เมื่อความปั่นป่วนภายในร่างกายค่อย ๆ สงบลง ก็เหลือเพียงลมหายใจที่สม่ำเสมอและแ่เบา หลิวอวิ๋นเหยาค่อย ๆ ก้าวลงสู่ลำธารใสเย็นที่ไหลริน สายน้ำชำระล้างคราบมลทินและหยาดเหงื่อที่ท่วมกาย เธอรับรู้ได้ถึงพลังของสายน้ำที่โอบอุ้มและหลอมรวมเข้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่
ยามที่ผิวน้ำไหลผ่านร่าง ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับนวลเนียนผ่องใสดุจหยกขาวส่องประกาย คราบเหงื่อสีหม่นดำถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงร่างกายที่สะอาดหมดจดและเปล่งประกายราวกับแสงอรุณแรกส่องต้องแผ่นดิน เส้นผมพลิ้วสลวยเป็ประกายดำขลับ ดวงตาใสกลมโตกระจ่างราวแสงจันทร์ส่องต้องผิวน้ำ
แม้เค้าโครงหน้าจะยังคงเดิม แต่แค่เหลือบมองก็ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิงแล้ว ราวกับผู้เกิดใหม่
“สดชื่นจริง ๆ”
เธอพึมพำเบา ๆ พร้อมนั่งลงใต้ต้นไม้เรืองแสงที่สะท้อนลงบนผิวกาย เถาวัลย์ที่คล้ายสายรุ้งรอบลำต้นโอบอุ้มร่างของเธอไว้ เธอเริ่มเข้าสู่ฌาน หัวใจเต้นช้าลง ลมหายใจสงบนิ่ง พลังของพสุมายาแทรกซึมจากพื้นดินผ่านรากไม้ไหลเข้าสู่ร่างกาย ก่อนจะค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปถึงแก่นิญญา
ในห้วงเวลานั้น ราวกับเธอได้เชื่อมโยงกับสรรพสิ่งจนเป็หนึ่งเดียวกับพลังแห่งแผ่นฟ้าและพสุธา ท่ามกลางคลื่นแห่งจักรวาล เสียงใส ๆ ก็ดังแทรกเข้ามา…
“พี่เหยาเหยา… ตื่นเถอะค่ะ เช้าแล้วนะ”
“OK พี่ตื่นแล้ว รอเดี๋ยวนะ” หลิวอวิ๋นเหยาออกจากพสุมายาและรีบไปอาบน้ำทันที
หลังจากแต่งตัวเรียบร้อย หลิวอวิ๋นเหยาก็เดินออกมา ตอนนี้สายเกินกว่าจะทำอาหารแล้ว เธอจึงตัดสินใจพาซีซีออกไปทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารของรัฐใกล้ ๆ โรงเรียน
“โอ้โห วันนี้พี่เหยาเหยาสวยจังเลยค่ะ” หลิวอวิ๋นซีกล่าวชมพี่สาวด้วยแววตาวาววับ
“ซีซีก็น่ารักเหมือนกันจ๊ะ แก้มเหมือนซาลาเปาเลย” หลิวอวิ๋นเหยาบีบแก้มซีซีทั้งสองข้าง
“โอ๊ย!!! แก้มหนูป่องแบบนี้ก็เพราะพี่กับพี่ชายนี่แหละ ชอบมาบีบแก้มหนู” หลิวอวิ๋นซีร้องประท้วงเสียงใส
“ฮ่าฮ่า ก็แก้มของซีซีน่าบีบนี่นา ไปกันเถอะ เดี๋ยวสาย” หลิวอวิ๋นเหยาหัวเราะสดใส
“ไปกันค่ะ” หลิวอวิ๋นซียิ้มรับแล้วจูงมือพี่สาวเดินออกจากบ้าน
“วันนี้ซีซีอยากทานอะไรจ๊ะ”
“โย่วเถียวกับเต้าหู้ฮวาค่ะ”
