มหากาพย์ตำนานดาบวิเศษและหีบพระโอวาทแห่งองค์จอมราชัน
Sword & Ark of The KingOnline: (MMORPG Open World)
“เอาล่ะพรรคพวกถ้าผ่านฝูงข้างหน้าไปได้ล่ะก็ ต่อไปพวกเราจะเจอกับบอสใหญ่แล้ว”
“ “ “เฮ้!!” ” ”
เมื่อสิ้นสุดเสียงปลุกระดมอันหนักแน่นของหัวหน้าปาร์ตี้ที่ะโออกมาจากณ ลานกว้าง ที่คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนนักผจญภัยหลากหลายอาชีพรวมตัวกันสถานที่ที่เต็มไปความฮึกเหิม เพราะขวัญกำลังใจจากถ้อยคำปลุกใจที่ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อน เหล่าไพร่พลจึงตอบสนองจิติญญาแห่งเจตจำนงเ่าั้ของผู้นำทัพด้วยการโห่ร้องขับขาน ผสานเสียงเคล้าคลอกับเครื่องดนตรีสำหรับออกรบ และกองศึกซึ่งถูกกำกับจังหวะอย่างฮึกเหิมโดยคอนดักเตอร์ ด้วยท่วงทำนองที่ดุดันตอบกลับรับเสียงปลุกใจอย่างห้าวหาญ
ทว่า...
ศาสตร์แห่งผู้พิชิตนั้นหาใช่สิ่งที่เที่ยงตรงและลื่นไหลอย่างท่วงทำนองในบทเพลงไม่
าและบทเพลง มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้จะแยกจากกันไม่ขาดและถูกประพันธ์ลงบนหน้าประวัติศาสตร์อันไม่สิ้นสุดเฉกเช่นบทเพลงซึ่งกำลังบรรเลงอยู่นี้
...ภาพตรงหน้าพวกเขา ปรากฏเป็ฝูงสัตว์ประหลาดขนาดั์แห่งทะเลทรายจำนวนมากมายเหลือคณานับ โดยมากแล้วพวกมันมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานเป็ประเภทเดียวกับที่สามารถพบได้ตามแมพทั่วไปในเกมก็จริง แต่สำหรับใน<เวิลด์ดันเจี้ยน> สถานที่อันเปรียบเสมือนกับขุมนรกแห่งนี้แล้วพวกมันมีพื้นฐานค่าสเตตัส (status) ที่สูงกว่ามอสเตอร์ทั่วไปมหาศาลชนิดที่ว่ามอสเตอร์ตามแมพภายนอกทั่วไปที่ว่าโหดแล้ว ดูกระจอกไปโดยถนัดตา
เกล็ดแข็งเป็พิเศษราวกับแร่เหล็กดำชั้นสูงที่ผิวเคลื่อบของพวกมันมีราคามากกว่าเพชรพลอย และทองคำเนื้อดี ความหนาขนาดนี้ไม่ใช่ว่าจะจัดการลงได้ง่ายๆ ด้วยการโจมตีแบบทุ่มสุดตัวเพียงครั้งเดียวมิหนำซ้ำ...ต่อให้ถูกกำจัดลงได้แล้วก็ตาม ดูเหมือนว่าร่างของพวกมันก็ยังคงเคลื่อนไหวต่อไปได้ อย่างน่าฉงนสัตว์เลื้อยคลานแห่งทะเลทรายตัวแล้วตัวเล่าถูกกำจัดลงโดยเส้นลำแสงบีบอัดอนุภาคความร้อนสูงที่ยิงออกจากวงเวทขนาดใหญ่ มันถูกสร้างโดยจอมเวทหลายคนผสานบทอาคมเข้ากันถึงกระนั้น พวกมันก็หาได้ตายไม่ กลายเป็ร่างอันไร้ิญญาเป็เพียงซากศพ...เป็กองทัพะพวกมันหลุดพ้นจากความเสียหายทุกรูปแบบได้โดยสิ้นเชิง
ั์ตาสีทมิฬอันน่าสะพรึงกลัวกำลังจับจ้องไปยังกองทัพมนุษย์ ุ์เทพ และมาร ซึ่งเป็ฝั่งของผู้เล่นทั่วโลกที่มารวมตัวกัน
ไม่นานนักกองกำลังฝั่งผู้เล่นแห่งโลกมนุษย์ที่ถูกนำโดยผู้กล้าก็แห่เข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่งกับทหาระทัพหน้าขององค์ฟาโรห์
ฝั่งหนึ่งรุก ฝั่งหนึ่งรับ สลับกันไปมาไม่จบสิ้นเกิดเป็ายืดเยื้อที่ยาวนานที่สุดระหว่างมอสเตอร์กับเพลย์เยอร์ เท่าที่เกม S&A-VR โลกเสมือนจริงแห่งนี้เคยเปิดให้บริการมาาในเวิลด์ดันเจี้ยนดำเนินต่อเนื่องมา เป็ระยะเวลา 6 วันเต็มโดยไม่มีการหยุดพัก มีเพียงผู้เล่นที่ค่าฮิตพ้อยเหลือ 0 เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ล็อกเอาท์ หรือก็คือตายนั้นเอง
สัตว์อสูรผู้มีรูปลักษณ์งดงามตระการตาจำนวนมากถูกร่ายออกมาจากวงแหวนขนาดใหญ่ที่เหล่าผู้อัญเชิญมนตร์อสูรหลายพันคนสร้างขึ้นสำเร็จในวันนี้พอแผดเสียงคำรามอันน่ากลัว พวกสัตว์อสูรกรูเข้าใส่กองทัพะอย่างคลุ้มคลั่งราวกับอัดอั่นมานานเพราะผลของโซ่ตรวนแห่งพันธนาการอสูร ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งของาเหล่าจอมเวทชั้นสูงทั้งหลายฝั่งเพลย์เยอร์เองก็กำลังร่วมใจกันร่ายมนตร์เขตอาคมกันอย่างแข็งขันเพื่อหักล้างต้านทานคำสาปแห่งความตาย และไสยเวทที่ไม่รู้จักที่ไหนมาก่อนซึ่งถูกร่ายจากเสียงเพลงสวดของกองทัพซากศพชาแมนฝั่งศัตรู
เหล่าเพลย์เยอร์ที่เล่นอาชีพซัมมอนเนอร์ทั้งหลายเริ่มยกระดับการร่ายมนตร์อสูรขึ้นมาอีกระดับกองทัพนักรบโบราณแอนเชี่ยนไนท์ ควบม้าศึกสีดำวิ่งทะลวงฝ่าทัพหน้าของศัตรูฟาโรห์ชูมือขึ้นสูงเสกกองทัพมัมมี่ขึ้นจากความว่างเปล่า ยันมนต์อสูรม้าศึกเอาไว้เพียงการสะบัดมือแค่ครั้งเดียวของบอสฟาโรห์ ฝูงมัมมี่ะก็ทวีจำนวนขึ้นอย่างน่าใจหายและพวกมันปรากฏตัวอยู่ทุกที่ แม้กระทั่งในค่ายเสบียงของกองทัพโลกมนุษย์
เดิมทีแล้ว ผู้เล่น 1 คนก็แทบจะรับมือกับฝูงมอนสเตอร์นับหมื่นตนตรงหน้าก็แทบจะเป็ไปไม่ได้แล้วมิหนำซ้ำยังมีฟูงมัมมีปรากฏขึ้นมาต่อหน้าต่อตาจากไหนก็ไม่รู้ ต่อให้มีอาชีพซัมมอนเนอร์กับเทรนเนอร์สัตว์อสูร มากสักเท่าไหร่ก็คงไม่พอ สถานการณ์ตอนนี้ถึงว่าคับขันสุด ๆมีหวังได้เป็อันจบเห่อยู่แค่เวฟแรกของดันเจี้ยนเป็แน่
ศัตรูที่ดูเหมือนจะไม่มีวันตาย และมีจำนวนเพิ่มทวีขึ้นอีกหลายเท่าตัวจนสามารถใช้มีจำนวนเป็อนันต์เลยก็คงจะไม่ผิดพวกมันเริ่มกรีธาทัพเข้ามาโดยไม่รู้จักหวั่นเกรงต่อคมดาบ และความตายมันกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ ไร้ซึ่งทางให้ถอยหนีทำให้ผู้เล่นฝ่ายมนุษย์โลกเริ่มท้อ และถอดใจ
ทันใดนั้นเอง!!
