หลังจากที่ทุกผู้คนได้มองเห็นชีวานเป็ครั้งแรกนั้น ไม่ว่าใครก็ตามต่างก็สติหลุดลอยกันไปหมด…
ชิน ผู้นำขุมอำนาจระดับสูง ผู้คนของทั้งสองราชวงศ์ ชีรันด์ ซือเยว่ วานมิล าานิรวาณ รวมถึง าาชีวาลัย พ่อของชีวานเองก็ไม่เว้น ทุกผู้คนล้วนสติหลุดลอยกันไปหมด…
คนกลุ่มแรกที่ฟื้นสติขึ้นมาได้ก็คือ ครอบครัวของชีวานทุกคน ส่วนกลุ่มที่สองก็คือ าานิรวาณ ตามมาด้วยชิน ผู้นำขุมอำนาจระดับสูงทั้งหลาย และก็ไล่ตามระดับพลังลงมาเรื่อยๆ มันเป็ความงดงามที่ส่งผลถึงระดับพลังของคนผู้นั้น
''นี่มัน… ช่างงดงามยิ่งนัก'' าานิรวาณพึมพัมออกมาด้วยท่าทีเหม่อลอย…
ั้แ่ที่เขาเกิดมานั้น เขาก็ยังไม่เคยเกิดความหลงไหลในตัวผู้อื่นมากมายเท่าครั้งนี้มาก่อน…
หลังจากนั้นคนอื่นๆ ก็เริ่มพึมพัมกันออกมาบ้าง ซึ่งมันก็ไม่ค่อยต่างจากาานิรวาณเท่าใดนัก…
''อายุเพียงแค่เจ็ดปี… ก็สามารถมีความงามขนาดนี้ได้ด้วยงั้นรึ ? ไม่แปลกๆ ก็นั่นมันลูกสาวของข้านี่นาฮ่าๆๆๆ''
ชีวาลหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขมากที่สุดในชีวิตของเขา ในที่สุดเขาก็ได้เห็นใบหน้าของลูกของตนเองเสียที
วานมิล ชีรันด์ ซือเยว่ เองก็ไม่ได้ต่างจากชีวาลเท่าใดนัก ที่ต่างก็คือชิรันด์ นั้นหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขมากที่สุดในชีวิตของเขา ส่วนวานมิล และซือเย่ว พวกนางนั้นได้ร่ำไห้ออกมา มันเป็น้ำตาแห่งความสุข ที่มากที่สุดในชีวิตของพวกนางเช่นกัน
รูปร่างของเด็กอายุ 6-7 ปีในชุดสีขาวนั้นกลับสร้างไฟแห่งความปรารถนาอันแรงกล้าออกมาอย่างบ้าคลั่ง…
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่แม้จะมีความน่ารักสดใสของเด็กน้อยอยู่ แต่ก็งดงามจนไม่อาจนำสิ่งใดมาเทียบเคียงได้แม้แต่นิด ดวงตาทั้งสองข้างนั้นมีสีที่ต่างกันคือสีส้ม และสีฟ้า ความแตกต่างของทั้งสองสีได้ส่งผลให้ความงดงามของชีวานนั้นเพิ่มขึ้นไปอีกมากมายมหาศาล ส่วนผมสีขาวบริสุทธิของนางนั้น ก็ราวกับว่ามันสามารถรองรับได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็ความบริสุทธิที่ทำให้ไม่มีใครกล้าคิดไม่ดีกับเธอแม้เลยแต่น้อย…
ด้วยทั้งหมดนี้เมื่อหลอมรวมเข้าด้วยกันในร่างของชีวาน ก็ได้สรรค์สร้างความงดงามที่ไม่เคยมีใครได้พบเห็นมาก่อน และที่น่ากลัวคือ ชีวานตอนนี้ยังมีอายุเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น หากเธอได้เติบโตขึ้นไปอีก ก็ไม่อยากจะคิดว่าความงามนั่นจะมีพลังมากพอที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างจนหลงเหลือแค่เพียงความว่างเปล่าหรือไม่ ?
หลังจากที่ทุกคนได้สติคืน ความทรงจำก็เริ่มกลับคืนมา รวมถึงเื่ที่ชีวานได้กล่าวออกมาว่า ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งของงานประลองครั้งนี้จะได้แต่งงานกับนาง…
"องค์หญิง เื่ที่ท่านพูดก่อนหน้านี้… มันเป็เื่จริงงั้นรึ ? ท่านคงจะแค่หยอกล้อพวกเราเล่นใช่หรือไม่ ?''
ปฐกาน เอ่ยถามคำถามที่ทุกคนล้วนแต่อยากรู้ออกมา มันทำให้ลานประลองในตอนนี้เงียบกริบจนน่าหวาดกลัวเลยทีเดียว นั่นก็เพราะต่อให้ไม่นับความงดงามขององค์หญิง และนับเพียงแค่เื่ที่จะได้แต่งงานกับทายาทเพียงคนเดียวของาาชีวาลัยนั้น… มันก็เพียงพอที่จะเป็เื่ใหญ่แล้ว !!!
ยังไม่รวมเื่ที่าานิรวาณไม่เคยคิดมีภรรยา หรือมีทายาท เพราะงั้นนี่จึงเท่ากับได้แต่งงานกับผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของทั้งสองอาณาจักร หากมีคนได้แต่งงานกับองค์หญิงชีวานจริงๆ ล่ะก็ ขุมอำนาจที่คนผู้นั้นอยู่ไม่ว่าจะเป็ ต่ำ กลาง หรือสูง มันก็แปรเปลี่ยนจนกลายเป็ขุมอำนาจระดับสูงสุด ที่เป็รองเพียงสองราชวงศ์ เท่านั้น และหากได้ทำการล่วงเกินขุมกำลังที่ว่านั่น ก็เท่ากับล่วงเกินสองราชวงศ์ เพราะสำหรับาานิรวาณที่สนิทสนมกับาาชีวาลัย ราวกับพี่น้องก็คงเห็น องค์หญิงชีวานเป็หลานสาวของตนไปด้วยเช่นกันยิ่งไม่ต้องพูดถึง าาชีวาลัยที่เป็ถึงพ่อแท้ๆ
เพียงแต่เื่ที่ว่ามานี้ ก็ยังเทียบไม่ได้กับความงดงามขององค์หญิงชีวานที่เรียกได้ว่ากลายเป็ความใฝ่ฝันของทุกผู้คน
''แน่นอนสิ ก็ข้าไปขอท่านพ่อมาแล้วนี่นา'' ชีวาน กล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ
ส่วนชีวาลนั้น ก็รู้สึกราวหัวใจถูกเข็มนับล้านทิ่มแทง
''แต่… แต่ข้ายังไม่ได้อนุญาตเลยนะ…'' ชีวาล กล่าวออกมาราวจะร้องไห้
ทางด้านาานิรวาณ หลังจากเห็นชีวานแล้ว ตัวเขาก็ยังคงนิ่งเงียบอยู่… ไม่รู้ว่าภายในใจของเขานั้นกำลังคิดเื่อะไรอยู่กันแน่ ?
วานมิล ชีรันด์ และซือเยว่ ตอนนี้พวกนางก็ได้เหาะเหินขึ้นมาอยู่ข้างกายชีวานอย่างรวดเร็ว
''หลานสาวตัวดี… ในที่สุดเ้าก็ยอมออกมาให้ปู่ของเ้าเห็นสักทีนะ มาให้ปู่ของเ้ากอดให้หายคิดถึงเร็วเข้า''
ชีรันด์กล่าวอย่างรีบร้อน….
