สีรุ้งสะดุ้งน้อยๆ เมื่อประตูห้องของเธอถูกเคาะ ขณะที่กำลังนั่งคิดวุ่นวาย...ไปกับเื่เมื่อคืนระหว่างเธอกับ...ผู้ชายที่เรียกได้ว่าเป็เพื่อน
“ธาร”
หน้าเธอแดงแจ๋เลยทันที เมื่อเปิดประตูแล้ว เจอะเจอกับคนที่อยู่ในความคิดของเธออยู่พอดี คนมาหาเธอเองก็หน้าแดงไม่แพ้กัน เขาเป็ผู้ชายที่เก็บอารมณ์ไม่อยู่เลยจริงๆ เธอไม่เคยเห็นผู้ชายเขินจนหน้าแดงจัดแบบนี้มาก่อน
น่ารัก...
ใช่เขาน่ารักมาก
ความคิดนี้วาบขึ้นมาเมื่อเธอแอบมองหน้าเขาอีกหน ธารยังคงหน้าแดงจัด ขณะที่มองจ้องเธอเขม็ง ั์ตานั้นมองไล่เรื่อยไปทั่วใบหน้าเธอและมองสำรวจตรวจตราไปเรื่อย จนคนถูกมองรู้สึกเหมือนกำลังถูกเปลื้องผ้าอย่างไรพิกล
“มองอะไรนักหนา” เธออดถามไม่ได้ เมื่อถูกมองยังกับถอดผ้าแบบนั้น คนมองเองกระแอม แล้วก้าวเข้ามาในห้องของเธอ มือของเขาจับแขนของเธอไว้ทั้งสองข้าง ทำเอาสีรุ้งใจเต้นตึกตัก
“เป็อะไรหรือเปล่า? ผมทำอะไรแรงไปหรือเปล่าเมื่อคืน”
“ไม่ได้เป็อะไร” สีรุ้งกะพริบตาปริบๆ โอย...ทำไมจะต้องมาย้ำเื่อะไรแบบนั้นด้วยนะ มาย้ำแบบนี้ มาจับแบบนี้ ทำไมแค่เขาจับแขนเธอ ได้ยินเสียงเขา ร่างกายบางอย่างมันก็ร้อนวาบ ราวกับััลูบไล้ชวนวาบหวิวนั้น มันยังติดตรึงและจำได้
จำได้...แถมยัง...
“จริงๆ นะ”
เขามองเธออย่างเป็ห่วง แล้วก็ต้องถอนใจเมื่อสีรุ้งพยักหน้า เขาดึงเธอไปกอดอย่างอดไม่ได้ หน้าเธอซบกับอกกว้างๆ นั่นพอดี ทำไมเขาถึงร่างกายใหญ่โตอบอุ่นแบบนี้กันนะ เธอรู้สึกเป็ผู้หญิงที่บอบบางมาก เมื่ออยู่ในอ้อมแขนของธาร
“ธาร...”
“ผมกลัวว่าตัวเองจะทำให้รุ้งเจ็บ เมื่อตอนกินข้าวกัน เห็นรุ้งบอกว่าเพลียๆ อยากนอน แล้วก็เดินแปลกๆ ผมก็เลยตามมาดู เอ่อ...บางที ถ้าผมรู้มาว่า ถ้าขนาดเราต่างกันมากๆ มัน...รุ้งจะเอายาไหม ผมจะไปซื้อให้”
ดูความเป็ห่วงนั่นเถอะ...เธอทั้งขำทั้งเขิน กับผู้ชายคนนี้...สีรุ้งสั่นหน้ารัวๆ กับอกกว้างๆ นั่น
“ไม่ได้เป็อะไร ไม่ได้...เจ็บขนาดนั้น”
“จริงๆ นะ” เขาเชยคางของเธอให้มองสบตาเขา สีหน้าของเขามันทำให้เธอยิ้มอย่างอดไม่ได้ คันไม้คันมืออยากจะเอื้อมมือไปลูบแก้มให้เขา เพราะมันดูทั้งกังวล ทั้งเป็ห่วงเธอ จนอยากจะปลอบโยน
“อื้อ...ไม่เป็อะไรจริงๆ รุ้งก็แค่...เราอย่าพูดเื่นี้กันอีกเลย มันน่าอายจะตายไป” เธอย่นจมูกน้อยๆ เสียงถอนใจโล่งอกของเขามันทำให้เธอนึกเอ็นดู
“โล่งอกไป ผมนึกว่า...ทำให้รุ้งเจ็บ กลัว ไม่ประทับใจกับเื่...” แก้มของเขาแดงเถือกขึ้นมาอีกแล้ว
“เื่นั้น”
“ตรงกันข้าม...” เสียงหวานเผลอพึมพำอุบอิบ แถมเขาก็ได้ยินมันเต็มหูเสียด้วย ทำให้ธารรู้สึกใจชื้น หัวใจฟูขึ้นมาเลยทันที
“หืม? ตรงกันข้าม หมายความว่า รุ้งรู้สึกดีกับเื่นั้นใช่ไหม?”
