นิมิตราหันไปมองหน้างอ “มาอีกแหละ!”
ราตรียกชากับผลไม้ไปเสิร์ฟให้แขกไม่ได้รับเชิญนัฐพลยิ้มให้ “ขอบคุณครับ”
ราตรีก็ถอยไปนั่งที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มนัฐพลนั่งลง วางกล่องขนมเค้กร้านดังไว้บนโต๊ะ ยกชาขึ้นจิบนิมิตรามองกล่องขนมเค้กสายตานิ่งสงบ แต่ในส่วนลึกกลับมีแววสั่นไหวนัฐพลเห็นแววตาอยากกินขนมของเด็กก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา เขาเลื่อนกล่องไปข้างหน้าพูดว่า “ให้คุณ”
นิมิตรายิ้มแฉ่งรีบโผไปคว้ากล่องขนมเค้าเอาไว้ “ขอบคุณ”
แล้วยื่นกล่องขนมไปให้ราตรีราตรีรับไปเปิดกล่องจัดใส่จาน แล้วยกไปให้เ้านายกับแขกไม่ได้รับเชิญคนละชิ้นส่วนที่เหลือก็เก็บแช่ตู้เย็นเอาไว้ นิมิตรานั่งลงตักเค้กเข้าปากสีหน้ามีความสุขเหลือประมาณ “อื้มมมม อร่อย”
“ลูกค้าคุณที่ไปเมื่อกี้นี้ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเป็ลูกสาวไฮโซที่เพิ่งถูกโจรบุกฆ่าตายคาบ้านนี่นาเป็ข่าวดังน่าดู” นัฐพลพูดขึ้น พลางหยิบจานขนมเค้กขึ้นมาตักกิน
“อืม”นิมิตราพยักหน้า
“ขายภาพอะไรให้เขาไปล่ะ?”นัฐพลถาม นิมิตราก็ตอบอย่างเต็มอกเต็มใจว่า “ไม่ได้ขายอะไรเลย”
แล้วเธอก็แกล้งบ่นว่า“ดูซิ ฉันขายภาพไม่ได้เลย คงต้องอดกินขนมอร่อยๆแน่เลยเพราะไม่มีตังซื้อแล้วคุณก็เหมือน์มาโปรด เอาขนมเค้กมาให้ ฮิๆ”
“เสแสร้งสุดๆ”นัฐพลพูดลอยๆ นิมิตราถลึงตาใส่ทีหนึ่ง หันไปสั่งราตรีว่า “ราตรี ส่งแขก!”
นัฐพลหน้าเหวอ“เฮ้ย! ไรกันคุณ ได้กินขนมแล้วไล่กันแบบนี้เลยเหรอ?”
“ก็ไล่แบบนี้แหละจะทำไม?” นิมิตราพูดพลางตักเค้กกิน นัฐพลรีบยกมือทำท่ายอมแพ้ “น่าๆอย่าเพิ่งไล่กันเลยนะคุณ”
“ฮึ!” นิมิตราค้อนทีหนึ่ง ราตรีซึ่งขยับจะส่งแขกจึงถอยกลับไปนั่งตามเดิม นัฐพลถอนหายใจโล่งอกทีหนึ่ง แล้วพูดว่า “เื่คดีคุณวสันต์จนป่านนี้ก็ยังไม่คืบเลย คุณคิดว่าพวกเขาพากันไปโดดน้ำตายที่ไหนรึเปล่า?”