''เงียบปากของเ้าไปซะตาแก่… ชีวานมาให้ย่ากอดหน่อยได้หรือไม่ ? ข้ายังไม่เคยกอดเ้าเลยสักครั้งเลยนะ''
ซือเยว่กล่าวอย่างอ่อนโยน…
''แน่นอนสิท่านย่า''
หลังกล่าวจบชีวานก็ได้ลอยไปหาย่าของตน และปล่อยให้นางโอบกอดอย่างมีความสุข…
หลังจากนั้นน้ำตาที่หยุดไหลไปแล้วก่อนหน้านี้ของซือเยว่ ก็ได้ไหลออกมาอีกครั้ง
''ชีวาน… ที่เ้าไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเลยสักครั้ง มันเป็เพราะความงดงามของเ้าอย่างนั้นรึ ?''
วานมิลเอ่ยคำถามที่ครอบครัวของชีวานทุกคนรู้สึกสงสัยออกมา
''ไม่ใช่หรอกท่านแม่ ข้าก็แค่อยากจะเปิดตัวแบบอลังการก็เท่านั้นเอง แต่เอาเข้าจริงๆ ก็คือตอนนั้นที่ข้าได้ใช้วิชาล่องหนเป็ครั้งแรก… ข้าดันไม่รู้วิธีคลายมันน่ะสิ… แหะๆ''
ชีวานหัวเราะออกมาอย่างเขินอาย…
คำตอบนี้ทำเอาชีวาล ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นกันเลยทีเดียว…
''เป็อย่างที่ข้าคิดจริงๆ งั้นรึ ?''
ชีวาลไม่รู้ว่าตนควรที่จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี…
ส่วนทางฝั่งวานมิลนั้น หลังจากได้ยินคำตอบก็หัวเราะคิกคักออกมา
''แล้วเ้าใช้เวลาถึงหกปีกว่าจะคลายวิชาได้เชียวรึ ?''
วานมิลเอ่ยถามพร้อมยิ้มเ้าเลห์…
ส่วนชีวานนั้นเอ่ยตอบอย่างภาคภูมิใจ
''จริงๆ แล้วข้าใช้เวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้นก็สามารถคลายได้แล้ว แต่หลังจากที่ข้าได้เห็นความร้อนรนของท่านพ่อเข้า ข้าจึงรู้สึกว่าหากเผยกายอีกครั้งด้วยฉากอลังการสุดๆ ละก็ มันจะต้องทำให้ท่านพ่อดีใจเป็แน่''
วานมิลที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันสายตาไปทางเกาะลอยฟ้าแล้วส่งสายตาตำหนิออกมาทันที
ในสายตานั้นสำหรับชีวาลแล้วราวกลับเห็นคำติเตียนของภรรยาขึ้นมาว่า
''ถ้าเ้าไม่ทำตัวร้อนรนปานนั้น ข้าก็คงไม่ต้องถึงอยู่แต่ก็เหมือนจากชีวาน มายาวนานถึงหกปีหรอก''
มันทำเอาชีวาลที่เดิมทีจิตใจก็บอบช้ำอยู่แล้ว ก็โดนค้อนเหล็กทุบเข้าไปอีก จนเขาแทบจะกระอักเืออกมา…
"ชีวาน แล้วที่เ้าบอกว่าจะแต่งงานกับคนที่ได้อันดับหนึ่ง… นี่มันเื่จริงงั้นรึ ?''
วานมิลเอ่ยถาม
''จริงแท้แน่นอน ก็ข้าอยากทำให้ความปรารถนาของท่านพ่อเป็จริงนี่นา''
ชีวานกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจอีกครั้ง
ชีวาลในตอนนี้นั้น ก็ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องให้วานมิลส่งสายตำหนิไปทางเขาอีกครั้ง เพราะตอนนี้เขาก็ได้หมดสติเองไปเป็ที่เรียบร้อย สามารถทำให้ผู้ที่มีความเข้ากันได้ของธาตุแปดในสิบส่วนอย่างชีวาลหมดสติได้ ชีวานช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก…
เวลานี้เอง าานิรวาณก็ได้เผยกายออกมาจากเกาะลอยฟ้า และได้ลอยเข้าไปหาชีวาน…
''ชีวานได้โปรด… เ้ามาแต่งงานกับข้าเถอะ''
ประโยคที่าานิรวาณกล่าวออกมาทำเอาผู้คนตกตะลึงพอๆ กับตอนที่ได้เห็นชีวานเป็ครั้งแรก พวกเขากลับคิดว่าเื่ทั้งหมดที่พบเจอในวันนั้นคงเป็เพียงแค่ความฝัน…
ส่วนชีวานนั้น หลังจากได้ยิน นางก็รู้สึกใ และแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างหาได้ยาก…
''ท่านลุง…''
ไม่รอให้ชีวานกล่าวจบ าานิรวานก็ได้ขัดขึ้นมาเสียก่อน
''อย่ามาเรียกข้าว่าท่านลุง!! …ข้ารู้เื่นี้สำหรับเ้ามันคงจะเกินตัวไป… แน่นอนว่าข้าย่อมไม่แต่งกับเ้าทันทีหรอกแต่อย่างน้อยเ้าก็จงยอมรับที่จะตกแต่งกับข้าเสียเถอะ''
าานิรวานกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน…
"แต่… ท่านลุง… ข้า''
ขณะที่ชีวานกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ าานิรวาณก็กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
''อย่ามาเรียกข้าว่าท่านลุง… ข้ามีนามว่านิลวาล ข้ารู้ว่าเ้าคงจะปฏิเสธ… แต่ข้าไม่อาจรอได้อีกแล้ว''
ขณะที่วานมิล ชิรันด์ และ ซือเยว่ กำลังตกตะลึง และกำลังจะกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล
นิลวาลก็ได้ปลดปล่อยพลังแห่งความมืดที่ทรงพลังออกมากดดันคนทั้งสามเอาไว้
''ชีวาน… แม้ว่าข้าจะไม่เคยเห็นตัวเ้ามาก่อน แต่ก็ข้ารู้นิสัยของเ้าเป็อย่างดี ตอนนี้กองกำลังระดับสูงทั้งหมดของราชวงศ์นิรวานได้ล้อมรอบที่แห่งนี้ รวมถึงอาณาจักรชีวาลัยเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนตัวาาชีวาลัยที่พวกเ้าเห็นหมดสตินั่น… เขาหาได้แกล้งทำ แต่มันเป็เพราะข้าได้ผนึกเขาเอาไว้ด้วยเวทลับของราชวงศ์นิรวาณ ระยะเวลาที่เขาถูกผนึกเอาไว้มันก็เพียงพอที่ข้าจะถล่มที่แห่งนี้ รวมถึงอาณาจักรชีวาลัยจนพังพินาศ… เ้ายินยอมที่จะให้สิ่งสำคัญของเ้าทั้งหมดได้รับอันตรายอย่างงั้นรึ ?''
าานิรวานกดดันชีวานอย่างถึงที่สุด…
ชีวานตอนนี้ได้ตกที่นั่งลำบากอย่างถึงที่สุด ใบหน้าของนางนั้นซีดเผือดเป็อย่างมาก…
"ท่านพ่อ…'' น้ำตาได้ไหลออกมาจากดวงตาสองสีของชีวาน…
''แน่นอนข้าย่อมรักสิ่งสำคัญของข้าที่สุด… ท่านลุง… ท่านรู้ไหมว่าท่านเองก็เป็หนึ่งในสิ่งสำคัญนั้นของข้าเช่นกัน''
นิลวาลที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกปวดใจ… แต่ประกายตาของเขายังคงความเด็ดเดี่ยวเอาไว้
''ท่านแม่ ท่านปู่ ท่านย่านี่ถือเป็คำขอร้องเดียวในชีวิตของข้า… ได้โปรดลืมเื่ในวันนี้ รวมถึงตัวข้าด้วยเช่นกัน ลืมความเ็ปที่พวกท่านพบเจอไปให้หมด''
ทันทีที่ชีวานกล่าวจบ แสงสีขาวบริสุทธิ์ไม่รู้ที่มาจำนวนมากก็ได้ลอยวนอยู่รอบๆ ตัวของนาง จากนั้นแสงสีขาวได้กระจายออกไปจนปกคลุมทั้งไว้ทั่วทั้งสนามประลอง… ทันทีที่ผู้คนถูกเข้ากับแสงสีขาวนั่น พวกเขาก็ได้หมดสติทันที…
มีเพียงผู้ที่มีระดับความเข้ากันได้ของธาตุหกในสิบส่วนขึ้นไปเท่านั้นที่พอจะต้านทานแสงสีขาวแปลกประหลาดนั่นเอาไว้ได้ แต่ชินที่อยู่ในระดับสามในสิบส่วนกลับฝืนทนมันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ…
หากมองไปที่เขาจะสามารถมองเห็นไอพลังสีดำสามสายที่แตกต่างกันเล็กน้อยลอยวนอยู่รอบๆ ตัวเขา หนึ่งในนั้นคือพลังธาตุความมืดของเขา แต่อีกสองนั้น แม้แต่ตัวของชินเองก็ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าพวกมันคืออะไร ?
หลังจากที่ผู้คนได้หมดสติไปกันเกือบหมด ชีวานก็ได้หันไปมองวานมิลพร้อมน้ำตา
''ชีวานเ้าคิดจะทำอะไรกัน ?''
วานมิลรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์อันเลวร้าย…
''ข้าไม่ควรที่จะปรากฏตัวออกมาจริงๆ อย่างที่ท่านอาจารย์ว่า… และมันก็เป็เพราะข้าเองเช่นเดียวกัน ถึงทำให้ท่านลุงต้องเป็เช่นนี้… ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้า… ข้าขอโทษ… ได้โปรดทำตามความปราถนาของข้าด้วย''
หลังจากชีวานได้หลับตาลง แสงสีขาวก็ส่องสว่างออกมามากขึ้น และชีวานก็ได้กล่าวคำบางอย่างออกมา
''สลายิญญา''
แสงสีขาวเริ่มส่องสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ
"ไม่… อย่านะชีวาน หยุดสิ่งที่เ้ากำลังจะทำเดียวนี้!!''
วานมิลกล่าวออกมาราวจะขาดใจ…
ทางด้านนิลกาลนั้น เขากำลังบ้าคลั่งเป็ที่สุด เขาะเิเอาพลังความสามารถของตนออกมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหยุดสิ่งที่ชีวานกำลังทำอยู่… โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าสมบัติระดับสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวของราชวงศ์
''กระจกแห่งความมืด'' ได้ลอยออกมาจากแหวนมิติของเขาด้วยตัวของมันเอง
จากนั้นมันปลดปล่อยพลังธาตุความมืดมหาศาลออกมา!!
ราวกับมันจะกลืนกินแสงสว่างทั้งหมดของชีวานเข้าไป
ชินที่เห็นเหตุการณ์นั้น ก็ได้กัดฟันฝืนด้านทานแรงกดดันของแสงสว่าง และความมืดทั้งสอง จากนั้นเขาได้ทำการะโเข้าไปหาแสงสว่างและความมืดทั้งสองนั้น…
ทันทีที่แสงสว่าง และความมืดัักัน ก็ได้เกิดแสงสีเทาแปลกประหลาดขึ้นมา…
แสงสีเทาแปลกประหลาดได้กลืนกินชีวาน และกระจกแห่งความมืดเข้าไป รวมถึงคนที่พึ่งไปถึงด้วยเช่นกัน
และนั่นก็คือ ชิน!!
หลังจากนั้น สองคนหนึ่งกระจกก็ได้หายไปอย่างไร้ล่องลอย…