“ไป ถ้างั้นก็ไปร้านอาหารของรัฐใกล้ ๆ โรงเรียนแล้วกัน”
สองพี่น้องคุยไปพลางเดินไปพลาง จนถึงร้านอาหารของรัฐ อาคารไม้ชั้นเดียวทาสีซีดที่มีป้ายแดงซีดจางเขียนว่า “ร้านอาหารรวมประชาชน” โต๊ะไม้ยาวตั้งเรียงกันไม่กี่ตัว กลิ่นน้ำถั่วเหลืองอุ่น ๆ และน้ำมันทอดโย่วเถียวลอยฟุ้งไปทั่ว
เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์เล็ก ๆ ซึ่งมีพนักงานในชุดผ้ากันเปื้อนสีหม่นยืนตักอาหารอยู่ แล้วสั่งโย่วเถียวกับเต้าหู้ฮวา 2 ที่
เช้านี้ร้านอาหารของรัฐเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งพนักงานโรงงานในชุดฟอร์มสีเทา นักเรียนและชาวบ้านที่รีบมาทานก่อนไปเริ่มงาน
หลิวอวิ๋นเหยาถือถาดแล้ววางลงตรงหน้าซีซี “มาเถอะ เต้าหู้ฮวากับโย่วเถียวร้อน ๆ เลย”
“ขอบคุณค่ะพี่เหยาเหยา” ซีซียิ้มกว้าง รีบตักคำแรกเข้าปากแล้วร้องออกมา “ร้อน! ร้อน! ร้อนจังเลย!”
หลิวอวิ๋นเหยาหัวเราะออกมา ยื่นแก้วน้ำให้น้องสาว “ค่อย ๆ ทานสิ เดี๋ยวก็ลวกปากกันพอดี”
ขณะสองพี่น้องกำลังหยอกล้อกันอยู่นั้น ป้าลี่ เพื่อนบ้านที่รู้จักกันมาั้แ่เด็กก็ถือถ้วยโจ๊กเดินผ่านมาพอดี พอเห็นพวกเธอก็หันมาก็ยิ้มทักทาย
“อ้าว เหยาเหยา ซีซี ทานอาหารเช้ากันอยู่หรือจ๊ะ วันนี้แต่งตัวน่ารักกันทั้งคู่เลยนะ”
“สวัสดีค่ะป้าลี่” หลิวอวิ๋นเหยาและหลิวอวิ๋นซีลุกขึ้นทักทายอย่างนอบน้อม
“สวัสดีจ้ะ ๆ ทานเยอะ ๆ จะได้โตไว ๆ …อ้าว ซีซี แก้มนี่นะ นับวันยิ่งกลมเหมือนซาลาเปาเชียว ฮ่า ๆ” ป้าลี่หัวเราะลั่นจนคนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง
หลิวอวิ๋นซีรีบก้มหน้าหนี “ป้าลี่ก็แซวแต่หนู”
“แก้มป่อง ๆ นี่นะ เหมือนซาลาเปาจริง ๆ”
“ไม่เหมือนสักหน่อยค่ะ” หลิวอวิ๋นซีแกล้งทำเป็หน้าบูดบึ้ง
“ฮ่า ฮ่า” ทั้งป้าลี่และหลิวอวิ๋นเหยาหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ป้าลี่ คนที่ในละแวกนี้รู้จักกันว่าเป็เ้าแม่ข่าวสาร กวาดตามองไปรอบ ๆ ร้าน ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบแ่ ๆ ใกล้สองพี่น้อง
“เมื่อวานป้าเพิ่งได้ยินมา… มีสองสามตระกูลโดนจับไปสอบสวนแล้วนะ หาว่าเป็พวกชนชั้นนายทุน เป็ฝ่ายขวาจัด แล้วก็พวกสี่เก่าอะไรพวกนั้น”
หลิวอวิ๋นเหยาชะงักไปทันทีกับคำว่า ‘สี่เก่า’ มันหนักหน่วงราวก้อนหินทับลงบนอก
ในฐานะลูกหลานแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียง ครอบครัวของเธอน่าจะถูกจับตามองมานานแล้ว แต่ที่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะคุณพ่อเป็แพทย์ทหารรับใช้ชาติ ทั้งยังมีเอกสารบริจาคทรัพย์สินเป็หลักฐานถึงความเสียสละอยู่ แต่ตอนนี้คุณพ่อกับพี่ชายหายตัวไป ดังนั้นไม่ช้าก็เร็วคนพวกนั้นอาจใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างในการเอาผิดครอบครัวของเธอ แล้วคนที่มา ส่วนใหญ่ก็เป็โจรในคราบเ้าหน้าที่ดี ๆ นี่เอง
ป้าลี่ก้มหน้ากระซิบต่อด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน “บ้านก่อนหน้านี้ถูกยึดทรัพย์จนหมดเกลี้ยงแล้วก็ส่งตัวไปชนบทเพื่อปรับทัศนคติ ป้าได้ยินแล้วใจไม่ดีเลย… โดยเฉพาะกับบ้านของพวกหนู”
หลิวอวิ๋นซีเลิกคิ้วมองป้าลี่อย่างไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะคะ”
ป้าลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับ้าระบายความกังวลทั้งหมดออกมา “ก็เพราะพ่อแม่กับพี่ชายของหนูหายตัวไปหมดแล้วน่ะสิ คนพวกนั้นอาจมองว่าพวกหนูสองคนไร้ที่พึ่ง ไม่มีใครปกป้องแล้ว หากพวกทหารแดงหาเื่ขึ้นมา… พวกหนูอาจตกเป็เป้าหมายได้ง่าย ๆ เลยนะ”
บรรยากาศรอบตัวเงียบไปชั่วขณะ ทั้งที่ในร้านยังมีเสียงพูดคุย เสียงะโสั่งอาหารดังระงม แต่สองพี่น้องกลับได้ยินเพียงถ้อยคำของป้าลี่ก้องสะท้อนอยู่ในใจ ราวกับเตือนว่าโลกภายนอกกำลังไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
หลังจากจบมื้ออาหาร หลิวอวิ๋นเหยาก็ลุกขึ้นยืน เดินออกจากโต๊ะโดยไม่เอ่ยอะไร เธอแค่พยักหน้าเบา ๆ ให้ซีซีเป็สัญลักษณ์ให้น้องสาวเดินตามออกไป
เสียงพูดคุยและเสียงตักอาหารดังรอบตัว แต่ในใจของหลิวอวิ๋นเหยามีความคิดที่ชัดเจนเพียงเื่เดียวเท่านั้นคือ เธอต้องปกป้องทรัพย์สินของครอบครัวให้ปลอดภัยที่สุด
หลิวอวิ๋นเหยาเดินไปส่งซีซีที่หน้าโรงเรียน
“ไม่ต้องกังวลไปซีซี… พี่จะปกป้องทุกอย่างเอง” เมื่อเห็นว่าซีซีดูเป็กังวล หลิวอวิ๋นเหยาจึงเอ่ยออกมาในที่สุด
“พี่เหยาเหยา พวกเราจะไม่เป็อะไรจริง ๆ ใช่ไหมคะ” หลิวอวิ๋นซีขมวดคิ้วแล้วพูด
“จริงสิ ซีซีไม่เชื่อพี่เหรอ” หลิวอวิ๋นเหยาตอบ
“หนูเชื่อค่ะ แต่...” หลิวอวิ๋นซีกำลังจะพูดต่อ
“ไม่มีแต่แล้ว หน้าที่ของซีซีในตอนนี้คือเรียนหนังสือ รีบเข้าไปได้แล้ว” หลิวอวิ๋นเหยาเอ่ยเร่งน้องสาวให้เข้าไปเรียน เธอรู้ดีว่าน้องสาวยังเป็กังวล แต่ถึงซีซีจะเป็กังวลไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร