เปลือกตาบางของพริมขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าในความเงียบสงัดยามเช้า แสงแดดสีทองอ่อนของวันใหม่ส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีครีมเข้ามาทาบทับลงบนเตียงนอนสี่เสาปูลูกไม้สีดำสนิท ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาในประสาทััไม่ใช่ความสดชื่นของรุ่งอรุณ แต่เป็ความระบมเจ็บแปลบที่แล่นริ้วจากสะโพกกลมมนและช่องทางรักอุ่นชื้นลามไปทั่วแผ่นหลังบอบบาง ทุกครั้งที่เธอพยายามจะขยับตัวหรือเปลี่ยนท่านอน ผิวเนื้อด้านในต้นขาจะเสียดสีจนรู้สึกแสบร้อนจากร่องรอยการเสียดสีและแรงบดกระแทกกระทั้นอันดุดันป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
พริมพรูลมหายใจยาวที่แห้งผาก สูดกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ในห้องกว้าง มันเป็กลิ่นน้ำหอมกุหลาบป่าสดเข้มข้นที่ผสมปนเปกับกลิ่นกายดิบชื้นของบุรุษเพศและไอร้อนของหยาดเหงื่อที่แห้งกรังตามฟูกเตียงสีเข้ม คราบน้ำรักอุ่นร้อนที่โรสปลดปล่อยอัดแน่นไว้ในร่างกายของเธอยามราตรีบัดนี้ได้ไหลซึมออกมาเลอะเปรอะเปื้อนตามโคนขาและบั้นท้ายจนรู้สึกเหนียวเหนอะดึงรั้งิั ทุกััทางกายตอกย้ำให้ตระหนักถึงสถานะ "ของเล่น" ที่ต้องรองรับอารมณ์ใคร่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เธอกวาดสายตามองไปรอบตัว บนฟูกนอนหนานุ่มด้านข้างนั้นว่างเปล่า ร่างสูงใหญ่กำยำที่เคยทาบทับและควบคุมบงการเธอตลอดทั้งคืนบัดนี้ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว เลดี้โรสผู้สูงศักดิ์คงจะตื่นขึ้นมาสวมหน้ากากหญิงสาวผู้เพียบพร้อมและออกไปจัดการภารกิจของตระกูลขุนนางั้แ่เช้าตรู่ ทิ้งไว้เพียงพริมที่ต้องจมอยู่กับความบอบช้ำเพียงลำพัง ทว่าบนเก้าอี้บุนวมสีแดงเข้มข้างเตียงนอนนั้น กลับมีเสื้อผ้าผู้ช่วยส่วนตัวชุดใหม่วางเตรียมไว้ให้ เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้านและกระโปรงยาวทำงานสีกรมท่าที่ถูกรีดจนเรียบกริบปราศจากรอยยับ ราวกับจงใจจัดเตรียมไว้เพื่อให้เธอใช้ปกปิดร่องรอยการร่วมรักและคราบน้ำรักที่เกิดขึ้นภายใต้ร่มผ้า
พริมพยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความเจ็บแสบตรงช่องทางรักตอดรัดแล่นปลาบจนเธอต้องหลุดเสียงครางเครือในลำคอ ใบหน้าเนียนซีดเผือดลงชั่วขณะ มือบางค้ำยันลงบนฟูกเตียงที่ยับย่น ข่มความระบมในกายขณะก้าวขาลงจากเตียงนอนหลังใหญ่ทีละข้าง ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าััพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ ความเย็นนั้นแล่นลิ้วขัดแย้งกับไอร้อนรุ่มที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในช่องท้องน้อยของเธอ
คำพูดประโยคสุดท้ายของโรสเมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในสมองบีบคั้นประสาทอย่างน่ากลัว
*‘เธอก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ของฉัน... โดยไม่รู้เลยสินะว่าคนตระกูลฉันเกี่ยวข้องอย่างไรกับไฟไหม้ที่แผดเผาครอบครัวเวลดิงตันของเธอจนย่อยยับในคืนนั้น...’*
