เปลือกตาบางเบิกโพลงท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดในเวลากลางดึกก่อนใบหน้าของนางจะหันไปทางห้องนอนของมารดาและบิดาเลี้ยง ฝั่งตรงข้ามพลางเม้มปากกำผ้าห่มในมืออย่างอดกลั้น ก่อนจะดึงเอาผ้าห่มปิดศีรษะหวังหลบหนีจากเสียงกระเส่าที่ดังแว่วมาให้ได้ยิน
ไม่คิดเลยว่ามารดานางที่ภายนอกเข้มงวดเคร่งครัด พอยามค่ำคืนที่อยู่กับบิดาเลี้ยงจะเร่าร้อนได้เพียงนี้
เดิมทีนางเป็บุตรสาวพ่อค้ามีในเมืองหลวงครอบครัวเก่านับว่ามีหน้าตาอยู่ไม่น้อย ใช้ชีวิตสุขสบายไร้ทุกข์ร้อนจนวันที่บิดาตายจาก กิจการมากมายที่เคยมีก็ถูกเหล่าพี่น้องของบิดายึดไปด้วยความโลภไม่ถึงครึ่งปีนางและมารดาก็กลายเป็ตัวปัญหาที่ทุกคนต่างโยนทิ้งจนต้องระเห็จเร่ร่อนมาจนถึงชนบทแห่งนี้
มารดาของนางจากฮูหยินใหญ่สวมใส่เสื้อผ้าเครื่องประดับมีราคา ก็เหลือเพียงเสื้อผ้าเก่าๆมอซอที่แม้แต่ชุดเปลี่ยนไปซักยังไม่มีทั้งทำงานสารพัดเพื่อแลกเงินไม่กี่เหมาและที่พัก
จนเมื่อหนึ่งเดือนก่อนนางและมารดาถูกเถ้าแก่เหลาสุราลวนลามเพราะไร้หนทางมารดาของนางที่โดนชายผู้นั้นบีบคั้นพลั้งมือทำร้ายเถ้าแก่ได้รับาเ็ จนถูกไล่ออกมาจากเหลาต้องระเห็จระเหินออกมากลางดึก ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ จนได้พบเข้ากับหม่าซ่งบิดาเลี้ยงของนางในปัจจุบัน เขาเป็พ่อหม้ายเมียตายไร้บุตรวัยกลางคนที่ทำอาชีพขายผักอยู่ในตลาด เพราะความสงสารเขาจึงได้ช่วยเหลือนางสองแม่ลูกให้ที่กิน ที่นอนกับพวกนางสองคนให้มีชีวิตรอดมาจนทุกวัน
และความเอื้ออาทรนี้ที่เขามอบให้ทำให้มารดานางซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง และหวังตอบแทนบุญคุณทุกอย่างด้วยการช่วยแบ่งเบาเขา จากคนแปลกหน้าก็ใกล้ชิดสนิทสนม และเพราะความใจดีเอาใจใส่ของเขาที่มีต่อนางและมารดาทำให้ไม่นานทั้งสองเลื่อนสถานะเป็ครอบครัวโดยมารดาของนางที่อยู่กินฉันสามีกับเขาซึ่งนางก็ไม่ได้ติดขัดอะไร
เพียงแต่มีปัญหาหนึ่งที่จนตอนนี้นางก็ยังไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ซึ่งสิ่งนั้นหาใช่ความยากจนไม่
แต่...เป็เื่อย่างว่าที่เด็กอย่างนางไม่เข้าใจว่าเหตุใด ผู้ใหญ่ที่เป็สามีภรรยา นอนร่วมเตียงกัน จะต้องร้องครางราวสัตว์าเ็เวลายามเขามอบบทรักให้กันและเหตุใดเสียงเ่าั้ต้องดังมาให้นางได้ยิน
