ตอนที่ 23: เขื่อนถล่ม
ความมืดมิดของค่ำคืนพายุฝนป่าเริ่มปกคลุมเหนือแนวป่ายางพาราและบ้านสวนปู่ช้วนอย่างรวดเร็ว เมฆฝนสีทึมเทาหนาทึบก้อนใหญ่เคลื่อนตัวคลุมทั่วแผ่นฟ้าจนบดบังแสงจันทร์สนิท แฝงละอองฝนชื้นหนาวเหน็บที่โปรยปรายเทลงมาไม่ขาดสายในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ภายในห้องโถงกลางบ้านพักปูนชั้นล่าง แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงเล็กกะพริบไหวสลัวสะท้อนเงาของคนทั้งสี่ที่นั่งล้อมโต๊ะไม้เก่าอย่างเคร่งเครียดและกังวลใจเรื่องเขื่อนน้ำธรรมชาติซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่หลักของพวกเขา
น้าดา (สุดา) พรานป่าสาวใหญ่วัยสามสิบห้าปี ยื่นปลายนิ้วเรียวบางสีน้ำผึ้งสวยจรดชี้บนแผ่นกระดาษแผนที่ที่ถูกวาดเขียนขึ้นอย่างลวกๆ ด้วยถ่านไม้สีดำ แสดงพิกัดแนวสันเขาหินปูนและเส้นทางลำน้ำตกสามยอดเหนือน้ำตกโขดหินสูงชันหลังค่ายสวนปู่ช้วนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
"ตรงนี้คือเขื่อนดินเหนือน้ำตกสามยอดที่พวกผู้ใหญ่อรรถส่งลูกน้องติดอาวุธปืนเกือบยี่สิบคนกางเต็นท์ปิดกั้นเส้นทางน้ำไว้เพื่อผูกขาดน้ำสะอาด" น้าดาอธิบายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจริงจัง แววตาสาวใหญ่กร้าวจ้องมองนนท์ตรงๆ "และที่น่ากลัวที่สุดคือบ่อระเบิดขยะพิษสารเคมีเก่าที่เหลือทิ้งมาจากโรงงานแปรรูปยางและอุตสาหกรรมยุคก่อนวันสิ้นโลก มันตั้งอยู่ตรงไหล่เขาเหนือน้ำตกพอดี... ผู้ใหญ่อรรถมันวางแผนกักเก็บน้ำเสียสารเคมีสีดำเข้มข้นที่เป็นกรดพิษร้ายแรงไว้ และส่งสาส์นขู่ว่าถ้าค่ายเราไม่ยอมสยบจำนนส่งมอบเสบียงข้าวปลาอาหารและผักกลายพันธุ์วิเศษทั้งหมด รวมถึงส่งตัวผู้หญิงสวยๆ สองคนคือกิ๊ฟและหมอแพรไปส่งให้พวกมันบำเรอใช้งานที่ค่ายด้านล่างในคืนนี้... มันจะจุดชนวนระเบิดดินปืนถล่มคันดินบ่อน้ำเสียเคมีพิษทันที น้ำสารเคมีขยะพิษกรดเข้มข้นจำนวนมหาศาลจะไหลทะลักหลากท่วมลงสู่ลำธารป่าลึก ไหลผ่านหลังสวนปู่ช้วนของพวกเราพังทลายแปลงผักกลายพันธุ์จนเน่าตายถาวร"
ได้ยินข้อมูลอันชั่วร้าย หมอแพรมีสีหน้าซีดเผือดลงทันควัน แววตาของแพทย์หญิงสาวแว่นสั่นระริกด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอประสานฝ่ามือไว้ที่หน้าอกด้วยความหวาดกลัว: "สารเคมีพวกนั้นถ้าปนเปื้อนในดิน น้ำใต้ดินบาดาลและแปลงผักกลายพันธุ์สีทองมรกตของเราจะสูญเสียคุณสมบัติในการกรองสารพิษและฟื้นฟูร่างกายทันทีค่ะ แปลงผักวิเศษที่นนท์พยายามปลูกเพื่อเป็นเสบียงช่วยชีวิตชาวบ้านและผู้ลี้ภัยจะกลายเป็นพิษและเน่าตายในไม่กี่ชั่วโมง! ทุกคนในค่ายจะต้องอดตายและไร้น้ำดื่มสะอาดแน่นอนวันสิ้นโลกนี้จะโหดร้ายเกินไปแล้ว!"