“ฉันจะไปรู้ได้ไงฉันไม่ใช่พวกเขานี่” นิมิตราพูดพลางตักเค้กใส่ปาก นัฐพลลอบถอนหายใจอย่างผิดหวังอุตส่าห์เอาเค้กมาล่อคิดว่าจะได้รู้อะไรเพิ่มบ้าง แต่กลับคว้าน้ำเหลวไม่เป็ท่าแต่ถึงจะไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเขาก็ไม่ได้ผิดหวังมากนักเพราะได้ดูเธอนั่งกินเค้กอย่างมีความสุขก็พาให้เขามีความสุขไปด้วย
เขาพยายามตะล่อมถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรเพิ่มเติม จึงเปลี่ยนเื่คุย “ลูกสาวไฮโซคนนั้นได้ข่าวว่าตาบอดนี่นา”
“บอดชั่วคราวหรือบอดถาวรก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันหวังว่าเธอจะแค่บอดชั่วคราวนะไม่งั้นร้านฉันต้องเสียลูกค้ารายใหญ่แน่” นิมิตราพูดคล้ายแม่ค้าที่งก เห็นแก่ได้แต่นัฐพลก็ฟังออกว่าคล้ายเธอจะห่วงลูกค้ามากกว่า
“คนร้ายก็ยังจับไม่ได้”นัฐพลพูด นิมิตราก็ไม่พูดอะไรต่อ นัฐพลจึงลุกไปยืนดูภาพวาด นิมิตรามองตามแล้วก็หันมาสนใจเค้กต่อ
นัฐพลยืนดูภาพดอกไม้สีแดงเขาไม่รู้ว่าดอกไม้ชนิดนี้เรียกว่าดอกอะไร แต่ภาพนี้ดึงดูดสายตาเขาทุกครั้งที่มาร้านนี้พลัน!เขาก็รู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองยืนอยู่กลางทุ่งดอกไม้สีแดงใต้โคนต้นดอกไม้เต็มไปด้วยศพ เขากะพริบตาสะบัดหัว ภาพก็หายไปเขาสูดหายใจเข้าหลายหน กว่าหัวใจที่เต้นตึกๆเมื่อกี้จะกลับมาเต้นปกติเสียงไลน์ดังขึ้น เขาหยิบมือถือมาเปิดดู แล้วก็เก็บมือถือ หันไปพูดกับนิมิตราว่า“ผมติดงาน ต้องกลับแล้ว”
“อืม”นิมิตราพยักหน้าทีหนึ่ง นัฐพลรอฟังว่าเธอจะพูดอะไรอีกไหม แต่ก็ไม่มีเขาจึงหันไปโบกมือบ๊ายบายให้ราตรี ราตรียกมือโบกตอบ สีหน้าเรียบเฉยนัฐพลได้แต่คิดในใจ เ้านายกะลูกน้องกวนพอๆกันนั่นแหละ
เขาเดินออกจากร้านบรรยากาศจ๊อกแจ๊กจอแจข้างนอกทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกลับเข้ามาสู่โลกอันปกติ เขาหันกลับไปมองในร้านบรรยากาศข้างในกับข้างนอกช่างแตกต่างกันจริงๆ ข้างในเงียบสงบ ข้างนอกจอแจวุ่นวายจนทำให้เขาคิดถึงบรรยากาศของสถานที่อีกแห่งที่คล้ายๆกับที่นี่ นั่นคือวัดยังไงล่ะแต่วัดกับร้านนี้แตกต่างกันอยู่บ้าง วัด ให้ความรู้สึกสงบเงียบ ตัดขาดจากโลกอันวุ่นวายแต่ร้านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งมากกว่าเขาเดินไปขึ้นรถแล้วก็ขับออกไป
วิกานดากลับมาถึงบ้านก็เข้าห้องนอนไปคนรับใช้ก็ตามไปคอยรับใช้ใกล้ชิด คนรับใช้คนอื่นๆก็สุมหัวกันว่า “นี่ๆได้ข่าวว่าคุณผู้ชายทำพินัยกรรมไว้ด้วยล่ะ ป้าว่าคุณวัชจะได้มรดกซักเท่าไหร่เหรอ?”
“จะได้ซักเท่าไหร่ก็คงไม่มากนักหรอก ลูกเลี้ยงยังไงก็เป็ลูกเลี้ยงคุณหนูซิลูกแท้ๆย่อมได้มากกว่าอยู่แล้ว”
“หือ?ลูกเลี้ยงลูกแท้ๆอะไรป้า? คุณวัชไม่ใช่ลูกคุณผู้ชายเหรอ?”
“เอ็งเพิ่งมาอยู่ใหม่รู้แล้วก็เหยียบไว้ล่ะ คุณวัชนะเป็ลูกติดของคุณผู้หญิงคนแรกคุณผู้ชายก็ให้คุณวัชใช้นามสกุล เลี้ยงเหมือนลูก พอคุณผู้หญิงตาย คุณผู้ชายก็แต่งงานใหม่กับแม่ของคุณหนูแล้วก็มีคุณหนูนี่แหละ”
“อ่องั้นคุณวัชกับคุณหนูก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆกันน่ะซิ”
“ก็เออซิวะรู้แล้วก็เหยียบไว้ล่ะ”
“จ้าๆ”
จากนั้นคนรับใช้ก็คุยกันเื่เลขเด็ดเลขดังกันต่อ
ทางด้านวิกานดาหลังจากอาบน้ำกินข้าวแล้วเธอก็นั่งรับลมอยู่ที่ระเบียบห้องกลิ่นดอกกุหลาบที่ปลูกไว้รอบๆระเบียงทำให้เธอผ่อนคลายมากทีเดียว “แนนจะไปทำอะไรก็ไปเถอะฉันจะนั่งเล่นอยู่ตรงนี้อีกซักพักล่ะกัน”
“ค่ะคุณวิงั้นคุณวิอย่าลุกไปไหนนะคะ ถ้าจะไปไหนก็เรียกหนูนะคะ เดี๋ยวหนูมาช่วยพยุงค่ะ”
“ฉันแค่ตาบอดนะแนนไม่ได้ง่อยเสียแขนเสียขา”
“จะยังไงหนูก็ห่วงนะคะ”
“จ้าๆเดี๋ยวถ้าจะเข้าข้างในฉันจะเรียกล่ะกัน”
แนนจึงยอมลุกไปเช็ดๆถูๆในห้องปล่อยให้คุณวินั่งรับลมอยู่ที่ระเบียง
ในความมืดมิดวิกานดาเห็นเกรย์อยู่ข้างๆ แล้วก็ยิ้มๆอย่างสังเวชตัวเอง“สงสัยสมองคงกระทบกระเทือนหนัก ฉันถึงได้เห็นภาพหลอนไม่เลิกเสียที”
เธอยื่นมือไปลูบๆหัวเกรย์อย่างน้อยในความมืดมิดนี้ก็ยังมีภาพหลอนเป็เพื่อนก็ดีเหมือนกันนะเกรย์ก็นั่งหมอบเอาหัวเกยตัก วิกานดาจึงลูบๆหัวไปเรื่อยๆครั้นเมื่อยมือก็วางมือไว้บนหัวเกรย์นิ่งอย่างนั้น
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้จนแนนเดินมาแตะที่แขนบอกว่า “คุณวิคะ เข้าห้องเถอะค่ะ ข้างนอกค่ำแล้วยุงเยอะนะคะ”
“มืดแล้วเหรอ?”วิกานดาถาม ขยับตัวขึ้นนั่งตรงๆ เกรย์ก็เอาหัวออกจากตัก ขยับลุกขึ้นยืน 4 ขา แนนก็บอกว่า “เกือบจะทุ่มนึงแล้วค่ะ”
“อ่อ”วิกานดาพยักหน้ารับรู้ รู้สึกถึงมือที่จับแขนประคอง เธอลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินตามคนที่ประคองอยู่ข้างๆ แนนก็ประคองพาไปที่เตียง “ค่อยๆนะคะคุณวิ”
“ขอบใจนะ”วิกานดายิ้มให้ มือก็ควานคลำ พอเจอที่นอนก็ค่อยๆนั่งลงแนนก็ช่วยดูแลจนวิกานดานั่งดีแล้วก็ถามว่า“คุณวิจะให้หนูเปิดหนังสือเสียงให้ฟังไหมคะ?”
“เปิดซิ”วิกานดาพยักหน้ารับ แนนก็หยิบมือถือเ้านายมาเปิดแอพ แล้วเปิดหนังสือเสียงวิกานดาก็นอนลงบนเตียง ฟังหนังสือเสียงไปเรื่อยๆ ในความมืดมิดเกรย์ก็นั่งอยู่ข้างเตียง คอยเฝ้าราวกับองครักษ์ 4 ขา แนนก็ขยับไปทำอย่างอื่น
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูห้อง แนนรีบไปเปิดประตูก็เห็นป้าไข่ยืนอยู่หน้าห้องถือถาดใส่เหยือกน้ำส้ม “เอ้า น้ำส้มของคุณหนู”
“จ้า”แนนรับถาดมา ป้าไข่ก็เดินจากไป แนนก็ปิดประตูเอาน้ำส้มไปรินใส่แก้วแล้วถือไปให้เ้านายถึงที่เตียง “คุณวิคะ น้ำส้มค่ะ”
“แนนกินเถอะวันนี้ฉันยังไม่อยากกิน เอาน้ำแร่มาแทนละกัน” วิกานดาบอกแนนจึงวางแก้วน้ำส้มไว้ข้างเตียง แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำแร่มาเปิดรินใส่แก้วแล้วเอาไปให้เ้านายวิกานดาก็ลุกขึ้นนั่งดื่มน้ำ แล้วก็นอนลงไปดังเดิม แนนมองน้ำส้มอย่างเสียดายในเมื่อเ้านายอนุญาตแล้วจึงยกดื่มจนหมดแก้ว แล้วก็เอาแก้วไปล้างในห้องน้ำจากนั้นก็ออกมานั่งเล่นเกมส์อยู่ตรงปลายเตียง
นั่งไปนั่งมาก็หาวแล้วหาวอีกจนทนไม่ไหวต้องนอนลงไปตรงพื้นด้านปลายเตียงนั่นแหละวิกานดาก็นอนฟังหนังสือเสียงจนหลับไป
จนกระทั่งเสียงประตูดังกริ๊กเกรย์ก็แยกเขี้ยวขู่เบาๆ ทำให้วิกานดาสะดุ้งตื่นในความมืดมิดเธอเห็นเงาดำมืดนั่นอีกแล้ว เงาดำนั่นค่อยๆก้าวเข้ามาวิกานดารีบลุกขึ้นอย่างหวาดกลัว “อย่าเข้ามานะ!”
เงาดำนั่นสถบในลำคอ“เวรเอ้ย! เสือกตื่นได้ไงวะ!”
เงาดำหันไปมองคนใช้เห็นนอนหลับไม่หือไม่อือก็พอจะเดาได้ อีแนนกินน้ำส้ม แต่อีวิไม่ได้กินซินะ
ในความมืดมิดวิกานดาเห็นเกรย์ขยับขวางระหว่างตัวเธอกับเงาดำมืด แยกเขี้ยวขู่ใส่เงาดำนั่น เงาดำขยับก้าวไปหาวิกานดาเกรย์ก็โจนเข้าไปกัด พร้อมๆกับที่วิกานดาตะกุยใส่เงาดำเล็บยาวจึงข่วนแขนเงาดำมืดเป็รอยเืซิบๆ 4รอย “โอ๊ย! อีวิ!”
วิกานดารีบฉวยโอกาสที่เงาดำชะงักไปวิ่งหนีออกจากห้องไปทันที ถึงตาจะไม่เห็นแต่บ้านหลังนี้เธออยู่มาั้แ่เกิดหลับตาเดินยังพอเดินได้ถูกเลย ทำให้เธอหนีออกมาจากห้องได้อย่างไม่ยากเย็นเงาดำมืดรีบก้าวตามไป ต้องรีบฆ่ามันให้ได้ สมบัติทุกอย่างจะได้ตกเป็ของกูคนเดียว! คืนนี้อุตส่าห์แอบวางยาไอ้อีพวกคนใช้หมดแล้วต่อให้อีวิร้องยังไงก็ไม่มีใครมาช่วยมันได้หรอก หึๆๆๆ
เกรย์ก็กระโจนตามวิกานดาไปติดๆวิกานดาวิ่งไปพลางคลำทางไปด้วย ปากก็ร้องว่า “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
เธอวิ่งลงบันไดไปมือจับราวบันไดไปด้วย จนกระทั่งวิ่งออกไปพ้นตัวบ้าน พลัน! เธอก็สะดุดล้มลงบนพื้นหญ้าตรงทางเดิน “โอ๊ะ!”
เงาดำมืดเดินไปถือมีดปลายแหลมแน่นสายลมพัดจากเงาดำไปหาวิกานดา วิกานดาได้กลิ่นน้ำหอมอันคุ้นเคยก็ใจนตกตะลึง“พี่วัช!”
วัชระสถบ“เหี้**เอ้ย!พอตาบอดแล้วเสือกจมูกดีขึ้นมาเชียว!”
เสียงพูดทำให้วิกานดายิ่งตกตะลึงมากขึ้น“นี่พี่วัชฆ่าคุณพ่อเหรอ?”
พลัน! ภาพความทรงจำบางอย่างก็ผุดขึ้นมาจังหวะที่เธอรู้สึกเจ็บหัว หันไปมองคนที่อยู่ข้างหลัง ท่ามกลางภาพพร่ามัวใต้ม่านเืเธอก็ได้เห็นใบหน้าคนที่ตีเธอ ซึ่งก็คือใบหน้าของวัชระนั่นเอง “วิจำได้แล้ว! พี่วัชเป็คนตีหัววิ!”
“หึจำได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วอีวิ มึงรีบตามพ่อไปอยู่ในนรกเถอะสมบัติทุกอย่างจะได้เป็ของกูคนเดียว!”วัชระพูดอย่างเหี้ยมโหด
“ไอ้เลว!” วิกานดาด่าไม่คิดเลยว่าคนที่เป็เหมือนพี่ชายจะฆ่าพ่อได้ลงคอเพียงเพราะคำว่า ‘สมบัติ’ สองคำเท่านี้เอง
วัชระแสยะยิ้มพูดว่า “ถ้าจะด่าก็ไปด่าพ่อมึงในนรกเถอะอีวิ ทั้งๆที่กูทุ่มเททำงานทุกอย่างให้มันแต่มันกลับให้กูแค่ตึกแถวไม่กี่ห้อง กับเงินอีกไม่กี่ล้าน ส่วนมึง วันๆไม่ต้องทำห่าอะไรมันยกทุกอย่างให้มึง งั้นทั้งมันทั้งมึงก็ลงนรกไปด้วยกันเถอะ”
พลัน! ประกายแสงเล็กๆราวละอองฝุ่นก็รวมตัวกันตรงหน้าวิกานดากลายเป็หมาป่าสีเทาตัวหนึ่ง วัชระผงะ “เฮ้ย!”
เกรย์ยืนจังก้า4 ขา แยกเขี้ยวขาววับขู่ “แฮ่!-----”
วัชระขยี้ตาก็ยังเห็นหมาสีเทาขวางอยู่ตรงหน้า “หมาใครวะ!?”
พอได้ยินคำว่า‘หมา’ วิกานดาก็ยื่นมือไปข้างหน้ามือัักับขนนุ่มลื่น เธอก็ขยับไปวางมือทั้งสองบนสะโพกเกรย์ “เกรย์ๆ หนีไปหนีไปซะ”
เธอพูดอย่างเป็ห่วงในความมืดมิดเธอเห็นเกรย์อยู่ตรงหน้า กำลังแยกเขี้ยวขู่เงาดำมืดนั่น วัชระหรี่ตาลง“อ่อ หมามึงรึอีวิ งั้นเดี๋ยวกูจะส่งมันลงนรกไปก่อนมึงละกัน”
พูดจบเขาก็ง้างเท้าเตะ เกรย์ขยับหลบพร้อมกับอ้าปากกัด วัชระก็ว่องไวพอตัวเกรย์จึงกัดได้แต่ชายกางเกง จึงทั้งกัดทั้งสะบัดวัชระก็จ้วงมีดในมือแทงลงไปอย่างโเี้ ฉึก!
“เอ๊ง! เอ๊ง!-----” เกรย์ร้องลั่นอย่างเ็ปถูกมีดปักไหล่ วัชระกระชากมีดออก เืก็สาดกระเซ็นออกมา
วิกานดาเห็นเกรย์ร้องลั่นก็รีบโผเข้าไปกอดอุ้มเกรย์ไปไว้ข้างหลังอย่างทุลักทุเล เอาตัวบังเอาไว้ “อย่านะ! เกรย์หนีไปซิ”
เธอผลักมันให้หนีไปน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างสงสารสัตว์ที่ไม่รู้อิโหน่อีเหน่อะไรด้วยต้องมาเจ็บตัวไปด้วยเกรย์หันมาเลียหน้า เลียน้ำตา แล้วก็แหงนหน้าขึ้นหอน “โบร๋วววววว-----”
“หอนหาเหี้**อะไรวะไอ้หมาเวร!” วัชระด่าขยับเข้าไปเงื้อมีดขึ้น แล้วจ้วงแทงวิกานดา คมมีดกำลังจะถูกตัววิกานดาแล้ว พลัน!มือของวัชระก็เฉไป ร้อง “โอ๊ย!”
มือข้างนั้นถูกหมากัดจมเขี้ยววัชระสะบัดแขน ด่าลั่น “หมาจากไหนอีกวะ!”
แต่พอมองไปรอบๆก็เห็นหมาล้อมรอบเต็มไปหมด แต่ละตัวใหญ่พอๆกับไอ้ตัวแรก หน้ายาวๆแหลมๆเหมือนกันดูแล้วเป็พันธุ์เดียวกัน สีแตกต่างกัน มีทั้งสีดำขมุกขมัว สีน้ำตาล สีขาวนวลๆปะปนกันไป
เกรย์หยุดหอนแล้วส่งเสียงขู่ “แฮ่-----”
หมาทั้งฝูงหันไปมองวัชระเป็ตาเดียววัชระรู้สึกขนหัวลุกชัน ท่ามกลางหมาทั้งหมดเขาเห็นหมาตัวหนึ่งขนสีเงินแปลกตากว่าตัวอื่นๆ พลัน! เขาก็นึกถึงภาพวาดหมาป่าในห้องทำงานของชวิน ภาพนั้นกับไอ้หมาสีเงินนั้นเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน!
ในความมืดมิดวิกานดาเห็นหมาป่าฝูงหนึ่ง อยู่รอบๆตัว ท่ามกลางหมาป่าเ่าั้เธอเห็นหมาป่าสีเงินยวงที่เหมือนกับภาพวาดในห้องคุณพ่อเกรย์ที่อยู่ในอ้อมกอดเธอส่งเสียงขู่อีกครั้ง “แฮ่-----”
พลัน! ฝูงหมาป่าทั้งฝูงก็พุ่งกระโจนใส่วัชระ วัชระร้องลั่น “เฮ้ย! โอ๊ย! โอ๊ย! อ๊ากกกกก-----”
วิกานดาเบิกตากว้างมองดูฝูงหมาป่ารุมกัดทึ้งเงาดำมืด ครู่เดียวเงาดำมืดนั่นก็ล้มลงไปจากนั้นเธอก็ไม่เห็นเงาดำนั่นอีก เห็นแต่ฝูงหมาป่านับสิบๆตัวรุมล้อมฉีกกระชากกัดทึ้งเหมือนสารคดีสัตว์โลกที่เคยเห็นหมาป่าเวลารุมเหยื่อ
เสียงร้องของวัชระขาดหายไปแล้ววิกานดาเห็นแต่ฝูงหมาป่ากำลังรุมล้อมเท่านั้น เกรย์หันมาเลียหน้าเธอวิกานดารู้สึกว่าภาพเบื้องหน้ามืดดับไป
วิกานดารู้สึกถึงบางสิ่งรัดบีบที่ต้นแขนพร้อมกับเสียงพูดว่า “ความดัน.........”
เธอกะพริบตาลืมตาขึ้น แสงจ้าทำให้เธอต้องปิดตาลง แล้วลืมตาขึ้นใหม่ ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาว
“คนไข้ฟื้นแล้ว”เสียงผู้หญิงพูดอยู่ใกล้ๆ วิกานดาหันไปมองก็เห็นพยาบาลชุดสีขาวสะอาดยืนอยู่ข้างๆถามว่า “รู้สึกยังไงบ้างคะ?”
วิกานดากะพริบตาปริบๆอย่างงุนงง“ฉันอยู่ที่ไหนคะ?”
“คุณอยู่โรงพยาบาลค่ะ”พยาบาลตอบ วิกานดามองไปรอบๆตัวอย่างงงๆ พักใหญ่เธอจึงนึกได้ว่า “ฉันมองเห็นแล้ว!”
เธอก้มลงดูมือตัวเองแล้วหยิกแขนตัวเองทีหนึ่ง “อูย เจ็บ”
เมื่อตั้งสติได้เธอก็ดีใจร้องลั่น“ฉันมองเห็นแล้ว! ฉันมองเห็นแล้ว!”
“ค่ะๆใจเย็นก่อนนะคะคุณวิกานดา เดี๋ยวดิฉันจะตามหมอให้ค่ะ”พยาบาลบอกแล้วก็กดปุ่มเรียกหมอ
ขณะที่กำลังรอหมอพยาบาลก็วัดไข้แล้วจดบันทึกเอาไว้ เมื่อหมอมาถึงก็ตรวจๆ ซักถามอาการพักใหญ่ครั้นตรวจเสร็จก็จดบันทึกการรักษาลงแฟ้ม ขณะที่หมอกำลังตรวจแนนกับป้าไข่ก็เดินเข้ามาในห้อง รอจนหมอตรวจเสร็จแล้ว พากันออกไปคนรับใช้ทั้งสองจึงปรี่เข้าไปหาเ้านายทันทีแนนพุ่งไปถึงก่อนก็ถามว่า “คุณวิฟื้นแล้ว เป็ยังไงบ้างคะ?”
“แนนๆฉันมองเห็นแล้ว” วิกานดาบอกอย่างดีใจ น้ำตาไหล ป้าไข่ก็ขยับเข้าไปจับมือเ้านาย “สาธุ์คุ้มครอง”
“คุณวิมองเห็นแล้ว?”แนนตกตะลึง แล้วก็ะโร้องอย่างดีอกดีใจ “เย้ๆ คุณวิมองเห็นแล้วคุณวิตาไม่บอดแล้ว”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