ยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล)

    ตอนที่ 21 เก็บไม่หมดก็ไม่ต้องกิน (2)

    ตอนที่ 21 เก็บไม่หมดก็ไม่ต้องกิน (2)

            เถียนจยาผิงเหลือบมองน้องสาวของตนแวบหนึ่ง เห็นใบหน้าอวบอ้วนของเถียนจินจวี๋โมโหราวกับก้นหม้อ จึงตวาดเบาๆ “เจ้าไม่พูดสักประโยคไม่ได้หรือ”

            คนที่จี้ซื่ออยากยั่วยุก็ยั่วยุสำเร็จแล้ว ในใจก็ระบายโทสะแล้ว บุรุษของตนบอกให้เงียบปาก เช่นนั้นก็หุบปากไว้หน้าเขาสักหน่อย

            แต่ไหนแต่ไรมาเว่ยซื่อเห็นเงินทองมีค่ายิ่งกว่าชีวิต หากไม่ใช่เพื่อให้บุตรสาวของตนได้มีชีวิตแต่งงานที่มีความสุข นางไหนเลยจะยอมจ่ายเงินห้าตำลึงให้แม่สื่อช่วยเจรจาเรื่องแต่งงานของเถียนจินจวี๋

            เมื่อได้ยินวาจาของจี้ซื่อ ในใจก็เริ่มพะวักพะวน เอ่ยกับผู้เฒ่าเถียน “วันนี้เจ้าอย่าเอาแต่อุดอู้อยู่ในบ้านเลย ไปหาแม่สื่อหวังสักหน่อย ถามนางว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมรับเงินของพวกเราไปแล้วกลับไม่ทำงานให้”

            ผู้เฒ่าเถียนตอบรับด้วยใบหน้าดำคล้ำ

            กินข้าวเสร็จ ผู้เฒ่าเถียนก็มองหลินซื่อสามแม่ลูกด้วยใบหน้าเข้มขรึม “พวกเจ้ากินก็กินแล้ว ดื่มก็ดื่มแล้ว ควรไปทำงานได้แล้ว บ้านนี้เลี้ยงคนว่างงานไม่ไหว บ่ายนี้พวกเจ้าสามแม่ลูกไปเก็บดอกฝ้ายในไร่มาให้หมด”

            เถียนไฉ่เวยเอ่ย “แม่ข้ายังตั้งครรภ์อยู่นะ”

            ผู้เฒ่าเถียนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เก็บฝ้ายหาใช่งานหนัก ตั้งครรภ์แล้วอย่างไร ตั้งครรภ์แล้วก็ยังทำงานได้ อยู่ในหมู่บ้านชนบท สตรีมีครรภ์ที่ไหนก็ทำงานจนใกล้คลอดถึงหยุดพักกันทั้งนั้น คิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูตระกูลขุนนางสูงศักดิ์มากนักหรือ”

            หลินซื่อใบหน้าซีดเผือด เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ไร่ฝ้ายบ้านเรามีตั้งห้าหมู่ อาศัยพวกเราสามแม่ลูกวันเดียวจะเก็บได้หมดอย่างไร”

            ผู้เฒ่าเถียนถลึงตาหนหนึ่ง “เก็บไม่หมดก็ไม่ต้องกินข้าว!”

            เถียนจยาผิงเอ่ยละล่ำละลัก “ท่านพ่อ หากให้พวกน้องสะใภ้รองแม่ลูกไม่กี่คนไปเก็บดอกฝ้ายห้าหมู่นั่น ทั้งบ่ายคงไม่มีทางเก็บหมดแน่ แต่หากพวกเราทั้งบ้านไปเก็บ ไม่นานก็คงเก็บได้หมด ไม่ต้องมัวชักช้าโอ้เอ้ ทั้งยังไม่รบกวนเวลาน้องสะใภ้รองพักผ่อน ตอนนี้นางตั้งครรภ์อยู่ สมควรพักผ่อนให้มาก...”

            เขายังเอ่ยไม่ทันจบ เว่ยซื่อก็เอาศีรษะกระแทกอกเขาราวกับคนเสียสติ พลางด่าแล้วด่าอีก “เจ้ามันพวกใจเหี้ยมใจดำ ข้าเช็ดอุจจาระปัสสาวะให้เจ้าจนเติบใหญ่ นึกว่าจะพึ่งพาได้ ใครจะคิดว่าพอแก่ตัวลงกลับถูกบุตรชายที่ตัวเองคลอดบีบคั้นให้ไปทำงาน สวรรค์ให้ข้าตายๆ ไปเถิด อยู่แบบนี้ต่อไปจะมีความหมายอะไร!”

            เถียนจยาผิงถูกนางกระแทกจนเซถอยไปด้านหลัง ปากก็เอ่ยอธิบายอย่างไร้เรี่ยวแรง “ข้าไม่ได้จะให้ท่านพ่อท่านแม่ไปเก็บ ข้าพูดว่า พวกเราทั้งหมดไป...”

            ชั่วขณะนั้นสีหน้าเถียนจยาเล่อก็หมดความอดทน “พี่ใหญ่ ทั้งบ้านของท่านไปเก็บข้าไม่ห้าม แต่อย่าเหมารวมพวกข้า บุตรสาวสองคนของข้ายังเล็ก ทำอะไรไม่เป็น น้องสะใภ้ของท่านต้องอยู่เลี้ยงเสี่ยวเป่าในบ้าน ข้าต้องไปทำงานในเมือง ต่างไม่มีใครว่าง” พูดจบก็เดินออกไป

            หม่าซื่ออุ้มเสี่ยวเป่าที่อายุหกขวบกว่าไว้ในอกพลางทำท่าว่าหนักมาก นางกลอกตาขาวใส่เถียนจยาผิงแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเย็นชา “พี่ใหญ่เอาใจพี่สะใภ้รองก็สมควรแล้ว บุรุษบ้านนั้นจะช่วยท่านเลี้ยงดูบุตรก็ตามใจ แต่ขออย่าได้เอาบ้านพวกข้าไปลำบากด้วย พวกเราไม่เคยได้ของดีอะไรจากฝั่งพี่รองเลย” พูดจบก็หันกายเดินออกจากห้องโถง ต้าเฉ่าเสี่ยวเฉ่าบุตรสาวทั้งสองเดินตามออกไป

            หากหม่าซื่อกล้าว่าบ้านใหญ่ให้ได้ยิน จี้ซื่อจะต้องตอกกลับทุกครั้ง แต่ครั้งนี้นางไม่เอ่ยอะไร เพียงใช้สายตามองเถียนจยาผิงเหมือนกำลังมองคนโง่ ปล่อยให้เว่ยซื่อดึงทึ้งด่าว่าอย่างไม่สนใจ แล้วกลับห้องตนไปพร้อมกับซิ่วจือ

            หลินซื่อทำท่าอึกอักจะเข้าไปห้าม ทว่าถูกไฉ่เวยดึงจากไป เวลานี้หลินซื่อห้ามเข้าไปเกลี้ยกล่อมเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสุมไฟใส่ตัว

    คล้ายกับเรื่องยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน