“นั่งลงสิ” ศาสตราสั่งเสียงห้วน แม้ว่ามินตราจะไม่พอใจเท่าไหร่นัก แต่ก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี หญิงสาวคลี่ยิ้มบางตอบกลับเมื่อหันไปเห็นเลอองที่ยิ้มให้เธออย่างเป็มิตร..
ทำไมผู้ชายคนนี้หน้าคุ้นจัง..
“คุณจำผมได้ไหม?” เลอองเป็ฝ่ายเปิดบทสนทนา มินตราจ้องหน้าเขาอย่างคิดไม่ตก..
และแล้ว.. ภาพที่เธอชนกระเป๋าใบใหญ่ก็แว่บเข้ามา
“อ๋ออ! คุณคนที่สนามบิน!!” หญิงสาวถึงบางอ้อ ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ
“ครับ.. คือผมคิดว่า.. ตอนที่คุณก้มลงไปเก็บเอกสาร บังเอิญเอกสารสำคัญของผมจะหล่นปะปนไปกับเอกสารของคุณน่ะ” เลอองพูดเข้าเื่อย่างไม่อ้อมค้อม
มินตรากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะตอบอย่างไม่มั่นใจ
“เหรอคะ.. แฟ้มนั่นตอนนี้ฉันก็ไม่มีซะด้วยสิ”
“ก็เห็นๆอยู่ว่าไม่มี”
เมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่พูดสอดขึ้นมานั้นหญิงสาวก็หันค้อนเ้าของเสียงทันที ศาสตราจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างกวนๆ
เลอองมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างละเหี่ยใจกับนิสัยเสียของศาสตรา.. ฟังจากที่พลอยทะเลเล่า เขาไม่แปลกใจเลยจริงๆว่าทำไมเลขาถึงลาออกกันเป็พรวน.. ไหนจะความเ้าระเบียบจุกจิกของหมอนี่อีก..
“ไม่มีก็ไม่เป็ไรครับ นี่นามบัตรของผม.. ถ้าคุณจะช่วยกลับไปดูในเอกสารของคุณให้หน่อย แล้วก็ติดต่อผมได้ทุกเมื่อเลยนะ” เลอองหันกลับมาสนใจมินตรา พร้อมทั้งยื่นนามบัตรของตนเองให้เธอ
มินตรารับนามบัตรสีทองมาไว้ในมือก่อนจะกวาดสายตามองมันอย่างรวดเร็ว
เลออง ชินน์.. หญิงสาวจ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง.. ก่อนที่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความแสบของเธอจะปะทุขึ้น
ั์ตากลมมองขึ้นสบกับศาสตรา รอยยิ้มแห่งใจชนะแย้มขึ้นอย่างชัดเจน..
“ค่ะ.. แล้วถ้าฉันเจอ.. ฉันจะได้อะไรคะ?” เสียงหวานเอ่ยถาม รูปประโยคนั้นควรจะเป็เธอพูดกับเลออง ทว่ามินตรากลับมองศาสตราแววตาเป็ประกาย
“นี่เธอ!!” ศาสตราแทบจะลุกขึ้นยืนตะคอก เมื่อได้ยินประโยคที่หลุดจากปากมินตรา “มันจะไม่มากไปหน่อยหรือไง! เอาของเขามาก็แค่คืนเขาไปสิ!” ชายหนุ่มพูดด้วยความโมโห
แม้แต่เลออง ก็ใไม่เบาเช่นกัน เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากของมินตรา แต่ด้วยความสุขุม ทำให้เขารักษาระดับอารมณ์ของตนเองได้ดี
ขณะเดียวกันสำหรับศาสตรา.. ถ้าหากเป็เื่ธุรกิจ ลูกค้า พาร์ทเนอร์ หรือแม้แต่ลูกน้อง เขาแทบจะไม่มีปัญหาในการรับมือคนประเภทนี้เลย.. แต่กับผู้หญิงตรงหน้า เขากลับเก็บอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย
“คุณ้าอะไรครับ” เลอองถามอย่างเยือกเย็น ชายหนุ่มปั้นยิ้มอย่างที่นักธุรกิจทุกคนทำ มินตราหันมาสบตากับเลอองด้วยสายตาขอโทษ แม้จะไม่แน่ใจนักว่ามันส่งไปถึงชายหนุ่มหรือไม่ ก่อนจะมองกลับไปยังศาสตราด้วยแววตาเหนือกว่า
“คุณศาสตราต้องรับฉันเป็ผู้ช่วยเป็เวลา 3 เดือน สัญญาต้องทำเป็ลายลักษณ์อักษร และเมื่อครบ 3 เดือนฉันจะคืนเอกสารทั้งหมดให้คุณเลออง” ใบหน้าหวานยิ้มกว้างกับชัยชนะที่ลอยมาอยู่ตรงหน้า.. แม้จะไม่แน่ใจว่ามีเอกสารของเลอองอยู่ในแฟ้มของเธอหรือไม่.. แต่นี่ก็เป็โอกาสทองที่เธอได้คว้ามันไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว.. ที่เหลือก็แค่ภาวนาให้เธอมีเอกสารของเลอองจริงๆเท่านั้น!!
