แม่นมเจียงได้ยินเสียงกระซิบกระซาบหน้าประตูบ้านจึงเปิดประตูออกไปดู และภาพที่เห็นคือเด็กน้อยในหมู่บ้านเกือบสิบคนมานั่งยอง ๆ อยู่ด้านหน้า
“เหตุใดถึงได้มาเช้าเพียงนี้” แม่นมเจียงใกับจำนวนเด็กที่ออกจากบ้านั้แ่เช้ามืด ไม่รู้ว่ามานั่งรอกันั้แ่เมื่อไหร่
“ท่านป้าไม่ต้องกังวล พวกเรากลัวมาไม่ทัน จึงมารอิจูก่อนเวลานัดหมาย” เสี่ยวหม่านบอกกับแม่นมเจียง พวกนางอุตส่าห์พูดคุยกันเสียงเบา แต่กลับไปรบกวนคนด้านในเสียได้
“พวกเ้าเข้ามารอข้างในบ้านก่อน” แม่นมเจียงเปิดประตูเชิญสหายของคุณหนูเข้ามาในบ้าน
ฮั่วิจูได้ยินเสียงสหายในลานบ้าน จึงเดินออกมาต้อนรับ ถือถังใบเล็กเตรียมพร้อมออกไปหาขุดหาอาหารทะเล
ฮั่วหนานอันตื่นขึ้นมาั้แ่เช้ามืดเช่นเดียวกัน แม้ร่างกายจะปวดระบมจนแทบลุกไม่ขึ้น ก็ต้องลุกขึ้นมากำชับบุตรสาวทั้งสองให้ดูมารดาให้ดี
“พวกเ้าสองคนระมัดระวังตัวด้วยล่ะ อย่าไปในที่เสี่ยงอันตราย อยู่ใกล้ๆ ท่านแม่ของพวกเ้ากับเสี่ยวเฟิงเอาไว้”
ประโยคกำชับของบิดา ฮั่วิจูเข้าใจความนัยที่แอบแฝง รับปากทำตามคำสั่งอย่างแข็งขัน
“ไปกันเถิด” หวังซื่อบอกกับบุตรสาวที่มัวแต่ฟังคำสั่งของผู้เป็บิดา
“เ้าก็เช่นเดียวกัน อย่าไปในที่เสี่ยงอันตราย” ฮั่วหนานอันกำชับภรรยา แต่ดูเหมือนนางจะไม่สนใจที่เขาบอก
เสี่ยวเฟิงกำลังจะก้าวตามหลังฮูหยินและคุณหนูทั้งสองไป ร่างของเขากลับลอยหวือถอยหลัง
ฮั่วหนานอันดึงคอเสื้อของเสี่ยวเฟิงเข้ามากำชับในสิ่งที่บอกเมื่อคืน จากนั้นก็ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจขอรับ” เสี่ยวเฟิงฟังที่นายท่านกำชับจนท่องได้ขึ้นใจ
“เยี่ยมมาก กลับถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่ ข้าจะหาสตรีงดงามให้แต่งงานกับเ้า”
เสี่ยวเฟิงขนลุกขนพอง ปฏิเสธความหวังดีของนายท่านด้วยการวิ่งหนี
“นี่เป็คำขู่ชัดๆ” ถ้าเขาปล่อยให้มีคนมาเกาะแกะฮูหยิน เกรงว่ากลับเมืองหลวงนายท่านต้องหาสตรีแปลกประหลาดให้แต่งงานกับตนแน่ๆ
บุรุษหลายคนออกเรือไปในท้องทะเลกว้างเพื่อหาปลา แต่ยังมีบุรุษจำนวนมากที่ไม่กล้าออกไปฝ่าคลื่นอันน่ากลัว พวกเขาจึงต้องมาขุดหาพวกอาหารทะเลขายให้กับเถ้าแก่เหวิน
เด็กน้อยในหมู่บ้านที่ติดตามฮั่วิจูมา ยืนรอคอยฟังนางบอกถึงแหล่งที่กุ้งัชอบอาศัยอยู่ ทุกคนคาดหวังกับการจับกุ้งัในครั้งนี้มาก เพราะครั้งที่แล้วเถ้าแก่เหวินรับซื้อตัวละห้าร้อยอีแปะ
‘เถียนเถียน ทุกคนรอเ้าอยู่’
ฮั่วิจูเริ่มให้เถียนเถียนน้อยเรียกสัตว์ทะเลให้โผล่หัวออกมา ส่วนนางก็สอนพวกเขาให้ค้นหาพวกมันในหญ้าทะเลหรือใต้โขดหิน
