หลังจากที่นางไม่ได้ถูกเรียกตัวให้เข้าเฝ้าอีก หว่านซีก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหน นางจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคัดลอกพระสูตรและปักผ้าเช็ดหน้า
หว่านซีรู้อยู่ในใจว่าแม้รูปร่างหน้าตาของนางจะสะดุดตา แต่เพราะภูมิหลังทางครอบครัวที่ไม่สูงศักดิ์ของนางทำให้นางอาจต้องออกจากวังไปในที่สุด
ในบรรดาหญิงงามที่ได้รับเลือก คนที่โดดเด่นที่สุดคือสตรีที่มาจากสกุลกัวเอ๋อร์เจี่ยซึ่งได้รับการกำหนดสถานะหญิงงามให้แล้ว หว่านซีจำได้ว่าชาติก่อน คุณหนูกัวเอ๋อร์เจียผู้นี้ได้รับตำแหน่งสนมเพียงไม่นานหลังจากที่ได้คัดเลือกเข้ามาแล้วและนางก็เป็ที่สนใจของสนมชายาในตำหนักในเป็อันมากเช่นกัน
และเพราะมีแสงสว่างเจิดจ้าของคุณหนูกัวเอ๋อร์เจียสาดทับอยู่ดังนั้นไม่ว่าจะเป็หว่านซีหรือหญิงงามคนอื่นๆ ก็ย่อมหม่นหมองไปโดยปริยาย
วันนี้หว่านซีคงนั่งริมหน้าต่างพลางปักผ้าเช็ดหน้าอยู่ลำพัง แต่เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงโกลาหลดังมาจากข้างนอกก่อนที่จะได้เห็นคุณหนูสั่วชั่วหลัวถูกสาวใช้หลายคนช่วยกันประคองเข้ามาด้วยสภาพไม่เรียบร้อย
"เกิดอะไรขึ้น" เห็นท่าทางหมดสภาพของคุณหนูสั่วชั่วหลัวแล้ว แม้ว่านางจะยินดี แต่ก็อดประหลาดใจไม่ได้ หากจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น ก็ควรจะเกิดขึ้นนานแล้ว ไม่ใช่ในเวลาที่การคัดเลือกดำเนินมาจนถึง่สุดท้ายเช่นนี้แต่เมื่อมาเกิดเื่ขึ้นยามนี้ก็ชวนให้สงสัยยิ่งนัก
สาวใช้คนหนึ่งรีบโค้งคำนับเพื่อตอบคำถามนาง "คุณหนูสั่วชั่วหลัวบังเอิญลื่นล้มขณะอยู่ในอุทยานหลวงเ้าค่ะ”
หว่านซีชำเลืองมองใบหน้าซีดเซียวของคุณหนูสั่วชั่วหลัวแล้วจึงพยักหน้า ขณะกำลังคิดจะออกไปข้างนอก นางเห็นหมัวมัวผู้ดูแลประจำตำหนักฉู่ซิวเดินเข้ามาพอดีคุณหนูสั่วชั่วหลัวซึ่งกำลังสะอึกสะอื้นเห็นผู้เข้ามาใหม่ก็เอ่ยวาจาทั้งน้ำตาทันควัน “หมัวมัวเ้าคะ รีบให้คนมาดูอาการาเ็ของข้าเถอะเ้าค่ะ สามารถรักษาให้หายได้โดยเร็วหรือไม่เ้าคะ”
เห็นได้ชัดว่าคุณหนูสั่วชั่วหลัวรู้อยู่ในใจว่าถ้าอาการาเ็ของนางย่ำแย่นางก็จะถูกขับออกจากวังอย่างแน่นอน
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกเ้าค่ะคุณหนูท่านหมอกำลังมาแล้วเ้าค่ะ” หมัวมัวผู้ดูแลพูดอย่างใจเย็นหลังจากถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ผู้ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในวังจนกลายเป็หมัวมัวผู้ดูแลได้มีใครไม่ใช่คนฉลาดบ้าง การทะเลาะวิวาทระหว่างหญิงงามเป็เื่ที่เกิดขึ้นเป็ธรรมดาการถูกไล่ออกด้วยเื่เพียงเล็กน้อยก็อาจจะถือเป็ความโชคดี สำหรับคนที่ทั้งเย่อหยิ่งและหยาบคายอย่างคุณหนูสั่วชั่วหลัวตราบใดที่นายเหนือหัวของพวกนางไม่พูด พวกนางก็ล้วนไม่ให้ความสนใจแต่เมื่อพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นกับสตรีนางนี้ให้ดี นี่ไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดา แต่อาจเป็เพราะว่าเ้านายบางคนไม่้าให้นางได้อยู่ต่อ
แม้ว่าความสัมพันธ์ในวังจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพียงไร ก็ไม่น่ามีผู้ใดที่ยอมทุ่มเทแผ้วถางหนทางให้กับหญิงงามตัวเล็กๆคนหนึ่ง
ใบหน้าของคุณหนูสั่วชั่วหลัวเต็มไปด้วยความร้อนรนดวงตากวาดไปที่หว่านซีซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล นาง้าจับผิดแต่กลับไม่สามารถเห็นข้อผิดพลาดใดๆจากอีกฝ่ายได้
ในที่สุดหมอหญิงก็มาถึง หมัวมัวผู้ดูแลขอให้นางตรวจวินิจฉัยและรักษาทันที แม้ว่าหมอหญิงจะยังเยาว์ ทว่าฝีมือดีมากอย่างไรก็ตามเมื่อวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้ว อาการาเ็ของคุณหนูสั่วชั่วหลัวนั้นอาจจะต้องใช้เวลานานในการรักษา
“เ้าหมายความว่าอาการาเ็นี้จะไม่หายในระยะเวลาอันสั้น?” หมัวมัวผู้ดูแลยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อความรอบคอบ
“เรียนหมัวมัว อาการาเ็ของคุณหนูผู้นี้ค่อนข้างรุนแรง ว่ากันว่าาเ็ที่เส้นเอ็นและกระดูกจำเป็ต้องใช้เวลาพักฟื้นถึงร้อยวัน ข้าเกรงว่านางจะลุกจากเตียงไม่ได้เป็เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือน” หมอหญิงตระหนักดีถึงสถานการณ์ที่ซับซ้อนของเหล่าหญิงงามแต่นั่นไม่ใช่เื่ที่นางจะสามารถแทรกแซงได้นางจึงได้แต่เอ่ยความจริงออกไปอย่างไม่ปิดบัง
หมัวมัวผู้ดูแลได้ยินดังนั้นก็มองไปที่คุณหนูสั่วชั่วหลัว ก่อนพูดโดยปราศจากอารมณ์ใดๆ ในน้ำเสียงของนาง "คุณหนูได้ยินแล้ว และการคัดเลือกครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึงในไม่ช้า อาการาเ็ของคุณหนูก็อาจจะไม่ดีขึ้นในระยะเวลาอันสั้นดังนั้นบ่าวจึงได้แต่ต้องไปรายงานให้กุ้ยเฟยเป็ผู้ตัดสินแล้วเ้าค่ะ”
ยามนี้ถงกุ้ยเฟยเป็ผู้ถือตราหงส์ นางและและพระสนมทั้งสี่ร่วมกันปกครองวังหลัง แต่ละคนจะมีหน้าที่ต่างกันไป และในเื่ของหญิงงามย่อมต้องให้ถงกุ้ยเฟยเป็ผู้ตัดสินใจ
คำพูดเหล่านี้เหมือนคำพิพากษาให้ปะาชีวิตคุณหนูสั่วชั่วหลัวอย่างไม่ต้องสงสัยยามนี้นางเกิดหวาดกลัวขึ้นมาอย่างแท้จริงจนไม่ใส่ใจการจับผิดใดๆ อีก นางคว้าแขนของของหมัวมัวผู้ดูแลพลางคร่ำครวญ น้ำตาไหลพราก แลดูน่าสงสารยิ่งนัก "หมัวมัว! เ้า...ไม่ ท่านต้องช่วยข้า ข้าจะออกจากวังไม่ได้ ออกไปไม่ได้จริงๆ!!"
หมัวมัวผู้รับผิดชอบก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกันการคัดเลือกครั้งสุดท้ายมีองค์ฮ่องเต้เข้าร่วมตัดสินด้วย แล้วพวกนางที่เป็เพียงสาวใช้ต่ำต้อยในวังนี้จะเล่นตุกติกกับเื่นี้ได้อย่างไรกัน "คุณหนู เื่นี้ขึ้นอยู่กับว่าถงกุ้ยเฟยจะทรงตัดสินอย่างไรแล้วล่ะเ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นแล้ว ใบหน้าซีดเผือดของคุณหนูสั่วชั่วหลัวก็ซีดลงไปอีกแต่ก็คล้ายมีประกายแห่งความหวังก็ผุดขึ้นในใจของนางด้วย "ใช่ ใช่ ข้าจะไปขอร้องถงกุ้ยเฟย ตราบใดที่นางยินดีช่วยข้า ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยอย่างแน่นอน”
หมัวมัวผู้ดูแลยังคงรักษาท่าทีเรียบเฉยเอาไว้ ทว่าในดวงตากลับแฝงประกายแห่งความดูถูกเหยียดหยามคุณหนูสั่วชั่วหลัวคิดว่าตนเป็ใครกัน คิดว่านางไปขอร้องวิงวอนถงกุ้ยเฟยแล้วถงกุ้ยเฟยจะต้องช่วยเหลือนางและเสี่ยงต่อการล่วงเกินฝ่าาเพราะเห็นแก่นางอย่างนั้นน่ะหรือ
“คุณหนูโปรดพักผ่อนเสียก่อนเถอะเ้าค่ะ ข้าจะรายงานเื่นี้แก่ถงกุ้ยเฟยเอง”
คุณหนูสั่วชั่วหลัวมองไปยังหมัวมัวผู้ดูแลก่อนถอดกำไลหยกเนื้อดีที่จากข้อมือส่งให้กับอีกฝ่ายพลางเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงแ่เบา "ได้โปรดช่วยข้าด้วยข้าขอร้องท่าน ช่วยเอ่ยคำพูดดีๆ แทนข้าต่อพระสนมด้วย"
หมัวมัวผู้ดูแลพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และชำเลืองมองคนอื่นๆ ที่อยู่รอบด้าน เมื่อเห็นว่าพวกนางทั้งหมดก้มหัวลง จึงพูดต่อ "คุณหนูไม่ต้องกังวล บ่าวคนนี้จะทำให้ดีที่สุด”
หว่านซียืนอยู่ข้างประตู มองดูอยู่ไกลๆ แต่ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดออกไปนางรู้อยู่เต็มอกว่าสถานการณ์ของคุณหนูสั่วชั่วหลัวอย่างไรเสียก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
แม้ว่าในชีวิตที่แล้วนางจะถูกให้ออกจากวังเร็วกว่าคุณหนูสั่วชั่วหลัวแต่นางก็ยังคงจำได้ว่าสุดท้ายอีกฝ่ายก็ไม่ได้อยู่ในวังหลวงและไม่ได้ถูกมอบให้กับองค์ชายคนไหนด้วยนางก็เป็เพียงเบี้ยหมากที่ถูกสละไปแล้วั้แ่แรก ด้วยนิสัยเช่นนั้นของนางใช่ว่าจะมีแต่คนที่ยินยอมพร้อมใจสยบต่อนางไปได้ตลอด
เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายเหล่านี้ หว่านซีจึงไม่ได้อยู่ในห้อง แต่ไปพูดคุยกับฮุ่ยฟางแทน นางไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ของคุณหนูสั่วชั่วหลัวจะกลายเป็ที่โจษจันแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้บางทีอาจเป็เพราะนางทำให้ผู้คนขุ่นเคืองมากเกินไป สตรีคนอื่นๆส่วนใหญ่แล้วจึงหวังให้นางถูกขับออกจากวังหลวงเพื่อระบายความโกรธแค้นของตน
“หว่านซี ข้าได้ยินมาว่าอาการาเ็ของคุณหนูสั่วชั่วหลัวค่อนข้างสาหัส เป็ความจริงหรือไม่” ฮุ่ยฟางรีบถามหลังจากดึงหว่านซีให้นั่งลง
"ค่อนข้างหนัก ตามคำบอกของท่านหมอ ข้าเกรงว่าจะต้องพักฟื้นนาน" หว่านซีพูดทุกอย่างตามจริงโดยไม่ปรุงแต่ง
หว่านซีิ่แคลนการใช้วาจาวกวนซ่อนความนัย ก่อนหน้านี้นางแค่ไม่อยากสร้างปัญหา ตอนนี้นางยิ่งรังเกียจ ทะเลาะเบาะแว้งมีแต่จะเสียงดังวุ่นวาย ไม่สู้ลงไม้ลงมือเสียให้จบเื่กันไป
ความคิดเช่นนี้อาจดูหยาบกระด้าง แต่มันคือสิ่งที่นางเรียนรู้มาจากชีวิตของตนเองเช่นกัน
แทนที่จะสาดวาจาใส่กันแล้วเก็บมาเจ็บใจตัวเอง ก็ควรจะตอบโต้อย่างตรงไปตรงมาเลยดีกว่า ตราบใดที่สถานะของคู่ต่อสู้เท่ากันจะมามัวทำร้ายตนเองด้วยเหตุใด รักษาสิ่งที่เรียกว่าชื่อเสียงไปไย
ชื่อเสียงควรเป็สิ่งที่สร้างขึ้นเอง ไม่ใช่รับมอบจากผู้อื่น
“สมน้ำหน้านัก คนที่วันๆ เอาแต่ชูคอหยิ่งยโสนั่น" คุณหนูซูซูเจวี๋ยอยู่ข้างๆ ฮุ่ยฟางเอ่ยพลางกำหมัดแน่น
“ใช่ สมควรแล้ว” ฮุ่ยฟางเห็นด้วย
เมื่อเห็นคนทั้งสองหัวเราะอย่างมีความสุข หว่านซีก็ไม่ขัด เพียงเอ่ยต่อว่า “ข้าอยากรู้ว่ากุ้ยเฟยจะจัดการเื่นี้อย่างไร”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฮุ่ยฟางก็จับมือหว่านซีและพูดว่า "ยังจะทำอะไรได้อีกเล่าก็ต้องขับนางออกไปเท่านั้นเอง คุณหนูสั่วชั่วหลัวก็หาใช้หญิงงามโดดเด่น มีนางหรือไม่มีนางก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอันใดขึ้นมาเลย”
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น หว่านซีซึ่งกำลังจะกลับไปที่ตำหนักก็ได้ยินเสียงดังลอดออกมาถึงด้านนอก นั่นคือเสียงในยามที่คุณหนูสั่วชั่วหลัวถูกขับออกจากวังนั่นเอง
ความจริงที่ว่า คุณหนูสั่วชั่วหลัวถูกถอดชื่อออกจากการคัดเลือกนั้นไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ ในตำหนักฉู่ซิว ตรงกันข้าม มันทำให้นางกำนัลที่ถูกคุณหนูสั่วชั่วหลัวข่มเหงรักแกมีความสุขมากขึ้น
หว่านซีมีเพียงความคิดเดียวเกี่ยวกับชะตากรรมของคุณหนูสั่วชั่วหลัว นั่นคือวัฏจักรแห่งกรรมย้อนกลับมาเล่นงานนางเอง