“ไม่มีทาง!!” ศาสตราะโตอบอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายตอบเช่นนั้น เลอองจึงประมวลความคิดอย่างรวดเร็วก่อนจะยื่นข้อเสนอใหม่ให้มินตรา
“เปลี่ยนมาเป็ผู้ช่วยผมแทนได้ไหมครับ ผมจะเซ็นต์สัญญากับคุณ 1 ปีเลยก็ได้” เลอองลองพูดอย่างใจเย็น ขณะเดียวกันหญิงสาวก็หันไปสบตาเขา และตอบอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่ได้ค่ะ.. ฉันต้องเป็ผู้ช่วยของคุณศาสตราเท่านั้น”
“เธอมีเหตุผลอะไร!!?” ศาสตราถามอย่างไม่เข้าใจ
“คุณไม่จำเป็ต้องรู้นี่” หญิงสาวหันกลับมาตอบเขาด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่า.. และนั่นยิ่งทำให้ศาสตราเดือดเข้าไปอีก
“งั้นฉันก็ขอย้ำว่า ไม่-มี-ทาง!!!!” ศาสตราตอกกลับใส่หน้าหญิงสาวด้วยเสียงที่ดังขึ้นอีก
ขณะนี้เลอองกำลังตกนั่งลำบาก..เขาได้แต่คิดไม่ตก.. เพราะเอกสารทั้งหมดเป็ของเขาเพียงคนเดียว ศาสตราเองก็ไม่จำเป็และไม่มีภาระอะไรที่จะต้องมารับผิดชอบเื่ของเขาทั้งนั้น
ศาสตราเหมือนจะคิดได้เช่นเดียวกัน ทว่าเมื่อเขาหันกลับไปมองสีหน้าของพี่ชายต่างสายเื เขาก็แทบจะเคี้ยวริมฝีปากตัวเองและอยากจะคว้าคำพูดของเขากลับมา..
ใช่..เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเขาสักนิด.. แต่ถ้าไม่ช่วยเลอองเลยมันก็คงจะใจดำเกินไป..
แม้ว่าหมอนั่นจะเป็หนามตำใจเขาเื่พลอยทะเล แต่ก็เกือบสิบปีแล้ว..ที่เลอองเปรียบเสมือนทั้งเพื่อน ทั้งพี่ของเขา อีกอย่าง.. เอกสารนั่นสำคัญซะด้วย ทั้งวีซ่า ทั้งสำเนาตัวจริงที่ดินหลายแห่งของบริษัทเลออง ถ้าเอกสารทั้งหมดนั่นหายไป หรือตกไปอยู่ในมือคนอื่นละก็..
หมอนี่ล้มละลายแน่ๆ..
“ถ้างั้นฉันกลับ!” มินตราลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอ้อยอิ่งทำเป็เดินหันหลังกลับออกไป.. จากที่คิดพิจารณาดูแล้ว.. เอกสารของเลอองต้องมีความสำคัญค่อนข้างมากแน่ๆ ไม่เช่นนั้นศาสตราคงจะไม่อนุญาตให้เธอเข้ามาในบ้านของเขา..
“เดี๋ยว..” ศาสตราโพล่งขึ้นมาจากความเงียบ ชายหนุ่มกัดฟันพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับความ้าของเขาโดยสิ้นเชิง
“ตกลง.. 3 เดือนมาเป็ผู้ช่วยฉัน”
สิ้นประโยคนั้น มินตราที่หันหลังอยู่แทบจะกรี๊ดออกมาเป็ภาษามินเนี่ยน (เยส!) แต่หญิงสาวก็รีบเก็บความดีใจอย่างออกนอกหน้า ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับผู้ชายทั้งสองคนอีกครั้ง..
