ห้าวันแล้วหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมา
หญิงสาวระบายลมหายใจเบาๆยกมือขึ้นแตะศีรษะอย่างลืมตัวและนึกได้ว่าไม่มีผ้าพันแผลรอบศีรษะอีกแล้วก่อนหน้านี้ นางปวดศีรษะมาก โดยเฉพาะยามที่พยายามคิดว่าตนเองเป็ใคร เหตุใดจึงจำอะไรไม่ได้เช่นนี้ ชายที่บอกว่าเป็สามีของนาง เชิญหมอมาตรวจดูหลายครั้งแม้อาการเ็ปทุเลาลง แต่นางก็จำเื่ใดไม่ได้เลย
หลายวันมานี้นางจึงเอาแต่อยู่ในห้องนอนครุ่นคิดและไม่อาจยอมรับว่าตนเองทำความทรงจำหล่นหายไป เมื่อยิ่งพยายามคิด นางยิ่งทรมานกับการปวดศีรษะนางจึงเลิกคิดและยอมรับว่าตัวเองจำอะไรไม่ได้เลย
“ฮูหยิน ท่านตื่นแล้วหรือเ้าคะ”
“ป้าหวงฝู”
หญิงสาวยิ้มให้หญิงวัยห้าสิบที่เข้ามาพร้อมอ่างใส่น้ำล้างหน้า นางตวัดเท้าลงจากเตียง ลุกขึ้นเข้าไปช่วยประคองอ่างน้ำวางบนโต๊ะ
“ขาของป้าหวงฝูไม่ค่อยดีให้ผู้อื่นยกมาไม่ดีกว่าหรือ” นางถามอย่างเป็กังวล แต่นางหวงฝูกลับหัวเราะออกมา
“ฮูหยิน...ท่านไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ในจวนท่านแม่ทัพไม่มีสตรีหญิงรับใช้ก็ไม่มี หากจะให้ผู้อื่นยกน้ำล้างหน้าให้ท่านก็ต้องเป็บุรุษซึ่งท่านแม่ทัพไม่ยอมเป็แน่”
“เช่นนั้น...”นางจ้องมองป้าหวงฝูอย่างงุนงง
‘อย่าบอกนะว่าป้าหวงฝูมิใช่สตรี’
ราวกับรู้ว่าความคิดของอีกฝ่ายนางหวงฝูหัวเราะออกมา นางมาดูแลฮูหยินท่านแม่ทัพได้สี่วันแล้วแรกทีเดียวก็วิตกกังวลว่าหญิงชาวบ้านจะดูแลฮูหยินได้ไม่ดีนักแต่เมื่อได้ใกล้ชิดจึงรู้ว่า ฮูหยินช่างน่าเอ็นดูนัก มิน่าเล่า ท่านแม่ทัพจึงได้ ‘หวง’ฮูหยินดั่งประคองไว้ในอุ้งมือ
“บุตรชายข้านามหวงอี้เป็ทหารที่ท่านแม่ทัพเมตตาให้รับใช้ข้างกาย ข้าเป็มารดาของเขาเป็หญิงหม้ายใช้ชีวิตโดดเดี่ยว หวงอี้มาปรึกษากับข้าว่า ฮูหยินท่านแม่ทัพเดินทางมาจากเมืองหลวงไม่มีสาวใช้ข้างกาย ข้าจึงอาสามาดูแลท่านเอง”
“เป็เช่นนี้เอง” นางพยักหน้ารับ ั้แ่ฟื้นได้สติก็ไม่เคยออกไปจากห้องนี้จึงไม่รู้ว่าด้านนอกเป็อย่างไร“ข้าทำให้ท่านป้าลำบากแล้ว”
“พูดอะไรเช่นนั้นได้ดูแลท่านก็นับว่าข้าได้ตอบแทนท่านแม่ทัพที่ดูแลลูกชายของข้าเช่นกัน”
นางหวงฝูหยิบหวีขึ้นมาแล้วสางผมให้นางเส้นผมยาวสลวยนุ่มมือราวกับเส้นไหม ใบหน้าอ่อนหวานยามแย้มยิ้มชวนมอง ดวงตากลมเป็ประกายงดงามริมฝีปากเป็สีแดงชาด ผิวพรรณเนียนละเอียดดุจหยกใส นางอายุห้าสิบแล้วเพิ่งได้พบสตรีที่งดงามมากขนาดนี้
ไม่แปลกใจเลยที่ท่านแม่ทัพไม่รับอนุไม่สนใจหญิงใด ใครเลยจะเหลือสายตาไว้มองผู้อื่นได้เล่า ในเมื่อมีภรรยางดงามถึงเพียงนี้
“ข้าดูแลตัวเองได้ ป้าหวงฝูไม่ต้องปรนนิบัติรับใช้ข้าหรอก”นางเอ่ยจากใจจริง “วันนี้ข้าออกไปเดินเล่นข้างนอกห้องได้หรือไม่”
“ได้สิเ้าค่ะ”หวงฝูยิ้มกว้าง “หากฮูหยินแข็งแรงดีออกไปเดินเล่นรับแดดอ่อนๆ หน่อยก็ดีนะเ้าค่ะ”
“ข้าแข็งแรงดีแล้ว”หรูซื่อยืนยัน “ป้าหวงไปเตรียมอาหารเช้าให้ข้าเถิด ข้าจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง”
“ได้เ้าค่ะ” เห็นนางร่าเริงไม่เอาแต่นั่งเหม่อลอยนางหวงฝูพลอยดีใจไปด้วย จึงรีบเดินกะโผลกกะเผลกออกไปโดยเร็ว
หญิงสาวตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ฝืนครุ่นคิดถึงความทรงจำที่หายไป ค่อยๆเรียนรู้ว่าตนเป็ใครและดำเนินชีวิตต่อ ในเมื่อคนผู้นั้นเรียกนางว่า ‘หรูซื่อ’เช่นนั้นนางก็คือ ‘หรูซื่อ’ ก็แล้วกัน
หรูซื่อล้างหน้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย นางหวงฝูก็กลับเข้าพร้อมอาหารเช้า หญิงสาวหน้าเจือนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชามยาสีเข้มมาพร้อมกัน
“ข้าแข็งแรงดีแล้วยังต้องกินยาอีกหรือ?”
