จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 42 รังอสูร

    ตอนที่ 42 รังอสูรเนี่ยฟงจ้องมองด้วยอาการตกตะลึง ชายหนุ่มผู้โชคร้ายไม่ว่ามองส่วนใดบนเรือนร่าง ก็ไม่ต่างจากไอ้เด่นเพื่อนยาก ทำให้เนี่ยฟงเผลอตัวจะทะยานออกไปช่วยเหลือทันที “หมับ!!” ซุนลี่คว้าจับไหล่เนี่ยฟงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยออกมา “เจ้าประมาทไปแล้ว! เจ้าคิดว่าพวกมันมีอยู่แค่ไหนหรือไงกัน แทนจะเข้าไปช่วยจะกลับเป็นว่าเข้าไปตายเสียมากกว่า ดูลาดเลาไปก่อน” เนี่ยฟงสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว เพราะความเป็นห่วงเพื่อนจึงทำให้เนี่ยฟงไม่ทันได้ยั้งคิด เมื่อซุนลี่เห็นเนี่ยฟงสงบสติอารมณ์ได้ ก็เอ่ยออกมาทันที “หากข้าคาดเดาไม่ผิด ที่นี่คงเป็นรังงูของสมาคมมืด พวกมันฝึกวิชาโดยการหลอมรวมร่างของตนกับปีศาจงูนานาชนิด เพื่อหาเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด จนชาวบ้านต่างเรียกพวกมันว่าอสูรงู และข้าก็เคยได้ยินมาว่าพิษของหัวหน้ามันนั้น เพียงแค่หนึ่งหยดก็สามารถฆ่าคนได้ถึงสิบคน อีกทั้งประสาทการรับรู้ของพวกมันยังว่องไวเป็นอย่างมาก เจ้าจะวู่วามไม่ได้เด็ดขาด” ซุนลี่กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า เพราะนางรู้ถึงความร้ายกาจของพวกอสูรงูเป็นอย่างดีในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงก็เอ่ยถามขึ้นมา “รังงู? อย่าบอกนะว่ายังมีรังอื่นๆ ที่พวกสมาคมมืดรวมตัวกันอีก เช่นนั้นหากมันหลอมรวมกับปีศาจหมู ปีศาจหมา ก็เป็นรังหมู รังหมาซินะ” เนี่ยฟง กล่าวออกมาราวกับว่าเป็นเรื่องตลก แต่ซุนลี่กลับพยักหน้ารับแล้วตอบกลับทันที “ไม่ผิด! สมาคมมืดต่างแฝงตัวไปยังทุกที ทุกเมือง และทุกจักรวรรดิ ผู้คนจะเรียกมันขึ้นต้นด้วยอสูรแล้วตามด้วยสัตว์ปีศาจที่มันหลอมรวม หากเป็นพวกหัวหน้าของพวกมันก็จะนำหน้าด้วยคำว่า จ้าว” เนี่ยฟงตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ตนพูดออกมานั้นจะเป็นเรื่องจริง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง “แล้วที่นี่มีรังของพวกสมาคมมืดตนอื่นอีกหรือไม่?” ซุนลี่ส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป “ไม่! หากที่นี่เป็นรังงู ก็ย่อมไม่มีรังอสูรตนใดอีก พวกมันจะแยกย้ายกันอยู่เป็นฝูงใครฝูงมัน เฉกเช่นพวกปีศาจงูที่ชอบอยู่ในสภาพอากาศที่อับชื้น แต่ถ้าหากเป็นพวกอสูรตะขาบ พวกมันก็จะชอบขุดโพรงอาศัยอยู่ใต้ดิน หรือแม้แต่อสูรวิหคก็จะอาศัยอยู่บนยอดเขา อุ๊บ!!!” ในขณะที่ซุนลี่กำลังอธิบายถึงอสูรของสมาคมมืด ทันใดนั้น! เนี่ยฟงก็ใช้ฝ่ามือปิดปากของนางทันที เมื่อเห็นอสูรงูตนหนึ่งสาดส่องสายตาไปทั่วบริเวณ เหมือนกับว่าจับสัมผัสได้บางอย่าง ทำให้เนี่ยฟงเข้าใจว่ามันมีประสาทสัมผัสที่ว่องไวดุจดั่งงูจริงๆ โชคดีที่พวกเนี่ยฟงอยู่ใต้ลม พวกมันจึงไม่ได้กลิ่นของพวกเขา เมื่อผ่านไปสามลมหายใจ อสูรงูตนนั้นก็เลิกสาดส่องสายตา พร้อมกับจ้องมองไปยังร่างของชายหนุ่มที่ถูกจับห้อยหัวทันที“ฟ่อ~!! ข้าจะถามเจ้าครั้งสุดท้าย จงบอกสูตรปรุงยาออกมาเดี๋ยวนี้!! หรือว่าเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่จนแกตาย ฟ่อ~!!” อสูรงูเอ่ยถามออกมา ด้วยร่างของที่ใหญ่โตพร้อมกับเกล็ดที่ดำทมิฬของมัน จึงดูคล้ายกับว่าเป็นผู้นำฝูง เมื่อเนี่ยฟงลอบตรวจดูพลังลมปราณของมัน พบว่าสูงถึงลมปราณพิภพขั้นต้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังต่ำกว่าเนี่ยฟงถึงหนึ่งขั้น ส่วนพวกที่เหลือก็อยู่แค่ขั้นก่อกำเนิดขั้นกลางถึงขั้นปลายเท่านั้น ซึ่งไม่เหลือบ่ากว่าแรงสักเท่าไร จะเป็นห่วงอย่างเดียวก็คือซุนลี่ ที่นางมีพลังลมปราณเพียงแค่ก่อกำเนิดขั้นต้นเท่านั้น เมื่อจ้องมองไปยังใบหน้าของนาง ภายในแววตาคู่งามคู่นั้นบ่งบอกถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน ในขณะนั้นเองที่ชายหนุ่มผู้โชคร้ายตะโกนออกมา“บอกก็ตาย! ไม่บอกก็ตาย!! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของพวกเจ้า!! หากข้าต้องตาย ข้าขอตายไปพร้อมกับสูตรยา ข้าจะไม่มีวันบอกพวกเจ้าเด็ดขาด!! เอาซิ!! ฆ่าข้าเลย” ชายหนุ่มตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น ด้วยสีหน้าของคนที่ไม่เกรงกลัวต่อความตาย แต่ภายในใจของมันนั้น กลับหวาดกลัวแทบฉี่จะราด แต่แสร้งทำเป็นไม่หวาดกลัวออกไป เพื่อเป็นการซื้อเวลาให้กับตนเอง แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อสูรงูตนหนึ่งเริ่มอดกลั้นต่อไปไม่ไหว พุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มพร้อมกับแยกเขี้ยวที่แหลมคม ทำให้หัวใจของชายหนุ่มร่วงหล่นไปถึงตาตุ่มเท้า ในจังหวะนั้นเองที่อสูรงูตัวใหญ่ขู่คำรามออกมาเสียงดังสนั่น ทำให้อสูรงูตนนั้นต้องหยุดชะงักทันที พร้อมกับเนี่ยฟงที่หยุดชะงักขณะที่จะพุ่งทะยานออกไป “ฟ่อ~!! เจ้าหนุ่มพวกเรามาตกลงกัน เจ้าอยากได้อะไรเพื่อแลกกับสูตรยา พวกข้าจะไปนำมาให้เจ้าทันที เจ้าตกลงหรือไม่?” อสูรงูตัวใหญ่ยื่นข้อเสนอให้ ทำให้ชายหนุ่มลอบยิ้มออกมาทันที“ไอหยา!! เมื่อครู่ข้าตกใจเสียจนลืมสูตรยาไปหกถึงเจ็ดส่วน หากได้หญิงงามสักสิบคนมาช่วยปลอบประโลม คงจะช่วยให้ความจำของข้ากลับคืนมาได้บ้าง หรือหากมีเงินทองมากองอยู่ตรงหน้าสักหีบสองหีบ บางทีความจำของข้าอาจจะกลับมาทั้งหมด อ้อ!! ยามนี้ท้องไส้ข้ายังปั่นป่วนเพราะความหิว จนไม่มีแรงเขียนสูตรยา หากมีของกินอร่อยๆ ติดไม้ติดมือมาด้วย เรี่ยวแรงของข้าคงเพียงพอต่อการเขียน” “เจ้า!!!” อสูรงูตนหนึ่งสบถออกมาด้วยความโกรธเคือง ดวงตาของมันแดงก่ำอยากจะฉีกชายหนุ่มให้เป็นชิ้นๆ แต่กลับถูกอสูรงูตัวใหญ่ห้ามปรามไว้ พร้อมกับเอ่ยออกมาทันที“ย่อมได้! เงินน่ะข้ามีมากมายอยู่แล้ว เจ้าจะเอากี่หีบข้าก็ยกให้ได้ แต่ส่วนหญิงสาวและอาหารข้าจะให้ลูกสมุนของข้า ออกไปจัดเตรียมให้แก่เจ้าทันที แต่จงจำไว้ว่าเมื่อถึงเวลานั้น! เจ้าต้องเขียนสูตรยาให้แก่ข้าทันที มิเช่นนั้นจุดจบของเจ้า ย่อมไม่ต่างอะไรจากก้อนหินก้อนนี้” อสูรงูตัวใหญ่ฟาดหางของมันกระแทกกับก้อนหินก้อนใหญ่ เกิดเป็นเสียงดังสนั่น พร้อมกับก้อนหินที่แตกกระจายกลายเป็นผุยผง ก่อนจะสั่งให้อสูรงูตนอื่นๆ ออกไปจัดเตรียมของให้ทันที ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว พลางคิดในใจไหนๆ จะตกตายแล้ว ก็ขอให้สุขสบายสักครั้งในชีวิต ท่ามกลางการจ้องมองของเนี่ยฟง ที่ได้ยินคำขอของชายหนุ่ม ไม่เพียงแต่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันแล้ว ยังมีนิสัยโกหก ปลิ้นปร้อน กะล่อน และบ้าผู้หญิง เหมือนกันอีก ทำให้เนี่ยฟงปักใจเชื่อ ว่านั้นคือไอ้เด่นเพื่อนรักอย่างแน่นอน เนี่ยฟงจึงเริ่มวางแผนการช่วยเหลือเพื่อนทันที“นางมารน้อย! เจ้าเฝ้าคอยจับตาดูทางนี่ไว้ ส่วนข้าจะไปลอบสังหารพวกอสูรงูที่ออกไปเมื่อครู่ จำไว้! หากมีอันตรายให้รีบหนีเข้าหุบเขาหมอกทันที อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเด็ดขาด” เนี่ยฟงกล่าวออกมาพร้อมกับจ้องมองซุนลี่ ด้วยสีหน้าที่จริงจังไม่มีทีท่าหยอกเล่นเหมือนแต่ก่อน ทำให้ซุนลี่ค่อยๆ พยักหน้ารับทันที เมื่อยามที่เนี่ยฟงจะพุ่งทะยานออกไป ซุนลี่ก็เอ่ยกล่าวออกมา “ระวังตัวด้วย! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ข้าก็จะออกจากป่าไผ่เขียวพร้อมกับเจ้า” เนี่ยฟงยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ทำให้หัวใจของซุนลี่ต้องสั่นไหว ก่อนจะทะยานร่างออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในระหว่างทางนั้นเขาก็หยิบเหล็กในของปีศาจผึ้งออกมา แล้วเสียบเหล็กในทั้งสามลงไปในหมัดถักทันที ด้วยความรวดเร็วของเท้าวายุ ไม่กี่อึดใจเนี่ยฟงก็พบกับเป้าหมายของตน เป็นอสูรงูสองตนที่กำลังเดินบ่นพึมพำ เนี่ยฟงจึงแอบติดตามและแอบฟังสิ่งที่พวกมันคุยกันทันที“ฟ่อ~!! ข้าอยากจะสับมันให้แหลกละเอียดเป็นก้อนเนื้อจริงๆ ทำไมหัวหน้าไม่ค่อยๆ ทรมานมัน แล้วให้มอบสูตรยาออกมากัน เหตุใดต้องยื่นข้อเสนอให้มันเยี่ยงนี้ ดูซิพวกเราทั้งสองต้องออกไปตามล่าหาหญิงสาว