จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 15 ถังต้าเหลียน

    ตอนที่ 15 ถังต้าเหลียน
    หูเกอพูดเสียงดังสนั่น พร้อมกับสาดส่องสายตาที่โกรธเคืองไปหาหญิงสาว ทำให้นางก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามอง หูเกอค่อยๆ ว่างแก่นอสูรอย่างเบามือ เขาหวาดกลัวจะทำมันตกแตก เนื่องจากมันอาจจะเป็นแก่นอสูรพยัคฆ์ก้อนเดียว ที่เหลืออยู่ในโลกใบนี้ พร้อมกับครุ่นคิดถึงราคาของมันอย่างเหมาะสม“เฮ้อ~!! ข้าไร้ความสามารถจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่สามารถตีราคาของมันได้ ยิ่งเป็นแก่นอสูร ของอสูรหายากด้วยแล้ว ข้าจนปัญญาจริงๆ ท่านผู้เฒ่าจะว่าอะไรหรือไม่ ถ้าข้าจะนำมันเข้าประมูลในอีกสิบวันต่อจากนี้ บางทีท่านอาจจะได้ราคาที่ท่านพอใจ” เมื่อเนี่ยฟงรู้มูลค่าของมัน เขาเก็บอาการตื่นเต้นไว้ในใจ ไม่แสดงออกไปให้ใครได้เห็น แต่ด้วยเวลาถึงสิบวัน เขาไม่อาจจะรีรอได้ เนื่องจากเขารีบกลับไปยังตระกูลของเขา เนี่ยฟงนิ่งเงียบไม่โต้ตอบสิ่งใด เขากำลังขบคิดถึงแนวทางที่ดีที่สุด ยิ่งนานยิ่งทำให้หูเกอกังวล หากแก่นอสูรประมูลได้ราคาสูง นั้นหมายความว่าเขาจะได้รายรับมหาศาล จากส่วนแบ่งการประมูล จึงได้กล่าวออกไป“ดูไปแล้วท่าผู้เฒ่าคงไม่ใช่คนเมืองนี้ เกรงว่าท่านอาจไม่มีเวลาที่จะรีรอได้ หรืออาจมีกิจสำคัญที่ต้องรีบสะสาง เช่นนั้นข้าขอเสนอแนะแนวทางให้แก่ท่าน ข้าจะมอบเงินให้ท่านเป็นจำนวนสองพันเหรียญทอง เพื่อค้ำประกันสินค้าให้แก่ท่าน แล้วเมื่อประมูลสำเร็จท่านก็สามารถมารับเงินที่เหลือได้ ข้าขอรับรองด้วยเกียรติของข้า ว่าจะไม่โกงท่านแม้แต่ตำลึงเดียว ข้าเห็นว่าอย่างไร” “ท่านว่าอะไรนะ สองพันเหรียญทอง!!” เสียงของเนี่ยฟงดังสนั่น จนสายตาอื่นๆ ต่างจับจ้องมาทางเขาเป็นสายตาเดียว ทำให้หูเกอต้องรีบพูดออกมาทันที เกรงว่าเนี่ยฟงจะไม่ยิ่งยอมพร้อมใจ “ถ้าท่านผู้เฒ่าไม่พอใจกับราคานี้ เช่นนั้น...” ก่อนที่หูเกอจะพูดต่อไป เนี่ยฟงก็พูดออกมาทันที “ข้าตกลง!” ดวงตาของหูเกอสั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่จะไม่ยินดีเขายังได้รายได้มหาศาล และยิ่งเขาให้ข้อเสนอที่สุดแสนจะวิเศษ ไม่แน่ครั้งต่อไปเขาอาจมีโอกาสได้ทำการค้ากับเนี่ยฟงอีก ข้อเสนอของหูเกอมีหรือที่เขาจะไม่รับไว้ มันเป็นหนทางที่สุดแสนจะวิเศษ หูเกอหยิบบัตรสีทองเหลืองอร่ามส่งให้กับเนี่ยฟง พร้อมกับตราไม้ที่แกะสลักรูปดวงจันทร์ “นี่คือบัตรที่บรรจุเงินไว้สองพันเหรียญทอง ส่วนป้ายไม้นี้ท่านสามารถนำมันมารับเงินที่เหลือได้หลังประมูลเสร็จ ขอให้ท่านผู้เฒ่าโปรดรับไว้” เนี่ยฟงตรวจดูเงินที่อยู่ในบัตร ไม่มีขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด การได้รับเงินมากมายขนาดนี้เป็นครั้งแรกของเขา ตั้งแต่มาอยู่ในโลกใบนี้ เขาจึงต้องเก็บมันให้มิดชิดที่สุด เมื่อเห็นว่าเนี่ยฟงทำท่าทางแปลกๆ กับบัตรเงินสด ก็ทำให้หูเกอรู้ว่าเนี่ยฟงไม่มีแหวนมิติ เขาจึงเดินจากไปแล้วกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกล่องหีบใบเล็กเท่าฝ่ามือ แล้วยื่นให้กับเนี่ยฟงทันที“ดูไปแล้วท่านผู้เฒ่าคงเร่งรีบ จนลืมแหวนมิติเอาไว้ที่เรือนของท่าน เช่นนั้นเพื่อเป็นการไถ่โทษแทนคนงานของข้า ข้าขอมอบแหวนมิติวงนี้ให้แก่ท่าน” ราวกับหูเกอรู้ใจเนี่ยฟงเป็นที่สุด เนี่ยฟงรีบรักษามาดที่เข็มและดุดัน พร้อมกับยื่นแขนไปรับกล่องหีบใบเล็ก แล้วเปิดมันดูปรากฏแหวนมิติมรกตที่สดใส ซึ่งเป็นแหวนมิติที่มิติใหญ่ที่สุด “เป็นจริงดังท่านกล่าว ข้ารีบร้อนเกินไป แต่ด้วยแหวนวงนี้ข้า...” หูเกอก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็วเมื่อเนี่ยฟงส่งกล่องแหวนคือให้ “ผู้เฒ่าโปรดรับไว้ด้วย ไม่เช่นข้าคงรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก” รอยยิ้มปรากฏขึ้นในใจของเนี่ยฟงทันที ด้วยท่าทางของหูเกอมีหรือว่าเขาจะไม่รู้ ว่าเขาต้องจะผูกมิตรกับเนี่ยฟง “เช่นนั้นข้าก็ขอรับมันไว้ก็แล้ว” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหูเกอ เขามั่นใจว่าสามารถผูกมิตรกับเนี่ยฟงได้สำเร็จ “ท่านผู้เฒ่าต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่” เนี่ยฟงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็กล่าวออกไป“จริงตามที่เจ้ากล่าวนั่นแหละ ข้าพึ่งจะมาถึงเมืองนี้ไม่นาน แค่เพียงทางผ่านเพื่อหาที่พักผ่อนเท่านั้น จึงไม่รู้เรื่องอันใดเกี่ยวกับเมืองนี้ เช่นนั้นถ้าข้าจะขอซื้อข่าวเกี่ยวกับเมืองนี้ เจ้าพอจะขายให้แก่ข้าได้หรือไม่” “เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้านึกแล้วเชียวว่าท่านต้องไม่ใช่คนเมืองนี้ ท่านไม่จำเป็นต้องจ่ายข้าแม้แต่ตำลึงเดียว ข้ายินดีจะบอกแก่ท่านโดยไม่คิดเงิน เพราะมันไม่ใช่ความลับอันใด เด็กๆ ! ยกเก้าอี้และน้ำชา” คนงานรีบยกโต๊ะเก้าอี้มาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขนมและชาที่หอมกรุ่น แน่นอนมันคือชาที่ดีที่สุดและหายากที่สุด เพียงแค่จิบเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้เนี่ยฟงรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก แล้วหูเกอก็เริ่มพูดถึงเมืองให้เนี่ยฟงฟังทันที “เมืองนี้มีชื่อว่า ชิงตง ตั้งอยู่ในจักรวรรดิ เป่ยเปียน อยู่ทางทิศเหนือของจักรวรรดิทั้งสี่ โดยมีพรรคเต่าทมิฬเป็นผู้ดูแลอยู่ และยังมีพรรคเล็กๆ อีกหลายพรรคที่กระจายไปทั่วทั้งเมือง เคล็ดวิชาส่วนใหญ่ที่ฝึกฝนกันจะใช้ลมปราณธาตุน้ำเสียส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องการค้านั้น...” “หยุดก่อน! ท่านว่าอะไรนะ ที่นี่คือจักรวรรดิเป่ยเปียนเช่นนั้นรึ!!! เป็นไปได้ยังไงกัน แล้วมันห่างจากเมืองซีหนานเท่าไร” เนี่ยฟงพูดแทรกขึ้นมา เขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก เมื่อรู้ว่าตนมาโผล่ถึงทางเหนือสุดของเมืองซีหนาน และยังอยู่ในจักรวรรดิเป่ยเปียน มีหรือที่เขาจะไม่ตกใจ เมื่อหูเกอเห็นใบหน้าที่วิตกของเนี่ยฟง เขาก็ควักมือเรียกคนงานให้เข้ามาหาทันที “เจ้าจงไปใช้หยกสื่อสารพันลี้ รีบหาข่าวของเมืองซีหนานให้เร็วที่สุด อย่าให้ท่านผู้เฒ่าต้องรอนานเด็ดขาด” คนงานพยักหน้ารับ แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว หูเกอจ้องมองเนี่ยฟงพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะผายมือเป็นสัญญาณเชื้อเชิญให้นั่งคอยอย่างใจเย็น และรินชาอันหอมกรุ่นส่งให้กับเนี่ยฟง เขาลงทุนใช้หยกสื่อสารพันลี้ ที่มีราคาแพงเพื่อซื้อใจเนี่ยฟง เพราะถึงอย่างไรเขาก็มั่นใจ ว่าแก่นอสูรพยัคฆ์ขาวต้องมอบกำไรให้แก่เขามหาศาล เขาต้องทำทุกทางเพื่อไม่ให้เนี่ยฟงคืนบัตรเงินสด และนำลาภก้อนโตจากไป สิ่งของที่เขามอบให้ล้วนแต่เป็นสิ่งเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับแก่นอสูร “ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องกังวล ด้วยสาขาที่มากมายของสมาคมจันทรา ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปท่านต้องได้ข่าวของเมืองซีหนานแน่นอน หากข้าเดาไม่ผิดท่านคงมีกิจสำคัญที่นั่น” “ถูกต้อง ข้ามีกิจสำคัญยิ่งต้องไปให้ทันเวลา ข้าขอบคุณท่านหูเกอมากๆ ที่ช่วยเป็นธุระให้” “ไม่ต้องเกรงใจ เมื่อลงมือช่วยแล้วต้องช่วยให้ถึงที่สุด นั้นคือหลักการของข้า” เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป คนงานก็วิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกล่าวรายงานแก่หูเกอ “นายท่าน เมืองซีหนานอยู่ทางทิศใต้ของเมือง มันเป็นเมืองเล็กที่อยู่ระหว่างกลางของสี่จักรวรรดิ์ ซึ่งเวลานี้พรรคมังกรฟ้า ของจักรวรรดิตงเปียน แอบอ้างว่ามันเป็นผู้ดูแลอยู่ ระยะทางจากเมืองชิงตงจนถึงเมืองซีหนาน ระยะทางรวมทั้งสิ้นไม่เกิน หกร้อยเจ็ดสิบลี้” “พรวด!!!” ชาที่อยู่ในปากของเนี่ยฟงพุ่งทะยานออกมาเป็นสายทาง หูเกอรีบมาช่วยลูบหลังให้เนี่ยฟงทันที คิดว่าชาคงร้อนเกินไปจนทำให้ให้เนี่ยฟงสำลัก เนี่ยฟงรีบโบกไม้โบกมือบอกว่าเขาไม่เป็นไร แต่ความจริงคือ เนี่ยฟงตกใจเป็นอย่างมาก ที่เขามาไกลถึงเพียงนี้ “แล้วการเดินทางล่ะ ต้องใช้เวลากี่วัน” เมื่อได้ยินคำถามของเนี่ยฟง คนงานก็รีบตอบกลับทันที “หากเดินเท้าก็ราวๆ สามเดือน หากมีวิชาตัวเบาขั้นสูง ก็ราวๆ หนึ่งเดือน แต่ถ้าหากใช้สัตว์อสูรบินก็ใช้เวลาเต็มที่ไม่เกิน สองถึงสามวัน และข้ายังมีข่าวอีกว่า ในอีกสี่วันข้างหน้าพรรคมังกรฟ้าจะทำการคัดสรรศิษย์เข้าสำนัก ที่เมืองซีหนาน” ดวงตาของเนี่ยฟงเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ไม่เพียงแต่อยู่ไกลถึงหกร้อยกว่าลี้ และยิ่งวันเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิด มีหรือที่เขาจะไปทันก่อนวันคัดเลือกศิษย์ เนี่ยฟงลุกขึ้นยืนพร้อมกับก้าวเดินไปยังประตูทางเข้าอย่างรวดเร็ว เขาไม่มีเวลาจะมานั่งคุยสบายอีกแล้ว เขาต้องทุ่มเทพลังลมปราณทั้งหมด เพื่อใช้ท่าเท้าวายุกลับไปยังเมืองซีหนานให้ทันก่อนเวลา