...เด็กหญิงและหวังอี้หลบบนยอดต้นไม้อยู่เช่นเดิมแม้พวกนักฆ่าจะกระจายกำลังออกไปไม่อยู่บริเวณนั้นแล้ว
“พี่อี้จะทำยังไงดี?”
หวังอี้มองพวกมันอย่างพิจารณา
“รออาทิตย์ตก เราต้องใช้ประโยชน์จาดความมืด”
เด็กหญิงพยักหน้าด้วยความเชื่อใจ
พอเริ่มมืดพวกนักฆ่าก็กลับมารวมตัวกันที่เห็นคือพวกมันมี 3 คน
“ค่ำแล้วเอายังไงดีหัวหน้า?”
“แค่เด็ก 2 ไปไหนไม่ไกลหรอก ค้นหาต่อ!”
เด็กหญิงเงยหน้ามองหวังอี้ที่ใช้ปราณลอยขึ้นเหนือยอดต้นไม้ไปอีก7.5 ฉื่อ เขาดูทิศทางลมและกำลังมองหาอะไรอยู่สักอย่างหนึ่ง ในมือเขามีกิ่งไม้ 3แฉกที่มีเชือกผูกไว้(หนังสติ๊กคนจีนโบราณ)
เขาฉีกแขนเสื้อตัวเองออกหลายครั้งแล้วนำเศษผ้านั้นมาปั้นเป็ก้อนก่อนที่จะใช้ปราณวารีสร้างน้ำมันชะโลมเศษผ้าเ่าั้แล้วหวังอี้ก็ส่งสัญญาณมือถามเด็กหญิง
“พร้อมรึยัง?”
เด็กหยิงพยักหน้าหวังอี้ปล่อยปราณไฟเล็กๆใส่เศษผ้าลูกกลมที่ชโลมน้ำมันแล้วใช้เชือกเหวี่ยงหิน(หนังสติ๊ก)นั้นยิงออกไปสวนกระแสลมลูกไฟหลายลูกตกตรงจุดที่เขาสังเกตุว่ามีใบไม้แห้งทับถมอยู่จนเกิดไฟลุกด้วยแรงลมกลางคืนไม่นานก็ทำให้ไฟเริ่มลามจนเกิดเป็ไฟไหม้
พวกสัตว์ป่าและสัตว์อสูรต่างใวิ่งหนีไฟป่าลงมา
“มันอยู่บนต้นไม้แถวนี้!”
“เ้า! อลัเ้ารีบขึ้นไปหามัน อย่าให้มันหนีไปได้!”
นักฆ่า 2 คนรีบปีนต้นไม้คนละต้นเพื่อหาหวังอี้และเด็กหญิงคนพวกนี้ว่องไวมาก วิชายุทธเขานั้นไม่ธรรมดาแน่
เสียงกิ่งไม้ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆเด็กหญิงเริ่มตัวสั่น หวังอี้เอานิ้วแตะริมฝีปาก
"อย่าส่งเสียง"
ทันใดนั้นลมแรงพัดผ่าน เมฆดำบดบังแสงจันทร์ ป่าทั้งผืนมืดสนิท มีเพียงแสงจากไฟป่าและพวกสัตว์ที่วิ่งหนีมาเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ
...เสียงฝีเท้าและเสียงร้องของสัตว์ดังปะปนกันจนแยกแทบไม่ออกนักฆ่าที่ปีนอยู่บนต้นไม้เริ่มเสียสมาธิ สายตาของมันกวาดมองไปทั่ว แต่กิ่งไม้หนาแน่นและควันไฟที่แผ่ปกคลุมทำให้ทัศนวิสัยเลวร้ายลงทุกขณะหวังอี้เลือกต้นไม้ต้นนี้ก็เพราะเชื่อว่ามันซ่อนตัวได้ดีที่สุด
ลมแรงทำให้ไฟป่าลุกลามรวดเร็วกว่าที่คิด เปลวไฟ ควันดำ ปกคลุมผืนป่า และทันใดนั้น
โฮกกก!
เสียงคำรามต่ำลึกดังขึ้นจากเบื้องล่างนักฆ่าที่กำลังปีนต้นไม้ชะงักทันที
"แย่แล้ว! สัตว์อสูร!"