กิ๊ฟกำกำปั้นแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด กัดฟันขยับตะคอกเสียงต่ำปนแค้นเคืองอย่างสุดซึ้ง: "ไอ้แก่สารเลวนั่นมันกล้าใช้ชีวิตคนทั้งค่ายเป็นตัวประกันเหรอวะ! นนท์... เราต้องบุกไปพังค่ายเขื่อนดินและยึดประตูระบายน้ำสะอาดเพื่อชะล้างบ่อขยะก่อนที่พวกมันจะลงมือระเบิดบ่อน้ำเสียนะ! ขืนช้าไปแปลงผักเราพังพินาศหมดแน่!"
...
ชานนท์กอดอกนิ่ง แววตาคมกริบหรี่ลงพิจารณาโครงสร้างแผนที่ถ่านไม้บนโต๊ะ ชายหนุ่มเสนอแผนการทันที: "ผมเห็นด้วยกับกิ๊ฟครับ เราต้องลอบบุกขึ้นไปบนค่ายเขื่อนดินเพื่อทำลายชนวนระเบิดบ่อเคมีและเปิดประตูระบายน้ำสะอาดชะล้างบ่อน้ำเสียพิษระเบิดออกไปอีกทาง... แต่ปัญหาคือเส้นทางขึ้นภูเขาสูงชันตอนฝนตกแบบนี้เป็นอย่างไรบ้างครับน้าดา?"
น้าดาถอนหายใจยาว สบตานนท์ด้วยความกังวลใจลึกซึ้ง: "ทางขึ้นเขาสามยอดทั้งสูงชันและลื่นเปียกแฉะไปด้วยเลนโคลนแดงลื่นไหลจ้ะพ่อหนุ่ม แถมค่ายของพวกผู้ใหญ่อรรถติดตั้งยามตรวจการณ์เฝ้าระวังแน่นหนามีปืนยาวส่องกล้องสปอตไลท์ หากเดินขึ้นไปดื้อๆ มีแต่จะโดนพวกมันสอยหัวร่วงกลางเขาแน่ การจะเข้าไปแบบไร้ร่องรอยต้องการทักษะของพรานป่าระดับสูงและพละกำลังความเร็วที่ยอดเยี่ยมเพื่อหลบหลีกสายตาและยามซอมบี้ป่า... แต่ตัวฉันเองก็เป็นแค่พรานป่าธรรมดาที่บาดเจ็บข้อเท้าขวาอยู่ แม้จะอยากช่วยและอยากแก้แค้นพวกมาเฟียที่ถล่มค่ายลี้ภัยเก่าของฉันใจจะขาด แต่ก็ไม่มีเวทมนตร์พรางตัวเหมือนพวกนายหรอก ลำพังแค่ปีนเขาก็แย่แล้ว"
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมสกรีนโปร่งแสงสีเหลืองของระบบเทพแมงดาพลันเด้งสว่างขึ้นฉายฉับพลันตรงดวงตาของนนท์ระบุเงื่อนไขระบบวิเคราะห์ลึกชัดเจนกระตุ้นอารมณ์:
*[ติ้ง! ตรวจพบความจำเป็นในการบุกทะลวงป้อมค่ายเขื่อนดินเหนือน้ำตก]*
*[เป้าหมาย: สุดา (น้าดา) / อัตราความเข้ากันได้ยีนสายเลือดพิเศษ: 98%]*
*[คำแนะนำระบบ: หากทำการเชื่อมพันธะสัญญาร่วมรักสามเส้าสอดประสานกับเป้าหมายสุดาสำเร็จ จะปลุกยีนพิเศษ 'Mystic Hunter' ของเป้าหมายให้ตื่นขึ้นทันที มอบพลังเวทมนตร์และทักษะยิงธนูแฝงมานาธรรมชาติ / และระบบจะมอบผลสเตตัสความเร็วเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น 100% พร้อมปลดล็อกสกิลพรางตัวเคลื่อนไหวไร้เสียงขั้นสูง 'ก้าวไร้รอย (Silent Step)' และ 'ประสาทสัมผัสพรานป่า (Hunter's Sense)' แก่โฮสต์ถาวร เพื่อใช้ในการลอบเร้นบุกค่ายกู้เขื่อนดิน]*
ชานนท์จ้องมองตัวอักษรสีเหลืองที่แจ้งเงื่อนไขระบบอย่างชัดเจน ชายหนุ่มรู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที หากไม่มีสกิลเคลื่อนที่ไร้รอยไร้เสียงนี้ การปีนเนินดินเขื่อนขึ้นไปจัดการสลักปลดชนวนระเบิดบ่อน้ำเสียโดยไม่ให้ยามปืนไรเฟิลตรวจจับได้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
...
นนท์สูดลมหายใจลึกข่มความกังวล ชายหนุ่มขยับก้าวเดินนำน้าดาออกมาแยกย้ายพูดคุยสองต่อสองที่ระเบียงประตูด้านหลังห้องโถงที่เงียบสงบอับแสงไฟ นนท์อธิบายถึงเงื่อนไขลับของระบบเทพแมงดา และข้อตกลงในการกระตุ้นสอดประสานรีชาร์จมานาด้วยพิธีกรรมร่วมรักเพื่อสถาปนาสัญญาสมรสพันธะสัญญาคนที่สามอย่างเปิดอกตรงๆ ไร้ความปิดบังซ่อนเร้นใดๆ ทั้งสิ้น
น้าดาที่ยืนรับฟังนิ่งๆ จ้องมองนนท์ด้วยแววตาคมดุ แตกต่างจากเด็กสาวหรือสาววัยใสคนอื่น น้าดายิ้มกริ่มอย่างมีเสน่ห์กร้านโลกของสาวใหญ่วัยสามสิบห้าปี แววตาของเธอเต็มไปด้วยความยั่วยวนพึงพอใจในพละกำลัง ความแข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำ และรูปร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแกร่งสมชายหนุ่มของนนท์อยู่เป็นทุนเดิม กระแสออร่าดึงดูดของระบบเทพแมงดาแผ่ประกายกระตุ้นหัวใจของน้าดาให้ตอบรับสายใยพันธะอย่างง่ายดาย
"ฮะๆ... ไม่มีปัญหาหรอกจ้ะพ่อนายพรานหนุ่มสุดหล่อ..." น้าดากระซิบตอบกลับปนกระเส่ายั่วเย้า พลางก้าวเท้าสืบเข้ามาใกล้ชิดโชยกลิ่นอายฟีโรโมนสาวใหญ่ แตะปลายนิ้วเข้ากึ่งกลางอกแกร่งของนนท์เบาๆ อย่างยั่วยวนโดยไร้ความเขินอายปั้นปึ่งปากแข็งเหมือนกิ๊ฟหรืออายม้วนเรียบร้อยแบบหมอแพร "เพื่อช่วยชีวิตคนในค่าย และเพื่อแก้แค้นถล่มไอ้ผู้ใหญ่อรรถชั่วช้าที่ทำลายชีวิตพวกฉัน ฉันยินยอมทำสัญญาสมรสร่วมรักเป็นภรรยาพรานป่าของนายเอง นนท์... อารมณ์ดิบป่าฝนแบบนี้ ฉันถูกใจรูปร่างและสายตาเฉียบคมของนายตั้งแต่แรกเห็นแล้วล่ะจ้ะ คืนนี้จัดให้เต็มที่เลยนะจ๊ะ"
นนท์พยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึมปนความกระสันร้อนแรงของพรานสาวใหญ่ ชายหนุ่มหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้กิ๊ฟและหมอแพรที่คอยมองสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ จากนั้นนนท์และน้าดาแอบลอบก้าวเดินเลี่ยงสายตาและฝ่าสายหมอกเย็นเปียกชื้นของค่ำคืนฝนตก มุ่งหน้าไปยังกระท่อมไม้เก่าที่ผุพังสำหรับเก็บเครื่องมือเกษตรของปู่ช้วนท้ายค่ายป่ายางพาราที่ห่างไกลและลับตาคน
...
*ซ่า... เปรี้ยง!!!*
เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นเหนือน่านฟ้าภูเขาสามยอด พายุฝนก้อนใหญ่เริ่มเทกระหน่ำสาดลงมาอย่างหนักหน่วงหนาวเหน็บ ลมพัดใบตองและกิ่งยางพาราสั่นสะบัดแรง นนท์และน้าดาเดินฝ่าสายฝนก้าวเข้ามาภายในกระท่อมไม้เก็บของเก่า ดันประตูไม้และแผ่นไม้ปิดหนาแน่นหนีละอองฝนเย็นเฉียบสะท้านกาย
บรรยากาศภายในกระท่อมเก่าคับแคบและชื้นแฉะ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายไม้ฟืนแห้งเปียกฝน กลิ่นสนิมเครื่องมือเกษตรเหล็กเก่า และกลิ่นดินเปียกชื้นสลัวรางพาดผ่านฝาผนัง ลมฝนพัดรอดรอยต่อฝาไม้ผุพังจนฝาผนังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่นกระท่อมไม้โชยไอเย็นยะเยือก ทว่าในกระท่อมกลับอุ่นระอุขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยไอร้อนความต้องการของเรือนร่างสองร่างสลัวรางภายใต้แสงไฟจากโคมตะเกียงสลัวส้มทอง น้าดาค่อยๆ ยื่นมือไปสลัดปล่อยผมยาวสีดำขลับที่ม้วนไว้ให้สยายลงมาคลุมลาดไหล่มนเนียน
น้าดาหันหน้ากลับมา ดันประตูไม้ลงกลอนสลักลั่นล็อกดังปังใหญ่เพื่อปิดกั้นเสียงพายุภายนอก จากนั้นเธอหันหลังกลับมามองจ้องสบตานนท์ด้วยดวงตาฉ่ำหวานวิบวับเป็นประกายปรารถนาร้อนแรงลึกล้ำตามฉบับสาวใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์สะคราญตาและช่ำชองเรื่องสวาทอย่างไม่ปิดบัง
พรานสาวใหญ่ยื่นมือเรียวสีน้ำผึ้งสวยจับปลดปมรัดของสายเกราะอกหนังสัตว์ป่าที่เปียกชื้นโคลนดินออกช้าๆ โยนมันทิ้งลงพื้นดินกระท่อมดังตุบใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นปลดรูดปลดถอดบราสปอร์ตสีดำรัดรูปตัวจิ๋วพ้นร่าง เผยให้เห็นเรือนร่างท่อนบนที่เต่งตึงอวบแน่นของหญิงสาววัยสามสิบห้าปีต่อหน้าต่อตาชายหนุ่ม ยอดปทุมถันสีหวานชูชันรับสัมผัสจากลมหนาวที่พัดเล็ดลอดฝาไม้ สบเข้ากับดวงตาคมกริบของนนท์ที่มองสบมาด้วยความร้อนแรง ผิวพรรณเนื้อนวลสีน้ำผึ้งสวยกระตุกความกระสันในกายหนุ่มจนส่วนแข็งขยายเปรี๊ยะพร้อมบรรเลงศึกรักป่าดิบกระชับพันธะสัญญามานาคนต่อไปท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตาในตอนต่อไป...