ตราประทับรูปกุหลาบแห้งมีหนามที่เป็รอยแผลเป็สีจางตรงแผ่นหลังบอบบางของพริม รอยแผลที่เธอคิดว่าเป็เพียงแผลเป็จากอุบัติเหตุเพลิงไหม้ธรรมดา แท้จริงแล้วกลับเป็ตราประทับลับของเด็กหญิงสายเืตระกูลเวลดิงตัน ตระกูลที่ล่มสลายไปในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน พริมสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความผวา ความลับเื่สรีระเพศชายภายใต้กระโปรงเดรสยาวหรูหราของคุณหนูโรสก็หนักหนาเกินรับไหวอยู่แล้ว แต่บัดนี้เธอกลับต้องพบว่าโรสและตระกูลของเธอกุมกุญแจสำคัญเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในวัยเด็กของเธอเอาไว้ทั้งหมด
เธอพยุงร่างระบมเข้าไปในห้องน้ำ ก้าวขาลงในอ่างน้ำอุ่นเพื่อชำระล้างคราบไคลและหยาดน้ำรักที่เปรอะเปื้อน สายน้ำอุ่นพัดพาคราบขาวเ่าั้ให้หลุดลอยไป แต่รอยบีบเค้นสีแดงเข้มจากนิ้วมือหนาที่ต้นขาด้านใน รอยจูบซับสีเข้มจนเกือบช้ำตรงซอกคอและลาดไหล่กลับเด่นชัดจนไม่มีทางลบเลือน พริมหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลซึมปนเปกับหยาดน้ำ สองมือกอดกระชับไหล่ของตัวเองแน่น ทราบดีว่าจากนี้ไปชีวิตของเธอไม่สามารถดิ้นรนหลุดพ้นจากกรงเล็บของปีศาจผู้งดงามคนนี้ได้อีกแล้ว
หลังจากแต่งตัวเสร็จ พริมเลือกเสื้อเชิ้ตคอตั้งที่รีดจนแข็งเพื่อติดกระดุมเม็ดบนสุดจนชิดลำคอ ปิดบังรอยจูบและรอยฟันของคุณหนูโรสเอาไว้มิดชิด หมุนตัวตรวจเช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกจนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาคนภายนอก ก่อนจะสูดหายใจลึกรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพื่อก้าวออกไปทำหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวหญิงในเวลาทำงานกลางวัน
---
ห้องทำงานชั้นบนของคฤหาสน์เวลดิงตันเงียบสงบและดูโอ่อ่าสมฐานะ หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดานทอดเงาแดดบ่ายสีส้มเข้ามาในห้อง ผสมผสานกับแสงเทียนเล่มหนาที่จุดไว้บนเชิงเทียนทองเหลืองโบราณเพื่อขับเน้นความคลาสสิก กลิ่นหอมจางๆ ของเทียนอบอวลปนเปกับกลิ่นชาอู่หลงร้อนๆ ที่เพิ่งถูกยกมาเสิร์ฟ
ที่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่โบราณที่สลักลวดลายวิจิตร โรสกำลังนั่งตรวจเอกสารด้วยท่าทางสง่างาม วันนี้เธอสวมใส่เดรสลูกไม้คอตั้งแขนยาวสีฟ้าคราม ผิวหน้านวลเนียนแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตดูอ่อนหวานไร้เดียงสา ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อขยับเอ่ยพูดคุยกับพริมด้วยน้ำเสียงสุภาพ อ่อนโยน และไว้ตัวตามแบบฉบับเลดี้ชนชั้นสูง
"เอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินทางตอนเหนือเรียบร้อยดีใช่ไหม พริม?" โรสเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากกระดาษแผ่นหนาในมือ ปลายนิ้วเรียวสวยคีบปากกาขนนกสีทองตวัดเขียนข้อความอย่างลื่นไหล
"เรียบร้อยดีค่ะคุณหนู โฉนดที่ดินตัวจริงและเอกสารยืนยันจากทนายความถูกจัดเก็บไว้ในแฟ้มสีน้ำเงินบนโต๊ะฝั่งซ้ายแล้วค่ะ" พริมตอบด้วยเสียงสุภาพพยายามบังคับไม่ให้สั่นเครือ เธอยืนกุมประสานมืออยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานด้วยท่าทางนอบน้อม
ทุกครั้งที่พริมก้าวเดินหรือขยับตัวเพื่อส่งเอกสาร ความแสบระบมตรงช่องทางรักและหน้าขาที่เกร็งตึงจากจังหวะกระแทกกระทั้นเมื่อคืนจะแล่นแปลบขึ้นมาถึงกระดูกไขสันหลัง ร่างกายของเธอร้อนผ่าวคล้ายคนกำลังจับไข้ ทรมานและสับสนอย่างรุนแรงยามที่เห็นใบหน้างดงามประณีตของคุณหนูโรสในเวลากลางวัน เลดี้ผู้อ่อนหวานตรงหน้าที่กำลังพูดคุยกับหัวหน้าแม่บ้านมาทิลดาด้วยเสียงหวานใส คือคนเดียวกับปีศาจดิบเถื่อนที่รุกรานร่างกายของเธออย่างป่าเถื่อนยามราตรี บดกระแทกแก่นกายแกร่งร้อนผ่าวเข้าหาเธอจนแทบจะขาดใจคาอก
"ดีมาก ทำงานได้รวดเร็วตามเคยนะ" โรสเอ่ยปากชมเบาๆ น้ำเสียงประดิษฐ์พึงพอใจต่อหน้าแม่บ้านมาทิลดาที่กำลังเช็ดฝุ่นเครื่องเรือนอยู่มุมห้อง
"ขอบคุณค่ะคุณหนู" พริมค้อมศีรษะลงต่ำ ปลายคางมนเกือบจะัักับปกเสื้อเชิ้ตคอตั้งที่บดบังรอยรักสีเข้มใต้ร่มผ้าเอาไว้
ยามที่แม่บ้านมาทิลดาเดินออกจากห้องทำงานไปเพื่อจัดเตรียมน้ำชา่บ่าย บรรยากาศภายในห้องพลันเปลี่ยนเป็เงียบงันจนน่าอึดอัด โรสละสายตาจากเอกสารสัญญา ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองพริม แววตาที่เคยอ่อนหวานราบเรียบพลันแปรเปลี่ยนเป็เข้มข้น ดุดัน และแฝงอำนาจบงการครอบงำอย่างเปิดเผยในที สายตาคมกริบไล่มองั้แ่กระดุมคอเสื้อเชิ้ตที่ปิดแ่าของพริม ไล่ลงมาตามบ่าบางที่สั่นเกร็งน้อยๆ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตากลมหม่นที่สั่นไหวระคนหวาดกลัวของคนตรงหน้า
โรสยกยิ้มมุมปากเพียงนิด ยิ้มร้ายกาจที่ทำให้พริมต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาด้วยความยำเกรง ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านขึ้นมาโดยสัญชาตญาณเมื่อตระหนักรู้ว่าััทางสายตานั้นแฝงความนัยถึงกติกาการเป็ของเล่นที่พร้อมจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเมื่อแสงตะวันลับขอบฟ้า
---
"อุ๊ย... ปากกาหล่นเสียแล้ว"
เสียงหวานประดิษฐ์ของโรสดังทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ ปากกาขนนกราคาแพงสลักลายทองในมือของเธอร่วงหล่นจากโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ กลิ้งหล่นลับตาลงไปบนพื้นห้องทำงานโบราณใต้โต๊ะไม้ที่มีผ้าปูโต๊ะขอบลูกไม้ผืนยาวคลุมลาดลงมาเกือบถึงพื้น
โรสปรายสายตามองพริม แววตาสีรัตติกาลลึกล้ำราวกับหมาป่าที่จ้องขย้ำเหยื่อส่งสัญญาณชัดเจน น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็ทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามีพลังกดดันบีบคั้นสั่งการอย่างเด็ดขาด
"เก็บให้ฉันที พริม"
พริมลอบกลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผาก ร่างกายของเธอยังระบมหนักขัดขืนการขยับเขยื้อน ทว่าคำสั่งของคุณหนูโรสเปรียบเสมือนแส้ที่ฟาดลงบนร่างกายจำยอม พริมค่อยๆ คุกเข่าลงบนพื้นไม้โอ๊กเย็นเฉียบช้าๆ ความแสบระบมตรงช่องทางรักและบั้นท้ายแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปลึกซึ้ง เธอค่อยๆ คลานขยับตัวเข้าไปในมุมมืดสลัวใต้โต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ตัวนั้น
ภายในพื้นที่จำกัดและมืดมิดใต้โต๊ะทำงาน ผ้าปูโต๊ะขอบลูกไม้ผืนหนาที่คลุมปิดกั้นจากโลกภายนอกทำให้ตรงนี้กลายเป็พื้นที่ส่วนตัวที่มีเพียงเธอกับรองเท้าส้นสูงของคุณหนูโรส กลิ่นน้ำหอมกุหลาบสดที่โรสพรมไว้ตามเครื่องเรือนใต้โต๊ะหอมตลบอบอวลจนชวนให้เวียนหัว พริมยื่นมือสั่นเทาออกไปข้างหน้าเพื่อหยิบปากกาขนนกสีทองที่ตกอยู่ใกล้เรียวขาคู่งามภายใต้กระโปรงสุ่มลูกไม้สีฟ้าคราม
ทันใดนั้น ก่อนที่ปลายนิ้วของพริมจะััตัวปากกา ปลายรองเท้าส้นสูงผ้าไหมสีฟ้าครามของคุณหนูโรสก็ขยับเคลื่อนเข้ามาหา ค่อยๆ กดน้ำหนักลงบนนิ้วมือบอบบางของพริมที่แนบอยู่กับพื้นไม้โอ๊กสีเข้ม
"อ๊ะ..." พริมสะดุ้งเกร็งพรูลมหายใจเบาๆ ด้วยความผวา หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วปะทะกับแผ่นอกบาง
โรสไม่ได้กดเน้นน้ำหนักจนกระดูกนิ้วแตกร้าว แต่เป็การกดทับอย่างจงใจเหยียบย่ำ บดขยี้เกียรติยศที่เหลืออยู่ของพริมให้แหลกลาญ ปลายส้นสูงค่อยๆ ขยี้เบาๆ บนผิวเนื้อสั่นสะท้านอย่างยอมจำนน โรสโน้มใบหน้างดงามประณีตลงมาใกล้ขอบโต๊ะไม้ ขยับเรียวปากกระซิบแ่เบาด้วยน้ำเสียงห้าวต่ำลึกอันเป็เสียงเนื้อแท้ของบุรุษเพศ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเฉียบผ่านชายผ้าปูโต๊ะลูกไม้ลงมายังพริมที่คุกเข่าหมอบอยู่แทบเท้าของเธอ
"จำหน้าที่ของตัวเองเอาไว้ พริม... กลางวันเธออาจจะเป็ผู้ช่วยคอยจัดแจงกระดาษพวกนี้ แต่กลางคืนเธอคือของเล่นชิ้นโปรดที่ฉันจะทำอะไรกับร่างกายของเธอก็ได้ ยอมรับมันซะ และอย่าคิดว่ารอยแผลเป็ที่หลังของเธอจะช่วยให้เธอหนีพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้"
คำพูดเน้นย้ำเื่รอยแผลเป็ที่หลังตอกย้ำความเ็ปทางจิตใจ พริมหลับตาลงแน่น เนื้อตัวสั่นระริกใต้รองเท้าส้นสูงที่เหยียบกด ความสับสนในอดีตโศกนาฏกรรมตระกูลเวลดิงตันและความกลัวในปัจจุบันปะปนจนแยกแยะไม่ได้ ร่างกายบอบบางบิดเกร็งตอบรับัักดขี่นั้นด้วยสัญชาตญาณของการเป็ของเล่นที่สยบจำนนราบคาบ
เมื่อเสียงฝีเท้าของแม่บ้านมาทิลดาใกล้เข้ามาพร้อมเสียงเคาะประตู โรสจึงถอนเท้าส้นสูงออกช้าๆ ปล่อยให้นิ้วมือของพริมเป็อิสระ พริมรีบคว้าจับปากกาขนนกสีทองไว้แน่น สูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์สั่นไหว ก่อนจะค่อยๆ คลานเข่าขยับตัวยันกายลุกขึ้นมาจากใต้โต๊ะไม้ ส่งปากกาคืนให้คุณหนูโรสด้วยมือที่ยังคงสั่นระริกไม่หยุด
---
เวลา่เย็นคืบคลานเข้ามา แสนอาทิตย์ลับขอบฟ้าทิ้งไว้เพียงความมืดมิดภายนอกคฤหาสน์ หัวหน้าแม่บ้านและคนรับใช้คนอื่นๆ ทยอยทำงานในส่วนของตนเสร็จและกลับไปยังตึกพักคนงานหมดแล้ว ภายในห้องทำงานโบราณเหลือเพียงแสงสลัวจากเทียนไขเล่มหนาที่ใกล้จะมอดดับลงทุกที