รถรบอียิปต์เคลือบด้วยทองคำทั้งคันก็ถูกลากออกไปด้วยร่างอันไร้ิญญา ที่ภายนอกแล้วดูคล้ายกับม้าศึก
ลำตัวของม้านั้นถูกประดับประดาไปด้วยเครื่องยศสำหรับออกศึกอย่างน่าเกรงขามพวกมันวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำการบดขยี้กลุ่มผู้เล่นสายนักเวทและนักอัญเชิญที่อยู่ด้านหลังสัตว์อสูรที่ร่ายออกมาจากมนต์บทใหญ่จึงเริ่มเกิดการไม่เสถียร และสลายหายไปจากสนามรบอย่างช้าๆ
รถลากของศัตรูนั้นแข็งแกร่ง ไม่เพียงแค่ค่าพลังรบพื้นฐานของตัวม้าศึกแต่นับรวมเข้ากับพลังรบของทหารระดับสูงของฟาโรห์ ผู้บังคับรถรบอยู่ด้วยรถรบหนึ่งคัน มีม้าลากสองตัวด้านในของรถรบไม่เพียงแต่มีทหารศึกคุมบังเหียนอยู่เท่านั้น แต่มีพลธนูคอยจู่โจมอย่างคล่องแคล่วใส่ผู้เล่นฝั่งโลกมนุษย์อีกด้วย
ขืนเป็แบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่...
ผู้เล่นอาชีพนักบวชชั้นสูงเริ่มคุกเข่าภาวนา และด้วยพรแห่งฟากฟ้าแด่ทวยเทพผู้สดับรับคำขาน ด้วยกลิ่นหอมแห่งเครื่องบรรณาการอันไร้มลทิน
อัญเชิญเทพาสำเร็จ
ความหวังเดียวของเหล่าผู้เล่นฝั่งโลกมนุษย์ ทว่า...
ความหวังอันริบหรี่ก็ได้มลายหายไปในพริบตา ราวกับภาพความฝันเพราะบนฟากฟ้า ทัพเรือรบขนาดมหึมาของศัตรูได้ยึดครองไว้ก่อนแล้ว
เรือแห่งสุริยันสุดยอดอาวุธที่เคยรบชนะครั้งมหาาสมัยโบราณมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้ได้ลอยอยู่เต็มน่านฟ้าั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เข้าประชิดและบดขยี้วงแหวนอัญเชิญเทพาได้ั้แ่อาคมยังไม่ถูกกางเลยด้วยซ้ำ
การร่ายของเหล่านักบวชชั้นสูง นอกจากจะถูกขัดขวางได้โดยสิ้นเชิงะุจากฟากฟ้านับไม่ถ้วนก็ได้กราดยิงลงมา พอรู้ตัวอีกทีจากกลุ่มผู้ที่เคยกองรวมกันอยู่ตรงนั้นก็เหลือเพียงแค่หลุมรูพรุนของะุเสียแล้ว
เรือเหาะสะสมแก่นเวทได้อย่างรวดเร็วจนน่าทึ่งกระบอกปืนใหญ่พิฆาตหันมาทางผู้กล้าหนุ่มที่อยู่บนพื้น หมายจะจู่โจมลงมาอยู่รอมร่อ
แม่ทัพะของศัตรูแสดงท่วงท่าอันสุดแสนจะภาคภูมิใจอยู่บนหลังรถรบเรือเหาะอันแสนร้ายกาจควบคุมน่านฟ้าไว้หมดแล้วโดยสิ้นเชิงฝั่งกองทัพโลกมนุษย์พ่ายแพ้ให้อย่างราบคาบให้กับความเป็นิรันดร์ของชีวิตะและความเป็อนันต์ของจำนวนศัตรูตรงหน้าโดยสิ้นเชิง
อีกด้านหนึ่ง จากตรงนี้ผู้เล่นฝั่งโลกมนุษย์สามารถมองเห็น วิเชียร (Vizier) องครักษ์ชั้นสูงผู้อารักขาบอสฟาโรห์ มันยืนอยู่ด้วยกันทั้งหมดสี่ตนพวกมันเริ่มเคลื่อนที่จากเต้นผู้บัญชาการทัพหลวงแห่งทัพะ
ดูเหมือนพวกมันจะสวดร่ายคาถาอาคมด้วยเสียงอันน่าขนลุกเมื่อทำพิธีกรรมบางอย่างจบพวกมันก็เริ่มทำการแบกยกฐานพระบัลลังก์หาบขึ้นเทียมบ่าก่อนที่องค์ฟาโรห์โดยมีบอสฟาโรห์ประทับอยู่บนนั้นเพื่อเสด็จย้ายจากที่ประทับเดิมที่เป็ค่ายขนาดย่อม ณ ใจกลางสนามรบ
พวกมันร่ายบัฟเสริมแกร่งให้กับกองทัพะ นั่นเอง...ไม่เพียงเท่านั้น สฟิงซ์ขนาดมหึมาสองตน เรดบอส (Raid Boss) ตนใหม่เองก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยจากมนต์บทนั้นและเฝ้าอยู่หน้าทางเข้าพีระมิด
ขบวนแห่เริ่มออกเดินตรวจตราสนามรบอย่างรอบคอบโดยมีบอสฟาโรห์เสด็จไปด้วย
ผลจากออร่าประหลาดที่ปลดปล่อยออกมาจากขบวนแห่เริ่มทำให้พวกมอนสเตอร์ทะเลทราย และกองทัพะเกิดอาการคลุ้มคลั่งพวกมันแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่า ทั้งที่จากเดิมก็แทบจะรับมือแบบซึ่งหน้าด้วยยากมากพออยู่แล้ว
พอทัพอสูรเห็นว่าฝ่ายโลกมนุษย์ช่างน่าสมเพชซะเหลือเกินบอสฟาโรห์จึงออกคำสั่งให้พวกขุนนางทั้งหมดเสด็จกลับเข้าไปประทับในพีระมิดในชั้นที่ลึกที่สุดพร้อมกันกับตนเองเพราะแน่ใจแล้วว่ามนุษย์จะจบลงแค่นี้ และไม่อาจก้าวข้ามได้มากไปกว่านี้
ดูเหมือนว่าระบบประมวลผลแบบควอนตั้มเองก็คำนวณออกมาแบบนั้นเช่นกัน...เป็ไปไม่ได้ที่มนุษย์จะต่อสู้กับกองทัพะฝั่งศัตรูแล้วจะชนะได้
<แจ้งเตือน : อัตราชนะของผู้เล่นจำนวน 1,200 ล้านคนในดันเจี้ยนแห่งนี้เท่ากับ 0.00025 เปอร์เซ็นต์>
คำภาวนาแห่งจารึกคัมภีร์มรณะ บทที่ 42 แด่คณะเทพบดีทั้งปวงเพื่อการพิพากษาิญญาผู้ตายได้ถูกขับขานขึ้นจากภายในพีระมิด
บทสวดปรากฏขึ้นทั่วพื้นที่ขยายออกเป็เขตอาคมขนาดใหญ่ปกคลุมไปทั่วสนามรบแห่งนี้ในเวลาอันสั้นโดยมีรูปแบบวงแหวนเวทเขียนด้วยอักษรอียิปต์โบราณ ซึ่งสำหรับโลก ค.ศ. 3009 แล้วถือว่าเป็หนึ่งในภาษาสาบสูญที่ไม่มีผู้เล่นคนใดในรู้จักหรือแม้แต่เคยได้ยิน
อีกครั้งหนึ่งที่กองทัพโลกมนุษย์ต้องทนฟังเสียงสวดโหยหวนอันน่าขนลุกจนเกือบจะอวกออกมาเพราะทำนองอันน่าปวดหัว แม้เอามือปิดหูทั้งสองแล้วเสียงก็ยังลอดเข้ามาถึงสมองอยู่ดี
หากมองภาพรวบของสนามรบจากมุมสูงแล้ว การที่จะบุกเข้าไปโต้ง ๆเพื่อโค่นองค์ฟาโรห์ที่เป็ลาสบอสประจำดันเจี้ยนนี้แทบจะเป็ไปไม่ได้เพราะในดันเจี้ยนพีระมิดชั้นใน ถูกกำหนดค่าตายตัวเอาไว้ไม่เพียงแต่ผู้เล่นต้องแก้ปริศนา แต่จะต้องฝ่าฝูงหมาดำ อะนูบิส นับพัน ๆ ตนที่เฝ้าอยู่อีกด้วย
อย่าว่าแต่จะฝ่าเข้าไปเลย เพราะสฟิงซ์ั์อีกสองตนที่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับบอสในดันเจี้ยนระดับยากสุด ๆซึ่งในปัจจุบันนับั้แ่เกมเปิดมาก็เห็นจะมีเพียงตำนานลือกันหนาหูในหมู่นักผจญภัยเท่านั้น ว่ามีกิลด์ผู้เล่นลึกลับที่มีสมาชิกเพียงแค่สามคน สามารถชนะบอสในโหมด <เอลีท (Elite) > ลงได้โดยมีสถิติการแพ้เป็ 0
