บ้านกลางป่า
ซูหลี่หญิงวัยกลางคนที่ยังมีใบหน้าหน้างดงาม อ่อนกว่าอายุจริงราวกับนางไม่เคยต้องตรากตรำ นำของแห้งที่ตากไว้เก็บในลังไม้เพื่อจะได้เก็บไว้กินยามหน้าหนาวโรงนาเล็กๆ สำหรับเก็บพืชพันธุ์สำหรับเพาะปลูกรวมทั้งเครื่องเทศเนื้อเค็มและผลไม้แห้ง
ร่างสูงของบุรษผู้หนึ่งในอาภรณ์พรางตัว ใบหน้าหล่อเหลาคมคมคายท่าทีนิ่งขรึมแต่นอบน้อมยิ่งนัก
“นายหญิง”ซูหลี่ วางของในมือ
“นายท่านให้ นำเงินจำนวนนนี้มามอบให้กับท่าน”ซูหลี่ยิ้มเศร้าๆ
“เข้าใจแล้ว นายท่านสบายดีไหม”
น้ำเสียงขาดหายไปในลำคอเช่นไรจึงกล้าถามไถ่ในเมื่อซูหลี่แค่เพียงหญิงชาวบ้าน
“ขอรับ จวิ้นอ๋องไม่ยอมรับคุณหนูในฐานะชายารอง ตามที่คาดการณ์คนผู้นี้ระวังตัวยิ่งแล้ว นายท่านจึงบอกให้นายหญิงอยู่ที่นี่ไปจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”
“แล้ว ซูเม่ยนางจะต้องทำหน้าที่สาวใช้ไปจนกว่าเมื่อไหร่กัน”
“คุณหนูน่าเอ็นดูเกรงว่า จวิ้นอ๋องนานวันเข้าจะตกหลุมพราง”
“ข้าห่วงว่าซูเม่ยจะไม่เข้าใจข้อนี้ นางไม่เข้าใจเื่ที่ต้องเสียสละเพื่อบิดา”ทอดถอนใจ
“นายท่านจะพยายามชดเชยให้ในสิ่งที่คุณหนูขาดไปให้สมบูรณ์ที่สุดหากเื่นี้ยุติลง”
“กดดันยิ่งแล้วจวิ้นอ๋องฉลาดหลักแหลม การที่จะหลงกล หรืออาจแสร้งทำหลงใหล แล้วไม่ยอมรับซูเม่ยในฐานะชายาแค่เพียงวางนางไว้ในฐานะสาวใช้เพื่อจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบหากพลั้งเผลอนั้นก็ถือว่าเป็กลยุทธ์ของคนที่ชาญฉลาดคนหนึ่งทีเดียว สาวใช้ข้างกายเพียงทอดกายยามเหงาก็ไม่ต้องรับผิดชอบการกระทำอ้างว่าสายลมแสงจันทร์ก็ไม่ผิด ดั่งที่นายท่านของเ้าเคยคิดกับข้าแบบนั้น”
“นายหญิงท่านด้อยค่าตัวเองเกินไปแล้ว ทุกวันนี้เพราะความปลอดภัยของท่านนายท่านจึงให้ท่านอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยรอว่าสักวันเมฆร้ายจะผ่านไป จึงตั้งใจรับท่านสองคนแม่ลูกเข้าวัง”
“ขอบใจเ้ายิ่งนักกวงิข้าหวังแค่เพียง ซู่เม่ยไม่ต้องทนทุกข์เช่นข้า”
“นายท่านสัญญาว่าจะไม่มีทางให้คุณหนูต้องพบเื่ราวทนทุกข์อีกต่อจากนี้”
อากาศเย็นลงแล้ว คุนหลุนหอบเอา อาหารเย็นใส่ในห่อผ้าไปให้กับซู่เม่ย
“เ้าดีขึ้นหรือยัง”
“ข้าไม่ได้เป็อะไรเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นลำบากไม่น้อย”
“วันนี้ข้าไปที่ห้องเครื่องได้ไก่ตุ๋นกับของหวานมานิดหน่อยเรามากินด้วยกันดีไหม”
“ท่านไม่ต้องอารักขาท่านอ๋องหรือไร”
“ในจวนปลอดภัยมีการอารักขาแ่าข้าจึงไม่ใคร่จะได้เข้มงวดอะไร เมื่อบ่าย ยาที่ข้าให้ได้ใช้หรือไม่ข้านำยา ขวดใหม่มาให้เ้า”
“ขอบคุณใต้เท้า เอ่อท่านองครักษ์”
“เ้าเอาแต่พูดว่าขอบคุณข้าขอบคุณข้า ถือว่าเราเกื้อกูลกัน พรุ่งนี้ท่านอ๋องให้เ้าไปหาตำราที่หาไม่พบแต่เช้า รีบกินเสียจะได้นอนพัก”ดึงน่องไก่น่องโตวางในชามข้าวให้ ซู่เม่ยที่ยิ้มเศร้าๆ
เสี่ยวฟางเดินหอบ อาหารเย็นเข้ามาอีกคน
“เฮ้อ เป็สาวใช้คนใหม่นี่ดีเสียจริง มีท่านองครักษ์คอยใส่ใจ”
“เสียวฟาง นี่เลยข้าให้เ้า”ดึงคอไก่ยื่นส่งให้เสี่ยวฟาง
“ท่านอย่าล้อข้านะ ข้านะชอบกินที่สุดก็คอไก่นี่แหละ”
คุนหลุนทำหน้าเหลอหลา เมื่อเสี่ยวฟางรีบวางของมารับเอาคอไก่ไปกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยซู่เม่ยปิดปากขำ
“เสี่ยวฟางข้าให้เ้า”ซูเม่ย ยกน่องไก่ในชามตัวเองให้เสี่ยวฟาง
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง ข้าทำงานด้านหน้าจวนไม่ได้เหน็ดเหนื่อยเท่าเ้าที่ต้องรับใช้ใกล้ชิดท่านอ๋องทั้งกดดันทั้งเหนื่อยหนัก กินให้เยอะนอนให้มากจึงจะมีแรงทำงาน”
ซู่เม่ยยิ้ม บางๆ
คุนหลุนดึงเอาเนื้อไก่ใส่ปากเคี้ยว
“ไก่ตั้งมากมายเรามากินเสียด้วยกัน ถือว่าเลี้ยงฉลองที่ซู่เม่ยนางเข้ามาอยู่ในจวน”เสี่ยวฟางดึงเอาสุราจอกเล็กออกมาจากกองสัมภาระของนาง
“นี่อย่างไรเล่าเดิมข้าตั้งใจนำมาดื่มกับซู่เม่ยสองคน ท่านองครักษ์มาถือว่ามีโชคที่จะได้ร่วมดื่มด้วยกัน”
เสียงหัวเราะพูดคุยดังเข้าไปในห้องหนังสือของ ชือเฉิงที่เอนกายประสานมือที่ท้ายทอยหลับตานิ่งสับสนกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่
ดึกแล้วซูเม่ยเดินไปยังห้องหนังสือ เสี่ยวฟางหลับไปแล้วส่วนคุนหลุนกลับไปั้แ่หนึ่งชั่วยามที่ผ่านมาเมีเพียงซู่เม่ยที่เก็บข้าวของบนโต๊ะ
ตำราการพิชัยาของซุนวู
ซูเม่ย ไล่สายตาไปยังชั้นวางตำรา ชั้นบนสุดเก็บไว้ นำเก้าอี้มาวางเพื่อให้เอื้อมมือไปถึงชั้นบนสุด แต่ด้วยความมืดทำให้การวางเก้าอี้ไม่สมดุลซู่เม่ยหงายคว้าตำราก่อนจะหงายหลัง อ้อมแขนแข็งแรงรับรางเล็กไว้ กอดเสียแน่นเต็มอ้อมแขน
“อย่าดิ้น”ไม่อยากนั้นข้าปล่อยให้ตกลงไป”
“ซู่เม่ย ซู่เม่ย”คิดหาคำตอบ
“แอบเข้ามา พบข้าหรือไร”
เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหู ซูเม่ยหลบตาคมภายใต้แสงตะเกียง
“ซู่เม่ย ซู่เม่ย ข้าน้อยเข้ามาตำราพิชัยาที่ท่านอ๋องให้หา”
“ข้าเห็นมันแล้ว เ้ากังวลถึงกลับต้องเข้ามายามดึกเลยหรือไร”ซู่เม่ยก้มหน้าหลบตาคม
“พรุ่งนี้จึงจะได้ไม่ต้องลำบาก อีกอย่างหากพบมันก่อนหน้านั้น ก็ไม่ต้องพบหน้าท่านอ๋องให้กดดันพรุ่งนี้”ชือเฉิงลอบอมยิ้ม
“นี่คือความจริงในใจเ้าหรือ เช่นนั้นต่อไปเราไม่ต้องพบกันข้าก็จะได้ไม่ต้องกดดันเ้า”
วางร่างบางลง บนพื้นก้าวเดินออกจากห้องไป
“ท่านอ๋อง”ร่างสูงหันมาชนเข้ากับซู่เม่ยที่ก้าวตามมาติดๆ
“นี่ตำราซุนวู” จวิ้นอ๋องคว้าตำรามากำไว้พยายามสบตาหวาดกลัวของซู่เม่ย
ก้มลงใช้ปากอุ่นแตะที่ริมฝีปากกับปากบางเบาๆ
“ไปนอนเสีย ต่อไปข้าไปกดดันเ้าแล้ว เราสองคนเดิมก็ไม่ควรอยู่ด้วยกันเพียงลำพังอยู่แล้ว หาใช่เพราะเ้าที่ทำให้ข้าสับสนเท่านั้น แต่เพราะข้าที่จะห้ามใจไม่ไหว แล้วจะตกหลุมพรางของฝ่าาที่ส่งลูกสาวแสนสวย…. มาใกล้ข้า”