ในขณะเดียวกันเลอองก็หันหน้ามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้เคียง.. แม้ใบหน้าจะไม่สบอารมณ์นักที่ต้องฝืนใจทำสิ่งที่ไม่้า แต่เลอองก็อดรู้สึกขอบคุณในน้ำใจของน้องชายไม่ได้
“ถ้างั้น.. เขียนสัญญาเลยค่ะ” มินตราพยายามเก็บคำพูดของเธอให้นิ่งที่สุด แต่ก็อดอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้
“เอาเอกสารมาให้ดูก่อน ” ศาสตราตอบทันควัน “ส่วนสัญญาคุณจะได้เซ็นต์หลังจากผมและเลอองตรวจเอกสารแล้ว” เขาพูดต่อ
มินตรามองชายทั้งสองคนสลับกันอย่างช่างใจก่อนจะตอบ
“ไม่มีปัญหา! พรุ่งนี้ฉันจะไปพบคุณที่บริษัท 9 โมงเช้า” ว่าจบ ร่างบางก็เดินกอดอก ก่อนจะเดินจากไป
ศาสตรามองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่ค่อยๆลับหายออกไปจากตัวบ้านอย่างไม่ชอบใจนัก เขานั่งกระแทกตัวลงบนโซฟาอย่างหงุดหงิด
ยายผู้หญิงบ้า! เขาคิดไม่ผิดจริงๆที่ยายนี่จะนำความวุ่นวายเข้ามา! ร่างสูงคิดในใจ
“ขอบใจนะ” เลอองเอ่ยขึ้น หลังจากที่นั่งเงียบกันอยู่ครู่หนึ่ง ศาสตราหันกลับมาเผชิญกับคนที่อายุมากกว่า ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่เป็ไร.. ถ้าเื่นี้มันเกิดกับฉัน นายก็คงทำแบบนี้” ศาสตราเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “ยิ่งถ้าพลอยรู้ว่าฉันไม่ช่วยนาย.. ยายตัวเล็กนั่นโกรธฉันตาย” คำตอบที่ได้รับ ทำให้เลอองถึงกับหัวเราะเบาๆในลำคอ.. แม้จะไม่เจอกันถึง 7 ปี.. แต่มองเพียงแค่แว่บเดียวก็รู้ว่าศาสตราคิดยังไงกับหญิงสาวที่ถูกเอ่ยถึง
“ว่าแต่.. ทำไมนายถึงไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นขนาดนั้นล่ะ” เลอองถามขำๆ เมื่อเห็นว่าศาสตราค่อนข้างจะหงุดหงิดมากเมื่อเจอหน้าหญิงสาวที่เพิ่งจากไป
“แม่นั่นมันจอมป่วน.. ตามระรานฉันมาสักพักละ..” ศาสตราตอบใบหน้าบึ้งตึง
“แต่เขาดูอยากจะเป็เลขานายมากเลยนะ” ชายหนุ่มอีกคนตั้งข้อสังเกต คิ้วเริ่มขมวดน้อยๆด้วยความสงสัย
ศาสตราไม่ตอบ.. ชายหนุ่มมองหน้าพี่ชายแว่บหนึ่ง ก่อนจะสะบัดสายตากลับออกไปครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง..
“ตั้ง 3 เดือนเชียวนะ.. แต่ก็ดีเหมือนกัน.. ข่าวเปลี่ยนเลขาของนายคงจะหายไปสักพัก” เลอองพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะหึหึอีกครั้ง
ศาสตราหันกลับมามองเลออง ก่อนจะพูดด้วยเสียงทีหนักแน่น และดุดัน..
“ไม่แน่.. ยายนั่นอาจจะขอเลิกสัญญาก่อน 3 เดือนก็ได้” แววตาทอประกายระยิบระยับ.. ความคิดร้ายๆและแผนการเริ่มไหลเข้ามาในสมองของชายหนุ่มอย่างหยุดไม่อยู่
หึ.. อยากจะเป็ผู้ช่วยของฉันนักใช่ไหม.. แล้วเรามาดูกันว่าใครจะอยู่ใครจะไป มินตรา!!
มินตราเดินกลับออกมาอย่างใจจดใจจ่อ ร่างบางยิ้มไม่หุบตลอดทางกลับคอนโดของตามธรรม์เพื่อกลับไปหาเอกสารของเลออง
ขอให้มีทีเถ๊อะ!!
ร่างบางคิดในใจพนมมือหลวมๆกับตัวเอง.. ก่อนจะพบว่าตอนนี้เธอกลับมาถึงคอนโดแล้ว
“แกไปไหนมาเนี่ย” ตามธรรม์ถาม ทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินกลับเข้ามาในห้อง มินตราที่เดินเข้ามากลับไม่พูดไม่จา ร่างบางวิ่งไปหยิบแฟ้มที่เธอใส่เอกสารทั้งหมดไว้
ร่างบางค้นกระดาษที่ละแผ่นอย่างเอาเป็เอาตาย และในที่สุดเธอก็ยิ้มแก้มแทบแตกก่อนจะกรี๊ดเสียงดังลั่น
“กรี๊ดดดดดดดด เย้ๆๆๆ เจอแล้ววว!!” ร่างบางหยิบซองสีน้ำตาล กับเอกสารภาษาอังกฤษอีกสองสามแผ่น ลงชื่อ นาย เลออง ชินน์ ออกมาไว้ในมือ
ตามธรรม์มองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปเขกหัวเพื่อนสนิทอย่างแรง
โป๊ก!