เถียนเถียนน้อยะโไปนอนมอบบนโขดหิน ถอดกายละเอียดออกจากร่าง วิ่งห่างออกไปในท้องทะเล
เด็กน้อยทุกคนทำตามที่ฮั่วิจูแนะนำ พวกเขาพยายามส่องดูใต้โขดหิน บางคนแหวกหญ้าทะเลจนล้มลงก้นจ้ำเบ้าก็มี
“ท่านแม่” ฮั่วิจูเรียกมารดาให้มาจับกุ้งัที่นางค้นพบเป็ตัวแรก
หวังซื่อเห็นบริเวณหางของกุ้งัขนาดใหญ่ ที่มุดอยู่ในหญ้าทะเลใต้โขดหิน จึงยื่นมือออกไปดึง แต่กลับถูกหนวดของมันแทงนิ้วจนต้องชักมือกลับมา
“ท่านแม่เจ็บหรือไม่” ฮั่วิจูรีบลงจากก้อนหินมาลูบมือมารดาข้างที่ได้รับาเ็
“แม่ไม่เป็ไร ให้เสี่ยวเฟิงจับเถิด” หวังซื่อเข็ดขยาดกับกุ้งตัวร้าย นางมองหาอาหารทะเลชนิดอื่น
เสี่ยวเฟิงเข้ามาจับกลุ่มัแทนฮูหยิน เพียงตัวแรกก็จับได้ตัวใหญ่เสียแล้ว โยนกุ้งัตัวใหญ่ลงถัง
เสียงเฮดังขึ้น ฮั่วิจูจึงหันไปมอง พบว่าคนที่พบกุ้งัต่อจากนางคือเสี่ยวหม่าน
“ข้าจับได้แล้ว!” เสี่ยวหม่านอวดกุ้งัตัวใหญ่ รีบนำมันไปใส่ถังที่ให้น้องชายนั่งเฝ้าเอาไว้
เด็กน้อยที่เหลือพยายามค้นหาอย่างที่ฮั่วิจูบอก ผ่านไปครึ่งชั่วยาม มีคนหากุ้งัได้ไม่ถึงสามคน
ฮั่วิจูไม่ได้ร้อนใจแต่อย่างใด วันนี้นางตกลงกับเถียนเถียนแล้วว่าจะเรียกกุ้งัขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ให้สหายที่ตามมาจับมันได้คนละไม่กี่ตัวก็พอ ถ้าเกิดพวกเขาจับได้เยอะนางกลัวว่าจะถูกผู้อื่นมองว่าผิดปกติ ชีวิตต่อจากนี้ของนางคงไม่สงบสุข
ใกล้ถึงเวลาที่เถ้าแก่เหวินจะเดินทางกลับ ทุกคนจึงรีบนำอาหารทะเลที่หาได้ไปขาย
ในถังของสหายที่มาพร้อมกับฮั่วิจูต่างมีกุ้งั หอยเป๋าฮื้อ หอยตลับ บางคนเก็บสาหร่ายกลับไปด้วย
ผู้ที่จับกุ้งัได้มากที่สุด คงมิพ้นฮั่วิจูกับคนในครอบครัว วันนี้พวกนางจับกุ้งัได้ห้าตัว แต่กลับจับปูทะเลได้จนเกือบเต็มถัง
รองลงมาคือเสี่ยวหม่านกับไฉ่หง พวกนางทั้งสองจับกุ้งัได้คนละสองตัว นอกนั้นจับได้เพียงคนละตัว แม้ว่าจะจับได้ตัวเดียว แต่เด็กน้อยทั้งหลายก็ดีใจจนะโโลดเต้น
พวกผู้ใหญ่ขายแรงหาเงินได้เพียงวันละไม่เกินยี่สิบอีแปะ ส่วนพวกตนที่เป็เด็ก ขายกุ้งัไปคงหาเงินได้ครึ่งตำลึง
ฮั่วิจูหยุดเดินจนสหายทั้งหลายหยุดตาม นางมองไปยังเด็กวัยกำลังโตสองคนที่นั่งทำอะไรบางอย่างอยู่บริเวณริมชายหาด
“สองพี่น้องนั่นคงทำอะไรแปลกๆ อีกตามเคย” เสี่ยวหม่านบอกกับฮั่วิจู
“นั่นมันสุนัขตายมิใช่หรือ สองพี่น้องนั่นคงแหวกศพสุนัขเล่นอีกตามเคย” ตงจื้อลูบแขนที่ขนลุกชัน “พวกเราไปกันเถิด ขืนชักช้าเถ้าแก่เหวินจะกลับก่อน”
ทุกคนรีบมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่รถม้าของเถ้าแก่เหวินจอดอยู่ ชาวบ้าน หลายครอบครัวกำลังต่อแถว นำอาหารทะเลที่จับได้มาแลกเปลี่ยนเป็เงิน
ฮั่วิจูจ้องมองสองพี่น้องที่นั่งล้อมสุนัขตาย หวนนึกถึงชาติที่แล้ว เด็กสองคนที่ถูกผู้อื่นมองว่าพิลึก ในอนาคตจะกลายเป็คู่หูนักชันสูตรศพที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่ว่าคดีการตายจะยากเพียงใด พวกเขาก็สามารถหาสาเหตุได้
“ท่านแม่เ้าคะ ข้าขออนุญาตไปทักทายพี่น้องสองคนนั้นได้หรือ ไม่”
“เ้ารู้จักพวกเขาหรือ” หวังซื่อไม่อยากให้บุตรสาวเข้าใกล้สองพี่น้องนั่น คนปกติที่ไหนจะนั่งจ้องซากศพสุนัข
“รู้จักเ้าค่ะ ข้าขอไปทักทายสักประเดี๋ยว จะรีบกลับมาหาท่านทันที”
“เช่นนั้นก็ไปเถิด แต่อยู่ให้ห่างจากซากสุนัขหน่อย” หวังซื่อเห็นว่าบริเวณที่สองพี่น้องนั่งอยู่ไม่ไกล และอยู่ในระยะที่สายตาของนางมองเห็น จึงเอ่ยอนุญาตให้บุตรสาวไป
“พี่สาว ข้าฝากท่านแม่ด้วยล่ะ” ฮั่วิจูหันไปกำชับกับพี่สาว แล้ววิ่งไปยังบริเวณที่พี่น้องสองคนนั่งอยู่
“พวกเ้ากำลังทำอะไรอยู่” ฮั่วิจูวิ่งมาถึงก็ทักทายสองพี่น้อง ทั้งที่พวกตนรู้จักเพียงผิวเผิน
ต้าเสวี่ยเงยหน้ามองเด็กหญิงตัวน้อยที่เข้ามาทักทายพวกตน หากจำไม่ผิด แม่นางน้อยผู้นี้คือบุตรสาวบ้านฮั่วที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านได้ไม่นาน
ช่างน่าแปลกที่นางเข้ามาทักทายพวกตนสองพี่น้อง ทั้งที่เด็กคนอื่นในหมู่บ้านต่างพยายามหลีกหนี
“พวกข้ากำลังจะชันสูตรศพของสุนัขตัวนี้” เสี่ยวเสวี่ยกางห่อผ้าออก ภายในห่อผ้ามีเครื่องมือชันสูตรศพอยู่ครบครัน
“เหตุใดพวกเ้าสองพี่น้องถึง้าชันสูตรศพของสุนัข” ฮั่วิจูนั่งลงข้าง ๆ ต้าเสวี่ย
“แค่มองดูก็รู้แล้วว่าสุนัขตัวนี้ถูกทำร้ายจนตาย ก่อนจะถูกโยนลงไปในทะเลจนมันลอยขึ้นมาเกยตื้น แม้ว่าสุนัขตัวนี้จะเป็เพียงสัตว์เดรัจฉาน แต่มันก็เป็สิ่งมีชีวิตและมีเ้าของ พวกเรา้าชันสูตรศพของมันเพื่อหาตัวคนร้ายมารับผิด” ต้าเสวี่ยผู้เป็พี่ชายกล่าวอย่างซื่อตรง
“พวกเ้าสองพี่น้องยอดเยี่ยมมาก แม้กระทั่งสัตว์เดรัจฉานพวกเ้ายังคิดมอบความยุติธรรมให้”
สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างตกตะลึง ไม่เคยมีใครกล่าวชมพวกตนสองพี่น้องแบบนี้มาก่อน ทุกคนต่างดุด่าให้หยุดทำเื่เหลวไหล แม้แต่มารดาก็ไล่ทุบตี ห้ามให้ทำเื่ที่ผู้คนรังเกียจ
“เ้าไม่กลัวพวกข้าหรือ” เสี่ยวเสวี่ยถามเด็กหญิงตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
ฮั่วิจูส่ายหน้า “เหตุใดข้าต้องกลัวพวกเ้าด้วยล่ะ” มองสองพี่น้องฝาแฝดที่จะกลายเป็มือชันสูตรชื่อดังแห่งอำเภอจางหลิน