ทว่า...นั่นเป็แค่เื่เล่าของเด็กเลี้ยงแกะมันก็แค่ตำนานปากต่อปากเท่านั้น…
บอสฟาโรห์เป็ระบบใหม่ที่ A.I. พัฒนาขึ้นมาเพื่อประเมินศักยภาพของผู้เล่นในเกม
เป็การสร้างระบบใหม่ที่มีชื่อว่า ‘เวิลด์-ดันเจี้ยน’ แผ่นที่แบบเปิด (open world) ดังนั้นระดับความยากของพวกเวิลด์บอสเหล่านี้จึงอยู่ในระดับที่เป็ไปไม่ได้ในการเอาชนะ
ยังมีเวิลด์บอสอีกหลายตัวที่ระบบกำลังทยอยนำเข้ามาท้าทายผู้เล่นก่อนจะปรับสมดุลครั้งใหญ่เพื่อความเหมาะสม บอสฟาโรห์ตนนี้จึงอยู่ในมาตรฐานที่สูงเกินจริงไปมากมันจึงกลายเป็โคตรของโคตรบอสไปโดยปริยาย
ในความเป็จริงแล้ว...ดันเจี้ยนธรรมดาโหมดเริ่มแรกสุดยังไม่พบว่ามีผู้เล่นชั้นแนวหน้าคนใดจะเคลียร์ได้เลยด้วยซ้ำ“เรือเหาะพวกนั้นปล่อยข้าจัดการเอง!ผู้กล้าตรงนั้นนะ! รีบเคลื่อนทัพฝ่าเข้าไปตรง ๆ เลย!”
[ซาราห์-ดราโกนิค (Draconic) Lv.72]
เสียงเล็ก ๆ ใต้ผ้าคลุมสีดำปลิวไสว เผยให้เห็นเรือนผมหยักศกสีแดงเข้มเมื่อพูดจบสาวน้อยผู้วิเศษเริ่มขยับปากเล็ก ๆของเธอบริกรรมร่ายอักขระมนต์ตราคาถาโบราณด้วยภาษาที่ไม่มีใครเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
วงแหวนเวทขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นพร้อมกับมวลอากาศที่เปลี่ยนไปเพราะอนุภาคผลึกเวทจำนวนมากมายมหาศาลจากมนต์บทนั้นทำให้เกิดลมพัดแรงจนสภาพอากาศแปรเปลี่ยนไป
จากเดิมที่มีแสงตะวันสาดส่องจนสนามรบร้อนระอุในแผนที่ทะเลทรายแห่งนี้กลับกลายเป็เงาดำมืดและบังเกิดสุริยคราส
เมฆดำปรากฏขึ้นโดยรอบใต้ดวงอาทิตย์ที่กำลังอับแสงเนื่องจากการบดบังของดวงจันทร์ที่โคตรกระชั้นเข้ามา
ผ้าคลุมยาวของหญิงสาวพลิ้วไสวตามแรงอัดของพลังเวทมหาศาลจนเศษหินกระทบเข้ามาใต้ผ้าคลุมจนเผยให้เห็นชุดเกล็ดัสุดแกร่งที่เธอสวมใส่อยู่
พวกทแกล้วทหารทัพโลกมนุษย์พอได้ยินมนต์บทนั้นต่างก็หยุดนิ่งและจับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา
มวลอานุภาพของแก่นเวทที่มารวมตัวกัน ณที่แห่งนี้มีปริมาณอนุภาคมหาศาลขนาดที่แค่ยืนร่ายเฉย ๆเปลวความร้อนก็กลืนกินกองทัพะของศัตรูราบเป็หน้ากลองได้ในทันตา
สายลมพัดเปลวเพลิงโหมกระหน่ำขึ้นสูงจนเป็กำแพงไฟหอบเอาซากศพมีชีวิตไร้ิญญาพัดหายไปกับฝุ่นแห่งฟืนทรายจนกองทัพโลกมนุษย์เองก็มิอาจเคลื่อนทัพต่อไปได้
“เฮ๊ลลูน เอ็ท อะโดนาย มิน-ฮาอะเร็ทส ดะราควูน เวคาล-เธโฮโมท”
ก๊าชชชชชช!!