แรงเขก ทำให้มินตราร้องเสียงหลงด้วยความเ็ป ก่อนจะสบถด่าตามธรรม์
“ไอ้บ้าตาม! แกเขกหัวฉันทำไมเนี่ย เจ็บนะ แงงงงง!” ตามธรรม์เดินไปเก็บแก้วน้ำก่อนจะเดินกลับมาหัวเราะอย่างสะใจใส่เพื่อนสาว
“ฮ่าๆๆ ก็แกกรี๊ดลั่นห้องทำไมเล่า ประสาทหรือไง!” ชายหนุ่มหยุดพูดกับเธอ ก่อนจะเดินกลับไปยังโซฟาหน้าโทรทัศน์
“ฮิฮิ ฉันได้งานแล้วล่ะ” มินตราพูดอย่างอารมณ์ และเดินตามมานั่งกับชายหนุ่ที่โซฟา ตามธรรม์หันหน้ามองเพื่อนสาวอย่างไม่เชื่อ
“พูดเล่นหรือเปล่าเนี่ย?” ร่างสูงตาโต
“จริงสิวะ! เื่มันมีอยู่ว่า…” แล้วมินตราก็สาธยายเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเธอให้ตามธรรม์ฟังภายใน 2 นาที.. ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ อย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อในความโชคดีของเพื่อนรักเท่าใดนัก
“แกนี่โชคดีซ้ำซ้อนนะเนี่ย”
มินตราไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยักคิ้วให้ชายหนุ่ม ก่อนจะยิ้มไม่หุบอีกสักพัก
“เอ้อใช่.. พรุ่งนี้ฉันกลับละนะ” ตามธรรม์หันมาบอกมินตรา ขณะที่หญิงสาวทำหน้าใ
“เฮ้ย ทำไมรีบกลับจัง” มินตราถาม
“ก็ฉันทำธุระเสร็จแล้วนี่ ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรทำ กลับไปดูแลส้มดีกว่า” ชายหนุ่มตอบ ขณะที่มินตราหลิ่วตามองเพื่อนชายอย่างไม่เข้าใจ..
ถ้าส้มมีชีวิต เพื่อนชายของเธอคงจะแต่งงานกับส้มไปแน่ๆ..
“ไม่เจอกันเกือบปี.. มาแค่เนี้ย?” คิ้วบนใบหน้าหวาน โก่งตัวสูงขึ้นเป็เชิงถาม
ตามธรรม์ฉีกยิ้มมุมปากก่อนจะตอบ “เดี๋ยวแกไปเลี้ยงแกะ ก็เจอจนเบื่อหน้า!”
มินตรามองหน้าเพื่อนชายนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง.. สมแล้วที่เธอให้ตามธรรม์ติดอันดับเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ แม้ว่าอะไรๆ จะดูไม่เข้าที.. เหตุการณ์มากมายอาจจะเกิดขึ้น แต่คนที่จะอยู่กับเธอและให้กำลังใจเธอเสมอคือผู้ชายตรงหน้าเธอคนนี้!
ตามธรรม์มองหน้าเพื่อนสาวคนสนิทที่เริ่มมองหน้าเขาอย่างซึ้งๆ ก่อนจะเบ้หน้าใส่เธอ
“ไอ่มินเน่า แกมาทำหน้าซึ้งใส่ฉันทำไมวะ สยอง อึ๋ยยย!” ชายหนุ่มพูด ก่อนจะสั่นแขนขาตามความรู้สึกสยิวของเขา มินตราค้อนใส่ผู้ชายตรงหน้าอย่างหมดอารมณ์ ใบหน้าหวานยู่ยี่แสดงให้เห็นถึงความมันเขี้ยว เธอใช้ขาเล็กๆถีบเขาตกโซฟาในวินาทีถัดมา
ตุ๊บ!
“ไอ่เพื่อนเวร! จะไปไหนก็ไปเลยไป้!! ชิ”
ทว่าตามธรรม์ที่ถูกถีบก้นจ้ำเบ้าลงไปกับพื้นไม่มีท่าทางโกรธสักนิด ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดังลั่นห้องโดยไม่มีท่าทีที่จะหยุดได้อย่างง่ายดาย
“กร๊ากกก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
มินตรามองชายหนุ่มที่นั่งหัวเราะอยู่กับพื้นเหวอๆ ก่อนจะตบหน้าผากตัวเองและส่ายศีรษะไปมา..
รอบตัวเธอมีคนปกติบ้างมั้ย!!