ดวงตาดำขลับคล้ายกับกระต่ายที่เกาะอยู่บนบ่าของฮั่วิจู ทำให้สองพี่น้องรู้สึกเอ็นดู
“ผู้คนในหมู่บ้านต่างบอกว่าพวกข้าแปลกประหลาด ไม่มีผู้ใดอยากคบค้า” ต้าเสวี่ยเล่าออกมาอย่างไม่ใส่ใจ จุดมุ่งหมายของพวกตนสองพี่น้องคือการเป็นักชันสูตรศพเหมือนกับบิดาผู้ล่วงลับ
“ผู้อื่นไม่อยากคบ แต่ข้าอยากคบกับพวกเ้าเป็สหาย” ฮั่วิจูบอกกับสองพี่น้องด้วยใบหน้าจริงจังจนดูน่าขัน
“คบเป็สหายหรือ เ้าอายุน่าจะน้อยกว่าพวกเราหลายปี”
เสี่ยวเสวี่ยเผยรอยยิ้มกว้าง ั้แ่เกิดมานางไม่มีสหายเลยสักคน มีเพียงพี่ชายฝาแฝดที่เป็เพื่อนเล่นกับนางมาั้แ่เด็กจนโต
“ตอนนี้ข้าอายุใกล้แปดขวบแล้ว พวกเ้าอายุเท่าไหร่หรือ”
“พวกเราอายุสิบสองแล้ว เ้าอายุน้อยพวกเราถึงสี่ปีเชียวล่ะ” เสี่ยวเสวี่ยยักคิ้วให้เด็กน้อยที่ริอ่านจะมาเป็สหายกับพวกตน
“อายุมิใช่ปัญหาในการคบค้ากัน นักปราชญ์เคราขาวยังเป็สหายกับบุรุษเคราดำ ไฉนพวกเราทั้งสามจะเป็สหายกันมิได้ ถ้าพวกเ้าไม่้าเป็สหายกับข้า เช่นนั้นให้ข้านับถือพวกเ้าเป็พี่สาวกับพี่ชายต่างแซ่ได้หรือไม่”
ฮั่วิจู้าผูกมิตรกับคนทั้งสอง ในอนาคตทั้งสองจะต้องมีประโยชน์กับบิดาของนาง
ทั้งสองไม่เคยพบผู้ใดอัธยาศัยดีเท่าแม่นางน้อยคนนี้มาก่อน การมีสหายย่อมเป็เื่ดี แต่พวกตนไม่เคยมีสหายมาก่อน จึงค่อนข้างวางตัวไม่ถูก
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกเราสามคนมาเป็สหายกันดีกว่านับถือเป็พี่น้อง” ต้าเสวี่ยโตสุดในนี้ จึงตอบตกลงเป็สหายกับแม่นางน้อยบ้านฮั่ว
“ข้าฮั่วิจู ยินดีที่ได้เป็สหายกับพี่ชายพี่สาวทั้งสองเ้าค่ะ” ฮั่วิจูยกมือขึ้นคารวะ กำปั้นน้อยๆ ยามคารวะช่างน่าเอ็นดูนัก
“เอาล่ะ พวกข้ากำลังจะชันสูตรศพสุนัข เ้า้าดูหรือไม่ หากทนดูไม่ได้ก็กลับไปเสีย” ต้าเสวี่ยบอกกับสหายรุ่นน้อง ก่อนจะยกผ้าขึ้นมาปิดปากและจมูก
“ข้าจะดูพวกท่านทั้งสองชันสูตรศพสุนัข เชิญพวกท่านลงมือ”
เื่แค่นี้ไม่ได้ทำให้ฮั่วิจูหวาดกลัวได้ ในชาติที่แล้วนางสังหารคนโดยไม่กะพริบตา เฉือดเนื้อของศัตรูอย่างช้าๆ จนศัตรูทนความเ็ปไม่ไหวสิ้นใจตาย นับประสาอันใดกับการชันสูตรซากสุนัข
“เ้าถอยออกห่างอีกหน่อย ข้ากลัวความสกปรกกระเด็นถูกเ้า”
เสี่ยวเสวี่ยเป็หญิงสาว จึงรู้ว่าผู้หญิงค่อนข้างรักความสะอาดและความงาม ยิ่งเป็เด็กน้อยที่มีใบหน้าราวกับเทพธิดา ไม่อยากให้ความสกปรกกระเด็นไปแปดเปื้อน
ฮั่วิจูถอยออกห่างตามคำบอก สองพี่น้องกำลังจะลงมือชันสูตรหาสาเหตุการตายของสุนัข เสียงะโด่าทอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน