บทที่ 7
พลังยุทธ์
ยามเดือนหกอากาศไม่ร้อนไม่หนาวสายลมเย็นๆพัดผ่านร่างของเด็กหนุ่มวัย 17 ยืนทำงานอยู่บริเวณด้านหน้าต้นไม้สูงกว่า 10 เมตรบริเวณตีนเขารูิยืนอยู่บริเวณด้านหน้าต้นไม้ใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปที่บริเวณด้านหน้า
ดวงตาจ้องมองอย่างไม่กระพริบตาในยามนี้มองต้นไม้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองต้นไม้ต้นนี้เป็ต้นไม้ต้นใหญ่ความสูงของมันนั้นสูงกว่า 10 เมตรโดยลำต้นนั้นมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับประมาณหนึ่งคนโอบรัด
มันตั้งสง่าจุดบริเวณด้านหน้าในตอนนี้ และจากที่มองด้วยสายตาบริเวณผิวไม้มันมีรอยบางอย่างอยู่โดยลอยที่มันปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้ามันเป็รอยหมัด
ใช่แล้วก่อนหน้านี้ลู่ิไม่ใช่ว่าตัวของมันจะไม่ได้ฝึกฝนวรยุทธเสียทีเดียวแม้ว่าร่างกายนั้นจะไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธแต่ว่าลู่ิเองก็พยายามฝึกฝนร่างกายอย่างต่อเนื่อง
เขาฝึกในการชกต้นไม้ต้นนี้วันละหลายหลายร้อยครั้งแต่ณปัจจุบันหมัดของเขาก็ยังสามารถสร้างความเสียหายกับมันได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นแต่ในตอนนี้มายืนอยู่บริเวณด้านหน้าต้นไม้ด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป
ในตอนนี้ลู่ิมีพลังิญญาภายในร่างกายพลังยุทธ์หรือว่าพลังิญญาเป็สิ่งที่สามารถส่งเสริมความแข็งแกร่งของผู้ฝึกฝนได้กำลังหมัดของเขาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่ายามที่ทำการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากผ่านการขัดเกลาใน่ยามราตรีที่ผ่านมาตอนนี้ระดับฝีมือของลู่ิมันพัฒนาจนทะลุเข้าไปอยู่ในระดับขอบเขตเริ่มต้นสีเขียวขั้นหก
มันอยู่ในระดับที่สามารถเรียกได้ว่ามีภาระกำลังมากกว่าบุรุษร่างกายกำยำแล้วหลังจากที่มายืนอยู่บริเวณด้านหน้าต้นไม้ลู่ิไม่รีรอร่างกายยอดต่ำลง
เกี่ยวกับเื่ลู่ิในการออกหมัดหรือการใช้กระบวนท่าลู่ิใช้เวลาศึกษามาโดยตลอดเพราะแบบนั้นเื่นี้ไม่จำเป็จะต้องศึกษาก็ได้
ในตอนนี้เขาศึกษาพวกมันจนรู้แล้วว่าการตั้งท่าแบบไหนมันจะสามารถออกหมัดได้รุนแรงมากที่สุดการโจมตีแบบไหนจะทำให้การโจมตีนั้นประสิทธิภาพมากที่สุด
อย่างเช่นในตอนนี้ร่างกายยืนอยู่บริเวณด้านหน้าต้นไม้ใหญ่ขาทั้งสองข้างกางออกเล็กน้อยมีขาข้างซ้ายที่ก้าวนำไปด้านหน้าโดยแขนขวาถอยไปบริเวณด้านหลังจนสุดแขน
ท่าทางในตอนนี้คือท่าทางที่เตรียมพร้อมจะออกหมัดออกไปบริเวณด้านห้าท่าทางที่สมบูรณ์แบบเกิดจากการฝึกฝนมาเป็เวลานานเขาต้องถ้าแบบนี้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งใน่เวลาที่ผ่านมาศึกษากระบวนท่าแล้วศึกษาวิชาอย่างต่อเนื่อง
ยามนี้มีโอกาสได้ใช้งานมันจริงๆแล้วท่าทางที่ตั้งอย่างสมบูรณ์แบบเท้าทั้งสองข้างที่อย่างรากลึกลงไปที่พื้นเปรียบดั่งต้นไม้ใหญ่ลมหายใจถูกสูดเข้าออกอย่างช้าๆ ตอนนี้พลังภายในร่างกายกำลังโคจรอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศบริเวณรอบร่างกายของเขานั้นเปลี่ยนไปในตอนนี้บรรยากาศบริเวณรอบร่างกายเปลี่ยนไปสายลมบริเวณรอบรอบเริ่มก่อตัวพลังิญญาภายในร่างกายถูกขับออกมาตามรูขุมขน ลู่ิััได้ถึงพลัง
ท่วงท่าในการออกมาที่สมบูรณ์แบบแม้ว่าจะเคยตั้งถ้าแบบนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่เคยััถึงความรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยความรู้สึกที่เหมือนกับว่ามีพลังมาเกื้อหนุนร่างกายเอาไว้
ในขณะที่ตั้งท่าพลังิญญาหรือว่าพลังยุทธเข้าห้อมล้อมหมัดข้างขวาเอาไว้ในยามที่กำลังจะออกมาคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างรุนแรงแสดงใบหน้าและใช้แววตามุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
หนึ่งหมัดต่อยขยายออกไปด้านหน้าลู่ิใช้หมัดของตนเองที่รวบรวมพลังิญญาก่อนส่งออกไปหนึ่งหมัดพุ่งทะยานผ่านอากาศมันพุ่งตรงใส่ต้นไม้ใหญ่ที่สูงตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า
ปั้ง!!! เสียงที่มันบังเกิดขึ้นดังราวกับฟ้าถล่ม
ต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าสั่นคลอนมันเอนเอียงไปมาพลังิญญาอันมากมายที่ถูกรวบรวมเอาไว้ภายในหมัดอย่าปล่อยออกไปในครั้งนี้ทำให้เปลือกไม้ด้านนอกกระจายออก
แม้ว่าหมัดนี้จะไม่สามารถทะลวงต้นไม้ใหญ่นี้ได้แต่ว่ามันเองก็ทำให้บริเวณผิวต้นไม้ยุบลงไปกว่าสี่นิ้ว
เปลือกไม้สีน้ำตาลกระเด็นออกมาเผยเห็นเนื้อไม้สีขาวที่อยู่บริเวณด้านไหนลู่ิดวงตาเบิกกว้างขึ้นในทันควันมีสิ่งหนึ่งที่มันมั่นใจได้ก็คือหมัดนี้ไม่ใช่หมัดเต็มแรงเขาออมแรงเอาไว้กับการโจมตีในครั้งนี้แรงที่ปล่อยออกไปมันเป็เพียงแค่ประมาณเจ็ดส่วนเท่านั้นก่อนหน้านี้ก่อนที่จะมีพลังิญญาภายในร่างกายชกต้นไม้นี้หลายร้อยครั้งมันเองก็ทำได้เพียงแค่รอยถลอกจากเปลือกไม้ที่อยู่บริเวณด้านนอก
แต่ในตอนนี้ยามที่มีพลังิญญาภายในร่างกายออกหมัดออกไปโดยใช้แรงเพียงเจ็ดส่วนมันกลับทำให้ต้นไม้นั้นแตกออกแถมเนื้อไม้ยุบลงไปถึง4 นิ้ว
ดวงตาของเด็กหนุ่มกำลังเบิกกว้างขึ้น ภายในใจนั้นทั้งตื่นตระหนกทั้งดีใจในตอนนี้รู้ได้ในทันทีว่าร่างกายของมันนั้นแข็งแกร่งขึ้นแล้ว
ลู่ิแทบจะลุกขึ้นและะโโลดเต้นแต่ว่าตัวของมันก็พยายามสงบใจได้อยู่ในท่าทางสงบนิ่งเอาไว้
ดึงฝ่ามือของตนเองกลับมาใช้ดวงตาจ้องมองไปที่หมัดอันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังของตนเอง“ ยอดเยี่ยมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะทรงพลังมากขนาดนี้ ”
“ ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะฝึกฝนร่างกายมากขนาดไหนผลลัพธ์มันเองก็ไม่ได้ออกมาเช่นนี้”
หวงิตระหนกกับพลังของตนเองที่ได้รับมาอยู่ซักพักใหญ่ใหญ่ก่อนที่ตัวของมันน่าจะทำความเข้าใจกับพลังของตนเองได้
หลังจากนั้นก็เดินมุ่งตรงกลับไปยังบริเวณกระท่อมของตนเองที่ตั้งอยู่ตีนเขาของพวกเขากระบี่ภายในสถานที่แห่งนี้ยังคงเงียบสงบเช่นเดิมเมื่อเดินทางกลับเข้ามาสิ่งที่หมายเราตั้งใจจะทำก็คือการฝึกฝน
ปฏิเสธไม่ได้ว่ายามที่เห็นพลังที่เพิ่มพูนขึ้นมาแล้วมันทำให้ตัวของลู่ิเองรู้สึกว่าตนเองนั้นอยากจะพัฒนาขึ้นไปได้อีก
เพราะแบบนั้นหลังจากที่ตนเองนั้นเห็นพลังของตนเองที่พัฒนาขึ้นยามกลับมาตัวของเขาก็ได้แต่ทำการฝึกฝนพลังของตนเองไปเรื่อยเรื่อยจนไม่รู้เลยว่าตัวของเขานั้นทำมันมากไปยามที่ผู้คนสามารถก้าวเดินหน้าหนึ่งก้าวก็มักจะอยากจะก้าวเดินก้าวถัดไปหรือว่าก้าวถัดไปเรื่อยเรื่อย
แน่นอนว่ามันไม่ผิดแต่ว่ามันไม่ใช่สำหรับคนที่มีพลังแบบลู่ิเขาทำการฝึกฝนพลังของตนเองโดยที่ทำการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเป็เวลาอีกสองวัน
โดยสองวันที่ใช้พลังในการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือเขาสามารถพัฒนาไปได้จนถึงระดับขอบเขตเริ่มต้นสีเขียวขั้นเจ็ดแต่ว่าหลังจากนั้นล่ะการพัฒนามันช้าลงมันช้าลงจนขนาดที่เรียกว่าแทบจะไม่ก้าวหน้าเลยด้วยซ้ำ
ลู่ิในวันที่สามร่างกายที่นั่งอยู่บนกองฟางแห้งใน่ยามราตรีเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อมากมายที่ปกคลุมทั่วทั้งร่างกายแสงไฟจากกองเพลิงบริเวณด้านหน้าสองผ่านเข้ามากระทบร่างกายของมัน
ในตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจำนวนมากที่ไหลพรากออกมาราวกับว่าตนเองนั้นไปะโน้ำมาดวงตาทั้งสองข้างก็ระส่ำละสายเปลือกตาที่กำลังพับปิดอยู่มันขยับขยื่นไปมายังไม่สงบ
ในตอนนี้ลู่ิเริ่มรู้สึกถึงอาการแปลกประหลาดภายในร่างกายของตนเองแล้วลมหายใจที่ควรจะโคจรยังคงที่ตอนนี้มันเองก็ไม่สามารถทำได้แบบนั้นก่อนหน้านี้พลังิญญาสามารถไหลเวียนภายในตันเถียนได้อย่างสมบูรณ์
แต่ในตอนนี้มันไม่ได้สามารถทำได้แบบนั้นเค้ารู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ขัดขวางอยู่เหมือนกับว่ามีกำแพงหินขนาดใหญ่ที่ขัดขวางแม่น้ำที่กำลังไหลผ่านร่างกายที่ควรจะพัฒนาอย่างรวดเร็วอยู่อยู่ก็พัฒนาช้าลง
ลู่ิไม่สามารถทนกับสภาวะนั้นได้เขาหลุดออกมาจากห้วงภวังค์แห่งการฝึกฝนในตอนนี้หลุดออกมาจากห้วงภวังค์แห่งการฝึกฝนดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
“ นี่มันอะไรกันพลังไม่ก้าวหน้าเลยสักนิดทั้งที่มันควรจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วแบบเมื่อสองวันก่อนที่ทำการฝึกฝน ”
ในตอนนี้เด็กหนุ่มตั้งคำถามกับตนเองเกี่ยวกับเสียงปริศนาที่เกิดขึ้นภายในร่างกายตัวของมันนั้นหลงใหลในพลังที่เพิ่มพูนขึ้นมาจนลืมนึกคิดถึงคำพูดของชายชราผู้นั้น
แต่หลังจากที่เดินทางมาจนถึงทางตันร่างกายไม่พัฒนาขึ้นลู่ิได้แต่สงบสติอารมณ์ของตนเองแล้วก็มองย้อนกลับไปถึงก่อนหน้านี้คิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับร่างกายของตนเองในตอนนี้แล้วก็ทบทวนกับคำพูดของชายชราผู้นั้น
หลังจากที่ทบทวนกับคำพูดของชายชราผู้นั้นจึงตกตะกอนว่าในตอนนี้ที่ร่างกายไม่สามารถพัฒนาได้รวดเร็วก็เพราะว่าพลังหยินภายในเคล็ดวิชาเก้าหยกประสานชีพจรมันกำลังจะหมดลง
เคล็ดวิชานี้ดึงดูดพลังหยินเก็บเอาไว้ภายในเขตวิชาแล้วก็ใช้มาเป็การฝึกฝนใน่หลายวันที่ผ่านมาเขาฝึกฝนอย่างหนักจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเป็เพราะคิดว่าอยากจะทำให้ตนเองนั้นพัฒนาอย่างรวดเร็วจนลืมคิดว่านั่นก็เป็การผลาญพลังหยินมากมายเช่นเดียวกัน
เพราะแบบนั้นในตอนนี้เขาจึงไม่สามารถฝึกฝนได้รวดเร็วเหมือนก่อนหน้านี้เป็เพราะว่าพลังหยินภายในร่างกำลังจะหมดลง
“ แย่แล้ว… ”
จบบท