ไฟฝัน

    บทที่ 2

    นอร่า ดอนเนแวน เงื้อมือขึ้นทำท่าเหมือนตบหน้าลูกสาวที่กล่าววาจาเช่นนั้นออกมา แต่แม็กกี้ไม่สนใจกับแววรานร้าวที่ปรากฏอยู่ในสีหน้าของแม่อีกต่อไป เธอไม่อาจหยุดตัวเองลงเพียงแค่นั้นได้เสียแล้ว“พ่อพูดอยู่ตลอดเวลาว่าพ่อเป็นคนมีศักดิ์ศรี พ่อไม่ต้องการมีลูกที่ประพฤติตัวผิดบาปเสื่อมเสียศีลธรรมแต่รู้สึกว่าพ่อไม่เคยหยิ่งเลยนี่เวลาที่นั่งลงดื่มกินอาหารที่ลูกสาวคนเดียวกันนั่นแหละหาเงินซื้อมาให้ พ่อแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหาเงินได้มาจากที่ไหน ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างพ่อจะ... ”แม็กกี้พูดได้เพียงแค่นั้น เมื่อจอห์น ดอนเนแวน ลุกขึ้นด้วยความโกรธแค้นในตัวลูกสาวคนรองจนหน้ามืดเขาผลักโต๊ะตรงหน้ากระเด็นไปกลางห้อง เควินส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นกลัวความกลัวแล่นเข้าจับหัวใจ แม็กกี้รู้ดีว่าพ่อจะต้องตบตีเธออย่างทารุณที่สุด เหมือนเช่นที่เคยทำมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว และพ่อก็เป็นคนมือหนักเสียด้วย โดยเฉพาะเมื่อกินเหล้าจนเมากล่ำอย่างนี้พ่อไม่มีทางจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไวเองไว้ได้เลย แต่ถึงอย่างไรแม็กกี้ก็รู้สึกว่าเธอได้พูดในสิ่งที่ควรพูดไปจนหมดสิ้นแล้วเธอจับตามองหน้าพ่อที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ร่างเขาเหมือนจะซวนเซไปเล็กน้อย ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์เหล้าและความโมโห แม็กกี้ก็ไม่ยอมถอยหลังหนีเมื่อพ่อสืบเท้าเข้ามาหา แต่ทันใดนั้นเองมันก็มีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตเกิดขึ้นสีหน้าของจอห์น ดอนเนแวน เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงมันคล้ายกับเขาได้หลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า ตนเองกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ มันคล้ายกับเขากำลังมองลึกเข้าไปในตัวเองที่มีแต่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะมองเห็นได้และแล้ว ใบหน้าก็บิดเบี้ยวเหยเกเหมือนคนร้องไห้มุมปากถูกดึงรั้งขึ้นข้างบน พร้อมกันนั้นเขาก็ยกมือทั้งสองขึ้นกุมหน้าอกไว้ก่อนที่ร่างจะฟาดโครมลงกับพื้นห้องเสียงดังสนั่นหวั่นไหวนอร่า ดอนเนแวน ถลันเข้าไปที่ร่างของสามีและนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ส่วนแม็กกี้ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนจ้องมองภาพที่เกิดอยู่ต่อหน้าด้วยอาการงงงันและช็อกไปชั่วครู่ เธอขยับตัวตอนที่มารดาเงยหน้าขึ้นมองดวงตาคู่นั้นเหมือนแก้วใสที่ปราศจากแววชีวิต“เขาตายแล้ว” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนห้าว “พ่อแกตายแล้ว” ดวงตาของนางเป็นประกายจรัสเรืองขึ้นทันใด “นับ แต่วันนี้เป็นต้นไป มาร์กาเร็ต ดอนเนแวน จงจำใส่ใจแกไว้เลยว่าพ่อตายเพราะแก”แม็กกี้อ้าปากจะคัดค้านคำพูดของมารดา ที่อยู่ ๆ ก็โยนบาปมาให้ แต่แล้วก็หยุดตัวเองไว้เมื่อมองไปทางนั้นและเห็นแม่ของเธอโยกตัวอยู่ไปมา ส่งเสียงร่ำไห้ราวหัวใจจะแตกสลาย หยาดน้ำตาพรั่งพรูลงบนร่างของสามีราวหยาดฝน

    แม็กกี้ผูกผ้ากันเปื้อนสีขาวลงบนเสื้อชุดที่ดีที่สุดที่มีอยู่ และบรรจงหวีผมให้เรียบ จิตใจของเธอเหี่ยวแห้งอย่างบอกไม่ถูก ไม่ได้อยากจะออกไปพบปะกับเพื่อนบ้านทั้งหลายที่มาแสดงความเสียใจในการตายของพ่อเลยแม้แต่น้อยแต่กระนั้นก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันอยู่ว่า เมื่อมีคนตายลงก็ย่อมจะต้องการเลี้ยงอาหารผู้ที่มาเยี่ยมแสดงความเสียใจ เป็นการให้เกียรติครั้งสุดท้ายแก่ผู้ตายก่อนหน้าที่ร่างของเขาจะถูกหย่อนลงในหลุม ซึ่งถ้าทำอย่างถูกต้องตามประเพณีแล้วจิตวิญญาณของเขาก็จะได้ผ่อนพักอย่างสงบแม้ว่าในการประกอบพิธีกรรมดังกล่าวจะหมายถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัวก็ตามที่จริงการเลี้ยงอาหารไม่ใช่สิ่งที่น่าจะทำได้เลย เพราะครอบครัวดอนเนแวนก็เช่นเดียวกับครอบครัวอื่น ๆ คือไม่มีอาหารจะใส่ปากใส่ท้องตัวเองอยู่แล้ว แต่แคธลีนจะยอมให้ครอบครัวเธอเสียหน้าเสียศักดิ์ศรีไม่ได้อย่างเด็ดขาด เธอได้อ้อนวอนลอร์ดแรมเมจให้ช่วยจัดการส่งอาหารกับเครื่องดื่มมาช่วยงานศพของพ่อครั้งนี้ด้วย เพื่อที่ว่าครอบครัวดอนเนแวนจะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้าใครแม็กกี้อดคิตต่อไปไม่ได้อีกว่า ถ้าดวงวิญญาณของจอห์น ดอนเนแวน รู้เรื่องนี้เข้าจะว่าอย่างไร ในเมื่อผู้ชายคนที่เขาเกลียดชังอย่างที่สุด กับลูกสาวที่เขาเคียดแค้นชิงชัง เป็นผู้จัดข้าวปลาอาหารและเครื่องดื่มมาเลี้ยงดูแขกเหรื่อที่มาร่วมในพิธีฝังศพของเขาเช่นนี้แม็กกี้หยิบจดหมายฉบับสั้น ๆ ที่แคธลีนเขียนมาถึงออกมาคลี่และรีดให้เรียบและอ่านทวนอีกครั้ง มีความรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงพี่สาวมาพูดอยู่ใกล้ ๆน้องรักของพี่...พี่เสียใจเหลือเกิน ที่ไม่อาจปลีกตัวมาช่วยแบ่งเบาภาระที่เธอจะต้องรับต่อไปอีกสองสามวันข้างหน้านี้ทั้งนี้เพราะนายท่านมีความเห็นว่าพี่เพิ่งมาถึงได้ไม่กี่ชั่วโมง ยังไม่สมควรจะออกจากบ้านไปไหนเร็วนัก และเนื่องจากพี่เองก็พอจะรู้ว่า พวกน้องชายมีความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวพี่ยังไง เพราะฉะนั้นมันก็ดีแล้วละที่พี่จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับงานฝังศพของพ่อครั้งนี้ไม่ว่านายท่านจะเป็นคนยังไงก็ตาม เขาก็ยังเมตตาพี่และรับปากว่าจะจัดส่งอาหารกับเครื่องดื่มมาให้พวกเราได้เลี้ยงดูแขกเหรื่อที่มาในงานฝังศพพ่ออย่างเต็มที่ อย่าลืมเก็บอาหารบางส่วนไว้สำหรับวันต่อไปล่ะ ถ้าขืนปล่อยปละละเลยรับรองว่าพวกที่มางานจะต้องแย่งทึ้งและกินกันจนไม่เหลืออะไรไว้ให้เราที่เป็นเจ้าภาพเลยก็ได้ฝากความรักให้เควินด้วยนะ แล้วก็ฝากให้แม่ด้วย... พี่หมายถึงว่า ถ้าแม่ยังเต็มใจที่จะรับความรักจากลูกสาวคนนี้อยู่ พี่พยายามจะติดต่อกับเธอให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้พี่รักเธอมากแคธลีน

