ตอนที่ 6 บุตรีบุญธรรมของแม่ทัพหวังซิน
ท่านพี่น่าจะมาถึงงานเรียบร้อยธูปก็คงใกล้จะดับแล้วอีกสักพักค่อยปรากฏตัวในงานละกัน…แม้จะไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะรับคำท้าแต่มันก็อาจจะทำให้เขาคิดว่าเราเป็ผู้หญิงเอาแต่ใจและหัวแข็งที่ไม่น่าข้องเกี่ยวด้วยหรือมองเราในด้านลบไปเลยก็ดี
อ้ายเอนตัวพิงต้นไม้ใหญ่ซึ่งเธอเลือกเป็ที่หลบซ่อนถ้าไม่สังเกตให้ดีคงจะไม่มีใครมองเห็นเธอได้ง่ายๆหากใส่ชุดปกติธรรมดาล่ะก็เธอคงจะเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่านี้แม้จะไม่ใช่ชุดเ้าสาวเต็มรูปแบบ แต่ชุดที่ฮุ่ยหลิงเลือกนั้นทำเอาเธออยากจะรีบๆถอดออกและโยนลงถังขยะโดยเร็วที่สุดชุดเกาะอกสีขาวที่ถูกทาบทับด้วยชุดคลุมยาวสีขาวดิ้นเงินประดับลวดลายสวยงามผมของเธอถูกม้วนเพียงครึ่งเดียวแล้วประดับประดาด้วยปิ่นปักดอกไม้สีขาวโดยมีผ้าคลุมหัวเ้าสาวสีขาวผืนบางปกปิดใบหน้าของเธอไว้เหมือนกับการแต่งงานสมัยปัจจุบัน(ปกติชุดแต่งงานต้องสีแดง แต่ฉันไม่ชอบนี่นา)
เฮ้อ…อยากจะรีบๆจบงานบ้าๆ นี่ซะที ธูปจะดับหรือยังนะ
“ได้ยินมาว่าบุตรีของแม่ทัพหวังซินสุขภาพไม่ดีไม่คิดเลยว่าจะสามารถปีนต้นไม้ขนาดใหญ่ด้วยร่างกายแบบนั้นได้เลยนะ”เสียงทุ้มนุ่มเรียกความสนใจของอ้ายซินให้ทอดสายตามอง การปรากฏตัวของแม่ทัพหนุ่มทำเอาเธอสะท้านน้อยๆทว่าดวงตาคู่สวยกลับสะดุดอยู่ที่ก้านธูปในมือของเขาซึ่งมันมอดดับไปเรียบร้อย
“ดูเหมือนข้าจะเป็ฝ่ายแพ้” เขาโบกกระดาษในมือเผยให้เห็นตราประทับ
เขาจงใจแพ้…คือสิ่งที่ผุดขึ้นในหัวของอ้ายเขาไม่คิดจะเล่นไปตามเกมส์ของเธอั้แ่ทีแรก แต่นั่นก็เป็การบ่งบอกว่าเขาไม่ได้สนใจอะไรในตัวเธอมากนัก
“พิธีใกล้จะเริ่มแล้ว ข้าคงแต่งงานคนเดียวไม่ได้หรอกนะ หรือให้ข้าต้องขึ้นไปอุ้มเ้าลงมาล่ะ”
“ข้าลงเองได้ค่ะ” เด็กสาวกำลังมองลู่ทางลง ผ้าคลุมหัวของเธอค่อยๆ เลื่อนตามการขยับตัวเพราะไม่ได้ถูกยึดติดไว้ด้วยความที่พร้อมจะดึงมันออกทุกเมื่อเพียงแค่มีสายลมพัดผ่าน ผ้าคลุมสีขาวก็หลุดลอยออกจากศีรษะแทบจะในทันที “อ๊ะ ผ้าคลุม” มือเรียวพยายามจะคว้ามันไว้แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเธอไม่รู้เลยว่าสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียวโดยเฉพาะั์ตาเรียวคมราวกับวายร้ายของใครบางคน
อ้ายซินไม่ใช่คนสวยแต่เธอเป็เด็กสาวที่น่ารักและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาดฮุ่ยหลิงไม่จำเป็ต้องปรุงสรรปั้นแต่งเธอมากมายเพราะความงามอย่างเป็ธรรมชาติก็เพียงพอแล้วที่จะสะกดทุกสายตาให้มุ่งความสนใจมาที่เ้าตัว
“ช่างมันละกัน”เธอพึมพำเสียงแ่ก่อนจะหอบพาตัวเองลงมาอยู่บนพื้นอย่างง่ายดายหวนฉีเคลื่อนกายเข้ามาใกล้เขาพิจารณาร่างบางด้วยใบหน้าที่เธอไม่อาจบอกได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“สมบัติล้ำค่าของแม่ทัพหวังซิน กำลังจะอยู่ในมือของข้าแล้วสินะ”รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของหวนฉีทำเอาอ้ายรู้สึกขยะแขยงไม่น้อยเธอถอยห่างออกจากเขาก่อนจะรีบออกเดินไปยังสถานที่จัดพิธีแต่งงาน
หวนฉีปล่อยให้เธอเดินนำไปจนกระทั่งใกล้จะถึงที่จัดงานเขาคว้าข้อมือหญิงสาวทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว
“ปล่อยข้า”
“คงจะไม่ได้ เราควรจะเข้าไปพร้อมกัน”
อ้ายทำท่าจะเถียงแต่ก็ต้องนิ่งเงียบไว้ก่อนหากจะให้พิธีนี้จบลงอย่างรวดเร็วเธอก็ต้องเก็บปากเก็บคำและทำตัวเรียบร้อยว่าง่าย
การมาถึงของคู่บ่าวสาวเรียกความสนใจในชั่วพริบตาโดยเฉพาะเ้าสาวที่แทบจะไม่มีใครเคยเห็นหน้า เ้าหล่อนไม่ได้สวมผ้าคลุมปกปิดใดๆตามธรรมเนียมที่ควรจะเป็
ข่าวลือที่ว่าบุตรีของแม่ทัพหวังซินหน้าตาอัปลักษณ์และร่างกายอ่อนแอหายจากความคิดของทุกคนภายในบัดดลภาพของเด็กสาวผู้งดงามในชุดแต่งงานสีขาวแปลกตาถูกเขียนทับแทนที่ฮุ่ยหลิงมองหวนฉีรู้สึกว่าเขาเท่ห์แต่เสียของเหลือเกินเมื่อเทียบกับข่าวลือที่ได้ยินมา
การแต่งงานอาจจะเป็สิ่งที่สาวๆหลายคนใฝ่ฝันแต่สำหรับอ้ายซินตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังเดินเข้าสู่ลานปะาเสียมากกว่าหลังจากนี้เธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จะไม่ใช่น้องน้อยของพี่ๆอีกต่อไปแล้ว…เธอจะมีครอบครัวเป็ของตนเอง…ครอบครัวที่เป็เพียงคนแปลกหน้า
เด็กสาวไม่รู้ตัวเลยว่าเธอผ่านพิธีต่างๆไปได้อย่างไร เพราะในหัวนั้นแทบจะว่างเปล่า หวนฉีโอบเอวเด็กสาวโดยไม่ขออนุญาตเธอมองค้อนชายหนุ่มซึ่งเมยเฉยต่อการประท้วงเงียบเขาไม่ทำตามสัญญาข้อแรก…แต่เพราะนี่ยังอยู่ใน่งานแต่งเธอจึงทำได้แค่สบทคำหยาบในใจ
มือเป็ปลาหมึกรึไงเนี่ยเกาะติดซะขนาดนี้…
“พี่สาวยินดีด้วยนะคะ ขอให้พวกพี่มีความสุขมากๆ นะคะ”ฮุ่ยหลิงยิ้มกวางเมื่อสองหนุ่มสาวเดินเข้ามาหากลุ่มของแม่ทัพถิงเซียว
“ขอบใจจ้ะ” อ้ายพูดรอดไรฟัน อย่าให้ถึงทีเธอบ้างก็แล้วกัน
“น้องสาวของข้าค่อนข้างดื้อ หัวแข็ง เอาแต่ใจ และไม่ยอมใครข้าหวังว่าท่านจะช่วยเมตตาเอ็นดูนางนะหากนางล่วงเกินอะไรท่านก็โปรดให้อภัยในความไม่รู้จักคิดของนางด้วยเถิด”นี่เธอกำลังถูกผู้เป็พี่หลอกด่ากลายๆ สินะ
“ข้าจะเอ็นดูนางอย่างดีเลย” ประโยคของเขาทำเอาอ้ายเสียวสันหลังวาบนี่เธอจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยในดงสัตว์ร้ายนี้ได้นานแค่ไหนกันนะโชคดีที่เหล่าแขกคนสำคัญในงานนั้นมีไม่มากทำให้การทักทายเสร็จเร็วกว่ากำหนด
จนกระทั่งถึงเวลาเข้าหอเด็กสาวยืนอยู่หน้าประตูอย่างหวาดระแวง เธอหันไปมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่แสดงออกถึงความไม่เป็มิตรชัดเจน
“ตามสัญญาที่ท่านแพ้ข้า รบกวนช่วยจัดห้องนอนแยกให้ข้าด้วยค่ะ”
“หือ แต่นี่คืนแรกของการแต่งงานของพวกเรานะ” หวนฉีค่อยๆสืบเท้าเข้าไปใกล้แต่ร่างเล็กกว่าไม่ขยับหนี เธอจ้องมองเขาโดยไม่หลบสายตา
“ท่านแม่ทัพหวนฉีเป็คนที่ยิ่งใหญ่ ข้าเชื่อว่าท่านจะรักษาสัญญาค่ะ”เป็เวลาหลายนาทีที่ทั้งสองสบประสานั์ตากัน หวนฉีถอนหายใจน้อยๆแล้วเปิดประตูห้องนอน
“อยากจะทำอะไรก็ทำ ที่นี่มีห้องว่างมากมายเ้าเลือกเอาเองก็แล้วกัน”
“ขอบพระคุณค่ะ” อ้ายยิ้มกว้าง มันเป็รอยยิ้มเสแสร้งที่หวนฉีััได้อย่างชัดเจนเธอโค้งให้เขาเล็กน้อยก่อนจะรีบหอบพาร่างของตนออกไปจากตรงนี้
อ้ายเลือกห้องสุดทางเดินที่ห่างกับห้องของหวนฉีที่สุดเธอทรุดตัวลงกับพื้นทันทีที่ปิดประตูลง นึกว่าจะสูญเสียส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเสียแล้วสิหวนฉีให้ความรู้สึกแปลกๆ เมื่ออยู่ใกล้ เขาไม่มีรังสีฆ่าฟันหรือจิตสังหารใดๆแต่ความรู้สึกของเธอกลับขัดแย้งและปฏิเสธอย่างรุนแรง…ชายคนนี้อันตราย
“ร่างกายจะอยู่ครบ 32 ไปได้นานแค่ไหนกันเนี่ย”
วันแรกของการอาศัยอยู่ในผืนดินของหวนฉีเหล่าทหารของเขากว่าครึ่งบ่งบอกว่าเป็ทั้งคนเถื่อนและอาจจะเคยเป็โจรป่ามาก่อนเหมือนผู้เป็นายตัวตนของเธอแปลกใหม่สำหรับที่แห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีเหล่านางโลมเข้าออกในพื้นที่พวกนางมาเพื่อมอบความสำราญให้แก่พวกเขา อาจจะรวมถึงตัวหวนฉีเองด้วย
“เ้าแทบจะไม่แตะต้องอาหารเช้าเลย ไม่ถูกปากรึไง” หวนฉีเปิดบทสนทนาก่อน เขาเรียกเธอมาเพื่อพูดคุยเป็การส่วนตัว
“ข้าไม่ค่อยหิว” เธอตอบห้วนๆ
“หึเ้าคงไม่ได้คิดว่าสัญญานั่นจะช่วยให้เ้าอยู่รอดปลอดภัยในที่แห่งนี้ได้หรอกนะหากเ้าทำตัวน่าเบื่อหน่ายขึ้นมา ข้าไม่รับประกันนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“ข้าจะจำไว้นะคะ” เธอตอบเสียงราบเรียบ
“อะไรที่ทำให้แม่ทัพหวังซินต้องซ่อนตัวเ้าไว้จากผู้คน”ประโยคคำถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของเขาทำเอาเธอชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเลือกประโยคอันแสบสันมาตอบเขา
“ข้าคงต้องไปเคาะฝาโรงถามท่านพ่อแล้วมั้งคะเพราะข้าก็เฝ้าถามกับตัวเองมานานหลายปีแล้วเหมือนกัน” เธอยิ้มหวานยอกย้อน
หวนฉีไม่เคยเจอผู้หญิงที่กล้าเผชิญหน้าตรงๆกับเขาเช่นเธออาจเพราะด้วยอายุที่ยังน้อยและมีพ่อเป็ถึงแม่ทัพซึ่งมีชื่อเสียงในอดีตจึงทำให้เธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด
“ข้าไม่ใช่ศัตรูของเ้า…”
“แต่ก็ไม่ใช่มิตรเช่นกันค่ะ”
“จงอย่าลืมว่าข้าเป็สามีของเ้า และที่นี่ก็เป็ถิ่นของข้าผู้หญิงฉลาดเช่นเ้าคงรู้นะว่าควรทำตัวอย่างไร” หวนฉียิ้มเย็น อ้ายเม้มปากแน่นเธอไม่อาจสรรหาคำใดมาตอบโต้เขาได้อีก ท่าทีของเธอสร้างความขบขันให้กับเขาอยู่ในใจ
ไม่จำเป็ที่ชายหนุ่มจะต้องรีบร้อน…ยังมีเวลาอีกมากที่จะทำให้เธอลลดการป้องกันลงและเป็ฝ่ายเข้าหาเขาเองหากเขาไม่เบื่อไปซะก่อนละก็นะ…