ตอนที่ 3 หน่วยองครักษ์อี๋หลวน (1)
เื่ราวในสมัยรัชศกหย่งเจาปีที่สิบแปด สิบปีต่อจากนี้ เยี่ยสุยเคยลองคิดย้อนกลับไปกลับมา ไม่เพียงความทรงจำไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นเรื่อยๆ
นางจำได้ชัดเจน ก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์ของปีนี้ ราชวงศ์ได้จัดการคัดเลือกอย่างยิ่งใหญ่ขึ้น โดยคัดเลือกชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งจากตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองจิงจ้าวให้มาเป็หน่วยองครักษ์อี๋หลวน
หน่วยองครักษ์อี๋หลวน ตามชื่อแล้วคือองครักษ์ที่ถือยุทโธปกรณ์อยู่หน้าพระพักตร์ เป็ผู้ติดตามถวายงานอยู่หน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ให้ต้องตามพระราชประสงค์
ท่านพี่ของนางเยี่ยเซี่ยงอวี๋อายุสิบหกปี ร่ำเรียนวิทยายุทธ์มามากมายหลายแขนง เหมาะสมตรงกับคุณสมบัติของการคัดเลือกพอดี
ทว่า…เพราะนางพลัดตกจากหลังม้า ทำให้ท่านพี่เสียโอกาสไปตลอดกาล
เนื่องจากนางตกจากม้าและหมดสติไป หมอที่เชิญมาต่างอับจนหนทาง บังเอิญท่านป้าจูซื่อ[1]รู้จักกับหมอหัตถ์เทวดาเฉิน ต่อให้เรือนสามและเรือนใหญ่ไม่สมัครสมานลงรอยกันเท่าไรนัก แต่ท่านพ่อของนางก็ยังไปขอร้องอ้อนวอนจูซื่อ
จูซื่อรับปากว่าจะไปเชิญหมอหัตถ์เทวดาเฉินมา ทว่ากลับเสนอเงื่อนไขหนึ่งข้อ นั่นคือท่านพี่จะต้องยอมแพ้ในการคัดเลือกหน่วยองครักษ์อี๋หลวน
ว่ากันตามกฎแล้ว เด็กในตระกูลเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่จะเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนได้ และเยี่ยเซี่ยงเจิงบุตรคนรองของจูซื่อก็มีคุณสมบัติในการคัดเลือกเช่นเดียวกัน แต่ความสามารถกลับห่างจากท่านพี่อยู่มาก
จูซื่อเสนอเงื่อนไขนี้ก็เพื่ออนาคตในวันหน้าที่บุตรชายตนจะได้เป็หน่วยองครักษ์อี๋หลวน
เพื่อรักษานางให้ทันท่วงที ท่านพี่ถูกบังคับให้ยอมแพ้การคัดเลือกหน่วยองครักษ์อี๋หลวน ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนของตระกูลเยี่ยจึงกลายเป็เยี่ยเซี่ยงเจิง
ต่อมา ท่านพี่ไปค่ายซีซาน ทว่าร่างกายพิการตลอดชีวิต…
ปีนั้นนางหมดสติไป จึงไม่แน่ใจในรายละเอียดมากนัก คราที่นางฟื้นขึ้นมา การสอบคัดเลือกของหน่วยองครักษ์อี๋หลวนก็เสร็จสิ้นแล้ว ทุกคนในเรือนสามต่างตั้งใจปิดบังนาง เพื่อดูแลรักษาสุขภาพจิตของนาง
ไม่นานนางก็แต่งงานออกไปถึงหนานผิง จึงยิ่งไม่ทราบสถานการณ์ตระกูลเยี่ยชัดแจ้งนัก ครั้นนางตรวจสอบทุกสิ่งได้แล้ว รายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ก็ถูกทำลายไปตั้งนานแล้ว
บัดนี้ นางถึงรู้ว่าเรือนใหญ่วางแผนเื่หน่วยองครักษ์อี๋หลวนไว้นานแล้ว
คราได้ยินคำพูดเด็ดเดี่ยวของท่านพ่อและท่านแม่ เดาว่าคงไม่ยอมละทิ้งเทียบเชิญหน่วยองครักษ์อี๋หลวนอย่างแน่นอน แต่เดิมเรือนใหญ่ไม่มีโอกาสใดๆ ด้วยซ้ำ แต่เพราะนางดันเกิดเื่ขึ้นเสียก่อน ถึงได้ฉกฉวยโอกาสไป…
ต้นเหตุความโชคร้ายของท่านพี่ มาจากตัวนาง!
บัดนี้นางฝืนชะตาย้อนกลับมา ไม่ได้หมดสติเหมือนคราวก่อน เื่ราวเปลี่ยนไปแล้ว
ไม่ว่า์ทรงเมตตาหรือ้าชดเชย สรุปก็คือนางได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว นางจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมในชาติก่อนเกิดขึ้นซ้ำรอยแน่!
ตำแหน่งองครักษ์อี๋หลวนที่ควรเป็ของท่านพี่ั้แ่แรก นางจะประทานให้ท่านพี่เองกับมือ!
นางสงบอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน พลางหันไปเอ่ยกับอวิ๋นมามาว่า “เชิญอวิ๋นมามารายงานเถิด”
ได้ยินคำพูดนี้ ั์ตาของอวิ๋นมามาฉายแววตำหนิตนเองชัดเจน จากนั้นจึงค่อยพยักหน้ารับ
ตำหนิตัวนางที่ยอมใจอ่อน ไม่ทันระวังทำให้คุณหนูหกได้ยินคำพูดเ่าั้เข้า เป็นางที่บกพร่องในหน้าที่
ทว่าคำพูดเข้าโสตประสาทแล้ว อวิ๋นมามาก็ได้แต่ต้องรายงาน ใจก็คิดจะไปขอรับโทษจากฮูหยินสามในภายหลัง
ไม่นาน ด้านในก็มีเสียงอ่อนโยนเล็ดลอดออกมา “อาหนิงกลับมาแล้วหรือ รีบเข้ามาเร็ว!”
น้ำเสียงที่อ่อนโยนนุ่มนวลนี้เป็เสียงท่านแม่ของนาง เสียงที่นางถวิลหามานับครั้งไม่ถ้วน
นานเท่าไรแล้วที่นางไม่ได้ยินเสียงของท่านแม่ ยี่สิบห้าปี ยี่สิบห้าปีเต็มๆ!
เชิงอรรถ
^ ซื่อ แปลว่านามสกุล ใช้เรียกต่อท้ายสกุลเดิมของหญิงที่แต่งงานแล้ว บางครั้งอาจเรียกสกุลของสามีนำหน้าสกุลเดิมของภรรยาด้วย