Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 146 ไวรัสระบาด

    ตอนที่ 146  เช้าวันต่อมา          “ฮ้าว...ง่วงชะมัด” ดนัยหาวออกมาขณะที่กำลังนั่งอ่านประวัติของผู้ป่วยอยู่ที่โต๊ะทำงาน            “ง่วงอะไรแต่เช้าคะหมอดนัยอย่าบอกนะคะว่าเมื่อคืนก่อนกลับแวะไปเดตกับหมอยูมิต่อน่ะ !!” หมอมิโฮะแกล้งแซวที่เห็นดนัยหาวแต่หัววัน            “ใช่ที่ไหนล่ะครับหมอมิโฮะก็พูดไปเรื่อย” ดนัยพูด            เมื่อคืนกว่าเราจะได้กลับก็เกือบตีสองดีนะคุณยูมิอยู่ด้วยไม่งั้นคงได้ค้างที่บ้านฮิคาริแหงว่าแต่ฮิคาริเป็นไงบ้างนะ ดนัยนึกถึงฮิคาริที่วันนี้ไม่ได้มาทำงานเนื่องจากขอลาป่วย            จากนั้นดนัยก็แอบเหล่ไปมองที่โต๊ะของไซโต้            หมอไซโต้เองก็นิ่งเหลือเกินเขากับน้าของเขาคิดจะทำยังไงต่อนะพวกเขาทั้งสองคนมีเหตุผลอะไรกันที่ต้องมาทวงเจ้าความเป็นเจ้าของเครื่อง VR-Life ในตอนนี้ ดนัยอดสงสัยไม่ได้ว่าน้าของไซโต้นั้นต้องการอะไรถึงมาทวงความเป็นเจ้าของเอาตอนนี้            “เฮ้อ...ช่างเรื่องนี้มันเถอะให้ฮิคาริจัดการเองดีกว่าเราตั้งสมาธิไปที่ผู้ป่วยกับเคสลิ้นหัวใจรั่วที่ต้องเดินทางวันศุกรนี้ดีกว่า” ดนัยถอนหายใจออกมาก่อนจะตั้งสมาธิอ่านเอกสารตรงหน้าโดนปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของฮิคาริไปเพราะเมื่อคืนฮิคาริบอกไว้ว่าจะจัดการเรื่องพวกนี้เอง            ก็นะที่ฮิคาริเรียกให้เขาและยูมิอยู่ด้วยก็เพราะต้องการคนอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้นตัวเขากับยูมิทำได้เพียงแค่อยู่ข้างๆและร่วมรับรู้เรื่องราวไปด้วยกันเท่านั้นไม่มีสิทธิไปยุ่มย่ามการตัดสินใจของฮิคาริหรอกว่าจะเอาอย่างไรดีเพราะเรื่องนี้เป็นปัญหามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ของฮิคาริให้ลูกสาวอย่างฮิคาริเป็นคนตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรน่ะดีที่สุดแล้วแถมตอนนี้ฮิคาริก็เป็นหัวหน้าตระกูลทาเคนากะด้วย  อีกด้านหนึ่ง            โรงแรมย่านใจกลางเมืองตอนนี้ฮิคาริกำลังนั่งรอใครบางคนอยู่ที่ร้านกาแฟหน้าโรงแรมที่จริงแล้ววันนี้ฮิคาริไม่ได้ป่วยแต่อย่างใดแต่เธอลาหยุดงานเพื่อมาพบใครบางคน            กริ๊ง !! กริ๊ง !! เสียงกริ่งประตูดังขึ้นนั่นหมายถึงว่ามีลูกค้าเข้าร้านฮิคาริที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะหันไปมองหน้าประตูก็เห็นใบหน้าของคนที่เธอนัดเอาไว้กำลังเดินเข้ามา            “เอาคาปูชิโน่ค่ะส่งโต๊ะนั้น” คนที่เดินเข้ามาใหม่เดินไปสั่งกาแฟจ่ายตังค์และก็เดินมาที่โต๊ะของฮิคาริ            “โทษทีนะสายไปหรือเปล่าพอดียังปรับเวลานอนไม่ค่อยได้น่ะแล้วก็ขอบใจนะที่ยกเรื่องไล่ทาเครุออกไม่งั้นหลานน้ากลายเป็นคนตกงานแน่ๆ” เธอเดินเข้ามาพูดกับฮิคาริซึ่งเธอไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือไวโอเล็ต คริมสันน้าของไซโต้ ทาเครุนั่นเอง            “เหอะๆโปรไฟล์อย่างทาเครุถ้าโดนไล่ออกไปจริงๆคงมีโรงพยาบาลอื่นรีบเข้ามาดึงตัวไปแน่ค่ะ !!” ฮิคาริพูดซึ่งเมื่อเช้านั้นเธอเป็นคนโทรไปบอกไซโต้เองว่าเรื่องไล่ออกเมื่อคืนขอยกเลิกเพราะเธอพูดมันออกไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ            “แต่นึกไม่ถึงเลยนะว่าหนูจะเป็นคนโทรหาทาเครุแล้วก็นัดน้าออกมาเจอหนูตั้งตัวได้เร็วมากเลยนะทั้งที่เมื่อวานได้ยินเรื่องแบบนั้นแล้ววิ่งออกจากร้านไป” ไวโอเล็ตพูดและรู้สึกชื่นชมฮิคาริที่ตั้งตัวรับเรื่องราวพวกนั้นได้เร็วมาก            “แล้วจะให้หนูทำยังไงเหรอคะต้องนั่งสติแตกปิดกั้นไม่ยอมรับรู้เรื่องราวงั้นเหรอ” ฮิคาริพูด            “ก็นะฉันเองก็มีจินตนาการไว้แบบนั้นเหมือนกันว่าแต่ที่นัดมานี่คงรู้เรื่องราวบางอย่างมาบ้างแล้วสินะ” ไวโอเล็ตเลิกพูดเล่นและเริ่มเข้าเรื่องทันที            “ค่ะ...อาของหนูดูเหมือนจะสืบได้เรื่องราวบางอย่างมาแต่ทว่าไม่มีหลักฐานไม่ทราบว่าคุณมีหลักฐานมั้ยคะว่าคุณพ่อกับคุณแม่หนูเป็นคนหักหลังทุกคนน่ะ” ฮิคาริพูด            “มีสิ” ไวโอเล็ตพยักหน้าก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา            ฮิคาริรีบรับซองเอกสารนั่นมาก่อนจะเปิดดูเอกสารเนื้อหาข้างในซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับอีเมล            “นี่มันเป็นข้อความในอีเมลงั้นเหรอคะ !!” ฮิคาริอุทานออกมา            “ใช่เนื้อหาในนั้นเป็นข้อความที่พ่อกับแม่หนูติดต่อไปยังบริษัทคู่แข่งของบริษัทฉันเนื้อหาก็อย่างที่เห็นเป็นการติดต่อขายโครงการในราคา 85,000 ล้านเหรียญมีเนื้อหาตัวอย่างโครงการบางส่วนถูกส่งไปพร้อมอีเมลฉบับนี้ด้วยพ่อกับแม่หนูสะเพร่าไปหน่อยดันใช้คอมพิวเตอร์ส่วนรวมที่ตั้งไว้ที่ที่พักของพวกเราตอนนั้นพอฉันฟื้นขึ้นมาจากอุบัติเหตุตกเขาที่เอฟเวอเรสต์ฉันก็กลับมาที่ญี่ปุ่นและได้รู้ว่าทุกคนตายหมดแล้วฉันจึงรีบเก็บของกลับไปอังกฤษทั้งหมดถึงข้อมูลจะถูกลบไปแต่วิศวะกรของบริษัทฉันก็กู้มันได้ไม่ยาก” ไวโอเล็ตบอก            จำนวนเงินนี่มันตัวเลขตรงกับที่คุณอาหาข่าวมาได้เลยแถมชื่ออีเมลแอดเดรสนี่ก็เป็นอีเมลของคุณพ่อ ฮิคาริคิดในใจแต่เธอก็ยังไม่เชื่อในหลักฐานนี้เพราะมันสามารถปลอมแปลงกันได้            “หลักฐานนี่มันยังไม่พอค่ะเพราะมันสามารถปลอมแปลงกันได้” ฮิคาริบอก            “ก็นะคิดไว้อยู่แล้วล่ะว่าหนูต้องคิดว่าหลักฐานมันไม่พอน่ะถ้าอย่างนั้นลองดูนี่” ไวโอเล็ตเองคิดไว้อยู่แล้วจึงหยิบมือถือของเธอออกมาและเปิดไฟล์เสียงสนทนาบางอย่างให้ฮิคาริฟัง            Hi Mr.Takenaka About that Project 85,000 billion dollar okay ? (สวัสดีมิสเตอร์ทาเคนากะเกี่ยวกับโครงการนั่นราคา 85,000 ล้านเหรียญตกลงมั้ย)          “ภาษาอังกฤษ !!” ฮิคาริอุทานออกมาเพราะเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของชายวัยกลางคนที่กำลังพูดเป็นภาษาอังกฤษแน่นอนคนเรียนหมออย่างเธอแค่ภาษาอังกฤษน่ะเหมือนเป็นภาษาที่สองอยู่แล้วจึงฟังออกได้สบายแต่ทว่าเสียงสนทนาที่ตอบโต้กลับไปนั้นเมื่อฮิคาริได้ฟังก็ถึงกับหน้าซีด            Yes, after the money is transferred, the project will be sent immediately. (ใช่ครับหลังจากโอนเงินแล้วผมจะส่งโครงการไปให้ทันที)          “นะ...นี่มันเสียงของคุณพ่อ” ฮิคาริถึงกับมือสั่นไปหมดเพราะเธอไม่มีทางลืมเสียงของคุณพ่อเธอได้แน่            “ใช่หนูคงไม่ลืมเสียงของพ่อหนูหรอกนะ” ไวโอเล็ตยิ้มออกมา            “คะ...คุณเอาคลิปเสียงนี่มาได้ยังไงกันคะ” ฮิคาริอดสงสัยไม่ได้เพราะคลิปเสียงพวกนี้ปกติจะถูกเก็บเป็นความลับโดยศูนย์ให้บริการโทรศัพท์            “หึ...กว่าจะเอามาได้ก็เสียเงินไปหลายล้านเหรียญอยู่ล่ะนะต้องจ่ายให้คนโน้นคนนี้ตั้งมากมายแล้วก็ยังต้องใช้เส้นสายวิ่งเต้นแทบตายกว่าจะได้มันมา” ไวโอเล็ตบอก            ที่แท้ก็ยัดใต้โต๊ะแล้วเอาคลิปเสียงจากทางผู้ให้บริการมานี่เอง ฮิคาริคิดในใจ            “ว่าแต่จะเอาคลิปเสียงนี่ไปตรวจสอบก่อนก็ได้นะว่ามันเป็นของจริงน่ะ” ไวโอเล็ตพูดในกรณีเผื่อฮิคาริยังไม่มั่นใจว่าหลักฐานนี่ยังใช้ไม่ได้            “มะ...ไม่เป็นไรค่ะหนูเชื่อแล้ว” ฮิคาริคิดว่าต่อให้ตรวจสอบก็คงจะได้ผลว่าคลิปนี้เป็นของจริงเธอหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะลืมตาขึ้นมองไวโอเล็ตและถามบางอย่างออกมา            “คุณไวโอเล็ต คริมสันคะการที่คุณเงียบหายไปเกือบ 20 ปีแล้วมาปรากฎตรงหน้าหนูในตอนนี้แล้วพูดเกี่ยวกับเรื่องโครงการเป้าหมายของคุณคืออะไรคะเพราะในเมื่อถ้าคุณมีหลักฐานการทรยศของคุณพ่อกับคุณแม่อยู่กับตัวตลอดแบบนี้แล้วก็คุณยังรู้อีกด้วยว่าโครงการยังไม่ถูกบริษัทที่อเมริกาเอาไปถ้าคุณต้องการโครงการคืนคุณน่าจะเดาได้ว่าโครงการมันอยู่ที่ตระกูลทาเคนากะและคุณน่าจะมาหาปู่ของหนูตั้งนานแล้ว” ฮิคาริยังไม่เข้าใจเป้าหมายของไวโอเล็ต            “เป้าหมายของฉันน่ะเหรอก็คือ....”  ตะวันออกกลางประเทศอินเดีย            ณ ศูนย์การควบคุมโรคของประเทศอินเดียสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นที่ทำงานของกรมควบคุมโรคประจำประเทศอินเดีย            ปัง !! เสียงประตูห้องของผู้อำนวยการของศูนย์ควบคุมโรคแห่งนี้ถูกเปิดออกอย่างแรงก่อนเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจะรีบวิ่งเข้าไปรายงานกับผู้อำนวยการ            “แย่แล้วครับท่านที่รัฐพิหารแถวหมู่บ้านทางตอนใต้ตรวจพบผู้ป่วยไวรัสนิปาห์ครับท่าน !!” เจ้าหน้าที่คนนั้นรายงานให้ผู้อำนวยการตนฟัง            “นิปาห์งั้นเหรอไอ้ไวรัสเมื่อสองปีก่อนน่ะนะ” ผู้อำนวยการแสดงสีหน้าตกใจก่อนจะกลับเป็นปกติในไม่นานเพราะไวรัสตัวนี้ทางรัฐบาลอินเดียสามารถควบคุมได้นานแล้วถึงแม้จะยังไม่มีวัคซีนรักษาที่แน่นอนก็เถอะแต่ก็ไม่มีใครตายจากไวรัสตัวนี้แล้วถ้าได้รับยาที่ถูกต้องตามอาการ            (ไรท์ : ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งสามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น เลือด หรือน้ำลายโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์พบครั้งแรกช่วงปี 2541 – 2542 ซึ่งไวรัสตัวนี้เคยระบาดหนักในอินเดียในปี 2558 อาการของโรคคือคล้ายไข้หวัดแต่ทว่ากลับมีอัตราเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 40 เลยทีเดียวปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนรักษาได้แต่รักษาตามอาการเท่านั้น ปล.ข้อมูลจากเพจโรงพยาบาลกรุงเทพ)            “ใช่ครับท่านตอนนี้พบผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 200 รายส่วนใหญ่พวกเราได้ทำการแยกผู้ติดเชื้อเหล่านั้นออกมาและกักตัวเรียบร้อยแล้วครับท่าน” เจ้าหน้าที่บอก            “แยกแล้วสินะแบบนั้นก็ดีแล้วล่ะไวรัสตัวนี้แพร่กระจายเร็วมากว่าแต่มารายงานแค่นี้เหรอ” ผู้อำนวยการสงสัย            “ยังมีอีกครับท่านคือว่าตอนนี้ไวรัสตัวนี้มันได้กลายพันธ์ไปแล้วทำให้ยารักษาที่เคยใช้มันใช้ไม่ได้ผลครับท่าน” เจ้าหน้าที่บอกด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่เพราะพวกเขาลองใช้ยารักษาตัวเดิมที่เคยใช้ได้ผลไปแล้วแต่ทว่าอาการของผู้ติดไวรัสไม่ดีขึ้นเลย            “ว่าไงนะกลายพันธ์งั้นเหรอ...แต่เดี๋ยวก่อนสิเมื่อกี้นายบอกว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่กักตัวไปแล้วใช่มั้ยแสดงว่ามีหลุดรอดไปน่ะสิ” ผู้อำนวยการนึกถึงคำพูดของเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้            “ชะ...ใช่ครับท่านมี 13 คนที่รู้ชื่อแล้วและกำลังติดตามตัวแต่ทว่าเดินทางออกจากหมู่บ้านนั้นไปก่อนที่ทางการจะทราบเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสแล้วก็มีอีก 6 คนที่ไม่สามารถติดตามและทราบชื่อได้เพราะเป็นนักท่องเที่ยวตอนนี้ทั้ง 6 คนนั่นเดินทางไปที่ไหนก็ไม่รู้ครับ” เจ้าหน้าที่บอก            “บ้าจริงรีบติดตามแล้วก็กักตัวด่วน...ลองติดต่อไปโรงพยาบาลทั่วประเทศถามหาคนที่ป่วยเป็นหวัดเร็วๆนี้” ผู้อำนวยการพูด            “ครับท่าน” เจ้าหน้าที่พยักหน้า            “อ่าจริงสิทำเรื่องนี้ให้เงียบๆด้วยล่ะเราจะกระโตกกระตากไม่ได้เพราะถ้าประชาชนรู้ว่าไวรัสนิปาห์กลับมาระบาดอีกครั้งแถมยังเป็นชนิดกลายพันธ์ทุกคนคงตื่นตระหนกกันหมดถ้าเป็นแบบนั้นรัฐบาลคงไม่มีทางเลี่ยงนอกจากประกาศปิดประเทศแบบนั้นเศรษฐกิจที่พึ่งฟื้นตัวมีหวังพังอีกรอบแน่” ผู้อำนวยการพูด            “ขะ...เข้าใจแล้วครับท่าน” เจ้าหน้าที่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะรีบออกจากห้องไป            “เฮ้อ...โรคร้ายพวกนี้ไม่เคยจะหมดสิ้นไปจากโลกเลยสินะ” ผู้อำนวยการถอนหายใจออกมาหลังจากเจ้าหน้าที่ที่เข้ามารายงานออกจากห้องไปแล้ว  จบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน