บทที่ 82 ให้เจ้า
“สมุนไพรระดับ 10 นั่น...” ซีเฉิงเกริ่นถึงสมุนไพรระดับ 10 ที่มีอยู่ในคลังเพียงชิ้นเดียวขึ้นมา เขายังเห็นคิ้วของชิงหมินขมวดเข้าหากัน แสดงให้เห็นว่าทางนั้นก็นึกถึงสมุนไพรชิ้นเดียวกับตนเองแล้ว
“ได้ยินว่าเจ้าสนใจมันไม่น้อยเลยหรือ?” ประโยคนี้ของซีเฉิงทำให้ชิงหมินต้องเบ้ปากของเขา
เจ้าคนโรคจิตผู้นี้ให้วิญญาณตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอด ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่รู้ว่าเขาแสดงท่าทางอย่างไรต่อสมุนไพรระดับ 10 นั้นหรอก
ชิงหมินรู้ว่าการแสดงออกของเขาไม่ได้อยู่ในสายตาของชายชรามากนัก แต่ถ้าเป็นวิญญาณที่สังเกตอยู่ มันก็ไม่ยากที่จะรู้ว่าชิงหมินสนใจสมุนไพรนั้นมาก นี่เป็นเพราะเขาแค่รู้สึกว่าชีวิตน้อยๆของตนเองไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย ถ้าหากสามารถใช้สมุนไพรนี้เพื่อซื้อใจพวกอสูรระดับสูงมาเป็นผู้ติดตามได้ วันข้างหน้าเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตายอีกแล้ว...
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นสมุนไพรระดับ 10 และเขารู้ว่ามันไม่ควรจะมาอยู่ในมือของเขา
“ข้าจะมอบมันให้เจ้า หากเจ้าบอกว่ามันมีประโยชน์อะไรกันแน่” ซีเฉิงกล่าวออกมาอีกประโยค ทำให้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของชิงหมินเปลี่ยนเป็นตกใจ
“เจ้าพูดอันใด สมุนไพรระดับ 10 จะยกให้ผู้อื่นได้ง่ายๆหรือ?”
“ทำไม? เจ้าคิดว่าข้าเป็นพวกที่พูดเล่นหรือ?” ซีเฉิงย้อนถาม ในเมื่อเขาบอกว่าจะยกให้แล้ว ทำไมเขาจะต้องโกหกด้วย
อีกอย่าง ของของเขาก็คือของชิงหมิน เพราะสุดท้ายแล้วชิงหมินก็ต้องกลายมาเป็นคนของเขา ซีเฉิงไม่ได้ขี้งกมากขนาดที่จะเก็บสมุนไพรระดับ 10 ไว้ที่ตนเองเพียงคนเดียว ในวันข้างหน้า...ตราบเท่าที่ชิงหมินยอมมาเป็นฮูหยินให้จวนสกุลหวง เขาจะมอบทุกอย่างเท่าที่ชิงหมินอยากจะได้รับ ไม่จำเป็นที่คนจะต้องทำงานหนักอีกต่อไป
แน่นอนว่าเด็กหนุ่มนั้นไม่ได้รู้ความคิดที่น่ากลัวของซีเฉิงเช่นนี้ เขาจะไปคิดได้อย่างไรว่าชายหนุ่มตรงหน้าได้หมายหมั้นปั้นมือให้เขากลายเป็นคนของตนเองแล้ว แถมยังต้องการเก็บตำแหน่ง “ฮูหยิน” เอาไว้ให้อีก ถ้าเขารู้...ชิงหมินคงจะกระอักออกมาเป็นเลือด เขาคงจะไม่มีทางสนใจข้าวของของซีเฉิงอีกตลอดชีวิต แม้แต่อาหารที่ต้องกินในค่าย...เขาก็คงจะวิ่งออกไปหาผักป่ามาประทังชีวิตเสียยังจะดีกว่า
สุดท้ายแล้ว ชิงหมินไม่ได้รู้แผนการอันแยบยลนี้ เขายังคงอยู่และค่อยๆหลวมตัวกลายเป็นคนของซีเฉิงมากขึ้นและมากขึ้นโดยที่แม้แต่เขาก็ไม่รู้ตัว
บทสนทนาที่เป็นกันเองเช่นนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไร? ชิงหมินรู้สึกเชื่อใจซีเฉิงและคิดว่าปีศาจร้ายตนนี้จะไม่มีวันทำร้ายตนเองเหมือนในนิยายตั้งแต่เมื่อไร? ทุกอย่างที่เขาเคยหวาดระแวงก่อนหน้านี้...ถูกซีเฉิงค่อยๆทำลายลงทีละขั้นทีละตอนอย่างใจเย็น สมควรแล้วที่จะเรียกเขาว่า “ปีศาจสงคราม” เพราะแม้แต่สงครามในด้านความคิดเช่นนี้ เขาก็ยังวางแผนที่จะเอาชนะได้ในที่สุด
“เจ้า...มั่นใจหรือว่าจะให้ข้าจริงๆ”
“ใช่” ซีเฉิงยักไหล่ ต่อให้มันจะอยู่ที่นี่หรือไม่อยู่ เขาก็เกือบจะลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ เพียงแค่...อยากจะรู้จริงๆว่าพวกกบฎเหล่านั้นได้รับของล้ำค่าชิ้นนี้ และดูแลมันเป็นอย่างดี พวกมันรู้วิธีที่จะใช้ประโยชน์อย่างไรก็เท่านั้น
“อืม อันที่จริง....มันเป็นสมุนไพรที่จะทำให้พวกผู้ใช้พลังธาตุเกี่ยวข้องกับน้ำยกระดับขึ้นได้...” ชิงหมินเหลือบมองใบหน้าของซีเฉิง และรู้ว่าเขาไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับเรื่องนี้ คนควรจะได้ยินคำกล่าวของเขาอยู่ก่อนแล้วจากที่เขาเคยบอกชายชราล่ะนะ
“แต่มันยังมีความสามารถอีกอย่าง นั่นก็คือ...หากนำให้สัตว์อสูรหรือสัตว์วิญญาณที่มีระดับต่ำกว่า 10 ลงไป โดยที่สัตว์ชนิดนั้นมีธาตุน้ำ พวกมันก็จะเปลี่ยนให้สัตว์ตนนั้นกลายมาเป็นทาสรับใช้ผู้ภักดีในทันที”
“หืม?” เป็นอย่างที่คิด เมื่อชิงหมินกล่าวถึงเรื่องนี้ ซีเฉิงก็หรี่ตาลง ดูแล้วอันตรายไม่น้อย
“อ่า....ด้วยคุณสมบัติที่ล้ำค่าขนาดนี้ ต่อให้เจ้าไม่มอบให้ข้าก็ไม่เป็นไร” ชิงหมินรู้ว่าสิ่งนี้เป็นของล้ำค่ามาก ต่อให้เขาอยากได้มันมาครอบครอง เขาก็ไม่สามารถรับมาได้อย่างสบายใจอยู่ดี
ซีเฉิงส่ายหน้า เขาไม่ได้คิดว่าของสิ่งนี้มอบให้ชิงหมินแล้วไม่ดี แต่เขากำลังคิดเกี่ยวกับแผนการร้ายของพวกกบฏเหล่านั้นมากกว่า ถ้าไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนเจอสมบัติชิ้นนี้ก่อน ไม่รู้เลยว่าพวกกบฎวางแผนที่จะทำลายอาณาจักรเซินอย่างไร!!
สมุนไพรดับ 10 ที่ทำให้สัตว์อสูรหรือสัตว์วิญญาณธาตุน้ำกลายเป็นทาสรับใช้ผู้ภักดีอย่างนั้นหรือ?
เขามองไปยังเด็กหนุ่มตัวน้อย ด้วยความสามารถในการป้องกันตัวที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทั้งยังประสบการณ์ที่คนเคยเจอมาก่อนหน้านี้ ชิงหมินเกือบจะได้รับอันตรายจากคนร้ายที่มาปิดเส้นทางการหลบหนีแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเข้าไปช่วยเหลือไว้ ซีเฉิงก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ชิงหมินของเขาจะเป็นอย่างไร
กลายเป็นว่าไม่ใช่แค่ชิงหมินเท่านั้นที่สนใจสมุนไพรระดับ 10 แต่ซีเฉิงเองก็สนใจมันมากเช่นเขา เขาคิดว่าสมุนไพรคุณสมบัติเช่นนี้ ต้องมอบให้ชิงหมินถึงจะถูกต้อง!!
“อีกสามวัน...”
“สามวันอะไร?” ชิงหมินเลิกคิ้ว
“อีกสามวันหลังจากนี้ ข้าจะมอบสมุนไพรระดับ 10 นั้นให้เจ้า” ซีเฉิงกล่าวอย่างมีแผนการในใจ
คนตัวเล็กกว่าไม่เข้าใจสายตานั้น แต่เขาได้ยินคำกล่าวที่มั่นคงของซีเฉิงว่าจะมอบสมุนไพรระดับ 10 นั้นให้เขา หัวใจของชิงหมินก็สั่นไหวอย่างช่วยไม่ได้
ด้วยสมุนไพรนั้น เขาจะไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับความเดือดร้อนในการต่อสู้อีกต่อไปใช่ไหม? แม้ว่าบนโลกนี้จะมีคนเก่งกาจมากมายเหมือนกับที่ซีเฉิงเป็น แต่จำนวนคนที่แข็งแกร่งจนสามารถสู้กับสัตว์อสูรระดับสูงได้ก็มีไม่มากนัก เมื่อสงครามจบลง...เพื่อยืนยันว่าเขาจะปลอดภัยจากอันตรายถึงชีวิต ชิงหมินจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่ตนเองมี หาสัตว์อสูรดีๆมาเลี้ยงดูสักตน
เขาไม่ได้โลภมากจนถึงกับต้องหาสัตว์อสูรระดับ 9 มาไว้ในครอบครอง สัตว์อสูรที่อยู่ในระดับเทพเช่นนั้นไม่ควรจะหาได้ง่ายๆอยู่แล้ว เขาคาดหวังเพียงสัตว์อสูรระดับ 4-5 สักตัว ใช้เงินประมูลสัก 100 ล้านเหรียญเพื่อได้รับมันมา ด้วยความช่วยเหลือของสมุนไพรระดับ 10 นี้ คงจะยกระดับของพวกมันไปได้อีก 1-2 ระดับ และการปกป้องของสัตว์อสูรระดับ 6 คงจะทำให้เขาเหมือนเหาะเหินอยู่บนอากาศ
รอยยิ้มมุมปากของชิงหมินที่กำลังคาดหวังนั้นอยู่ในสายตาของซีเฉิงด้วยเช่นกัน เขาอยากจะลุกไปลูบหัวเด็กน้อยตรงหน้า แต่ก็ยังอดใจเอาไว้ รอสร้างความประหลาดใจให้เด็กน้อยหลังจากนี้อีก 3 วันคงจะดีกว่า
“อ้อ ยังมีอีกเรื่องที่ข้าอยากจะแนะนำ”
“อันใดหรือ?”
ซีเฉิงคิดเล็กน้อย เดิมทีเขาต้องการให้ชิงหมินดำเนินการโดยเร็วเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการต่อสู้ให้อีกฝ่าย สงครามดำเนินการมาจนถึงขั้นตอนที่ดุเดือดมาก กองทัพอิสระที่นี่อาจจะถูกเกณฑ์ออกไปทำสงครามทั้งหมดทุกสารทิศ ที่ค่ายนี้อาจจะเหลือเพียงชิงหมินคนเดียวก็ได้ เพื่อไม่ให้เด็กหนุ่มต้องหวาดกลัวเกินไป ซีเฉิงอยากจะช่วยแนะนำให้ชิงหมินสามารถต่อสู้ด้วยตนเองได้
เขาคิดวิธีการต่อสู้ที่เหมาะสมกับชิงหมินเอาไว้หลายอย่าง แต่สุดท้ายแล้ว...กลายเป็นว่าชิงหมินกำลังจะได้รับสมุนไพรระดับ 10 ดังนั้นซีเฉิงจึงลังเลว่าเขาควรจะพูดต่อไปหรือไม่
ถึงอย่างนั้น มันก็คงจะดีกว่าที่ชิงหมินจะได้มีอะไรทำนอกเหนือจากการทำผงชาของเขา ซีเฉิงสังเกตเห็นว่าชิงหมินกำลังเริ่มเบื่อหน่ายที่จะศึกษาเรื่องชาแล้ว เช่นนั้นให้ชิงหมินได้หาอะไรทำสนุกๆก็เป็นสิ่งที่ดี
“ข้าอยากจะให้เจ้าช่วยเตรียมผงพิษเอาไว้หน่อย”
“อะไร? ผงพิษอะไร?” ชิงหมินขมวดคิ้ว จู่ๆคนก็โยนงานประหลาดๆมาให้เขาหรือ? ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเขาทั้งทำผงชาแล้วก็ทำงานหนักกับโรงหมอแล้วหรือ? ทำไมยังมีงานมากมายให้เขาต้องทำอีก
“สิ่งนี้ก็เพื่อเจ้าเอง”
“............”