    ข่าวที่ว่าจะมีอาหารกับเครื่องดื่มเลี้ยงที่บ้านดอนเนแวนแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วหลังจากเวลาผ่านไปไม่นานทั้งในบ้านและลานโล่งหน้าบ้านก็เต็มไปด้วยผู้คนที่มาชุมนุมกันอยู่ โดยแสร้งทำเป็นว่าจะมาแสดงความเสียใจกับครอบครัวแม็กกี้สังเกตเห็นว่า ในท่ามกลางหมู่ญาติและเพื่อนบ้านนั้น มีหลายคนที่เมื่อพ่อยังมีชีวิตอยู่เคยด่าใส่หน้าพ่อเสียด้วยซ้ำ มันก็ออกจะเป็นเรื่องน่าแปลกอยู่เหมือนกันที่ว่าเพียงแค่การได้รู้ว่าที่นี่จะมีอาหารดีๆ ให้กินกัน คนเหล่านั้นก็สามารถลืมความหลังที่เคยทำไว้กับคนตายได้โดยง่าย เธอคิดอย่างเหยียดหยันแต่เมื่อมองไปตามใบหน้าของคนเหล่านั้น ได้เห็นใบหน้าและแววตาที่ร้อนรนอยู่ด้วยความหิวโหย แม็กกี้ก็ใจอ่อนไม่อาจคิดตำหนิคนเหล่านี้ได้อีกต่อไป คนเรายามที่ตกอยู่ใต้อำนาจของความหิวนั้นย่อมไม่คำนึงถึงความผิดถูกใด ๆ ทั้งสิ้น ขอแต่เพียงให้ท้องตัวเองอิ่มเท่านั้นก็พอแล้วในขณะที่พวกผู้หญิงแก่ ๆ ตีอกชกหัวด้วยความเศร้าเสียใจกับการจากไปของจอห์น ดอนเนแวน อยู่นั้น แม็กกี้ก็ยังอุตส่าห์เห็นอีกว่า สายตาของพวกนางเหล่านั้นต่างคอยชำเลืองมองไปทางถนนว่า เมื่อไรอาหารกับเครื่องดื่มจะมาเสียทีซึ่งแม็กกี้เองก็ออกจะร้อนใจอยู่ไม่น้อย เพราะรู้ดีว่าแม่จะต้องอับอายขายหน้าอย่างยิ่งถ้าถึงเวลาแล้วไม่มีอาหารเลี้ยงแขกเธอเหลือบไปมองทางแพทริคกับแดเนียลซึ่งยืนขนาบข้างแม่ด้วยสีหน้าเศร้าซึม แม็กกี้รู้ดีทั้งสองจะไม่ให้ความช่วยเหลือในการเสิร์ฟอาหารเลี้ยงแขกอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะเด็กหนุ่มทั้งสองก็เช่นเดียวกับพ่อที่มีความเชื่อว่า งานบ้านและงานต้อนรับนั้นเป็นงานสำหรับผู้หญิงแม็กกี้ชำเลืองค้อนทั้งสองอย่างไม่พอใจ และแดนที่เหลือบมาเห็นเข้าพอดีก็รีบหลบตาลงด้วยความละอายบางครั้งเธอก็อยากจะตั้งความหวังในตัวแดนอยู่บ้างเหมือนกันทั้งนี้เพราะดูเหมือนน้องชายคนนี้จะมีความเข้าใจในชีวิตดีกว่าแพทริคหลายเท่า แต่สำหรับเวลานี้เธอก็อดดูหมิ่นในความไร้น้ำใจของเขาไม่ได้ จอห์น ดอนเนแวน อบรมสั่งสอนลูกชายทั้งสองให้ดูหมิ่นในศักดิ์ศรีของผู้หญิงอย่างเหลือเกินมีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนเอะอะขึ้นทางข้างหลัง เมื่อแม็กกี้หันไปมองก็เห็นกลุ่มฝุ่นลอยตัวคลุ้งขึ้นกลางถนน และเมื่อกลุ่มฝุ่นจางลง เธอก็ได้เห็นรถม้าสีดำของแรมเมจกำลังวิ่งมาตามถนนนั้นแม็กกี้เบียดตัวออกไปจนถึงด้านหน้า ที่จริงก็มีใครหลายคนอยากจะยื่นมือมาช่วยในการขนอาหารลง แต่แม็กกี้อยากจะให้ตัวเองแน่ใจว่าได้เก็บอาหารบางส่วนไว้กินกันภายในครอบครัวในวันต่อไปเสียก่อน จึงลงมือขนอาหารนั้นด้วยตนเอง