ทันใดนั้นหูเกอก็มาปรากฏที่เบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว “ดูไปแล้วท่านผู้เฒ่าคงเร่งรีบเป็นอย่างมาก ท่านคงมีกิจสำคัญจริงๆ” “ถูกต้อง! ข้าต้องรีบไปให้ทันงานคัดสรรศิษย์ ขอให้ท่านช่วยหลีกทางให้แก่ข้าด้วย” “หึหึหึ! ท่านคงจำไม่ได้ ข้าบอกแล้วไงว่าเมื่อลงมือช่วยแล้ว ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด ขอให้ท่านอดใจรอถึงวันพรุ่งนี้ยามตะวันลับขอบฟ้า ข้าจะเตรียมวิหคสายฟ้าให้ท่านหยิบยืม ด้วยความเร็วของมัน ข้ามั่นใจว่าท่านต้องไปถึงทันวันงานแน่นอน” “ตกลง! ข้าขอบใจท่านมากๆ เมื่อถึงเวลายามตะวันลับขอบฟ้า ข้าจะมาหาท่านอีกครั้ง ข้าขอตัว” เนี่ยฟงยกมือคำนับหูเกออย่างเต็มใจ แม้จะรู้อยู่ทั้งอกว่าหูเกอตั้งใจทำ เพื่อให้ตนเองเป็นผู้มีบุญคุณกับเขา แต่เมื่อไม่มีอะไรเสียหายมีหรือที่เนี่ยฟงจะปฏิเสธ ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังจากไป หูเกอก็เอ่ยถามออกมาทันที “ไม่ทราบว่าสหายจะบอกนามของท่าน ให้แก่ข้าได้หรือไม่?” เนี่ยฟงชะงักชั่วครู่โดยไม่หันกลับไป ก่อนจะพูดออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับหวาดเกรงว่าผู้อื่นจะได้ยิน “แซ่ถัง ชื่อต้าเหลียน” เมื่อกล่าวจบเนี่ยฟงเดินผ่านประตูออกไป พร้อมกับใช้เคล็ดท่าเท้าวายุหายตัวไปทันที ทำให้ผู้อื่นที่อยู่ในบริเวณนั้น ต่างจ้องมองกันด้วยสีหน้าอันตื่นตะลึง ไร้ร่องรอยและเงียบเฉียบ ไม่ว่าหูเกอจะมองทิศทางใด ก็ไม่ปรากฏร่างของเนี่ยเฟยให้เห็น ในขณะนั้นเองที่หูเกอพูดพึมพำออกมาเบาๆ “ถังต้าเหลียน...ถังต้าเหลียน...ชื่อช่างคุ้นหูคุ้นตายิ่งนัก....!!! อย่าบอกนะว่าเป็นเขา?” หูเกอรีบวิ่งกลับไปยังในสมาคมทันที ด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นถึงขีดสุด ก่อนจะเรียกคนงานคนเดิมให้มาหาเขา “เจ้ารีบขึ้นไปที่ชั้นสอง ไปที่ชั้นหนังสือบุคคลสำคัญ แล้วหยิบเล่มที่มีสีเขียวมาให้ข้าเดียวนี้” คนงานรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนงานหลายคน เหตุใดหูเกอถึงได้ตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจคนงานก็วิ่งกลับมา พร้อมกับหนังสือปกเขียว ไม่ทันจะส่งให้กับหูเกอ เขาก็แย่งมันมาจากคนงานทันที ก่อนจะเปิดหน้าหนังสืออย่างรวดเร็ว และมาหยุดลงที่หน้าหน้าหนึ่ง ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงหัวเราะที่ดังสนั่น ออกมาจากปากของเขา“ฮ่าฮ่าฮ่า! เป็นเขาจริงๆ นับว่าเป็นวาสนาของข้าจริงๆ ที่ได้ผูกมิตรกับเขา ฮ่าฮ่าฮ่า!” ด้วยความสงสัยของคนงานชาย ที่กำลังหอบหายใจอย่างหนัก เขาไม่อาจปกปิดความสงสัยได้ จึงเอ่ยถามออกไปทันที “นายท่าน ชายผู้นั้นเขาคือใครกัน” หูเกอไม่ได้ตอบแต่อย่างใด แต่ส่งหนังสือให้แก่เขา พร้อมกับเดินจากไปอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวร่อ คนงานรีบอ่านหนังสือหน้าที่หูเกอส่งให้ทันที“หมอเทวดา ดรรชนีเอกเบิกตะวัน ถังต้าเหลียน!!!”