“วันข้างหน้าไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ครั้งก่อนได้เห็นเจ้าทำน้ำคันออกมาจัดการคนได้ ข้าจึงอยากจะสนับสนุนเจ้าให้ทำด้านนี้จนเป็นเรื่องเชี่ยวชาญไปเลย”
“หือ? หมายถึงให้ข้าทำเพื่อให้ข้าใช้เองหรือ?”
“ใช่ ต่อไปกองทัพอิสระจะต้องเริ่มเคลื่อนไหวเต็มกำลังแล้ว เจ้าอาจจะอยู่ที่นี่กับคนไม่กี่คนเท่านั้น บางทีอาจจะมีสัตว์ป่าหรืออันตรายอื่นๆเข้ามาวุ่นวาย ดังนั้นเจ้าควรจะต้องเตรียมพร้อมของตนเองเอาไว้”
“โอ้...” ชิงหมินนึกภาพตาม แม้ว่าที่นี่จะลึกลับและเป็นตำแหน่งที่ผู้คนไม่สามารถขึ้นมาโดยง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเสียหน่อย เช่นนั้น...สิ่งที่ซีเฉิงพูดก็ถูกต้องแล้วจริงๆ
“ข้านำสมุนไพรบางอย่างที่น่าจะช่วยเจ้าได้ติดกลับมาบ้าง ที่รอบๆบ้านของเจ้ามีพื้นที่ว่างโล่งอยู่จำนวนหนึ่ง ข้าจะให้ทหารปลูกเอาไว้เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม...ข้าก็ไม่รู้วิธีการปรุงยาพิษเหมือนกัน เช่นนั้นเจ้าต้องทำงานหนักเกี่ยวกับสิ่งนี้ด้วยตนเอง”
“อืม เข้าใจแล้ว แต่ว่า....ชี้ทางให้ข้าเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะหักหลังพวกเจ้าด้วยการนำยาพิษไปใส่ให้พวกเจ้ากินหรอกหรือ?” ชิงหลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาต้องการกลั่นแกล้งให้ซีเฉิงกลัวเขาบ้าง ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เป็นเขาที่ถูกรังแกมาตลอดหรอกหรือ?
อีกอย่าง ในอาณาจักรเซินแห่งนี้ ผู้ปรุงยาพิษนับเป็นคนชั่วร้ายเท่านั้น มีคนจำนวนหนึ่งปลุกความสามารถในการใช้พิษขึ้นมาตอนเด็ก พวกเขาจะถูก “ฆ่าทิ้ง” ในทันทีที่ความสามารถถูกเปิดเผย เนื่องจากคำว่า “พิษ” นั้นดูเป็นอะไรที่จัดการไม่ได้ง่ายๆ เพียงแค่พูดออกมาก็ให้ความรู้สึกเหมือนจะเป็นคนชั่วช้าแล้ว
ดังนั้นคนที่ปรุงยาพิษได้ไม่ได้รับการต้อนรับ หากมีคนรู้จะต้องถูกจัดการขั้นเด็ดขาด การที่ซีเฉิงแนะนำเรื่องนี้ให้เขา แม้ว่าในช่วงสงครามอาจจะไม่มีคนตำหนิ แต่หลังจากสงครามจบลงแล้ว...คนที่จะเจอปัญหาอาจจะเป็นตัวเขาเองก็ได้ ก็นะ...ใครบ้างที่อยากจะคบหากับพวกที่มีความสามารถในการใช้ยาพิษล่ะ
ชิงหมินนึกดูแคลนความหวาดกลัวนี้ของคนในอาณาจักรเซินเสียจริงๆ พวกเขาจัดการกับนักปรุงยาพิษในอาณาจักรของตนเอง แต่ทุกครั้งเมื่อต้องการมีปัญหา ก็ยังสามารถหาซื้อยาพิษจากอาณาจักรอื่นๆมาใช้ได้อยู่ สุดท้ายแล้วการที่จะตามสืบตัวคนร้ายเป็นเรื่องยากมากกว่าเดิมเสียอีก
ถ้าเป็นเขา เขาจะให้ผู้ปรุงยาพิษทั้งอาณาจักรขึ้นทะเบียนเอาไว้ เวลาที่พิษของใครหลุดออกไปจะได้มีประวัติตรวจสอบว่าขายให้ผู้ใดไปบ้าง คนที่จะใช้ยาพิษนั้นไม่ได้ผิดเสมอไป บางคนไม่ได้เอายาพิษไปฆ่าคนด้วยกันเอง พวกเขาเอาไปจัดการกับสัตว์อสูรก็มีไม่ใช่หรือ?
แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะจัดการได้ ในเมื่อกฎหมายบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ชิงหมินก็ทำได้แค่ยอมรับมันเท่านั้น
ซีเฉิงมองคนตัวเล็กที่กำลังส่งยิ้มลึกลับมาให้ตนเอง เจ้าตัวคิดว่าคำพูดเช่นนี้ทำให้ดูน่ากลัวมากหรือ? คำขู่ที่ไม่ต่างอะไรกับการเพิ่มเขี้ยวเล็บขนาดเล็กให้ลูกแมวน้อย มันไม่ได้ทำให้เขาดูน่ารักกว่าเดิมหรืออย่างไร?
คนซ่อนรอยยิ้มของตนเอง ไม่แสดงออกให้ชิงหมินรู้สึกขายหน้า
“กว่าจะถึงวันที่เจ้าวางยาข้าได้ ตอนนั้นสงครามคงจะจบลงแล้วกระมัง” ซีเฉิงหยอกเย้า
“หึ เจ้าก็ดูถูกความสามารถของข้าเกินไป ครั้งก่อนเจ้าบอกว่าเห็นความสามารถของข้าแล้ว เรื่องทำน้ำยาพ่นให้แสบๆคันๆนั้นเป็นแค่เรื่องง่ายๆ ถ้าข้าใช้สมุนไพรแทนหญ้าพวกนั้น...ข้าอาจจะไม่ต้องให้พวกเจ้าออกมาช่วยก็ได้” ชิงหมินเชิดหน้าเล็กๆของตนเองขึ้น
แต่เมื่อเขาคิดได้ว่าสมุนไพรที่จะใช้แทนหญ้าเหล่านั้นยังคงเป็นสมุนไพรที่ซีเฉิงสรรหามาให้ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเพราะความอับอายทันที
“เอาเถอะ คำแนะนำของเจ้าไม่ได้แย่เกินไป อย่างไรข้าก็มีเวลาว่างอยู่แล้ว วันพรุ่งนี้ก็ให้คนส่งสมุนไพรไปที่บ้านของข้าก็แล้วกัน ส่วนเรื่องเพาะปลูกสมุนไพรพิษเพิ่มเติมนั้น...เจ้าต้องย้ำเตือนให้คนของเจ้าเว้นระยะห่างกับดอกไม้ของข้า แล้วก็ล้อมรั้วเอาไว้อย่าให้เกิดอันตรายง่ายๆด้วยเล่า”
“ได้ เข้าใจแล้ว”
“อืม เช่นนั้นข้าจะกลับไปก่อน อีกสามวัน...” ชิงหมินลังเลเล็กน้อย
“รู้แล้ว อีกสามวันข้าจะนำสมุนไพรระดับ 10 ไปให้เจ้าที่บ้าน เตรียมชงชาดีๆให้ข้าด้วยเล่า”
“โอ้ แน่นอน” ชิงหมินกระตือรือร้นแล้วจากไป บทสนทนาที่ราบรื่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการพูดคุยของคู่รัก
ถึงชิงหมินจะไม่คิดเช่นนั้น แต่ซีเฉิงก็คิดเช่นนั้นไปแล้ว นี่คงเป็นเพราะปกติเขาไม่พูดจาอ่อนโยนกับคนอื่น เป็นเรื่องพิเศษสำหรับชิงหมินเพียงผู้เดียวเท่านั้น...
หลังจากที่คนตัวเล็กกลับไปถึงบ้านของเขาแล้ว ซีเฉิงก็ส่งสัญญาณให้วิญญาณร้ายระดับสูงปรากฏตัว ใน 3 วันนี้...พวกเขามีงานใหญ่ที่ต้องลงมืออีกแล้ว
“นายท่าน....”
“ตามหาอสูรวิญญาณธาตุน้ำระดับ 9 ข้าต้องการเจอตัวมันภายในสองวัน” ซีเฉิงโบกมือหนึ่งครั้ง วิญญาณระดับสูงก็หายไปทันที
……………………………………………………