หลินเหิงอี้เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่รู้เื่นี้แล้วเขาก็รีบเข้ามาพูดไกล่เกลี่ยเื่ที่ทำให้พ่อกับแม่ขุ่นเคืองใจมาตลอดสองเดือน
“จะว่าไปแล้วเื่นี้ก็ถือว่าจางิพอจะมีความดีความชอบอยู่นิดหน่อยผมกับน้องๆก็เลยนำเศษอาหารจากบ้านของพวกเราไปมอบให้เขาแต่ก็ไม่คิดว่าพ่อกับแม่จะไม่พอใจผมกับน้องๆมากมายขนาดนี้”
“เกี่ยวอะไรกับเ้าเด็กเหลือขอนั่นล่ะอาเหิงฮึ่ม! พูดเื่นี้ขึ้นมาทีไรแม่ก็โมโหทุกที”
หลินเหิงอี้มองน้องสาวเห็นว่าเธอพยักหน้าเขาก็ขยับเข้าใกล้ผู้เป็แม่แล้วพูดบางอย่างออกมา ซึ่งมันเป็เื่ที่เขาเตรียมกับน้องสาวเอาไว้“นั่นก็เพราะถ้าไม่มีจางิ อ้ายถงของบ้านเราก็อาจจะตกเขาไปแล้วอย่างไรล่ะครับแม่และอีกอย่างนะครับถ้าเกิดวันนั้นมีแค่จางิที่ถูกงูกัดเพียงคนเดียวแม่คิดดูสิคนที่จะได้รับการช่วยเหลือจากท่านเ้าูเาจะเป็ใครผลประโยชน์ก็คงจะตกไปอยู่ที่เ้านั่นแล้ว”
ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านคิดตามคำพูดของลูกชายแล้วก็เห็นว่าจริงตามนั้นแต่เธอก็ไม่อยากจะญาติดีกับเด็กเหลือขอนั่น “ที่พวกแกแอบเอาอาหารไปให้เด็กนั่นก็มากเกินพอแล้วต่อไปก็อย่าได้คิดจะเอาไปให้เขาอีกล่ะ ไม่งั้นแม่ไม่ยอมแล้วจริงๆ”
“อืม เชื่อฟังแม่ของพวกแกเถอะอีกอย่างเื่นี้ก็ไม่ใช่เื่ที่จะต้องตอบแทนั้แ่แรกอยู่แล้วเพราะพ่อเชื่อว่าอ้ายถงของบ้านเราเป็คนที่ท่านเ้าูเาเลือกั้แ่แรกแล้วไม่เกี่ยวกับจางิคนนั้นหรอก อาหารของที่บ้านก็ไม่ได้มีมากมายอะไรใครจะอดตายก็ช่างมันเถอะ”
หลินอ้ายถงที่ได้ยินพ่อพูดแบบนั้นเธอก็กล่าวออกมาเสียงอ่อย “นี่อาจจะเป็เพราะฉันคิดน้อยเกินไปค่ะการที่ฉันทำดีกับเขาอาจทำให้เขาเข้าใจผิดคิดไปไกลในบางเื่ก็ได้”
“เขากล้าคิดอย่างนั้นเหรอ!” แม่ของหลินอ้ายถงถึงกับแหวออกมาทันทีที่ได้ยินลูกสาวพูดออกมาแบบนั้น“ลูกก็ใจดีกับคนอื่นเกินไปอ้ายถง ั้แ่รุ่นพ่อแม่ของเขาก็ไม่มีใครซื่อตรงสักคน แล้วยังจะสอนลูกให้เป็คนดีได้ยังไงฮึ่ม! พูดเมื่อไหร่ก็โมโหเมื่อนั้นเขาน่าจะตายๆตามพ่อแม่เขาไปได้แล้ว”
หัวหน้าหมู่บ้านมองลูกสาวยิ้มๆ“แล้วลูกล่ะคิดกับจางิคนนั้นยังไงอ้ายถง”
หลินอ้ายถงส่ายหน้ารัวๆจนผมเปียทั้งสองข้างสะบัดไปมา“ฉันจะคิดอะไรกับเขาได้ล่ะคะพ่อ วันนี้ฉันจะไปพูดกับเขาให้ชัดเจนเขาเองก็จะได้ไม่เอาแต่คอยพึ่งพาพวกเรา” นับว่าบทละครที่เธอเขียนขึ้นมานั้นมันสมบูรณ์แบบจนทำให้พ่อแม่เชื่ออย่างสนิทใจและไม่คิดสงสัยอะไรแม้แต่น้อย
จางิที่คิดจะเดินจากไปแต่ทว่าจู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงที่แ่เบาของคนข้างในขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไป แม้จะใแต่สิ่งที่ทำให้เขาใมากกว่าก็คือบทสนทนาด้านในนั้นผ่านไปสักระยะชายหนุ่มถึงกับนิ่งขึงเมื่อได้ยินสิ่งที่หลินอ้ายถงและหลินเหิงอี้พูดออกมา
มือของเขากำเข้าหากันแน่นทุกอย่างเป็ไปตามที่เขาคาดเอาไว้จริงๆ แล้วก่อนหน้านั้นเธอเข้าหาเขาเพื่ออะไรกัน มาตอนนี้แหวนหยกวงนั้นเลือกเธอแล้วไม่ใช่เหรอยังจะอะไรกับเขาอีกล่ะ เขี่ยเขาทิ้งแล้วยังจะใส่ร้ายป้ายสีเขาให้จมดินไปเลยใช่ไหม
รอจนคนข้างในเดินเข้าบ้านไปเขาจึงเร่งเดินกลับบ้านหลังเล็กของตัวเอง
เมื่อเข้ามาในบ้านเขาก็รีบปิดประตูหน้าลานบ้านอย่างแ่าจากนั้นก็เดินเข้าบ้านจุดหมายของเขาก็คือห้องใต้ดินขนาดเล็กที่เขาใช้เก็บปลารมควันและก็ยังมีผักตากแห้ง
ผักตากแห้งนั้นได้มาจากป้าหลินซึ่งเขานำเอาปลาไปแลกมา ได้มาเยอะทีเดียว“พ่อแม่ของอ้ายถงคงไม่วางใจในเื่นี้แน่ๆ คงต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านไปก่อนสักระยะ”
แต่ใครจะรู้ล่ะ ว่าเวลาเพียงแค่ชั่วลัดนิ้วมือประตูหน้าบ้านจะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นชายหนุ่มรีบเดินขึ้นมา้าแล้วก็ปิดประตูห้องใต้ดินเอาไว้อย่างแ่าจากนั้นก็ลากมัดฟืนมาวางทับเอาไว้อีกชั้นดูจนแน่ใจแล้วจึงได้เดินอ้อมตัวบ้านไปที่ประตูด้านหน้า
พอเปิดประตูออกมาได้ชายหนุ่มก็พบว่าเป็หลินอ้ายถงกับพี่ใหญ่ของเธอผู้หญิงคนนี้ยังมีอะไรที่ต้องพูดกับเขาอย่างนั้นเหรอ
อาการกล้ำกลืนฝืนทนของจางิฉายชัดออกมาอย่างชัดเจน“เธอมีอะไรจะพูดกับฉันเหรออ้ายถง”
หลินอ้ายถงถึงกับเลิกคิ้วเมื่อเห็นท่าทีแบบนี้ของจางิแต่เธอก็เลือกที่จะหันไปพูดกับพี่ชายก่อน “พี่ใหญ่ฉันขอจัดการเื่นี้ก่อนพี่ช่วยเฝ้าหน้าประตูให้ฉันด้วยนะคะ”
“อืม แต่เปิดประตูบ้านเอาไว้ด้วยนะแล้วก็ไม่ต้องเข้าไปในบ้านของเขา คุยกันที่ลานหน้าบ้านนี้แหละ”หลินเหิงอี้กำชับน้องสาว ส่วนสายตานั้นมองที่จางิอย่างไม่ชอบใจทั้งยังมีแววดูถูกอีกด้วย
“ได้ค่ะพี่ใหญ่ เรามาคุยกันหน่อยนะอาิ”ว่าแล้วหลินอ้ายถงก็เป็ฝ่ายที่เดินนำเข้าไปก่อน ด้วยท่าทีที่เย่อหยิ่ง
จางิบดกรามกรอดมือก็กำเข้าหากันแน่นแล้วก็เดินตามอีกฝ่ายมาที่ลานหน้าบ้าน “มีอะไรก็พูดมาเถอะอ้ายถง” เสียงของเขาแ่เบาเพราะกลัวว่าพี่ชายของหญิงสาวจะได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกันแต่ความแ่เบานี้มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันอย่างเห็นได้ชัด
หลินอ้ายถงมองคนไร้ค่าอย่างจางิแล้วก็ไม่เสียเวลาเอ่ยคำหว่านล้อมมากมายเหมือนทุกครั้ง“พวกเราต่างคนต่างอยู่เถอะนะอาิ” เธอเองก็เอ่ยออกมาเสียงแ่เหมือนกัน
“เป็เพราะเธอกำลังจะหมั้นใช่ไหมอ้ายถงหรือเป็เพราะฉันเป็เพียงคนยากจนในโลกแห่งนี้แม้แต่เรียนฉันก็ยังเรียนไม่จบและไม่มีโอกาสจะได้เรียนอีกด้วย”ดวงตาของเขาแดงก่ำแม้จะพยายามทำใจ แต่พอได้เผชิญหน้ากับความรู้สึกมากมายที่มันอัดแน่นอยู่ภายในก็ทำให้เขาอึดอัดจนหายใจแทบจะไม่ออกอยู่แล้ว
“นั่นก็ใช่แต่นายรู้ไหมอยู่ที่นี่สถานะของพวกเราแตกต่างกันมากและไม่เพียงแค่แตกต่างมันยังมีความขัดแย้งั้แ่รุ่นพ่อแม่ของพวกเราด้วยนายคิดว่าเื่ของพวกเรามันจะเป็ไปได้อย่างนั้นเหรอ”
จางิส่ายหน้าช้าๆ “ถ้าเธอรักฉันอย่างจริงใจั้แ่ต้นก็คงไม่มีเหตุการณ์อย่างวันนี้หรอกนะอ้ายถง”
หลินอ้ายถงไม่ปฏิเสธแถมเธอยังยิ้มเย้ยหยันส่งไปให้เขาอย่างโจ่งแจ้งอีกด้วย“นั่นก็อาจจะใช่นะอาิ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาแหวนหยกของแม่ฉันคืนมาให้ฉันเถอะอ้ายถง”
“นายให้มันกับฉันแล้ว ฉันไม่มีทางคืนให้นายหรอกนะ”น้ำเสียงของหลินอ้ายถงเริ่มแข็งกร้าว คำขอของเขามันทำให้เธอเริ่มหวาดระแวงขึ้นมา
“ฉันยังไม่เคยอนุญาตเธอเลยนะถ้าเธอบอกว่ามันไม่มีมิติวิเศษก็คืนฉันมาสิอ้ายถงหรือคำพูดก่อนหน้าของเธอมันคือคำโกหก” จางิมองหลินอ้ายถงด้วยความเสียใจและเจือไปด้วยความผิดหวัง
“ฮึ!” หลินอ้ายถงปรายตามองพี่ใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วก็หันมาเผชิญหน้ากับจางิอย่างไม่สะทกสะท้าน“เอาล่ะ ฉันก็ี้เีจะเสแสร้งและพูดอ้อมค้อมกับคนไร้ค่าอย่างนายแล้วจางิ”คำว่าอาินั้นมันสนิทสนมเกินไป เอ่ยออกมาเมื่อไหร่ก็ทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมไม่หายพอได้เรียกแบบที่อยากจะเรียกแล้วก็รู้สึกสบายใจไม่น้อยเลย
“งั้นเธอก็พูดมา!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมายามนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำจนแทบจะเป็สีเืไปแล้ว
หลินอ้ายถงมองจางิั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วก็หัวเราะเยาะออกมา “นายคิดว่าคนที่เพิ่งเรียนจบใหม่ไร้ประสบการณ์ในการทำงานอย่างนายมีดีอะไรอย่างนั้นเหรอจางิแม้ผลการเรียนของนายจะดีมากแต่คนที่ดีกว่านายก็มีถมเถ ทำไมฉันถึงเจาะจงตามจีบนายอยู่ตั้งหลายเดือนล่ะ”
“เธอมีเป้าหมายั้แ่แรกแล้วสินะ”
“อืม”หลินอ้ายถงมองแหวนหยกบนนิ้วที่เธอสั่งให้มันเปิดเผยออกมาแล้วก็ยิ้มอย่างสมใจ ก่อนจะมองจางิอย่างสมเพช“ความจริงที่ฉันเข้าหานายก็เพราะของวิเศษของสกุลจางอย่างไรล่ะไม่อย่างนั้นนายคิดว่าคุณหนูที่มาจากตระกูลมหาเศรษฐีอย่างฉันจะเข้าหานายเพราะเื่อะไรนายคู่ควรกับฉันั้แ่เมื่อไหร่กัน”
“นะ นี่”
“ถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอ ฮึ!ต้องขอบใจนายมากนะที่พาฉันไปบ้านเดิมของนายในวันนั้นไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะหาของสิ่งนี้ไม่เจอ แม้จะไม่ได้กลับตระกูลหลินในยุคปัจจุบันแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย”สำหรับเธอแล้วการได้ข้ามมิติมาที่นี่นับว่าดีกว่าอยู่ยุคปัจจุบันเพราะถ้ายังอยู่ในยุคนั้นของวิเศษที่ได้มาก็จะถูกยึดเอาไปไม่มีโอกาสได้
จางิชี้หน้าหลินอ้ายถงเขามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป “แล้วเธอจะต้องเสียใจภายหลังอ้ายถง”
“ฉันไม่เคยนึกเสียใจกับเื่ที่ฉันตัดสินใจน่าจะเป็นายมากกว่านะที่ต้องเสียใจ คิดดูสินายมาอยู่ที่บ้านนอกแห่งนี้จะทำมาหากินยังไงจะออกไปหาอาหารตามแปลงนาและตามคลองส่งน้ำไปเรื่อยๆอย่างนั้นเหรอนายคิดว่านายจะอยู่รอดได้อย่างนั้นเหรอนายน่ะอายุเท่าไหร่แล้วความทะเยอทะยานล่ะเคยมีบ้างไหม”
จางิมองผู้หญิงเห็นแก่ตัวที่พูดกระแทกแดกดันเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วสายตาที่เขามองอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไป
“ถ้าไม่คิดจะคืนแหวนให้ฉันเธอก็ไปเถอะอ้ายถง”แล้วเขาก็เดินกลับเข้าตัวบ้านไม่คิดจะหันกลับมามองผู้หญิงหลอกลวงคนนี้อีก
หลินอ้ายถงขยี้เท้ากับพื้นอย่างขัดใจ คำว่าไปเถอะควรเป็เธอมากกว่าที่พูดมันออกมาแล้วเป็คนเดินจากไปก่อน แต่เธอก็ไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ที่นี่นานจึงได้เดินออกไปจากลานบ้านของจางิด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด
“เป็ยังไงบ้างอ้ายถงทำไมเหมือนจางิจะไม่ยอมล่ะ”
“ช่างเขาเถอะค่ะพี่ใหญ่ต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีกแล้ว”
“ดีๆๆ พวกเราก็รีบกลับบ้านดีกว่านะวันนี้พี่ใหญ่อยากกินเป็ดปักกิ่ง เธอเอาออกมาได้ไหมอ้ายถง”
“แน่นอนว่าเอาออกมาได้ค่ะพี่ใหญ่แม้แต่หม้อไฟก็มีนะคะ”
“โอ้!! ดีเลยพวกเราเร่งเดินเถอะ”
พอไม่ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่หน้าบ้านแล้วจางิก็เดินออกจากห้องเขาเดินไปปิดประตูบ้านเอาไว้อย่างแ่าและก็คิดเอาไว้แล้วว่า่เวลานี้นอกจากไปตักน้ำที่บ่อน้ำสาธารณะของหมู่บ้านแล้วเขาจะไม่ไปที่ไหนอีกสักพัก
“พูดว่าฉันไม่มีความทะเยอทะยานอย่างนั้นเหรอถ้าไม่มีเธอเข้ามาป่านนี้ฉันคงได้ทำงานในบริษัทใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศไปแล้วเป็เพราะเธอนั่นแหละที่หลอกล่อฉันจนฉันพลาดการไปสอบสัมภาษณ์” ด้วยระดับผลการเรียนและความสามารถของเขาแล้วเขาคิดว่าตัวเองต้องได้งานทำแน่นอนแต่พอมาคิดดูดีๆแล้วเป็เพราะหลินอ้ายถงทั้งนั้นที่ทำให้ชีวิตของเขาปั่นป่วนวุ่นวายไปหมดต่อจากนี้เขาจะเลิกสนใจเธอ จะตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีที่สุด
ตกกลางดึกจางิก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่แขนจากแรงเขย่าของใครบางคน ทว่าพอตื่นขึ้นมาจริงๆ ชายหนุ่มก็พบเพียงว่าตัวของเขานั่งอยู่บนเตียงเตาเพียงลำพัง
“ใครกันทำไมััเมื่อครู่นี้ถึงเหมือนจริงขนาดนั้นล่ะ” เขาพูดกับตัวเองพลางก็ก้าวลงจากเตียงเตาเดินไปจุดตะเกียงบนโต๊ะหน้าเตียงเตาแล้วก็รินน้ำใส่ถ้วยใบเล็ก “หืมนี่มันกลิ่นอะไรกัน” จมูกของเขาได้กลิ่นควันจางๆโชยมา
เขารีบวางถ้วยน้ำลงบนโต๊ะแล้วก็รีบถลันออกจากประตูห้องนอนไป
“ไฟไหม้!!” ใบหน้าของจางิถึงกับซีดเผือดทว่าไม่นานก็ได้สติตอนนี้กองไฟริมกำแพงบ้านเริ่มลุกลามเขารีบไปฉวยเอาถังน้ำมาได้แล้วก็วิ่งไปตักน้ำจากบ่อหินข้างห้องครัวทันที
ซ่า!! ซ่า!! ซ่า!!
ไฟดับลงในเวลาต่อมาชายหนุ่มรีบวิ่งไปที่รั้วบ้านและก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านจากการวิเคราะห์ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าคนร้ายมากันสามคน
“ฮึ!!เล่นงานกันหนักขนาดนี้เลยเหรอ คนจากบ้านหัวหน้าหมู่บ้านนี่ไม่มีคนดีสักคน”