"ท่าน"
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของบุรุษที่นางเฝ้าคิดถึงอยู่หลายวันตอนนี้มาปรากฏอยู่ตรงหน้า อีกทั้งยังอยู่ใกล้เสียจนได้กลิ่นกายหอมสะอาดชวนให้ลุ่มหลงของอีกฝ่าย
"นายท่าน ท่านเข้ามาได้อย่างไรเ้าคะ"
อิงอิงเอ่ยถามออกมาอย่างโง่งม ไร้ซึ่งความหวาดกลัวที่มีบุรุษบุกรุกเข้ามาถึงห้องนอน อีกทั้งยังใกล้ชิดกันถึงเพียงนี้ ไม่อยากจะโทษว่าตัวเองใจง่าย หากจะโทษก็โทษที่บุรุษผู้นี้หล่อเหลาเกินไปและตรงใจนาง
"เ้ายังมิได้ตอบคำถามข้า ว่าอย่างไร กำลังคิดจะทำสิ่งใดอยู่"
เสียงทุ้มแหบเอ่ยขึ้นเนิบนาบ ไม่พูดเปล่าใบหน้าหล่อเหลาที่ชวนให้ใจวาบหวิวยังโน้มเข้ามาใกล้จนััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนลำแขนแข็งแรงเอื้อมมายันโต๊ะด้านหลังของนางเอาไว้ ท่วงท่าคล้ายดังพยัคฆ์ร้ายไล่ต้อนเหยื่อตัวน้อย จงใจกักนางเอาไว้ในอ้อมแขนจนหัวใจดวงน้อยๆ ตุ้มๆ ต่อมๆ
อร้าย...หยุดนะ หากยังยั่วยวนกันอยู่เช่นนี้ นางจะไม่ขอทน
อิงอิงมองสบตาคมลุ่มลึกมองไม่เห็นก้นบึ้ง ยิ่งมองนางยิ่งรู้สึกหลงใหลคลั่งไคล้ อยากลองััร่างกายที่มีอายความร้อนกระจายออกมาจนนางรู้สึกได้ อยากลองััริมฝีปากได้รูปสีเรื่อดูสักครั้ง
บ้าไปแล้ว นางอยากได้บุรุษผู้นี้ขนาดนี้เชียวหรือ เอ๊ะ หรือนางจะโดนของ แต่ถ้าหากว่าโดนของจริงๆ คงจะจุกไม่น้อย มองด้วยตาก็รู้ได้ว่าของใหญ่อย่างแน่นอน
แต่ไหนๆ บุรุษผู้นี้คงจะมองว่านางเป็สตรีไร้ยางอายไปแล้ว การกระทำในวันนั้นและคำพูดที่นางเสนอตัวให้อีกฝ่ายยังคงดังตอกย้ำอยู่ในหัว ไม่สู้นางทำตามความ้าของตัวเอง เดินหน้ายั่วยวนบุรุษผู้นี้ให้ตกเป็ของนาง นางมองไม่ผิดแน่ว่าเขาจะต้องปกป้องคุ้มครองนางได้ ไม่ว่าจะจากพระเอกของเื่ หรือจากใครก็ตาม เขาคือขาทองคำที่นางต้องเกาะเอาไว้ให้มั่น เผลอๆ จะเป็ขาทองคำฝังเพชรเสียด้วย
"สตรีตัวเล็กๆ เช่นข้าจะทำสิ่งใดได้กันเ้าคะ"
เซี่ยเยี่ยนเฉินหรี่ตามองเ้าของใบหน้างดงามเย้ายวนที่ยังคงเฉไฉไม่ตอบคำถาม อีกทั้งนางยังยกแขนเรียวเล็กข้างหนึ่งขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาอย่างใจกล้า ทั้งที่ตอนนี้หัวใจของนางเต้นแรงแทบจะทะลุออกมานอกอกจนเขาััได้ และนางยังหาญกล้าใช้ปลายนิ้วชี้อีกข้างที่สั่นน้อยๆ ลากไล้ไปตามกรอบหน้าจากปลายคิ้วจรดปลายคาง กรีดไปตามลำคอและลูกกระเดือก ััจากปลายนิ้วนุ่มนั้นทำให้เขาร้อนรุ่มไปหมดจนต้องขบกรามแน่นข่มกลั้นอารมณ์ดำมืดที่นางจงใจที่จะปลุกมันขึ้นมา แต่นางกลับไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ปลายนิ้วซุกซนยังคงลากมาตามรอยแยกของสาบเสื้อััแผงอกที่แข็งแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้านวลขึ้นสีแดงก่ำ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแม้แต่น้อย มันช่างขัดกับท่าทางและการกระทำของนางยิ่งนัก
ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มร้ายกาจ มองดูนางจิ้งจอกแรกคลอดตัวน้อยว่าจะทำเช่นไรต่อไป เขารู้ว่ากำลังถูกดรุณีน้อยผู้นี้ล่อลวง เพื่อใช้เขาเป็เกราะป้องกันภัย นึกถึงสาเหตุที่ทำให้เขารู้ว่านางนั้น้าอะไรจากเขา ดวงตาคมจึงเกิดประกายวาววับขึ้น
"ท่านให้ข้าอยู่ข้างกายท่านไม่ได้หรือเ้าคะ"
น้ำเสียงออดอ้อนปนสะอื้นของร่างเล็กที่เมามายจนไร้สติเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาตัดสินใจพานางกลับมาส่งถึงเรือน ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเลือกที่จะปล่อยนางทิ้งไว้ก็ได้
เซี่ยเยี่ยนเฉินมองใบหน้างามที่บัดนี้แดงก่ำบรรจงวางร่างบอบบางลงบนตั่งเตียงในเรือนที่คาดว่าคงจะเป็เรือนของนาง แต่เมื่อเขากำลังจะผละออกลำแขนเสลากลับยกขึ้นกอดลำคอของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ซุกใบหน้าเล็กที่บัดนี้เปรอะเปื้อนน้ำตาลงบนบ่าแกร่งจนมันเปียกชุ่มไปหมด เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นคล้ายดังเด็กน้อยกำลังหลงทางทำให้บุรุษเช่นเขาใจอ่อนยวบ ปล่อยให้นางใช้อาภรณ์ของเขาเป็ที่ซับน้ำตา
"อึก ข้าไม่มีใครเลย ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ มันบ้ามากๆ เลย"
เสียงอู้อี้กล่าวขึ้นชิดบ่าแกร่งจนฟังแทบไม่รู้เื่ จนเขาต้องดันไหล่เล็กที่สั่นเทาออกมาเล็กน้อยเพราะกลัวว่านางจะหายใจไม่ออก นางสูดน้ำมูกแรงๆ ทีหนึ่ง จ้องมองเขาตาปรอย
"ข้ายังไม่อยากตาย เ้าบ้านั่นจะฆ่าข้า จะวางยาข้าให้ตายอย่างทรมาน"
คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากันแน่น รู้สึกไม่พอใจ เ้าบ้า ที่นางกล่าวถึง ใครกันช่างอำมหิตนัก คิดวางยาสตรีตัวเล็กๆ ได้ลงคอ จนเผลอเอ่ยถามเสียงแข็ง
"ใคร"
เขาจะลากคอมันผู้นั้นมาให้สตรีนางนี้สับเป็หมื่นๆ ชิ้น
"เซี่ยชิงเทียน คนผู้นั้นจะฆ่าข้า เขาจะฆ่าข้า อึก ท่านช่วยข้าด้วย ได้โปรดช่วยข้าด้วยนะเ้าคะ"
ชื่อของคนผู้นั้นที่ได้ยินทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก มันคงมีเื่เข้าใจผิดกันเป็แน่ บุตรชายของเขาไม่ใช่คนใจคอโเี้ถึงขนาดที่จะฆ่าแกงสตรีได้ลงคอ แต่ก็ไม่รู้ว่าบุตรชายทำสิ่งใดกับนางถึงทำให้นางคิดเช่นนี้ อยากจะถามนางให้รู้เื่แต่เ้าตัวก็ชิงหลับไปเสียแล้ว
เซี่ยเยี่ยนเฉินพิศมองใบหน้าเล็กตรงหน้าที่หลับตาพริ้ม คราบน้ำตายังคงเปรอะเปื้อนใบหน้า นางช่างดูอ่อนแอและดูเปราะบางจนใจแกร่งสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน แต่มันกลับรู้สึกกับดรุณีน้อยที่พึ่งพานพบ
เห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป สตรีที่กำลังงัดมารยาพันเล่มเกวียนออกมาใช้ เพื่อมัดใจบุรุษเริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย แอบลอบมองเ้าของใบหน้าคร้ามคมที่เห็นเพียงปลายคางแกร่งจนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แม้นางจะชอบที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับบุรุษที่ชื่นชอบ แต่ให้ตายเถอะมันช่างน่าอึดอัดชะมัด
อิงอิงกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่งพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกกำลังใจที่เริ่มจะถดถอยเอ่ยขึ้นอย่างน่าสงสาร
"ข้าเป็เพียงคุณหนูแสนบอบบางผู้หนึ่ง อีกทั้งยังตัวคนเดียว มีบิดาหรือก็ไม่อยู่จวน ไม่มีใครคอยปกป้องดูแล เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยก็ต้องดิ้นรนหาทางรอดให้แก่ตัวเองสิเ้าคะ"
เซี่ยเยี่ยนเฉินก้มลงมองใบหน้างามของสตรีที่สูงแค่อก เอ่ยออกมาเสียงเรียบ
"มิใช่ว่าคนผู้นั้นไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับเ้าแล้วหรอกหรือ หรือว่ายังมีผู้อื่นอีกที่รังแกเ้า"
อิงอิงจ้องมองอีกฝ่ายตาโต
"เป็ท่านจริงๆ ด้วย"
นางคิดเอาไว้อยู่แล้วเชียวว่าที่ฝ่ายนั้นไม่มาวุ่นวายกับนางจะต้องเกี่ยวข้องกับบุรุษผู้นี้ และนางก็คิดไม่ผิดจริงๆ เขาช่วยเหลือนางเช่นนี้ คงมิใช่ว่า
"หากเป็เช่นนั้น ท่านก็ยอมรับข้อเสนอของข้าแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ"
อิงอิงเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง รอคำยืนยันจากอีกฝ่ายด้วยความหวัง
เซี่ยเยี่ยนเฉินมองสบดวงตาคู่งามที่แปร่งประกายระยิบระยับ ไม่รู้ว่าคำพูดของนางในวันนั้นที่ติดค้างอยู่ในใจของเขาหรือเพราะดวงตาคู่นี้กันแน่ที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนี้
"เ้าแน่ใจแล้วหรือว่าอยากจะปรนนิบัติข้าจริงๆ คนที่จะมาเป็คนของข้า ไม่ใช่ว่าจะเป็ใครก็ได้หรอกนะ และข้าเป็คนช่างเลือกเสียด้วยสิ แต่ถ้าหากทำให้ข้าพอใจ สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือจะไม่มีใครมาแตะต้องคนของข้าได้"
"แน่ใจสิเ้าคะ ข้าไม่เคยมั่นใจอะไรเท่าครั้งนี้มาก่อนและข้าก็มั่นใจว่าข้ามีดีพอ"
เขามองเ้าของคำพูดที่พยักหน้าหงึกๆ ประกอบคำยืนยันอย่างดูแคลน
"หึ มิใช่ว่าพอรู้ว่าข้าเป็ใคร ก็วิ่งหนีหางจุกตูดหรอกนะ"
คำพูดและสีหน้าของอีกฝ่ายทำให้คนฟังถึงกับเืขึ้นหน้า เชิดใบหน้างามขึ้นอย่างถือดี
"เช่นนั้นท่านก็บอกข้ามาสิเ้าคะว่าท่านเป็ใคร มีนามว่าอะไร คนอย่างข้าชอบก็บอกว่าชอบ หากอยากได้ก็จะพยายามจนกว่าจะได้มา ในเมื่อข้าชอบท่านข้าก็พร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าข้าคู่ควร"
เซี่ยเยี่ยนเฉินยกยิ้มขึ้นมองสบดวงตาคู่งามที่จ้องมองเขาอย่างอวดดี นิ้วเรียวสวยแต่ทว่าแข็งแกร่งยกขึ้นจับกระชับปลายคางมน น้ำเสียงแหบพร่ามีเสน่ห์ดังลอดออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูป
"ข้า เซี่ยเยี่ยนเฉิน แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น คุณหนูว่านเย่วอิงยังยืนยันที่จะปรนนิบัติข้าอยู่หรือไม่"