ส่วนอสูรตนอื่นก็หาจับสัตว์ภายในป่าไผ่เขียว มาทำอาหารให้แก่มัน ข้าอยากจะฆ่ามันยิ่งนัก ฟ่อ~~~!!” “ฟ่อ~!! เจ้าอย่ารีบร้อนไปจะเสียการใหญ่ แววตาของมันไม่ได้เกรงกลัวความตายแม้แต่นิด หากพลาดพลั้งฆ่ามันตายไป พวกเราก็อดได้สูตรยาระดับสิบพอดี อีกอย่างหัวหน้าได้บอกกับข้าว่า เมื่อได้สูตรยาจะฆ่ามันทันที ส่วนหญิงสาวที่จับมา ฮี่ฮี่ฮี่!! ล้วนแต่เป็นของหวานของพวกเราในค่ำคืนนี้ ฟ่อ~!!! ฟ่อ~!!” “วูบ!!!!” “ของหวานของพวกเจ้า พอจะแบ่งปันให้ข้าได้หรือไม่?” เสียงของเนี่ยฟงดังขึ้น พร้อมกับสายลมที่รวดเร็ว ทำให้เนี่ยฟงมาปรากฏตัวที่ด้านหน้าของอสูรงูทั้งสองทันที ก่อนจะปล่อยหมัดข้างที่เสียบเหล็กในปีศาจผึ้ง เข้าที่ปลายคางของพวกมันทั้งสอง ทำให้อสูรงูทั้งสองลงไปนอนขดอยู่กับพื้นด้วยอาการสั่นเทา ด้วยพิษของปีศาจผึ้งถึงสามดอก จึงทำให้พิษของมันรุนแรงขึ้นถึงสามเท่า ไม่เพียงจะลุกขึ้นยืนไม่ไหว เนี่ยฟงยังเล็งที่ปากของมัน จึงทำให้ปากของมันอ้าค้างไม่สามารถเอ่ยกล่าวสิ่งใดได้ แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังไม่มี ด้วยระดับลมปราณก่อกำเนิดขั้นกลางของพวกมันทั้งสองตน ล้วนไม่ใช่คู่มือของเนี่ยฟงแต่อย่างใดเนี่ยฟงยืนจ้องดูอสูรงูทั้งสอง ที่ไม่แน่ใจว่าพวกมันทั้งสอง กำลังตัวสั่นเทาเพราะพิษหรือสั่นเทาเพราะความหวาดกลัว ก่อนพูดพึมพำออกมา ทำให้อสูรงูทั้งสองหวาดกลัวถึงขีดสุด ดวงตาเบิกโพลงกว้างเท่าไข่ห่าน “พวกมันนี่ถือว่าเป็นปีศาจซินะ เฉกเช่นนั้นหากฆ่ามันตาย...ก็ถือเสียว่าเป็นการกำจัดพวกปีศาจร้าย ก็คงไม่ผิด!” เมื่อกล่าวจบเนี่ยฟงก็ใช้อุ้มมือของตน คว้าจับที่หัวของอสูรงูทั้งสองทันที ด้วยพิษจากเหล็กในปีศาจผึ้ง พวกมันจึงไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน ก่อนจะจับกระแทกลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง จนเกิดเสียงดัง “โพล๊ะ!!” พร้อมกับหยาดโลหิตของพวกมัน ที่สาดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างอันไร้วิญญาณของอสูรงูทั้งสองจะร่วงหล่นสู่พื้น ในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงก็ใช้เลือดของมันทาลงบนร่างกาย เพื่อเป็นการอำพรางกลิ่นสาบมนุษย์ของตน ก่อนจะคว้าจับที่หางของพวกมันทั้งสอง และลากไปโยนไว้ในหุบเขาหมอกทันทีเพียงแค่ไม่กี่อึดใจก็ปรากฏเสียงดัง “หึ่ง!! หึ่ง!!” เบื้องหลังม่านหมอก ทำให้เนี่ยฟงยกยิ้มขึ้นที่มุมปากทันที พลางคิดในใจว่าเป็นการอำพรางศพที่ดีเยี่ยม ก่อนจะหันหลังกลับแล้วพุ่งทะยานเข้าไปยังป่าไผ่เขียวทันที ซึ่งในขณะที่กำลังพุ่งทะยานอยู่นั้น เนี่ยฟงก็พูดพึมพำออกมาอย่างบางเบา “ตีงูต้องตีให้หลังหักซินะ!”