เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความเอื่อยเฉื่อยเหมือนว่าร่างกายยังพักผ่อนไม่เพียงพอหลังจากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอัญรินก็ไม่ได้เจออรวิภาอีกเลย ซึ่งถือเป็เื่ปกติแม้ว่าเขาจะยังคงคิดถึงเธออยู่ก็ตามแต่ทันใดนั้นคนที่เขาคิดถึงก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับรู้ใจกัน
หมอภา...
ทั้งที่อยู่ห่างกันหลายเมตรแต่ก็ชัดเจนพอจะทำให้มองเห็นเธอคนหน้านิ่งหยุดเดินมองไปยังคุณหมอที่กำลังเดินตรงมาที่ตัวเองราวกับถูกสะกดเธอเดินใกล้เข้ามาทุกทีๆ พร้อม ๆ กับเสียงหัวใจของเขาที่เริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ
ตึก ๆ ๆ
ชุดของอีกฝ่ายยังคงเป็ชุดแซกเหมือนเดิมเพียงแต่วันนี้เป็แบบไล่เฉดสีในส่วนกระโปรงจากสีฟ้าลงไปเป็สีน้ำเงินเข้มพร้อมกับมีโบว์เย็บคาดเอวทำให้เห็นรูปร่างอรชรของอีกฝ่ายแต่กระนั้นก็ยังดูเรียบร้อยอยู่ในที สิ่งที่สะกดสายตาของเขามากยิ่งกว่าก็คือรอยยิ้มหวานเวลามีคนทักทายซึ่งเป็เื่ปกติที่เขาได้เห็นมาตลอด
อีกฝ่ายดูสดใสน่ารักกับทุกคนอยู่เสมอนั่นเป็อีกเหตุผลที่ทำให้คนหน้านิ่งชอบเธอแม้อีกฝ่ายจะไม่ทันเห็นว่าตัวเองอยู่ตรงนี้แต่เขาก็เลือกที่จะหันหลังหลบก่อนจะก้าวยาวไปทางอื่นเพราะยังไม่พร้อมที่จะเจอ
ดูเหมือนจะเป็เื่บังเอิญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องคล้ายว่าอัญรินตกอยู่ในห้วงเวลาที่มันวนลูปวันที่สามแล้วที่เขาเจออรวิภาในตอนเช้าก่อนเข้างาน ่เวลาเดิม สถานที่เดิมเหตุการณ์เดิมเหมือนเมื่อวานและวันก่อนซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกจะหันหลังหลบก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินมาถึงตัว
จะบังเอิญเกินไปแล้ว…
แต่วันนี้ยังไม่ทันที่จะได้หันหลังกลับ รอยยิ้มหวานจากคุณหมอก็ถูกส่งมาที่เขาเสียแล้วคนหน้านิ่งยกมือไหว้พร้อมกล่าวทักด้วยเสียงแ่เบา มันเบาจนแทบไม่ได้ยินแต่คุณหมอก็ยังหยุดยืนพร้อมกับยิ้มรับก่อนจะเดินผ่านเขาไป เพียงแค่นั้นก็ทำให้คนหน้านิ่งเผยรอยยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มากกว่านั้นรอยยิ้มของอรวิภายังมีพลังที่ทำให้อัญรินอารมณ์ดีได้ทั้งวัน
‘แค่รอยยิ้มเล็ก ๆ ก็เปลี่ยนวันที่น่าเบื่อให้กลับมาสดใสได้’
การที่ได้พบเจอกันได้มองเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เขารู้สึกดีกับเธอมากขึ้นไปอีกจนยากที่จะหักห้ามใจถ้ายังเป็แบบนี้อยู่เกรงว่าตัวเองคงจะตกหลุมรักคุณหมอเข้าสักวันซึ่งมันอันตรายสำหรับหัวใจของเขานัก คงต้องห้ามใจและต่างคนต่างอยู่ย่อมจะดีกว่า โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป
วันถัดมาอัญรินยังคงต้องมาทำงานแต่เช้าแม้จะเข้างานแปดโมงครึ่ง แต่ด้วยเอกสารที่กองอยู่เต็มโต๊ะบังคับให้ต้องมาเช้ากว่าปกติยาวนานั้แ่ต้นเดือนเพราะหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบคอยตามหลอกหลอนกระทั่งยามหลับตาทำให้ไม่สามารถบ่ายเบี่ยงใดๆ ได้ คนหน้านิ่งหอบร่างกายอิดโรย พร้อมผมเผ้ารุงรังก้าวเท้ายาวมาตรงหน้าลิฟต์หลังจากสแกนนิ้วเข้างานเรียบร้อยแล้วโดยที่ไม่ได้ไปเดินตลาดนัดเหมือนสามวันที่ผ่านมาเพราะกลัวจะเจออรวิภา
“ไปด้วยค่าาา”
เขารีบะโบอกเมื่อเห็นว่าลิฟต์ยังเปิดอยู่หวังอย่างยิ่งว่าคนที่อยู่ข้างในจะได้ยินพลางใช้มือจัดผมให้ดูเรียบร้อยโชคยังดีที่มีคนกดลิฟต์รอเขาพาตัวเองเข้าไปข้างในยืนชิดมุมประตูกดหมายเลขชั้นที่้าก่อนหันไปเอ่ยคำขอบคุณโค้งศีรษะน้อยๆ พร้อมอาการเหนื่อยหอบจากการรีบวิ่งเข้าลิฟต์ แต่แล้วหัวใจกลับเต้นแรงกว่าเดิมเมื่อพบว่าคนที่กดลิฟต์รอเขานั้นคือคุณหมอซึ่งตอนนี้มีแค่เขาและเธอที่อยู่ในลิฟต์ด้วยกัน
“สวัสดีค่ะ”
เขายกมือไหว้อีกฝ่ายโดยเก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเหมือนทุกครั้ง
“สวัสดีค่ะ”
คนถูกทักกล่าวด้วยรอยยิ้มหลังจากนั้นเธอก็ขยับเข้าไปด้านในมุมเดิมเหมือนวันนั้นไม่มีผิด ภาพเหตุการณ์เดิมปรากฏขึ้นอีกครั้งเพียงแต่วันนี้เป็เธอที่เปิดประตูลิฟต์ให้เขาและไม่ใช่ลิฟต์ตัวเดิมแต่ถึงอย่างนั้นบรรยากาศก็พาให้นึกไปถึงวันที่เขาสารภาพว่าชอบอีกฝ่ายยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกระอายใจ
อรวิภายืนมองอัญรินจากด้านหลัง พึ่งได้สังเกตว่าคนตรงหน้าดูเตี้ยกว่าเธอเล็กน้อยเขายังคงยืนนิ่งปกปิดอาการประหม่า ความจริงวันนั้นเธอก็ไม่ได้ขุ่นเคืองหรือรังเกียจเขาสักนิดเพียงแค่สับสนก็เท่านั้นเองดูไปแล้วเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายหรือหวังอะไรจากเธอด้วยซ้ำไม่อย่างนั้นเขาคงไม่หายไปหลังจากที่บอกว่าชอบเธอแล้วอีกอย่างเื่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว เด็กหน้านิ่งนั้นอาจจะเลิกชอบเธอไปแล้วก็ได้
อัญรินได้แต่ยืนตัวเกร็งไม่กล้าหันไปมองคนข้างหลัง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปัดหน้าจอแต่ก็ไม่ได้สนใจมันเพราะมัวแต่คิดเื่หมอภา พลางคิดว่าทำไมเวลามันช่างเดินช้าเหลือเกินทั้งที่เคยคิดว่าจะอยู่ห่างเธอไว้ถ้าหากวันนั้นไม่บอกไปว่าชอบวันนี้บรรยากาศในลิฟต์มันก็คงไม่น่าอึดอัดเท่านี้ ใครจะไปคิดว่าคนที่ตัวเองคอยหลบหน้าอยู่ตลอดพอจะได้เจอจะบังเอิญเจอกันบ่อยขนาดนี้
ขอโทษนะคะหมอ...
ประโยคขอโทษวนเวียนอยู่ในหัวของเขาแม้เสียงข้างในจะวนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เขาก็ยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะบอกมันออกไปสักที พูดสิพูด...
เสียงเขาบอกตัวเองให้พูดขอโทษอีกฝ่ายดังก้องอยู่ในหัว นี่อาจเป็โอกากสครั้งสุดท้าย
จังหวะนี่แหละ…
ติ๊งงง
ยังไม่ทันจะพูดอะไรเสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ อรวิภาเดินมาด้านหน้าเพื่อเตรียมตัวออกจากลิฟต์ทำให้อัญรินได้แต่ก้มหน้านึกเสียดาย
ไม่ทันอีกแล้วสินะ...
“ไปก่อนนะคะ”
ในขณะที่เขากำลังตำหนิตัวเองคุณหมอก็กล่าวคำลาพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานมาให้เมื่อเขาหันมองเธอ ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไปคนหน้านิ่งได้แต่มองตาม ถ้าฟังไม่ผิดเธอพูดประโยคเดียวกับที่เขาเคยพูดกับเธอในลิฟต์วันนั้นนั่นคือสัญญาณเพื่อบอกให้เขารับรู้ว่าเธอยังไม่ลืมเหตุการณ์วันนั้นหรือยังไง ถ้าใช่แล้วทำไปเพื่ออะไรกันหากจำได้เธอควรจะไม่พอใจไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องยิ้มให้เขา แต่เพียงแค่นึกถึงรอยยิ้มเมื่อครู่หัวใจของเขาพองโตเหมือนลูกโป่งที่เต็มไปด้วยลมรู้สึกดีใจจนกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหวเพียงแค่นี้ก็มีเรี่ยวมีแรงแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนช่างเป็วันที่สดใสเสียจริง
แล้วแบบนี้จะห้ามใจยังไงไหวล่ะอัญริน...
ด้วยงานที่เยอะจนล้นโต๊ะ คนหน้านิ่งจึงแทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยทั้งวันจนกระทั่งมีเอกสารที่ต้องไปคุยกับช่างของโรงพยาบาล
“พี่หนิงไปห้องช่างนะเดี๋ยวรอไปกินข้าวที่ห้องช่างเลย”
เขาบอกนริศาพออีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้เขาก็เดินออกจากแผนกเพื่อมารอลิฟต์ ดูเหมือนว่าความบังเอิญจะเกิดขึ้นบ่อยจนทำให้คนหน้านิ่งเจอกับคุณหมอถึงสองครั้งในวันนี้ ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกก็เจออีกฝ่ายกำลังพูดคุยกับแพทย์ฝึกหัดสองคนอยู่ในนั้นด้วยความที่กำลังเบลอและประหม่าจนทำตัวไม่ถูกสมองก็สั่งให้เขายกมือไหว้เธอโดยอัตโนมัติลืมไปว่าเจอกันแล้วในตอนเช้าคุณหมอทำหน้าแปลกใจก่อนจะหลุดขำเบา ๆ แต่ก็รับไหว้เพื่อไม่ให้เขาเสียหน้า
เมื่อเช้าเราเจอกันแล้วนี่ งื้อน่าอายชะมัดอัญเอ๊ย…
พอนึกขึ้นได้คนหน้านิ่งก็เกาท้ายทอยตัวเองแก้เขินพลางก้มหน้างุดด้านคุณหมอจึงหันกลับไปคุยต่อดีที่เมื่อเช้าในลิฟต์มีแค่เขากับหมอภาไม่มีบุคคลที่สามและบุคคลที่สี่ที่อยู่ในลิฟต์ตอนนี้ด้วยไม่อย่างนั้นสองคนนั่นก็คงขำออกมาไม่ต่างจากอีกคนเป็แน่ นี่งานเยอะ เหนื่อยหรืออะไรกัน สติถึงได้ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย นึกแล้วเขาก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับความเอ๋ออ้องของตัวเอง
พอถึง่บ่ายอัญรินต้องเดินตามตึกเพื่อส่งเอกสารใหม่รับเอกสารเก่าที่ไปฝากไว้ให้เ้าหน้าที่ตามหน่วยงานเซ็นจากหน่วยงานนั้นมาหน่วยงานนี้ ตึกนี้ไปตึกนั้น คนละชั้น คนละหน่วยงานหลังจากได้เอกสารพร้อมลายเซ็นครบคนหน้านิ่งก็แอบไปนั่งพักยืดขาออกด้วยความปวดเมื่อยก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเกมเรียงเพชร ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะแอบอู้งาน ถ้าไม่เหนื่อย เครียดหรือเบื่อจริง ๆ ซึ่งตอนนี้เหมือนว่าจะมีครบทุกอารมณ์
ขอพักหน่อยแล้วกัน…