“จะมาถามอะไรซอกแซกนักนะ”
เธอทุบอกเขาเบาๆ เขินจนอยากจะหายตัวไปได้แล้ว ธารเพียงหัวเราะหึๆ แล้วอุ้มเธอลอยขึ้นจากพื้น พาเธอไปนั่งบนตักเขาที่โซฟา เขาไม่อยากจะอยู่ไกลเธอแม้แต่นิดเดียวเลยสิตอนนี้ พออยู่ใกล้ๆ แล้วก็อยากแต่จะกอด เหมือนคนคลั่งเธอไปแล้ว ทั้งที่ตอนที่ยังเฝ้ามองเธอนั้น เขาทนได้อยู่เป็นานสองนาน ทนได้ถึงขนาดที่ว่าขอชื่นชมห่างๆ เป็พอ เพราะคิดเสมอว่าตัวเองนั้นด้อยกว่าเธอ และสีรุ้งอยู่สูงเกินไป
แต่พอเื่เมื่อคืน มันทลายทุกอย่างของธารไปจนหมด จนสิ้น ตอนนี้เขาคิดมุ่งมั่นอย่างเหลือเกิน ที่จะให้ได้ทั้งใจเธอและตัวเธอ
เขาด้อยกว่าเธอ เขาก็จะพยายามให้ขึ้นมาเทียบเคียงเธอให้ได้ เธอสูงเกินไปเขาก็จะพยายามก่อบันไดปีนไปให้ถึงเธอ
“รุ้ง ผมถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม?” สีรุ้งเองก็ไม่ได้ขัดขืนดิ้นรนอะไรหนีจากััของธาร เธอรู้สึกดี...อบอุ่น วาบหวามกับอ้อมแขนนี้จนยอมให้เขากอดไว้อย่างสนิทสนม
“จะถามอะไร ถ้ารุ้งตอบได้จะตอบ แต่บางเื่ รุ้งก็ขอไม่ตอบ”
“ผมว่ารุ้งตอบผมได้” เขาก้มลงลากจมูกโด่งของตนไปมากับขมับของเธอเพื่อสูดกลิ่นหอมกรุ่นนั้นเข้าปอดอย่างชื่นใจ
“เื่อดีตสามีของรุ้ง ทำไม...รุ้งกับเขาถึงไม่เคย...รุ้งแต่งงานกับเขาเพราะอะไรหรือ? ผมเห็นว่ารุ้งรักเขามากไม่ใช่หรือ”
“มันสำคัญขนาดไหน เกี่ยวกับเื่นี้ ที่รุ้งต้องตอบธาร” เสียงหวานฟังเข้มขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับั์ตางดงามที่เงยมองสบกับเขา มันส่องประกายบอกว่าเธอไม่ใคร่พอใจนัก แต่เขาก็ต้องรู้ให้ได้...
“สำคัญมาก เพราะผมต้องรู้ ผมจะได้เดินหน้าต่อไปถูก” คำตอบของเขาทำให้เธอใจเต้น มือของเธอถูกมือใหญ่รวบขึ้นมาแล้วจูบเบาๆ ที่หลังมือ
“ผมเป็ของรุ้งไปแล้ว...รุ้งต้องรับผิดชอบผมทั้งตัวและหัวใจ”
“แน้” เธอกัดริมฝีปาก พลางทำตาโตใส่เขา อะไรของเขากันนะ คนบ้านี่...จริงๆ แล้วต้องเป็เธอไม่ใช่เหรอ ที่ต้องเรียกร้องขอคำรับผิดชอบ
“หัวใจของผมเป็ของรุ้งมาตั้งนานแล้ว” คำสารภาพนั้นทำให้เธอใจเต้นแรง และอิ่มอาบไปด้วยความสุข ั์ตายาวรีแน่วแน่นั้น บ่งบอกว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นคือเื่จริง
“ผมอยากรู้ว่าหัวใจของรุ้งตอนนี้มันว่างหรือเปล่า? แล้วเื่ที่เกิดขึ้นกับรุ้งและเขา...มันคือเื่อะไรกันแน่ บอกผมได้ไหมครับ? นะ...ผมอยากรู้จริงๆ” เสียงอ้อนๆ นั่น แถมจะยังสายตานั่นอีก เธอจะปากแข็งไม่ยอมง้างบอกเขา ก็คงจะใจดำเกินไปล่ะ
แล้วเธอก็อดใจร้ายกับเขาไม่ได้เสียด้วย
สีรุ้งเม้มริมฝีปากเล็กน้อย มันเป็เื่น่าอาย เื่ขายหน้าของเธออย่างมากก็ว่าได้ เธอถึงปิดปากไม่ยอมบอกเล่าให้ใครฟัง ยอมเจ็บ ยอมโมโหอยู่คนเดียว แต่ถ้าเธอก้าวพ้นเื่นี้ไปไม่ได้ บางที...เธออาจจะเข็ดขยาดเื่ชีวิตคู่ไปเลยก็ได้
“หัวใจของรุ้ง...” เธอก้มหน้าหลบตาเขา แก้มร้อนเพราะสายตาแบบนั้นของธาร เธอกำลังจะละลายเพราะสายตาอ้อนๆ นั่นล่ะ
“มัน...ไม่เจ็บอีกแล้วล่ะธาร เื่ระหว่างรุ้งกับพันรบน่ะ มันเหมือนรุ้งโดนเขาหลอกใช้ แล้วพอรุ้งรู้ว่าเขาทำไมถึงมาแต่งงานกับรุ้ง แน่ล่ะไม่ใช่ความรัก แม้เขาจะพยายามทำให้รุ้งคิดว่าเขารักรุ้งมากก็ตามที กับเขา...ใจรุ้งขาดไปเลยั้แ่รู้ความจริง...มัน...มันน่าอายนะธาร ถ้าเราจะถูกผู้ชายคนหนึ่ง หลอกว่ารักเรา หลอกให้เราหวังในตัวเขาและรักเขา เพียงเพื่อบังหน้า กลบเกลื่อนพฤติกรรมที่ไม่เป็ที่ยอมรับในสังคม และครอบครัวของเขา”
“หืม?”
ฟังๆ ดูแค่นี้ ธารก็พอจะรู้แล้วว่าอะไรเป็อะไร เขากลืนน้ำลาย พลางลูบแก้มเธออย่างปลอบโยน เขาควรจะโมโห หรือควรจะดีใจดีนะ ที่หมอนั่นเป็คนน่ารังเกียจแบบนั้น ไม่ได้น่ารังเกียจตรงสิ่งที่ตนเองเป็ แต่น่ารังเกียจตรงที่มาหลอกสีรุ้งของเขานี่ล่ะ
“พูดแค่นี้ธารก็คงจะพอรู้แล้วใช่ไหมล่ะ?” เธอย่นจมูกน้อยๆ พลางมองสบตากับเขา ธารพยักหน้า แล้วถอนใจ
“อืม...พันรบเป็เกย์ใช่ไหม เอ่อ...ผมต้องขอโทษด้วยถ้าเกิดว่าเดาผิด”
“ใช่...รุ้งก็เลยเป็แม่หม้ายที่ยังซิงยังไงล่ะ” เธอยักไหล่ พร้อมกับหัวเราะเหมือนจะเยาะตัวเอง
“รุ้งนี่โง่จริงๆ ให้คนแบบนั้นหลอกได้ตั้งนาน ตั้งหลายปีเชียวนะธาร ดีนะที่...เขายังไม่ได้ทำอะไรกับรุ้ง ขืนมีลูกกันแล้วรู้...โอย...”
“ถ้าหมอนั่นทำกับรุ้งแบบนั้น ผมนี่ล่ะจะฆ่ามัน” น้ำเสียงของธารทำให้สีรุ้งถึงกับสะดุ้ง ไม่คิดว่าผู้ชายที่อ่อนโยน น่ารักอย่างธารจะมีความรู้สึกอะไรแบบนี้ด้วย เธอถึงกะพริบตาปริบๆ
“ธาร...ฆ่าคนตายผิดกฎหมายนะ แล้วธารไม่ต้องมาโกรธแค้นแทนรุ้งขนาดนั้นหรอกจ้ะ”
“ผมรู้ว่าเขาทำอะไรกับรุ้ง ตอนนี้ผมก็โมโหมากอยู่” เขาว่า ั์ตาเปล่งประกายวับวามเอาจริง “ทำตัวไม่เป็ลูกผู้ชายเลยจริงๆ แล้วผมก็ต้องโกรธแทนรุ้งสิ เพราะผมรักรุ้ง”
“หืม?” สีรุ้งถึงกับอ้าปากค้าง จริงอยู่...เมื่อครู่เขาก็บอกเธอเป็นัยว่าเขาชอบเธอ แต่ไม่คิดว่าเขาจะสารภาพออกมารวดเร็วขนาดนี้
“ใอะไร? ผมรักรุ้งจริงๆ รักมานานแล้วด้วย”
“มัน...ก็ใสิ...ไม่ใได้ยังไงกันละ” เขาหัวเราะเบาๆ พร้อมกับก้มลงจูบแก้มเธอ เสียงแ่กระซิบข้างหูเธอ ทำให้เธอใจเต้นแรง
“ผมรักรุ้งมาั้แ่เราเรียนด้วยกันแล้ว ผมประทับใจรุ้งและชื่นชมรุ้งมาก ผมรักรุ้งเหมือนลูกหมาตัวหนึ่งที่เฝ้ารักเ้าของ รัก...รัก...แล้วก็รัก...ผมไม่กล้าแสดงออกมากมาย เพราะผมกลัวจะเสียรุ้งไป ผมดีใจแทบตาย ที่เราได้มีโอกาสกลับมาเป็เพื่อนกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน”
“โอ...ธาร” เธอรู้สึกปลื้มจริงๆ กับคำสารภาพนั้น จะมีใครสักกี่คนนะ ที่รักและเฝ้าชื่นชมคนๆ หนึ่งได้ถึงขนาดที่เขาเป็ มันตั้งกี่ปีแล้ว...ที่เธอรู้จักกับเขามา
“ผมดีใจกับรุ้งที่รุ้งแต่งงานไปกับหมอนั่น ตอนแรกผมนึกว่าเขาเป็คนดี และคงจะดูแลรุ้งได้ดี ไม่คิดว่าเขาจะทำกับรุ้งแบบนี้ ถ้าผมรู้ ผมก็คงจะไม่ปล่อยให้หมอนั่นได้มีโอกาสทำร้ายหัวใจรุ้ง”
“หืม...ธารจะทำอะไรล่ะ ถ้ารู้มาก่อนว่าพันรบเป็คนไม่ดี” เธอแกล้งว่า อยากจะรู้คำตอบของเขานัก...
ธารอึ้งไปเล็กน้อย พลางกลืนน้ำลาย ถ้าเขารู้ว่าหมอนั่นเป็คนไม่ดี...ไม่เหมาะสมกับเธอ จะมาทำให้คนที่เขารักและชื่นชมแปดเปื้อนไปด้วยความเศร้า ความผิดหวัง เขาคง...
“ผมจะกีดกันเขา และพยายามบอกกับรุ้งว่าเขาไม่เหมาะสมกับรุ้ง ผมจะทำให้เขาไม่มีโอกาสทำให้รุ้งเสียใจเลย”
“แล้วธารจะกล้าจีบรุ้งหรือเปล่า” เธอแกล้งหยั่งเชิง ธารถอนใจ พลางส่ายหน้า เขาไม่ชอบโกหก และจะไม่โกหกเธอ
“คงไม่กล้า เพราะผมกลัวว่าจะเสียรุ้งไป การแอบรักใครสักคน มันมีทั้งความสุขและความทรมานนะ โดยเฉพาะถ้าคนๆ นั้นเป็เพื่อน...มันยากมากกับการที่จะเริ่มต้น...ผมบอกตรงๆ ว่าผมกลัว”