“ต้องกินเ้าค่ะท่านหมอกำชับไว้”
หรูซื่อทำหน้างอแงแต่ไม่ดื้อดึงนางกินโจ๊กเห็ดหอมได้ครึ่งชามแล้วกินยา ท่าทางกินอาหารคำน้อยๆ ช่างน่ามองนักคงเป็คุณหนูที่ถูกอบรมมาอย่างดี กิริยามารยาทอ่อนช้อย นางหวงฝูมีบุตรชายเพียงคนเดียวสามีของนางตายไปนานแล้ว นางไม่ได้แต่งงานใหม่ ใช้ชีวิตหญิงหม้ายเงียบๆเมื่อได้พบกับหรูซื่อที่นิสัยน่ารักจึงอดเอ็นดูมิได้ หากมีบุตรสาวน่ารักเช่นนี้ก็คงรักและถนอมสุดหัวใจเป็แน่
“ข้าออกไปเดินเล่นได้แน่นะ”หรูซื่อถามย้ำอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพไม่ได้ห้ามเ้าค่ะ” นางหวงฝูหัวเราะออกมา
“ข้ากลัวจะทำให้ผู้อื่นลำบาก”
เหตุใดนางรู้สึกราวกับว่าไม่ว่านางจะทำอะไรต้องคอยมองสีหน้าผู้อื่นเสมอ แต่ช่างเถอะนางอยู่ในห้องนานเกินไปแล้ว ออกไปเดินดูอะไรบ้างจะได้ไม่ปวดหัวขึ้นมาเพราะคิดมากอีก
นางหวงฝูประคองฮูหยินน้อยเดินออกมาจากห้องแดดอ่อนๆ ยามเช้ากระทบใบหน้าของนาง สายลมโชยผ่าน เสียงนกร้องและกลิ่นหอมของดอกไม้ผลิบาน ใบหน้าหวานระบายยิ้มสดใสคิดถูกแล้วที่ออกจากห้องนอนเสียที หรูซื่อปล่อยมือจากท่อนแขนของนางหวงฝูเดินตรงไปที่ดอกโบตั๋นที่ผลิดอกอวดโฉมงามสะพรั่ง
“ผู้ใดปลูกดอกโบตั๋นได้งดงามถึงเพียงนี้”
“เรือนหลังนี้ท่านแม่ทัพให้คนเตรียมไว้เพื่อฮูหยินเ้าคะ”
“หมายถึงข้าหรือ?” นางชี้นิ้วที่หน้าตัวเอง
“อันที่จริงข้าก็ไม่ค่อยรู้เื่ในจวนนัก แต่เ้าทึ่มหวงอี้ชอบเล่าให้ข้าฟังบ่อยๆท่านแม่ทัพให้คนมาทำความสะอาดอยู่เสมอ บอกว่าสักวันท่านจะมาพวกเรายังคิดอยู่ว่าเมื่อไหร่ฮูหยินท่านแม่ทัพจะมา แล้ววันนี้ท่านก็มาจริงๆ”
“เขา...รอข้า...”
เหตุใดหัวใจนางเต้นรัวเช่นนี้
หรูซื่อยกมือขึ้นกดที่หน้าอกตัวเองหัวใจเต้นรัวเหลือเกิน ดีใจ? นางกำลังดีใจอย่างนั้นหรือ? หญิงสาวอดยิ้มไม่ได้ ภายในอกเกิดระลอกคลื่นอารมณ์แปลกประหลาดรู้สึกดีเหลือเกินที่มีคนรอคอยนางถึงเพียงนี้ ยิ่งกวาดตามองเห็นสวนดอกไม้งดงาม ยิ่งทำให้เชื่อว่าเขาใส่ใจและรอคอยนางจริงๆ
แล้วเหตุใดนางไม่รีบมาหาเขาเป็สามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกันนี่
“เ้าเป็อะไรไปเจ็บหัวใจรึ”
น้ำเสียงร้อนรนทำให้หญิงสาวรีบหมุนตัวกลับมานางปะทะกับแผงอกของเขา เพราะไม่คิดว่าคนที่พูดจะยืนอยู่ใกล้มาก ความสูงที่ต่าง
กันมากนางต้องแหงนหน้ามองเขาเลยทีเดียว
“เหตุใดออกมาข้างนอกเช่นนี้” น้ำเสียงไม่ได้ตำหนิ ทว่าเจือความห่วงใยด้วยซ้ำ
“ข้าไม่ได้เป็อะไร”นางพูดตะกุกตะกัก ยังไม่คุ้นชินกับการอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษ แม้ว่าเขาจะเป็สามีของนางก็ตาม แก้มเนียนจึงแดงระเรื่อแต่ทำให้บุรุษเบื้องหน้ายกมือขึ้นประคองใบหน้าของนางไว้
“แก้มเ้าแดงมีไข้หรือเปล่า”
หรูซื่อส่ายหน้าไปมาแต่การใกล้ชิดเช่นนี้ทำให้ใบหน้ายิ่งหน้าแดงจัด ซุนหลวนคุนยังไม่เข้าใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวลรีบช้อนร่างบอบบางอุ้มขึ้นทันที
“ท่านแม่ทัพ!ท่านจะทำอะไร!” หรูซื่อร้อนรนดิ้นขลุกขลักนางเพิ่งรู้ตัวว่ามีทหารยามอยู่ไม่ไกล พวกเขาต่างก้มหน้าหลบสายตากันหมด แต่กระนั้นนางก็ยังเขินอายอยู่ดี
“เ้าหน้าแดงถึงเพียงนี้ยังจะไม่เป็อะไรอีกรึ”เขาดุนาง
“ท่านแม่ทัพเ้าคะ” นางหวงฝูเอ่ยพยายามกลั้นหัวเราะ“ฮูหยินมิได้เป็อะไรเ้าค่ะ ที่หน้าแดงเพราะท่านแม่ทัพต่างหาก”
“เพราะข้า” เขาทำหน้างงแต่เมื่อก้มมองคนในอ้อมอกก็เห็นว่านางเอาแต่ซุกหน้ากับอกของเขา ใบหูน้อยๆแดงระเรื่อราวถูกย้อมสี
“พวกท่านสามีภรรยาค่อยๆคุยกันนะเ้าคะ”
นางหวงฝูยิ้มให้แล้วหมุนตัวเดินออกไปนางโบกมือไล่ไม่ให้ทหารอยู่ใกล้ ปล่อยให้ท่านแม่ทัพกับฮูหยินอยู่กันตามลำพัง
“เ้าไม่ได้เป็อะไรแน่นะ”
เขาถามย้ำ นางตอบด้วยการพยักหน้าแต่เมื่อได้อุ้มนางแล้ว เขาไม่คิดจะปล่อย นางตัวเบาราวกับนกน้อยตัวเล็กน่าทะนุถนอมเห็นทีว่าต้องบำรุงนางให้มากยิ่งขึ้น
“ข้าไม่ได้เป็อะไรจริงๆแค่อยากเดินเล่น อุดอู้อยู่ในห้องมาหลายวันแล้ว”
“ยังปวดหัวอีกหรือไม่กินยาที่ท่านหมอให้ไว้หรือเปล่า กินข้าวเช้าหรือยัง”
หรูซื่อเงยหน้าขึ้นมองเขาชายผู้นี้มีใบหน้าคมสัน ผิวสีทองแดง ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ดวงตาดำดุจน้ำในบ่อน้ำลึกจนยากจะคาดเดาความคิดได้แต่ท่าทางห่วงใยนี้ทำให้หัวใจของนางอิ่มเอม
“หากไม่ฝืนคิดเื่ที่หลงลืมไปแล้วก็ไม่ปวดหัวอีก”นางพูดไปตามตรง “ข้ากินข้าวกินยาแล้วด้วย”
“จำไม่ได้ก็ช่างเถิด”เขาถอนใจเบาๆ “ขอแค่เ้าปลอดภัยดีก็พอ”
“ข้าทราบแล้ว”นางพยักหน้าน้อยๆ
‘สามีของนางช่างดีเหลือเกินชีวิตแต่งงานของนางต้องดีมากอย่างแน่นอน’
ซุนหลวนคุนได้แต่ข่มความรู้สึกของตัวเองลงไป์ให้โอกาสเขา ให้นางลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างยิ่งนางจำเื่ของเขาไม่ได้เลยนั้นก็เป็เื่ที่ดีที่สุดแล้ว
นับจากนี้เขาจะทำให้นางรักเขาอย่างหมดหัวใจ
อีกครั้ง.