พุ่มไม้เบื้องล่างะเิออกอสูรแร่ดขนาดใหญ่เท่าช้างดวงตาสีแดงฉานพุ่งชนต้นไม้หักโค่นตามทางที่มันวิ่งหนีไฟ
นอแร่ดขนาดใหญ่ฟาดจนต้นไม้ที่หวังอี้,เด็กหญิงและนักฆ่าอยู่ต้นไม้ใหญ่โค่นลง หวังอี้รีบใช้ปราณลอยแล้วรีบถีบตัวเองไปเกาะต้นไม้ข้างๆ
ส่วนนักฆ่านั้นรีบะโออกจากต้นไม้ลงพื้นและตีลังกาหลบอย่างหวุดหวิด
อาศัย่ที่เสียงกรีดร้องดังลั่นป่า กลบเสียงพวกเขา หวังอี้ฉวยจังหวะนั้นค่อยๆปีนและลอยหลบไปต้นไม้ข้างๆเรื่อยๆกลบเสียงฝีเท้าของตนเอง
ควันไฟพัดโชยมามากเด็กหญิงพยายามกลั้น แต่ควันไฟที่แสบคอทำให้เธอไอเบาๆ ออกมาครั้งหนึ่ง
หัวหน้านักฆ่าหูไวมากเขารีบเงี่ยหูฟังทันที และรีบมองขึ้นไปบอดยอดกิ่งไม้ต่างๆ
"พวกมันยังอยู่ข้างบนนี้!"
ชายหน้ากากใช้วิชาตัวเบาะโต้นไม้ไม่กี่ครั้งก็มาอยู่บนยอดไม้
เขาหยุดนิ่งหลับตาลง ปราณในร่างแผ่ซ่านไปยังประสาทััทั้งห้าเขาเงี่ยหูฟังเสียงที่ปะปนท่ามกลางไฟป่าอย่างไม่รีบร้อน
หัวหน้านักฆ่าอยู่บนกิ่งไม้ห่างหวังอี้เพียง 5 ฉื่อ ชายหน้ากากไม่ได้รีบร้อนค้นหา เขาค่อย ๆ เดินไปตามกิ่งไม้ใช้ปลายเท้าแตะกิ่งแต่ละกิ่งเบา ๆ ราวกับกำลังทดสอบว่าตรงไหนเพิ่งมีคนเหยียบผ่าน
แต่ใบไม้หนาแน่นและเป็เวลากลางคืนหวังอี้หลบอยู่และหยุดเคลื่อนไหวนิ่ง ในใจเขาคิดว่า
“คนๆนี้เป็เซียนแต่เขาน่าจะระดับ 1 เหมือนข้าเพราะเขายังเหาะไม่ได้”
แต่จะประมาทไม่ได้เพราะเซียนที่เป็จอมยุทธด้วยนั้นน่ากลัวกว่าระดับที่เห็นเนื่องจากเขาฝึกฝนทางกายมาอย่างช่ำชองด้วย
หวังอี้กำกระบี่แน่นข้ายังพอใช้กระบี่ปราณได้อีก 1 ครั้ง ต้องฟาดโดนจังๆ ไม่งั้นเขาโต้กลับมาข้าคงเสร็จแน่
หัวหน้านักฆ่าค่อยๆเข้ามาใกล้
เหลือ4 ฉื่อ...3 ฉื่อ...2 ฉื่อ...
หวังอี้ยังไม่ขยับกำดาบแน่น พลังปราณค่อยๆถ่ายเทลงในกระบี่
ด้านล่างนักฆ่า2 คนกำลังสู้กับอสูรหมีที่ตัวใหญ่กว่าหมีปกติถึง 2-3 เท่า มีคนหนึ่งแผลเหวอะหวะกำดาบด้วยมือสั่นๆ น่าจะโดนหมีตะปบ
“หัวหน้าช่วยด้วย! เ้าสี่แย่แล้ว!”
หัวหน้านักฆ่ามองลงไปเห็นชายชุดดำคนหนึ่งล้มลงกับพื้นเือาบเขาไม่ไหวแล้วจริงๆ
ด้วยความเป็ห่วงลูกน้อง จึงยอมตัดใจกระโจนลงมาที่พื้นแล้วร่วมกันสู้อสูรหมี
การต่อสู้เป็ไปอย่างดุเดือดและรวดเร็ว ตอนนี้ทั้งนักฆ่าและอสูรหมีาเ็ทั้งคู่
หวังอี้ให้เด็กหญิงขี่หลังแล้วเขาค่อยๆปีนย้ายต้นไม้จนมาอยู่ด้านหลังนักฆ่าทั้งสามที่กำลังช่วยกันสู้กับอสูรหมีอย่างขะมักเขม้นหวังอี้ค่อยๆปีนลงมาถึงจุดที่ไม่ค่อยมีกิ่งไม้บังหน้า แล้วจ้องมองรอคอยโอกาส
อสูรหมีที่าเ็คำรามลั่นปลดปล่อยพลังปราณ พุ่งมาหากลุ่มนักฆ่า เพื่อตัดสิน
หัวหน้านักฆ่าะโ
"ช่วยกันรับมัน!"
นักฆ่าทั้งสามยกดาบรวมพลังกันตั้งรับ
ทั้งสามคนมีสมาธิอยู่กับอสูรหมีทั้งหมด
“จังหวะนี้แหละ!”
