ท่ามกลางความเงียบ มู่เสินฉวนกำลังคิดไม่ตกในตอนนี้เรื่องครรภ์กระบี่ต้าหลัวถูกพักไว้ชั่วครู่
ต่อมาคลื่นจิตสัมผัสอันไพศาลแผ่ไปทั่วเกาะเทพหลักและส่งตรงไปยังเด็กหนุ่มคนหนึ่งในถ้ำแห่งหนึ่ง
"อวี่เซิงไปกับข้าที่เมืองศักดิ์สิทธิ์"
"หืม?"
"ขอรับ ท่านผู้นำตระกูล"มู่อวี่เซิงกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีรีบเก็บแท่นบูชาเสวียนเทียนที่อยู่ตรงหน้า ปัดมือหนึ่งคราอักขระบนพื้นก็สลายไปอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งออกจากถ้ำ
...
แคว้นตงฮวง เมืองศักดิ์สิทธิ์
ขณะนี้เมืองศักดิ์สิทธิ์อาจกล่าวได้ว่าเป็นศูนย์กลางแห่งความสนใจของทั้งแคว้นตงฮวง
คลื่นฝูงชนสัญจรเข้ามากันในเมืองใหญ่ร่างของผู้ฝึกตนจำนวนมากดุจขนนกเบียดเสียดกัน หางแถวไกลสุดสายตา
ท่ามกลางฝูงชนนั้นประกอบไปด้วยผู้แข็งแกร่งจากที่ต่างๆทั้งเวิ้งทรายทางตะวันตก เขตเป่ยหยวนทางตอนเหนือ และหนานหลิงจากแดนใต้ล้วนหลั่งไหลไปยังแท่นสูงที่ตั้งตระหง่านในเมืองศักดิ์สิทธิ์
นั่นคือสถานที่ประหารผู้สืบทอดหานเหริน!
แท่นประหารสี่เหลี่ยมจัตุรัสทำจากผลึกหยกความสูงหลายสิบจั้ง นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธิ์
ณ บัดนี้สายตาของผู้ฝึกตนมากมายล้วนจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มในชุดสีนิล
ศีรษะของเขาก้มต่ำ ผมเผ้ารุงรังบดบังใบหน้าแขนขาถูกตรึงด้วยทวนเหล็กเย็นเยียบ
โลหิตสีแดงฉานทั่วร่างไหลนองลงบนแท่นหยกบางส่วนแข็งตัวไปแล้ว ทิ้งไว้ซึ่งคราบโลหิตน่าสยดสยองบนหยกใส
ภายใต้แสงสุริยามันส่องประกายเทียมทับทิมแดงช่างน่าสะเทือนอารมณ์ไม่น้อย
"ดูนั่น!"
"ฝาไหแห่งวิถีลอยอยู่เหนือแท่นหยก!"
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งอุทานชี้นิ้วไปยังเบื้องบนด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
ด้วยพลังจิตพวกเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งทำลายล้างจากฝาไหนั้น
เพียงคิดเล็กน้อยก็เดาได้!
มันคืออาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุดที่หานเหรินทิ้งไว้ไหกลืนสวรรค์!!
และ ณ บัดนี้เจ้าสำนักใหญ่ทั้งหลายต่างยืนตระหง่านอยู่รอบแท่นประหาร
เจตนาของพวกเขาแจ่มแจ้ง!
พวกเขากำลังยั่วยุให้ผู้พิทักษ์หานเหรินมาช่วยเหยื่อล่อ!
นี่คือแผนการที่สมคบคิดมาอย่างดี!
ส่วนทวนที่ตรึงร่างผู้สืบทอดแห่งหานเหรินนั้น
คาดเดาได้ไม่ยากมันคือฝีมือของพญาหงส์สวรรค์
เพราะทายาทของตนถูกตรึงและสังหารอย่างเลือดเย็นเช่นนี้ที่ผาโลหิตมังกร!
ผู้นำตระกูลจี ผู้นำตระกูลเจียงและจักรพรรดิจิ่วหลีไม่ได้กล่าวสิ่งใด
ผู้สืบทอดของหานเหรินก็เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนระดับเอกะ
บาดแผลและการสูญเสียโลหิตเช่นนี้ไม่อาจคร่าชีวิตเขา
ตราบใดที่เขายังไม่ตายจะกระทำสิ่งใดก็ย่อมได้!
ทว่าในใจพวกเขารู้ดี
ถึงแม้ผู้พิทักษ์หานเหรินจะไม่ปรากฏตัวยังไงพวกเขาก็ต้องเปิดฉากสงครามเพื่อแย่งชิงไหกลืนสวรรค์!
ด้วยเหตุนี้ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาผู้แข็งแกร่งจากสำนักต่างๆ ในเมืองศักดิ์สิทธิ์ได้หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องพร้อมที่จะลงมือได้ทุกเมื่อ
เมื่อสงครามปะทุเมืองศักดิ์สิทธิ์และพื้นที่โดยรอบหมื่นลี้จะกลายเป็นสมรภูมิในชั่วพริบตา!
บนแท่นประหาร มู่อู๋ซวงก้มศีรษะลงด้วยผมเผ้ารุงรังที่ดูน่าเวทนา ราวกับโลหิตกำลังจะไหลจนหมดตัว
ทว่าในดวงตาของเขากลับเย็นชาราวน้ำแข็งเฝ้ามองฝูงชนด้านล่างชี้หน้าชี้ไม้และพูดคุยกันโดยปราศจากความรู้สึก
ทันใดนั้นแววตาของมู่อู๋ซวงก็สั่นไหวเล็กน้อยหยุดอยู่ตรงผู้ฝึกตนธรรมดาท่าทางไม่โดดเด่นคนหนึ่ง
เขาผู้นั้นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายวิชาเซียน
บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยากวง…
ในขณะนี้ เขาบดบังโฉมหน้าที่แท้จริงยืนเงียบๆ ท่ามกลางฝูงชน
มู่อู๋ซวงหยุดมองไปชั่วครู่ก่อนจะเบือนหน้าหนี
เป้าหมายของอีกฝ่ายในการมาที่นี่มิใช่เพื่อช่วยเขาแน่นอน
คงมาเพื่อเฝ้าดูว่าฝาไหกลืนสวรรค์ตกไปอยู่ในมือใครเพื่อที่จะได้ช่วงชิงกลับมาในภายหลัง
อีกทั้งเพื่อดูว่าเขาจะเปิดโปงตัวตนของบุตรศักดิ์สิทธิ์ก่อนตายหรือไม่
เมื่อคิดได้ดังนั้นมู่อู๋ซวงก็หัวเราะเยาะตนเองแววตาเต็มไปด้วยความจนปัญญาและความขมขื่นที่อธิบายไม่ได้ พร้อมรำพึงในใจ
อันที่จริงเขารู้ดีว่าตนเองไม่อาจต่อกรกับคนผู้นั้นได้
ไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์ในการฝึกตนระดับการบ่มเพาะ หรือแรงสนับสนุนจากโลกภายนอก
สิ่งสำคัญที่สุดคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยากวงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา
เพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาหมดหนทาง!
เหตุผลที่เขาตกลงจะเป็นผู้สืบทอดวิชามารกลืนสวรรค์หลังจบศึกร้อยสำนัก
ก็เพราะถูกขู่เข็ญ!
ด้วยความแข็งแกร่งของตระกูลมู่ในตอนนั้นหากต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังโบราณ ก็คงจะสูญสิ้นในพริบตาและถูกล้างบางทั้งตระกูล
ซึ่งเขาไม่เต็มใจอย่างยิ่งและรู้สึกผิดไม่น้อย
ผู้นำตระกูลเคยช่วยเขาแก้แค้นให้บิดามารดาทั้งยังทุ่มทรัพยากรของตระกูลเพื่อสนับสนุนเขาอีกด้วย
แต่ท้ายที่สุด เขากลับไม่สามารถทดแทนคุณได้
หนำซ้ำตัวตนของเขายังอาจนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ทำให้ตระกูลกลายเป็นศัตรูของคนทั้งโลก!
"เมื่อข้าตาย"
"ทุกอย่างก็จะจบลงสินะ…"
ดวงตาของมู่อู๋ซวงหม่นแสงกระตุกยิ้มมุมปากอย่างยากลำบาก และรำพึงในใจเงียบๆ
หากชาติหน้ามีจริงขอให้ข้าได้เกิดมาเป็นคนของตระกูลมู่ต่อไปเถิด!
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ววันประหารใกล้เข้ามาทุกที
ในขณะนี้ เจ้าสำนักใหญ่ทั้งหลายก็สรุปได้ว่า
ผู้พิทักษ์หานเหรินคงจะไม่ปรากฏตัว
หากคิดจะมาช่วยการมาในช่วงสองสามวันที่พวกเขาเข้ามาในเมืองศักดิ์สิทธิ์นั้นคงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
ในตอนนั้น ผู้แข็งแกร่งจากสำนักต่างๆยังไม่ได้ถูกเรียกกลับมามากนัก จำนวนเทพสวรรค์ในเมืองจึงไม่มาก
แต่ในตอนนี้ผู้แข็งแกร่งเกือบทั้งหมดได้มากันอย่างพร้อมหน้า เพื่อที่จะชิงฝาไหกลืนสวรรค์!
ไม่นานนักภายในเมืองศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดความโกลาหลขึ้น
สายตาของผู้ฝึกตนจำนวนมากหันไปยังทิศทางหนึ่งเห็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวเหยียบย่างกลางอากาศ และค่อยๆลงมาเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์!
"มู่เสินฉวนมาแล้ว!"
"เขามาทำอะไรที่นี่?"
"หรือเขาก็อยากจะช่วงชิงอาวุธจักรพรรดิเช่นกัน?"
ครู่เดียว เสียงพูดคุยก็ดังกระหึ่มเหล่าผู้อาวุโสต่างจับจ้องมาที่เขา
"เขาช่างกล้าที่มายังเมืองแห่งนี้!"
"น่าสนใจ!"
"เพียงเท่านี้ช่วยให้ข้าไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปทะเลไร้สิ้นสุด!"จักรพรรดิต้าเซี่ยแค่นยิ้มออกมา