“ข้าเองก็ไฝ่ฝันว่าจะสานฝันของพระบิดา ข้าอยากจะเอาชนะอาณาจักรเมฆาตะวันตกและอยากจะยึดเมืองตงเฉิงกลับคืนมาให้เสด็จพ่อตอนที่เจ้าบอกว่าจะใช้เชลยแลกเปลี่ยนกับเมือง ตอนนั้นข้าเองข้าเองยังไม่คิดว่าพวกเราจะได้เมืองตงเฉิงกลับมา”
“มิน่าตอนที่บิดาของท่านแต่งตั้งให้ท่านเป็นเจ้าเมืองตงเฉิงท่านถึงได้ไม่คัดค้านแม้แต่น้อยทั้ง ๆ ที่เมืองนั้นตั้งอยู่ไกลที่สุด”
“ข้าฝากน้องหญิงของข้าให้เจ้าดูแลนางด้วยอย่าทำให้นางต้องเสียใจ ไม่งั้นข้าจะตามราวีท่านไม่เลิกราแน่”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า องค์ชายใหญ่ไม่ต้องกังวลข้าจะดูแลนางอย่างดี เอาหละพวกเรามาดื่มฉลองกันเถอะทุกคนกำลังรอพวกเราอยู่”
หลังจากที่ทั้งสามคนปรากฎตัวงานเลี้ยงฉลองจึงได้เริ่มขึ้น ในตอนกลางคืนมีการจุดพลุจำนวนมากมองดูแล้วสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทำให้บรรยากาศงานเลี้ยงยิ่งดูสนุกครึกครื้นมากยิ่งขึ้นเฟยหลงและองค์ชายใหญ่รวมถึงแม่ทัพใหญ่ดื่มกันจนถึงเช้าของอีกวัน งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นถึงสามวันสามคืน
หลังจากที่จบสิ้นงานเลี้ยงองค์หญิงฟางเซียนได้ถูกส่งตัวไปยังสำนักหงส์ฟ้าซึ่งเป็นสำนักที่เหล่าเชื้อพระวงศ์และลูกขุนนางชั้นผู้ใหญ่นิยมส่งบุตรหลานมาฝึกฝน ส่วนเฟยหลงนั้นตอนแรกกษัตริย์ฟางเหวินเทียนเองก็ต้องการให้เขาเข้าสำนักหงส์ฟ้าเช่นเดียวกัน
แต่เมื่อพระองค์ทราบว่าเฟยหลงมีมังกรเป็นสัตย์เลี้ยงพระองค์จึงเปลี่ยนใจให้เขาทดสอบเข้าสำนักมังกรเพลิงแทน เพราะที่สำนักมังกรเพลิงมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีมรดกของเทพเจ้ามังกรหากใครมีวาสนาก็สามารถรับมรดกชิ้นนั้นไปได้เช่นกันอีกอย่างสำนักมังกรฟ้าก็มีเกณฑ์รับศิษย์ที่มีอายุไม่เกินยี่สิบปีซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เฟยหลงสามารถเข้าร่วมทดสอบได้ และมันยังเป็นสำนักที่คนส่วนใหญ่ของทุกอาณาจักรต้องการและไฝ่ฝันจะเข้าร่วมเช่นกัน
แต่การทดสอบของสำนักมังกรเพลิงจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งเกณฑ์ขั้นต่ำที่สำนักมังกรเพลิงนั้นรับคือต้องอายุไม่เกินยี่สิบปีและระดับพลังยุทธ์ไม่ต่ำกว่าระดับยอดยุทธขั้นที่ห้าขึ้นไปซึ่งตอนนี้เฟยหลงเองยังคงอยู่ในระดับยอดยุทธ์ระดับสามเท่านั้น
สำนักมังกรเพลิงตั้งอยู่บริเวณดินแดนซือหนานซึ่งเป็นดินแดนเอกเทศ ไม่ขึ้นตรงกับอาณาจักรใด ๆ ทั้งสิ้นดินแดนซือหนานหรือเรียกอีกอย่างว่าดินแดนสวรรค์ เป็นที่สำหรับบ่มเพาะพลังยุทธ์ซึ่งดินแดนแห่งนี้มีหลายสำนักที่ตั้งอยู่ ไม่น้อยกว่ายี่สิบสำนักเลยทีเดียวทำให้มีแต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้เท่านั้นน้อยนักที่จะมีคนธรรมดาไปอยู่ที่นั่นเพราะที่นั่นมีพลังฟ้าดินที่หนาแน่นเหมาะสำหรับฝึกยุทธ์เป็นอย่างมาก
เฟยหลงเดินทางไปยังดินแดนซือหนานเพื่อเข้าร่วมสำนักมังกรฟ้าตามคำแนะนำของกษัตริย์ฟางเหวินเทียนเขาเดินทางโดยใช้กระบี่บินซึ่งน้อยนักที่คนในอาณาจักรเจิ้นสุ่ยจะเดินทางด้วยวิธีนี้ส่วนมากผู้ที่สามารถเหาะเหินเดินบนอากาศได้จะเป็นผู้ที่ฝึกยุทธ์ถึงระดับเซียนขึ้นไปถึงจะสามารถเหาะเหินเดินบนอากาศได้
แต่สำหรับเฟยหลงเขาสามารถร่ายเวทและให้กระบี่บินเขาเดินทางได้อย่างรวดเร็ว ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลมากนักบวกกับเฟยหลงต้องการศึกษาตำราหมื่นอักษรให้เข้าใจในหน้าที่สองหากเขาสามารถเข้าใจความหมายของการบ่มเพาะในหน้าที่สองของตำราหมื่นอักษรได้มันจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับเฟยหลง
ระหว่างทางเฟยหลงจะหยุดพักในตอนกลางคืนและเดินทางในตอนกลางวันเขาจะร่ายเวทป้องกันไว้รอบทิศก่อนที่จะปลดปล่อยจิตใจให้ว่างเปล่าเพื่อฝึกฝนตำราหมื่นอักษรแต่หลาย ๆคืนที่เขาเดินทางมาแม้แต่ตัวอักษรตัวแรกในหน้าที่สองเขาเองก็ยังไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยแม้แต่น้อย
คืนนี้ก็เหมือนเช่นวันอื่นๆ เฟยหลงไม่สามารถรับรู้ตัวอักษรในหน้าที่สองได้เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเฟยหลงลองสังเกตตัวอักษรทั้งหมดในครั้งเดียว อักษรแต่ละคำราวกับว่าเป็นภูเขาลูกใหญ่พยายามเบียดเสียดความรู้ความเข้าใจทั้งหมดเข้ามาในหัวของเฟยหลงภายในหัวของเฟยหลงปวดจนแทบจะทนไม่ได้หลังจากนั้นไม่นานอาการเจ็บปวดจึงได้หายไปตัวอักษรทั้งสิบค่อย ๆ ร้อยเรียงกันเป็นถ้อยคำสลับไปมา
“กายาทองคำอมตะ”
“กายกายแข็งแกร่งดุจดังเกร็ดมังกร”
“กระดูกแข็งแกร่งดุจเพชร”
“ศาสตราของทวยเทพก็มิอาจสร้างบาดแผลบนร่างได้”
“ทัณฑ์สวรรค์ที่ผู้คนหวันเกรงจะไม่มีผลกระทบใดๆ เลยแม้แต่น้อย”
“ร่างกายของผู้ฝึกฝนจะเป็นอมตะทั้งในสวรรค์และผืนปฐพี”
หากผู้ครอบครองสามารถฝึกฝนได้ครบทั้งสิบตัวอักษรนั้นเรียกว่ากายาทองคำอมตะขั้นแรก ซึ่งได้แก่ การหลอมรวมกล้ามเนื้อขั้นที่สองคือการผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็น ขั้นที่สามคือการหลอมรวมลมปราณ ขั้นที่สี่คือการทะลวงชีพจรตัวอักษรทั้งสิบปรับเปลี่ยนข้อความสลับไปมาให้เฟยหลงอย่างจนเข้าใจจากนั้นตัวอักษรจึงค่อย ๆ แปลเปลี่ยนเป็นร่างเงาภายในทะเลจิตใจของเฟยหลง
เฟยหลงไม่รอช้าเขารีบฝึกฝนตามร่างเงาในทันทีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นเส้นขอบฟ้า แต่เวลานี้เสื้อผ้าของเฟยหลงกลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อทั่วร่างของเขาแผ่ไอสีทองออกมาหากผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงกว่าพบเจอพวกเขาจะมองเห็นเส้นใยสีฟ้าเส้นเล็กๆ จำนวนมากกำลังหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งแสงอาทิตย์ร้อนแรงมากขึ้นเท่าไหร่แสงสีฟ้าก็ยิ่งเปล่งประกายระยิบระยับมากขึ้นเท่านั้น ร่างกายของเฟยหลงค่อย ๆแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ พลังฟ้าดินถูกเฟยหลงดูดซับเข้ามาอย่างบ้าคลั่งในขณะที่เขาฝึกฝนกายาทองคำขั้นแรก
สามวันผ่านไปเขายังคงดูดซับพลังฟ้าดินเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง และในที่สุด
ตูม!!
เฟยหลงสามารถก้าวข้ามระดับพลังยุทธ์ของเขาจนสามารถเลื่อนระดับเป็นระดับยอดยุทธ์ระดับสี่ได้แล้วในตอนนี้ เฟยหลงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
“วิเศษจริงๆ กายาทองคำขั้นแรกมันลึกซึ้งเป็นอย่างมาก แต่ละขั้นตอนต้องค่อยเป็นค่อยไปตอนนี้ข้าสามารถก้าวมาถึงระดับยอดยุทธ์ขั้นที่สี่ได้แล้วเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงครึ่งเดือนข้าจะต้องเลื่อนระดับอีกเพียงแค่หนึ่งขั้นย่อยเท่านั้นหากสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาของกายาทองคำอมตะได้สำเร็จคิดว่าคงจะไม่มีปัญหาสำหรับการเข้ารับการทดสอบของข้า”
เฟยหลงหยุดการฝึกพร้อมกับออกเดินทางต่อ เหลือระยะทางอีกไม่ไกลแล้วที่เขาจะเดินทางไปถึงยังดินแดนซือหนานทุกคืนเฟยหลงจะทำการฝึกฝนกายาทองคำอมตะขั้นแรกซึ่งเขาจะฝึกฝนตามท่าร่างภายในทะเลจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้การหลอมรวมกล้ามเนื้อของเฟยหลงใกล้ที่จะสำเร็จแล้วร่างกายของเฟยหลงแข็งแกร่งกว่าเดิมเป็นอย่างมาก
เนื่องจากการหลอมรวมกล้าเนื้อนั้นเป็นเพียงแค่เคล็ดวิชาส่วนหนึ่งของกายาทองคำอมตะการฝึกฝนเป็นไปค่อนข้างช้าและเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมากความเจ็บปวดที่เฟยหลงต้องได้รับจากการหลอมรวมกล้ามเนื้อนั้นเรียกได้ว่าเหนือคำบรรยาย
แต่เพื่อความก้าวหน้าของเขาเฟยหลงพยายามกัดฟันอดทนอย่างถึงที่สุดในที่สุดก่อนวันรับสมัครเพียงห้าวัน
ตูม!!
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็สามารถสำเร็จการหลอมรวมกล้ามเนื้อและสามารถก้าวข้ามระดับเป็นยอดยุทธ์ขั้นที่ห้าได้สำเร็จเสียทีเหลือเวลาอีกเพียงแค่ห้าวันเท่านั้นการสมัครเข้าสำนักมังกรฟ้าก็จะเริ่มต้นแล้ว”
แสงสว่างเจิดจ้าจากดวงอาทิตย์ยามเช้าได้สาดส่องตกกระทบบนผิวกายของเฟยหลง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งเวลานี้ผิวกายของเฟยหลงถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีฟ้าพวกมันไหลเวียนเป็นเกลียวคลื่นไปทั่วร่าง
เฟยหลงรีบออกเดินทางไปยังดินแดนซือหนานต่อในที่สุดเขาก็มาถึงยังดินแดนซือหนานมันเป็นดินแดนที่เรียกได้ว่าสามารถปกครองตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาอาณาจักรใดๆ เพราะผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ที่นี่ทุกคนต่างต้องทำตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้ตั้งแต่ในอดีต
เมื่อมาถึงเฟยหลงมุ่งหน้าไปยังสำนักมังกรเพลิงในทันทีเขาต้องไปลงทะเบียนสมัครเอาไว้ก่อนก่อนที่จะถึงวันทดสอบคัดเลือกในอีกสองวันข้างหน้าเมื่อไปถึงเฟยหลงพบว่ามีผู้คนจำนวนมากที่มาถึงก่อนเขาและยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่กำลังเดินทางมาถึง
เฟยหลงพุ่งตรงไปยังโต๊ะที่รับลงทะเบียนในทันทีเมื่อเขาลงทะเบียนสำเร็จจึงได้ออกไปหาที่พัก เฟยหลงพบว่าโรงเตี้ยมทุกแห่งล้วนเต็มหมดไม่มีห้องพักเหลือเลยแม้แต่ห้องเดียวเฟยหลงจึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยใต้ต้นไม้ใหญ่เป็นที่พักพิงก่อนที่จะถึงวันทดสอบ
ต้นไม้ที่เฟยหลงพักพิงอยู่ไม่ห่างจากสำนักมังกรเพลิงมากนักผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถหาที่พักได้ต่างพากันจับจองใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อรอการทดสอบเช่นเดียวกับเฟยหลง
เพื่อไม่ให้เสียเวลาเฟยหลงเลยนั่งลงและเริ่มทำการฝึกฝนกายาทองคำอมตะขั้นที่สองนั่นคือการผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นการผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นนั้นแตกต่างจากการหลอมรวมกล้าเนื้อเป็นอย่างมากเฟยหลงต้องร่ายเวทป้องกันปกคลุมทั่วทั้งบริเวณที่เขาอยู่เพื่อป้องกันไม่ให้ไปรบกวนการฝึกฝนของผู้อื่น
การผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นนั้นเจ็บปวดเป็นอย่างมากเฟยหลงแม้จะอดทนได้เป็นอย่างดีแต่หลายครั้งเขาก็ต้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดถึงแม้จะมีเวลาเพียงน้อยนิด แต่ผ่านไปสองวันเฟยหลงก็สามารถผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นได้สำเร็จก่อนการทดสอบจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงเมื่อเฟยหลงคลายเวทของเขาเขาพบว่าบริเวณต้นไม้ที่เขาอาศัยพักอยู่นั้นมีห้าคนที่มาพักร่วมอยู่กับเขาด้วย แถมมีคนหนึ่งที่เป็นผู้หญิงยังนอนอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณที่เขาพักอยู่ด้วย
เมื่อพวกเขาเห็นเฟยหลงต่างพากันตกใจเป็นอย่างมากเพราะกลุ่มของพวกเขาต่างรู้จักกันดีและมาอาศัยพักอยู่ที่นี่ตั้งแต่คืนก่อนแต่เพราะเวทมนต์ของเฟยหลงทำให้พวกเขามองไม่เห็นเฟยหลงเลยแม้แต่น้อย