวกมันเห็นเพียงแสงจากปลายกระบอกปืนที่สว่างวาบแล้วดับลงสลับไปมา ทว่าไม่เห็นเป้าหมายที่จะสังหารแม้แต่เงา
ฉัวะ
“อ้าคคคค”
ชายคนที่ถือปืนอยู่ร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงที่โหยหวนเมื่อแขนของมันโดนตัดจนขาดเืพุ่งออกมาปานก๊อกน้ำรั่ว เสียงดาบตัดแขนของพวกมันยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่องแขนของพวกมันคนแล้วคนเล่าโดนตัดจนขาดไป เสียงร้องระงมดังผสานฟังแล้วน่าเวทนา
“ย้ากกก”
ชายอ้วนฟาดโซ่ลูกตุ้มหนามเข้ามาทางก๊อตด้วยความแรงทว่าก๊อตเพียงแค่ใช้มือซ้ายข้างเดียวคว้าจับไว้แล้วดึงเข้ามาร่างอ้วนฉุของมันพลันถูกดึงเข้าไปตามแรงดึงโซ่ของอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งตัวเมื่อร่างของมันพุ่งเข้ามาใกล้ก๊อตก็ใช้ดาบในมือขวาฟันเข้าที่คอของมันจนหัวมันกระเด็นออกจากร่างเืไหลอาบเต็มร่าง
ชายหัวโล้นเห็นภาพน่าสลดนั้นพลันเดือดดาลรีบปรี่เข้าหาก็อตมันใช้ดาบคู่เป็อาวุธกวัดแกว่งอย่างชำนิชำนาญฟาดฟันเข้ามาใส่บริเวณคอของอีกฝ่ายก๊อตเห็นจึงยกดาบขึ้นมาป้องกัน ทว่าดาบอีกเล่มก็ถูกฟันตรงมาที่หว่างเอวก๊อตผลักดาบเล่มแรกออกไปแล้ววาดดาบในมือลงมารับดาบอีกเล่มของมันก่อนจะถอยออกมาก้าวหนึ่งแล้วหันปลายดาบไปที่คอของมันก่อนจะดีดร่างพุ่งแทงเข้าใส่ดาบของเขาเสียบทะลุคอของอีกฝ่ายแล้วดึงออกมาร่างของชายหัวโล้นล้มลงแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ดาบในมือของมันพลันหลุดร่วงปักอยู่ที่พื้น
“พระเ้า มะ มันไม่ใช่มนุษย์แล้วฆะฆ่าคนอย่างไม่กระพริบตา มะ มันเป็ปีศาจ”
เบจเห็นดังนั้นก็เกิดอาการสั่นเทาก้าวขาไปด้านหลังอย่างช้าๆก่อนจะหันหลังวิ่งออกไปทางหน้าประตูโกดัง ก๊อตหันตามแล้วดึงดาบของชายหัวโล้นขึ้นมาปาไปที่มันดาบพุ่งเข้าเสียบทะลุแขนของมันด้วยความแรงของดาบส่งให้มันพาร่างบอบบางของเบจไถลไปที่ผนังดาบที่ปักอยู่แขนของมันพลันปักติดเข้ากับผนังโกดังดึงออกไม่ได้ความเ็ปเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้มันร้องโหยหวนด้วยความปวดร้าว
วึ่งๆ
หญิงสาวผมสั้นที่นั่งอยู่ข้างกายเจราลลุกขึ้นแล้วเหวี่ยงกระบองไฟฟ้าเข้ามาใส่ก๊อตก้าวเท้าหลบการจู่โจมของเธอ เธอยังพยายามกระหน่ำฟาดกระบองเข้ามาด้วยความเร็วแต่ก๊อตแค่ก้าวและเบี่ยงตัวหลบออกไปเธอก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เขาหลบออกไปแล้วย่อตัวลงก่อนจะดีดร่างเข้าไปจนเฉียดผ่านเธอไปด้านหลังก๊อตใช้สันฝ่ามือหวดเข้าท้ายทอยของหญิงสาวอย่างแรงจนเธอสลบล้มลงไป
ฟู่
หญิงสาวอีกคนลุกพรวดขึ้นแล้วใช้สเปรย์บางอย่างฉีดเข้าที่ตาของก๊อตก่อนจะใช้มีดแทงเข้าไป ทว่าเธอทำได้แค่แทงโดนอากาศธาตุเพียงเท่านั้นเพราะร่างของอีกฝ่ายนั้นได้หายวับไปแล้วเมื่อเธอรู้ตัวว่าเป้าหมายหายไปก็เป็เวลาที่เธอโดนดาบแทงทะลุร่างตนไปแล้วความเ็ปเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งตัว ร่างบอบบางล้มลงนอนเบิกตากว้างอยู่บนพื้นเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตที่ไร้ค่าของตัวเองปากของเธออ้าออกเหมือนอยากจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ก่อนจะสิ้นลมหายใจลงไป
“ไอ้ตัวบัดซบน้อย อย่าอยู่เลย”
ชายสวมแว่นที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ที่เห็นการนองเืของพรรคพวกพูดขึ้นก่อนจะยกปืนขึ้นหันไปทางก๊อต
“แกนี่มันโง่จริงนะ ของพรรค์นั้นมันจะทำอะไรฉันได้”
ก๊อตยิ้มให้กับความโง่เขลาของมันก่อนจะพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“แกตาย”
ชายสวมแว่นร้องขึ้นพร้อมยิงปืนออกไปหลายนัดทว่าก๊อตเคลื่อนที่ได้ไวมากนักจึงสามารถหลบหลีกการจู่โจมของอีกฝ่ายได้อย่างสบายๆเมื่อร่างของเขาไปอยู่เบื้องหน้าของมันเขาก็หยุดแล้วใช้ดาบฟันออกไปเป็ครึ่งวงกลม
ฉัวะ
ใบดาบที่คมกริบผ่าร่างของมันจนขาดเป็สองท่อนเืของมันกระเซ็นใส่ร่างของก๊อตจนเปรอะเปื้อน
แง้นๆๆๆ
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเขาก็พลันได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของบางอย่างพุ่งเข้ามาที่ด้านหลังเขาะโหลบตามสัญชาตญาณก่อนจะหันกลับไปมองก็เห็นเจราลชายผมยาวร่างใหญ่กำลังฟาดดาบขนาดใหญ่เข้ามาใส่ลักษณะของดาบนั้นเป็เหมือนเลื่อยยนต์มันเป็อาวุธที่สร้างขึ้นเพื่อสู้กับเอเลี่ยน ถึงแม้จะมีขนาดที่ใหญ่และหนักแต่เจราลก็สามารถถือดาบเลื่อยยนต์นั้นได้ด้วยมือเดียว
“วันนี้คือวันตายของแก”
มันพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวจิตสังหารพรวยพุ่งถาโถมเข้ามาหาก๊อตที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ถ้าทำได้ ก็ลองดู”
ก๊อตพูดจายียวนก่อนที่ทั้งคู่จะพุ่งเข้าหากันดาบทั้งสองฟาดฟันเข้าใส่กันจนเกิดสะเก็ตไฟแตกพลั่ก
แง้น เคล้ง แง้นๆๆ
เสียงเครื่องยนต์ผสมเสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวเจราลมีพลังขั้นสองทำให้มีพละกำลังที่เหนือกว่าพวกลูกสมุนที่โดนก๊อตจัดการไปอยู่หลายส่วนมันกระหน่ำฟาดดาบเลื่อยยนต์อย่างไม่ยีระ กำลังของมันช่างล้นเหลือดีที่ดาบในมือของก๊อตไม่ใช่ดาบธรรมดาทั่วไป แต่มันมีแร่พิเศษจากดาว0145ผสมอยู่ถึงสามเปอร์เซ็นจึงทำให้สามารถรับการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้โดยที่ตัวดาบไม่ได้รับความเสียหายใดๆ
“ฮะๆๆนึกไม่ถึงเลยว่าเด็กอย่างแกก็มีดีเหมือนกัน”