ไม่ผิด!เสียงร่วมรักของมารดาและบิดาเลี้ยงของนางนั้นดังแว่วออกมาจากห้องนอนของพวกเขาจนหลายครั้งนางไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้เพราะความรู้สึกปวดหนึบตรงกลางกายที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ทั้งสอง ร่วมรักกัน่แรกนางก็ทำเพียงหลบหลีก เพราะเขินอาย แต่หลายครั้งเข้าก็ทนไม่ไหวแอบดูให้เห็นกับตาทว่าก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเสียงของมารดาต้องกระเส่าและครวญครางดังเช่นนั้น
อย่างคืนนี้ที่เสียงร้องของมารดาดังแว่วมาจนนางต้องตื่นขึ้นมากลางดึก
ที่ไม่อาจจะอดทนไหวตัดสินใจลุกลงจากเตียง ย่องออกจากห้องไปทางห้องมารดาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของนาง
“อื้อ พี่หม่า อร้า”
เด็กสาวแหวกม่านกั้นห้องของมารดาและบิดาเลี้ยงมองร่างของมารดาที่นอนบิดเร่าร่างกายครางกระเส่าพร้อมหายใจหอบเหนื่อยราวกำลังจะขาดใจ
โดยที่กลางระหว่างขาทั้งสองของนางมีร่างท้วมของหม่าซ่งกำลังตอกสะโพกเข้าไปด้วยความเร็ว จนสั่นคลอนไปทั้งตัว
เฟยเหมี่ยวแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผากพลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอมือข้างที่แหวกม่านก็กำผ้าเนื้อหยาบแน่นด้วยความรู้สึกอดกลั้นพร้อมกับที่ท่อนขาทั้งสองบิดเบียดเข้าหากันเพื่อลดความรู้สึกปวดหนึบตรงกลางร่างกาย
“ซี้ดด พี่หม่า อื้ออเฮือกก อร้า..” เหมียวโจวหรานร้องเสียงกระเส่า มือของนางคว้าหน้าขาสามีพลางโต้ตอบเขากลับไป จนนางเข้าใกล้ความสุข ออกแรงขมิบร่องแคบอย่างแรงด้วยความรู้สึกไม่อาจทน
ทว่ายิ่งนางออกแรงตอดพลางดันต้นขาใหญ่แรงตอกจากกลางร่างก็ยิ่งแรงและเร็วจนนางไม่อาจทน
“อูยพี่หม่า ฉันไม่ไหวไม่ไหวแล้วอร้า..” หญิงเข้าวัยกลางคนสั่นไปทั้งร่าง พร้อมหายใจหอบอย่างแรงพลิกกายหนีเมื่อสามีถอดท่อนลำออกจากร่างของนาง
“อร้า แฮกแฮก อื้อออ”
แจ๊ะแจ๊ะ อื้ออ อร้า..ซี้ดดด
หม่าซ่งครางแ่ในลำคอพร้อมสาวท่อนลำยาวด้วยความเร็ว เมื่อเขาใกล้สุขสมเต็มทนใบหน้าเหยเกมองท่อนลำยาวมันเลื่อมเคลือบไปด้วยน้ำเสียวของสตรีร่างอิ่ม ก่อนจะปล่อยสายน้ำอุ่นจะฉีดพุ่งใส่บั้นท้ายของนาง ก่อนเขาจะทิ้งตัวนั่งข้างกายภรรยา
ขณะที่เขานั่งก้มหน้าพักเหนื่อยอยู่นั้นหางตาก็เหลือบไปเห็นเงารางๆ อยู่ตรงทางประตูหน้าห้องนอน ก่อนจะเหลือบมองอย่างสงสัยพลันมุมปากของเขายกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเงารางๆ ที่เห็นนั้นขยับราวรู้ตัวและทำให้เขามองเห็นปลายรองเท้าที่จำได้อย่างดีว่าเป็ของลูกเลี้ยงอย่างเหมียวเฟยเหมี่ยว
