ถังหลี่จ้องมองคนเบื้องหน้า ยิ่งเมื่อสบสายตากับเ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก ความตื่นตระหนก ความหวาดกลัว ก็ค่อยๆ บรรเทาลง
หยวนอิงในวัยเยาว์แปดชันษาปลอมตัวออกมาเที่ยวในเมืองพร้อมด้วยผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง ด้วยอยากเห็นบ้านเมืองยามฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ หลังจากชาวบ้านชาวเมืองเศร้าโศกกันมาเนิ่นนานั้แ่อดีตฮ่องเต้หยวนิสิ้นพระชนม์
หยวนอิงจ้องมองเด็กหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาที่ดูแล้วน่าจะโตกว่าตนเล็กน้อยด้วยหัวใจเต้นรัว ซึ่งในเวลานี้เด็กคนนั้นดวงตาแดงก่ำ ทั้งยังมีหยาดน้ำตาหยดออกมาไม่ขาดสาย
‘หรือข้าจะทำเขาาเ็ตรงไหน ขณะชนกัน’ หยวนอิงครุ่นคิด คิ้วเริ่มขมวดเป็ปมขณะเอ่ยถาม
“เ้าเจ็บมากหรือ?”
ถังหลี่จ้องมองเด็กชายตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้ารับ เขาเจ็บจริงๆ แต่ไม่ใช่ร่างกาย หากแต่เป็ที่หัวใจ
“มาข้าจะประคองเ้าลุกขึ้น” พูดจบก็รีบเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง คราแรกคนติดตามจะก้าวเข้ามาทำแทน แต่หยวนอิงกลับกล่าวขึ้น
“ไม่เป็ไร”
หยวนอิงสังเกตเห็นว่ามีโลหิตไหลซึมออกมาจากฝ่ามือของคนตรงหน้า ที่ค่อย ๆ ทรงตัวลุกขึ้นยืน จึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเืตรงาแให้
“เจ็บมากหรือไม่ ข้าขอโทษ” น้ำเสียงอ่อนโยน จากร่างเล็กๆ นั้นส่งผลให้หัวใจอันเย็นเฉียบของถังหลี่กลับมารู้สึกอบอุ่นอีกครั้ง
“มา เ้าตามข้ามา ไปนั่งพักที่โรงน้ำชาข้างหน้านั่นก่อน”
ถังหลี่ประเมินคนตรงหน้าและคนติดตามผู้อยู่เื้ั หากเขาอยู่กับคนกลุ่มนี้ พวกชายชุดดำที่ตามไล่ล่ามาคงไม่กล้าลงมือกับเขาอีก จึงพยักหน้าตกลงรับคำเชิญชวนอย่างว่าง่าย
คราแรกกลุ่มผู้ติดตามด้านหลังหยวนอิงอยากเอ่ยคัดค้าน แต่กลับได้ยินเสียงหยวนอิงกล่าวขัดขึ้นมาก่อน
“ไม่เป็ไรหรอก แค่พาเขาไปนั่งพัก”
พวกเขาเพียงมองประเมินเด็กตรงหน้าครู่หนึ่ง ดูจากรูปลักษณ์และการแต่งกายแล้ว คาดว่าน่าจะมีฐานะไม่ธรรมดา จึงไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ
ด้านถังหลี่เดินตามหลังเด็กชายตัวน้อยที่จับมือตนไว้ต้อย ๆ และยังคอยหันหลังกลับมามองเขาด้วยตาโตๆ ดั่งกวางน้อยอยู่เป็ระยะ
“อีกไม่ไกลแล้ว โรงน้ำชาอยู่ตรงนั้น”
ในสายตาของคนภายนอกเมื่อจ้องมองเด็กน้อยสองคน ล้วนเต็มไปด้วยความเอ็นดูและสนใจใคร่รู้ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น รวมถึงการแต่งกายบ่งบอกฐานะ จึงกลายเป็จุดรวมสายตาของคนที่ผ่านไปมาโดยปริยาย ด้านชายชุดดำที่บัดนี้สวมรอยคล้ายชาวบ้านท้องถิ่นนั้น กำลังจับจ้องด้วยดวงตาแฝงจิตสังหาร แต่ไม่กล้าวู่วามลงมือ เมื่อพวกเขาพิจารณาแล้วพบว่าผู้ติดตามที่อยู่เื้ัเด็กทั้งสองล้วนไม่ใช่คนธรรมดา กอปรกับรอบด้านยามนี้ล้วนเต็มไปด้วยผู้คน จึงทำได้เพียงล้มเลิกแผนการ ในเมื่อโอกาสที่ดีที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้อีก จำต้องกลับไปรายงานความล้มเหลวต่อผู้เป็นาย
ด้วยรู้ดีว่าเหล่าผู้ติดตามของเด็กชายตัวน้อยที่ยื่นมือเข้ามาให้การช่วยเหลือเป้าหมายของพวกตนนั้นรู้ตัวและกำลังเฝ้าระแวดระวังอยู่ หากผลีผลามบุกเข้าไปลงมือซ้ำคงเกิดเหตุลุกลามบานปลาย