เจราลแสยะยิ้มน่ากลัวก่อนจะกล่าวขึ้นมาในขณะที่หวดดาบยนต์ในมือสุดแรง
เคร้ง
ก๊อตฟันดาบไปรับการโจมตีไว้จนร่างของทั้งคู่กระเด็นกลับหลังไปคนละก้าว
“ย้ากกกก”
เจราลเพิ่มพลังจนถึงขีดสุดเพื่อที่จะเผด็จศึกให้จบโดยไวมันอัดพลังทั้งหมดเข้าที่การโจมตีจนละเลยพลังป้องกันทำให้มันเปิดช่องโหว่โดยไม่ตั้งใจ
“รุกฆาต”
ก๊อตยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจก่อนจะพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วเมื่อเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาซึ่งๆหน้าก็ทำให้เจราลได้ใจเพราะการโจมตีครั้งนี้คงไม่น่าจะพลาดไปได้ มันกระหยิ่มยิ้มอย่างดีใจทว่าเมื่อดาบยนต์ของมันถูกหวดเข้าไปเต็มแรงร่างของอีกฝ่ายก็พลันหายไปจากสายตาของมัน
ฉัวะ
เสียงของดาบฟันฉับเข้าที่แขนของมันเมื่อรู้ตัวแขนของมันพร้อมดาบยนต์ก็หลุดออกจากร่างกายเสียแล้วเืสีแดงสดสาดกระเซ็นลงพื้น
“อ้าคคค”
มันร้องโหยหวนออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ชะตาของแก ขาดแล้ว”
ก๊อตปรากฏตัวอีกทีมาอยู่เบื้องหน้าของมันพร้อมกับฟันดาบเข้าที่คอของมัน
“อ้า....”
มันร้องคำรามออกมาเสียงดังก่อนที่เสียงของมันจะขาดหายไปพร้อมๆกับศีรษะที่ลอยออกจากร่างกายร่วงสู่พื้นดวงตาของมันยังคงเบิกโพรง ปากของมันยังคงอ้ากว้างแม้ว่าลมหายใจของมันจะขาดหายไปแล้วก็ตามที
“คราวนี้คงจะเหลือแค่แกกับฉันแล้ว”
ก๊อตหันไปทางเบจที่แขนถูกตรึงด้วยดาบกับผนังโกดังใบหน้าของมันฉายแววเจ็มปวดทรมาน น้ำตาไหลรินออกมาอาบสองแก้มเืไหลอาบแขนและหยดลงพื้นจำนวนมากเขาก้มลงหยิบดาบเลื่อยยนต์ของเจราลขึ้นมาเก็บไว้ในมิติเก็บของแล้วหันกายเดินเข้าไปหาเบจยื่นมือคว้าด้ามดาบแล้วออกแรงนิดหน่อยเพื่อดึงมันออก
“อ้า....”
เบจเ็ปจนล้มกลิ้งลงกับพื้นด้วยสภาพที่น่าเวทนานัก
“แก้าอะไร”
เมื่อได้สติเบจก็เอยเสียงเบา
“ทุกอย่างที่แกเอาไปจากฉัน”
ก็อตพูด
“ทุกอย่างมันไม่ใช่ของแกอีกต่อไป”
เบจพูดขึ้นพร้อมกัดฟันอดทนเก็บงำความเ็ปเอาไว้
“ก็นั่นแหละ ก่อนหน้านี้ฉันก็เกือบลืมไปแล้วแต่ต้องขอบคุณแกที่ทำให้ฉันจำได้และถ้าหากทุกอย่างในตอนนี้มันไม่ใช่ของฉันแล้วล่ะก็ ฉันก็จะ”
ก๊อตกล่าวขึ้นก่อนจะหยุดไปแล้วทำหน้าบิดเบี้ยวพูดขึ้นอีกว่า
“ทำลายมันซะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายเบจก็พลันใบหน้าซีดเผือก
ก๊อตเดินออกจากโกดังร้างมือข้างหนึ่งอุ้มร่างเล็กๆของแกรน ส่วนอีกข้างแบกร่างของหญิงสาวคนหนึ่งส่วนเบจก็เดินกุมแขนตามออกมาอย่างว่าง่ายเป็เพราะมันไม่ใช่นักสู้ถ้าหากคิดวิ่งหนีก็กลัวก๊อตไล่ฆ่าทิ้งซะก๊อตทิ้งร่างของหญิงสาวคนนั้นลงพื้นเบื้องหน้าชายชราที่สวมชุดพ่อบ้านคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ข้างรถก่อนจะยื่นร่างของแกรนไปไว้ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย
“พ่อบ้านวสันต์คุณช่วยจัดการกับโกดังร้างนี้ทีแล้วปล่อยข่าวไปว่ากลุ่มลักพาตัวเรดซันทุกคนตายหมดแล้วในโกดังนี่และเอาผู้หญิงคนนี้ไปขังที่คุกใต้ดิน ส่งคนไปสืบประวัติเธอซะ แล้วมารายงานผม”
ก๊อตพูดพร้อมมองไปยังร่างที่ไร้สติของหญิงสาวผมสั้นที่นอนอยู่บนพื้น
“แล้วนายน้อยจะไปทีไหนต่อขอรับ”
พ่อบ้านวสันต์กล่าวถามด้วยความนบน้อมต่างจากที่แล้วๆมา ั้แ่ก็อตกลับมาวันนั้นก็เปลี่ยนไปมากพ่อบ้านชราเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของเขาตลอดมาก็เห็นว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเปลี่ยนจากเด็กเอ๋อเป็เด็กหนุ่มที่มีความคิดความอ่านและความโหดร้ายป่าเถื่อนและอีกด้านหนึ่งก็เป็คนที่น่าเคารพและนับถือ
“ผมมีเื่ต้องจัดการฝากพ่อบ้านดูแลแกรนด้วย”
ก๊อตบอกอีกฝ่ายก่อนจะคว้าร่างของเบจแล้วพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วเมื่อเห็นก๊อตจากไปแล้วพ่อบ้านวสันต์ก็นำร่างของแกรนไปไว้ที่เบาะหลังรถแล้วหันมาจัดการมัดร่างของหญิงสาวผมสั้นก่อนจะยัดเข้าไปที่เบาะรถข้างแกรนจากนั้นก็โทรศัพท์หาใครบางคน
“บิลลี่หรอ พอดีฉันมีเื่ให้แกช่วยจัดการทีแกช่วยจัดการเก็บกวาดขยะที่โกดังร้างทิศใต้ของเขต9ที”
คุยธุระเสร็จก็ขึ้นรถแล้วขับออกไป
ณ.ตึกหลังใหญ่ที่ไกลจากโกดังร้างออกไปอีกทางตึกสีเขียวที่มีภาพศิลปะจากเด็กวัยรุ่นผู้มีพร์ประดับไว้เกือบทั้งตัวตึกตึกขนาดห้าชั้นที่ทั้งตึกถูกเช่าโดยบริษัทแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่บริษัทผลิตสิ้นค้าแต่เป็บริษัทรับเดิมพันและส่งออกนักสู้ลงสู่สังเวียนเถื่อนถึงเป็ตึกห้าชั้นที่ถูกเช่าโดยทั้งบริษัททว่าั้แ่ชั้นหนึ่งถึงชั้นสี่กลับไม่มีข้าวของอะไรผิดกับชั้นห้าที่เป็ที่ทำงานจริงๆของพนักงานพนักงานหกคนทีทุกคนเป็วัยรุ่นทั้งหมดกำลังนั่งเฝ้ารออะไรบางอย่าง
“พี่ใหญ่ไปนานจังวะ”
ชายผอมคนหนึ่งพูดขึ้นมันมีรูปร่างผอมและตัวเตี้ยคล้ายเด็กประถมสวมแว่นสายตาเสื้อแขนยาวสีเหลืองกางเกงขาสั้นรองเท้าผ้าใบที่ติดตั้งระบบสปริงไฟฟ้าทำให้คนธรรมดาะโได้สูงและไกลขึ้นเป็สิ้นค้าขึ้นชื่อของบริษัทไลท์นิ่งที่ขายดีทั่วกาแลกซี่ใหม่แห่งนี้ส่วนมากพวกผู้สำรวจจะซื้อไปใช้ต่อสู้กับพวกเอเลี่ยนประเภทบินสูง
“หวังว่าคงไม่เกิดอะไรกับพี่ใหญ่หรอกนะ”
ชายตัวใหญ่ผมหยิกคนหนึ่งพุดขึ้นบ้างมันมีรูปร่างท้วมและสูงผิวของมันออกคล้ำๆผมหยิงยาวริมฝีปากหนาชอบสวมแว่นดำแม้อยู่ในที่มืดมันสวมเสื้อแขนยาวสีเขียวลายจุดและกางเกงขาสามสวนพร้อมกับรองเท้าแบบเดียวกันกับชายเตี้ย
“ไม่มีทาง ไอ้เอ๋อนั่นไม่มีทางทำอะไรพี่ใหญ่ได้หรอก”
ชายเตี้ยคนเดิมกล่าวขึ้น
“เดี๋ยวนี้เรียกไอ้เอ๋อแล้วหรอวะทีเมื่อก่อนยังเดินตามตูดมันแล้วเรียกพี่ใหญ่อย่างนั้นพี่ใหญ่อย่างนี้อยู่เลย”
หญิงสาวผมยาวชุดม่วงคนหนึ่งพูดขึ้น
“เื่เมื่อก่อนก็ส่วนเื่เมื่อก่อนซิเพราะตอนนี้ทุกอย่างที่นี่ไม่ได้เป็ของมันแล้วตอนนี้เ้านายของเรามีแค่คนเดียวก็คือ พี่เบจ”
ชายเตี้ยกล่าวพร้อมยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วเพื่อเป็การยืนยัน
“ฉันไม่เข้าใจ ในเมื่อไอ้เอ๋อมันก็เป็อย่างนั้นแล้วทำไมพี่ใหญ่ยังต้องไปยุ่งกับมันอยู่อีกวะ”
ชายผอมสูงผมยาวสีดำกล่าวขึ้นมันผู้นี้นับว่าเป็ชายหนุ่มที่มีรูปร่างดูดีและมีใบหน้าที่หล่อเหลามันสวมชุดเครื่องแบบของโรงเรียนมอปลายเอกชนแห่งหนึ่งดูท่าทางเป็โรงเรียนคุณหนูผู้ดี
“ถ้าแกอยากจะรู้เื่นี้ก็ถามอาซ้อดูซิ”
ชายร่างใหญ่พุดพร้อมหันหน้าไปทางหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โซฟา
“ที่เบจทำ ก็เพื่อพวกเราทั้งนั้น”
มีนากล่าวขึ้นเมื่อโดยพาดพิง
“บิงโก ชนะการเดิมพันอีกแล้วเงินคราวนี้เข้ามาก้อนใหญ่เลย”
อยู่ๆชายหัวฟูร่างผอมคนหนึ่งที่นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังถ่ายทอดสดการต่อสู้ที่สังเวียนเถื่อนก็ร้องขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“คู่หูโจโบ้ชนะเช่นนั้นซินะ”
ชายร่างใหญ่กล่าวถาม
“ใช่เลย ฉันบอกแล้วว่าพวกมันสองคนใช้งานได้”
ชายหัวฟูกล่าวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความพอใจ
“คราวนี้จำนวนเงินเดิมพันที่พวกเราชนะได้เท่าไร”
ชายเตี้ยกล่าวถามชายหัวฟูชูสองนิ้วขึ้นก่อนจะพูด
“200ล้าน”
เมื่อได้ยินคำตอบทุกคนพลันยิ้มกว้างดีใจกันยกใหญ่
“ถือซะว่าเป็ของขวัญต้อนรับพี่ใหญ่ที่สามารถจัดการไอ้เอ๋อได้”
ชายร่างใหญ่กล่าวขึ้นก่อนจะมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
ตั้งๆๆๆ
“พี่ใหญ่ คุณเล่นตลกอะไรประตูไม่ได้ล็อคซะหน่อย”
ชายหัวฟูร้องขึ้นทว่าเสียงเคาะประตูกลับเงียบ และไม่มีคนเปิดประตูเข้ามา
“เสรี ไปเปิดซิ”
ชายร่างใหญ่บอกชายเตี้ยให้ไปเปิดประตู
“โอเคร”
เสรีลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยังประคูบานใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า
ปัง
แต่ไม่ทันที่จะได้เดินเข้าไปใกล้บานประตูก็เปิดกระแทกเสียงดังพร้อมกับร่างของเบจที่มีเือาบเต็มแขนโผล่เข้ามาใบหน้าของมันขาวซีดจากการเสียเืมาก
“พี่ใหญ่”
เสรีร้องขึ้นด้วยท่าทางใและมันยิ่งช็อคหนักเมื่อเห็นใครบางคนยืนอยู่ด้านหลังเบจมีร่างของคนเฝ้าประตูนอนกองกันอยู่บนพื้น