เ้ามาแอบดูข้าอีกแล้วนะเหมียวเหมี่ยว
รุ่งเช้าเฟยเหมี่ยวตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงียไม่สดชื่นนางหันหน้าไปทางประตูก็ได้ยินเสียงมารดาพูดคุยกับบิดาเลี้ยงดังแว่วมาจากด้านนอกคิดว่าทั้งสองกำลังรอนางอยู่ที่โต๊ะอาหารเป็แน่
เมื่อคิดว่าทุกคนกำลังรอเด็กสาวจึงรีบลงจากเตียงสวมรองเท้าแล้วรีบออกไปจากห้องเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องรอนาน
“วันนี้เ้าตื่นสายนะไม่ได้เื่เลย”
“ลูกขอโทษเ้าค่ะ”เฟยเหมี่ยวก้มหน้าลงอย่างรู้สึกสลด ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการมื้อเช้าไปอย่างเงียบๆโดยไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาที่มารดาเผลอจะมีสายตาคู่หนึ่งมองสำรวจเรือนร่างของนางอยู่เงียบๆ
โดยหลังจากที่เด็กสาวจัดการตัวเองเสร็จแล้วนางก็ออกมาทำหน้าที่ของตัวเองนั่นก็คือการช่วยกำจัดวัชพืชและตัดแต่งพืชผักที่พ่อเลี้ยงของปลูกเอาไว้ซึ่งวันนี้นางต้องทำทุกอย่างเพียงลำพังเพราะทั้งสองออกไปขายผักในตลาดั้แ่เช้าตรู่หลังจบมื้ออาหารแล้ว
เฟยเหมี่ยวทำหน้าที่ของนางไปเงียบๆอย่างไม่เร่งรีบแม้อากาศจะเริ่มร้อนแล้วก็ตามเด็กสาวกวาดสายตามองแปลงผักเขียวชอุ่มพลางยิ้มกว้าง ด้วยความรู้สึกสดชื่น
นางใช้มือข้างหนึ่งปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาถึงปลายคางก่อนจะเงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่ลอยขึ้นสูง บอกเวลายามซื่อก่อนจะกลับมามองงานส่วนที่เหลือตรงหน้าต่อ
ทว่าระหว่างที่นางจะนั่งลงเพื่อจัดการวัชพืชที่แซมอยู่ในแปลงแตงกวาดวงตานางดันเห็นแตงกวาผลใหญ่อวบ ที่อยู่ไม่ห่างจากจุดที่อยู่มากพลันบทสวาทระหว่างมารดาและพ่อเลี้ยงก็แล่นเข้ามาในหัวดวงตากลมเป็ประกายอย่างไม่รู้ตัว ก่อนใบหน้าจิ้มลิ้มแดงก่ำของเด็กสาววัยสิบสี่จะเงยขึ้นแล้วหันมองไปรอบแปลงผักของนางอย่างสำรวจ
แล้วกลับมามองแตงผลนั้นอีกครั้งเมื่อไม่เห็นผู้ใดอยู่ใกล้ เด็กสาวก็กลืนน้ำเหนียวลงคออย่างยากลำบากพร้อมกับที่มือข้างหนึ่งยื่นออกไปคว้าผลแตงกวาสีเขียวเข้มเอาไว้แล้วดึงออกมาอย่างแรงอย่าง
รู้ตัวอีกทีผลของมันก็อยู่ในมือนางเรียบร้อยแล้วพร้อมกับภาพของแก่นกายใหญ่อวบของบิดาเลี้ยงที่ผุดซ้ำขึ้นมาในหัวจนเด็กสาวแทบไม่ประสาอดคิดไม่ได้ว่าของที่อยู่ในมือนางจะเทียบกับสิ่งนั้นของพ่อเลี้ยงได้หรือไม่
“หรือข้าจะลองดูดีจะได้รู้ว่าเหตุใดท่านแม่จึงได้ร้องออกมาดังเช่นนั้น”