เสียงแหลมแหบแห้งบาดหูดังออกมาจากลำคอของสัตว์เทวะชั้นสูงระดับตำนานกึกก้องไปทั่วสนามรบ เพียงแค่เสียงร้องของมันเท่านั้นก็ทำเอาสัตว์พาหนะขับขี่ของนักรบฝ่ายเดียวกันถึงกับแตกตื่นใจนควบคุมไม่อยู่ก่อนจะเผยร่างขนาดั์ของัสีแดงเข้มตนหนึ่งลอยอยู่บนฟากฟ้า
ฮูมมม!!
เ้าัเปล่งเสียงคำรามจากฟากฟ้าอย่างดังอีกรอบหนึ่ง จนทั้งเกิดความสับสนไปทั่วสนามรับแม้ในฝั่งศัตรูเองก็ด้วย
ด้วยรูปร่างอันสง่าผ่าเผยของมันช่างสมกับค่าพลังป้องกันที่สูงเกินกว่ามาตรฐานเพียงแค่เสียงข่มขวัญอันน่าเกรงขามเท่านั้นก็สามารถสร้างสถานะผิดปรกติอย่าง สตั๊น , สับสน และอัมพาต ได้ในคราเดียว นี้คือสาเหตุที่สนามรบตอนนี้เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงและการตีกันเองของศัตรูแม้แต่ทัพศัตรูถึงที่มีค่าความต้านทานสถานะผิดปกติสูงก็ยังถึงกับผงะสับสนมึนงงไปพักใหญ่
พอเห็นเ้าัสีแดงตัวใหญ่ปรากฏออกมาจากประตูมิติฝ่ายมนุษย์ก็ส่งเสียงโห่ร้องออกมาดังลั่น ไม่แพ้เสียงขู่คำรามของเ้าัแดงพร้อมกันนั้นก็มีเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังขึ้นตามมาเพลงบทใหม่จึงบรรเลงขึ้นอีกครั้งเพื่อตอบรับความฮึกเหิมในครั้งนี้
กำลังใจที่หดหายไปนาน ตอนนี้เริ่มคืนกลับมาแล้วพร้อมกันกับความวินาศสันตะโรเองที่เกิดขึ้นไปทั่วสมรภูมิรบ
เพลิงของเ้าัแดงตนนั้นเพียงแค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็เล่นเอากองทัพเรือเหาะแห่งอียิปต์โบราณพังย่อยยับไปหลายลำอย่างไม่เหลือชิ้นดีไม่ใช่แค่สเตตัสด้านพลังเวทมนตร์อันมหาศาลดังเดิมของัเท่านั้นแต่การโจมตีดังกล่าวถือเป็ธาตุเทวะด้วย หมายความว่าพลังป้องกันเวท และค่าความต้านทานธาตุไฟไม่สามารถใช้หักล้างมันได้
ทว่า... มันไม่จบลงแค่นั้น...
สะเก็ดไฟที่พ้นออกมา แตกตัวลงบนพื้นกวาดเอาทัพหน้าของศัตรูและผู้เล่นในบริเวณนั้นไปด้วย ไม่ว่าจะกองทัพะหรือนักรบสุดแกร่ง ใครก็ตามที่อยู่ในแนวรบอันดุเดือดถูกเพลิงเทวะอันร้อนแรงแผดเผาจนสิ้นซาก
พลังทำลายมหาศาลจนเกิดทะเลเพลิง ลุกลามไปจนถึงทัพหลังทั้งฟังศัตรูและผู้เล่นกองทัพมนุษย์โลกเองก็ย่อยยับไปไม่ต่างกันอสูรทะเลที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาไม่รู้จบเองก็กำลังมอดไหม้ กลายเป็เถ้าถ่านในพริบตาราวกับความเป็ะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่จริง
ธาตุไฟนั้น เดิมที่แล้วก็มีผลกับศัตรูประเภทอันเดธมากอยู่แล้วพอยิ่งเจอเปลวเพลิงผสมธาตุศักดิ์สิทธิ์เข้าไปอีก กับพวกอันเดธยิ่งไม่ต้องพูดถึงพอบวกรวมกับค่าพลังโจมตีด่านเวทมนตร์จากเ้าัั์และเลเวลของซาราห์ผู้ของมันเข้าไว้ด้วยกันถือได้ว่าไร้เทียมทานเลยก็ว่าได้
ัในเกมนี้ถือเป็สัตว์เวทมนตร์ระดับเทวะต่อให้เป็แค่เดรกระดับเริ่มต้น ก็มีสกิลพิเศษเฉพาะตัวของเผ่าัจำพวก <หักล้างพลังป้องกันเวท> ติดมาด้วยแต่แรก ดังนั้นกองทัพะ ต่อให้แกร่งแค่ไหนก็เอาไม่อยู่เพราะเป็อันเดธพอไม่มีร่างให้คืนชีพก็เกิดใหม่ไม่ได้
ผลของสกิล <คำสาปแห่งฟาโรห์> อธิบายโดยง่าย ถือเป็สกิลประเภทชุดคำสั่งแบบเขียนสคริปต์ซ้ำ ๆเมื่อตายก็วนกลับเข้าร่างตรง ๆ โดยอาศัยหลอด Hp แถมใหม่เขียนทับขึ้นมาดื่อ ๆ จึงถือว่าไม่ตายในทันทีซึ่งอันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่ภาวะกึ่งะในเชิงการฟื้นฟู หรือรักษาตนเองให้คงสภาพไว้ตลอดเวลา
เปลวเพลิงระลอกใหม่พ่นออกมาแบบกระจายสุ่มไฟที่ตกลงพื้นจะลุกลามกระจายไปทั่วโดยไม่มีทีท่าจะดับลงง่าย ๆ
ทุกครั้งเ้าัพ้นไฟออกมา มันไม่ต่างอะไรกับปืนลำแสงในหนังไซ-ไฟเป็ลำแสงแบบสิ่งยิ่งลงมาจากดาวเทียม หลอมละลายทุกอย่างที่ลาก มิหนำซ้ำมวลของแก่นเวทยังควบแน่นด้วยปรากฏการณ์ <นิวเคลียร์ฟิวชั่น> จนสามารถะเิเป็วงกว้างได้อีกด้วย
แรงะเิแบบนิวเคลียร์ฟิวชั่นลุกลามติดไปถึงทัพมัมมี่ทางปีกขวามอดไหม้ไปเกินกว่าครึ่งแม้ฝ่ายผู้เล่นด้วยกันเองจะล็อกเอาท์เพราะค่า Hp เป็ 0 เนื่องจากไฟของัไปหลายคนแล้วก็ตาม
“เยี่ยมมาก ซาราห์!!”
สิ้นสุดคำชมชายหนุ่มผู้สวมเกาะเบาะโออกมาท่ามกลางเปลวเพลิงอันร้อนแรงโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใด ๆ
ไฟของัที่ลุกโชติ่เป็ทะเลเพลิงตรงหน้าก็ดับลงอย่างง่ายดายเพียงแค่เขาสะบัดดาบรูปร่างที่ดูแปลกตาในมือ
ทันใดนั้นเอง ดาบที่มีเอเฟคป้องกัน-รักษาเล่มเดิมก็ส่องสว่างวาบจากด้ามจับจนถึงปลายก่อนจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเป็ดาบขนาดใหญ่ที่ไม่น่าจะถือได้ด้วยสองมือแบบนั้นผู้กล้าตวัดดาบใส่ศัตรูตรงหน้าที่ยังไม่ตายดีจังหวะที่ยกดาบขึ้นตั้งรับก็เหมือนว่าเล่มก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่จริงดาบในมือของเขากลายเป็ดาบอีกเล่มไปซะแล้ว...จนไม่ว่าใครก็สามารถบรรยายถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริงหรือแม้แต่คุณสมบัติของมันได้เลย
ชายผู้ถือครองฉายา <ผู้กล้า> ฉายาที่มีได้เพียงแค่คนเดียว ผู้กล้า เป็ฉายาที่ผู้เล่นในเกมกว่า 1,200 ล้านคนต่างฝันที่อยากจะ และตอนนี้ ผู้กล้าได้ผงาดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิเดือดแห่งนี้แล้ว
ขี้เถ้าที่ปลิวว่อนจากเศษซากของศัตรูหรือแม้แต่หมอกควันดำมืดเองก็ด้วย ทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็พลังให้ดาบในมือของผู้กล้าดาบเปลี่ยนแปลงรูปร่างอีกครั้ง มันปรากฏเป็แสงสว่างสีทอง...ราวสง่าราศีขององค์พระผู้เป็เ้า รัศมีอันสูงส่งที่ไม่อาจมองดูได้ด้วยตาเปล่า