หวังอี้เบิกตาโพลงสูดสมหายใจเข้าลึกมากกระบี่ในมือสั่น ปราณทั้งหมดที่สะสมไว้ ส่งเข้าไปในคมดาบ ฟาดกระบี่ปราณไปสุดแรงเกิด
ฉัว่ะ! ตูม!
หัวหน้านักฆ่าถูกกระบี่ปราณเข้ากลางหลังเต็มๆ หัวหน้านักฆ่าหลังหักตายทันที หวังอี้มันเล็งหัวหน้านักฆ่าไว้ เพราะหัวหน้านักฆ่าเป็เซียน
เนื่องจากปราณเขากลับมาไม่เต็มที่ พลังจึงไม่รุนแรงพอที่จะสังหาร 3 คนพร้อมกันได้ หวังอี้จึงต้องเลือกคนที่อันตรายที่สุดนั่นเอง
นักฆ่าอีกคนที่มีแผลอยู่แล้วแม้ไม่โดนจังๆแต่ก็ล้มลงเสียชีวิตเพราะเขาาเ็หนักจนจะไม่ไหวอยู่แล้ว
ส่วนอีกคนแม้จะหลบปราณกระบี่จากด้านหลังไม่ให้ถูกจุดสำคัญได้แต่ด้านหน้าเขาหลบไม่พ้น ถูกเ้าอสูรหมีตะปบ ดาบหัก ตายคาอุ้งมือหมี
แต่หวังอี้เหวี่ยงกระบี่แรงไปเลยตกจากต้นไม้กระแทกพื้นและกลิ้งไปตามพื้นเด็กหญิงเห็นก็ใรีบปีนลงมาหาหวังอี้
อสูรหมีจ้องมองมาที่เด็กหญิงและหวังอี้ที่นั่งหงายหน้าาเ็อยู่
หวังอี้รีบดันเองออกข้างๆเพื่อหลีกทางให้อสูรหมีๆเองก็เหนื่อยมากแล้วและาเ็ด้วยไฟป่าก็ลามเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที หวังอี้กดหัวเด็กหญิงลง ทั้งสองนิ่งสนิท เขามองตาเ้าอสูรหมีไม่ละสายตา แต่แววตานั้น้าสื่อสารว่าข้าไม่ใช่ศัตรู
มันมองกระบี่เซียนหวังอี้ที่ยังมีควันขึ้นอยู่จากการใช้กระบี่ปราณมหาศาลเมื่อกี้
มันสูดลมหายใจฮึกฮัด 2ทีก่อนจะวิ่งผ่านหวังอี้ตามเส้นทางหนีที่เขาหลีกทางให้ไปโดยไม่สนใจเขาและเด็กหญิง
เด็กหญิงร้องไห้เข้ามากอดหวังอี้ เอาแก้มอาบน้ำตาชิดแก้มพี่ชายร่างโย่งของเธอ
“เ้า! อย่าเป็อะไรนะ?”
“แฮ่กๆ เบาๆสิ ข้าเจ็บอยู่นะ”
ไฟป่าลามเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แต่หวังอี้เดินไม่ไหวข้อเท้าเขาน่าจะพลิก
“เ้าหนีไปสิ กลับแคว้นฉินของเ้า”
“ไม่! ข้าไม่ทิ้งเ้า ฮือๆ”
หวังอี้มองไฟป่าที่เผาต้นไม้ใหญ่จนล้ม แสงไฟของมัน ควันไฟอุณหถูมิสูงขึ้นชันเจน อีกไม่กี่ลมหายใจไฟก็จะลามมาถึงข้าแล้ว
ไม่ตายพราะนักฆ่า ก็จะตายเพราะไฟหรือนี่
“ไม่! ข้าไม่ยอม!”
เขากัดฟันกร่อด
“พยุงข้านั่งที”
เด็กหญิงใช้แรงทั้งหมดดันหลังพี่ชายร่างโย่งให้นั่งให้ได้
หวังอี้หลับตาฝืนความเจ็บทั้งหมด ใช้วิชาสิงร่างแต่สิ่งที่เขาหวังให้มานั้นกลับไม่ใช่ิญญา แต่เป็ภูติแห่งป่านี่มันเกินตัวไปมากๆ มนุษย์จะสื่อสารกับภูติ มีแค่เซียนระดับ 3แกนปราณขั้นปลายสูงสุด - ระดับ 4 หยวนอิงขึ้นไปเท่านั้นถึงจะทำได้
แต่วินาทีนี้มันเหลืออะไรให้ใช้อีกล่ะ? ไม่ลองทำดูจะรู้ได้ยังไง?
วิชานี้ใช้ได้เฉพาะสายเืสกุลหวังมันต้องมีอะไรพิเศษกว่าทั่วๆไปบ้างสิ
เขาหลับตาเรียกใช้ แต่มันไม่ได้ผล ไม่มีภูติในมาสิงร่างเขาเลยหวังอี้ลืมตาขึ้นมาด้วยความสิ้นหวัง
เขากัดฟันกรอด
ไม่! ข้ายังเหลือไม้ตายสุดท้าย!
เขารีบเอาตำราเต๋าท่านเซียนขนมเคลือบน้ำตาลขึ้นมา รีบพลิกหาด้วยความเชื่อมั่นเพราะตำราผู้าุโช่วยเหลือข้ามาหลายครั้งแล้ว มันคือตำราวิเศษของข้า!
แล้วก็ไม่น่าเชื่อเปิดครั้งเดียวก็เจอเลย
“ไม่ฝืนธรรมชาติ”
หวังอี้อ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ เป็เด็กหญิงที่ช่วยตอบ
“ไม่ฝืน คืออย่าบังคับ อย่าสั่ง”
“เออใช่! ข้าควรขอความช่วยเหลือต่างหาก”
หวังอี้รีบหลับตาทำสมาธิ โดยมีเด็กหญิงอยู่ข้างๆไม่ยอมหนีแม้ไฟสูงกว่าต้นไม้นั้นเริ่มไหม้จนจะล้อมพวกเขาไว้แล้ว
"อย่าใช้จิตของตนไปบังคับธรรมชาติแต่จงปล่อยให้จิตละลายไปกับธรรมชาติ"
ปล่อยทุกอย่าง แล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกแห่งจิต
"เมื่อจิตไร้อัตตา ต้นไม้นับหมื่นล้วนเป็มิตร
เมื่อความคิดกลับคืนสู่เต๋า ขุนเขาและพงไพรย่อมกล่าวถ้อยคำ"
เด็กหญิงอ้าปากค้าง ต้นไม้ใหญ่ถูกไฟไหม้แล้วกำลังล้มมาที่หวังอี้เธอเข้ากอดพี่โย่งหลับตาปี๋
หวังอี้ขยับปากพูดเบาโดยไม่รู้ตัว
“ได้โปรด”
ตูม!
ต้นไม้ไฟไหม้อีกต้นล้มมากระแทกต้นไม้ที่จะล้มใส่หวังอี้ตกไปทางอื่น
เด็กหญิงลืมตามองร่างหวังอี้ที่ตัวสั่นรุนแรง
เกิดละอองน้ำจากแม่น้ำลำธารในป่ามหาศาลลอยขึ้นฟ้า แล้วตกลงมาเป็ฝนก็ตกลงมาเฉพาะจุดที่ไฟไหม้
สักพักไฟทั้งป่าก็ดับลงในระดับที่ควบคุมได้
หวังอี้ล้มพับที่พื้นสลบไม่ได้สติ
เช้าตรู่หวังอี้ลืมตาตื่นเขาปวดร้าวไปทั้งร่าง ข้อเท้าเขาพลิกดีที่ไม่ได้กระดูกหัก เด็กหญิงลากพาเขามาส่งไว้ที่ข้างๆลำธารซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
“ข้า...นี่ข้า?”
เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตา
“ใช่! เ้าทำได้!”
หวังอี้เอาตำรามากอดไว้แน่นและหลับตาสะอื้นไห้
ด้านพระราชัิ นักฆ่าคนที่ 4 กำลังคุกเข่ารายงานต่อท่านอ๋อง
“ข้าเห็นเพียง่สั้นๆ แต่กระบี่ปราณนั่นไม่ใช่วิชาธรรมดา มันะเิพลังเหมือนยืมฟ้าดินได้”
นักฆ่าคนนี้เขาซ่อนตัวอยู่ห่างออกไปไกลตามคำสั่งหัวหน้าและเมื่อเขาเห็นหวังอี้ ใช้กระบี่ปราณที่มีพลังมหาศาล มันฆ่าท่านหัวหน้าได้ในดาบเดียว! และยังสามารถพลังยืมธรรมชาติดับไฟป่าได้ด้วย
ข้าไม่ได้กลัว แต่เพราะไม่แน่ใจว่าศัตรูคือระดับไหนกันแน่?
ข้าเลือกไม่เสี่ยงและกลับมารายงานผลแทนดีกว่า
ท่านอ๋องลูบเครา
“คนที่สามารถดึงพลังธรรมชาติได้ นั่นต้องไม่ใช่เซียนธรรมดา”
ท่านอ๋องวางถ้วยชาเบา ๆ สายตาคมขึ้นเล็กน้อย
“ดูท่าต้องจับตาเด็กคนนั้นให้ดีก่อนดีกว่า แล้วค่อยหาโอกาสลงมือใหม่”