พริมกำลังจัดแจงรวบรวมแฟ้มเอกสารขั้นสุดท้ายเพื่อเตรียมตัวกลับห้องพักของเธอที่ตึกคนงานด้านหลังคฤหาสน์ ร่างกายที่ระบมล้าสะสมมาตลอดทั้งวันทำให้เธอแทบจะประคองตัวไว้ไม่อยู่ ทุกส่วนของร่างกายเกร็งขัดและระบมตึงไปหมด
ทันใดนั้น เสียงสวมรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นไม้เนิบนาบดังใกล้เข้ามา โรสลุกขึ้นจากเก้าอี้ก้าวเดินแช่มช้าตรงมาที่โต๊ะทำงานของพริม กลิ่นน้ำหอมกุหลาบป่าผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เป็ดั่งมนตร์สะกดลอยมาปะทะจมูก พริมยืนตัวตรงก้มหน้าหลบสายตาหัวใจสั่นรัวด้วยความกังวล
โรสหยุดยืนตรงหน้าเขา แบมือเนียนละเอียดออก บนฝ่ามือขาวผุดผ่องนั้นมีสร้อยข้อมือลูกไม้ถักสีดำสนิท เส้นหนาพอประมาณแต่อ่อนนุ่ม ทว่าสิ่งที่ทำให้พริมต้องเบิกตากว้างคือห่วงโลหะกลมสีเงินเล็กๆ ที่เย็บตรึงติดอยู่ตรงกึ่งกลางของลูกไม้สีดำนั้น มันดูคล้ายกับปลอกคอจิ๋วหรือเครื่องพันธนาการย่อส่วน
"สวมมันซะ พริม..." โรสออกคำสั่งเสียงเรียบแต่เด็ดขาด แฝงความหมายบงการไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ "สวมไว้ที่ข้อมือซ้ายของเธอ ซ่อนมันไว้ใต้แขนเสื้อเชิ้ตให้มิดชิด ห้ามถอดออกเด็ดขาด ไม่ว่าจะตอนนอนหรือตอนทำงานในวันพรุ่งนี้ ฉัน้าให้มันอยู่บนตัวเธอตลอดเวลา"
พริมยื่นมือสั่นเทารับสร้อยข้อมือลูกไม้สีดำมาไว้ในอุ้งมือ ััของห่วงโลหะเล็กๆ นั้นเย็นเยียบปลาบราวกุญแจมือเหล็กที่พร้อมจะล่ามตรึงเธอไว้กับเตียงนอนของเธอตลอดกาล หัวใจของเธอเต้นโครมครามด้วยความสับสนและระทึกขวัญ
โรสขยับตัวเข้ามาใกล้จนอกเสื้อเดรสลูกไม้ของเธอแทบจะเบียดกับทรวงอกบางของเธอ โน้มใบหน้าสวยงามคมสันลงมาจนเรียวปากหยักเกือบจะััใบหูของพริมที่สั่นเกร็งด้วยความหวาดกลัว ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวเนื้อที่อ่อนไหวของเธอพร้อมคำสั่งถัดไปที่ทำให้พริมตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"และคืนนี้... เมื่อถึงเวลาห้าทุ่มครึ่ง ให้ขึ้นไปพบฉันที่ห้องนอนใหญ่ข้างบน อย่าลืมเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงในห้องพักของเธอล่ะ ฉันให้คนเอาปลอกคอหนังสีดำวางไว้ในนั้นแล้ว หยิบมันติดมือขึ้นมาสวมให้ฉันเห็นด้วย... ฉันหวังว่าของเล่นแสนดีอย่างเธอจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องรอนานนะ พริม"
โรสผละตัวออกไปพร้อมรอยยิ้มพึงใจ แววตาสีรัตติกาลดุดันคุกคามจ้องมองพริมเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินเยื้องย่างออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้พริมยืนอยู่กลางห้องทำงานสลัวเพียงลำพัง
พริมจ้องมองสร้อยข้อมือลูกไม้ดำในมือที่สั่นเทา ััห่วงโลหะเย็นะเืนั้นด้วยใจที่เต้นรัวแรงจนแทบกระดอนหลุดจากอก จินตนาการถึงกติกากลไกการควบคุมที่ก้าวขึ้นไปอีกขั้นของโรสในคืนนี้ ปลอกคอหนังสีดำในลิ้นชักห้องพักกำลังรอคอยเธออยู่ และเธอไม่มีสิทธิ์เลือกสิ่งอื่นใดนอกจากการคลานเข่าเข้าไปยอมสยบจำนนต่ออำนาจบงการอันเร่าร้อนป่าเถื่อนของคุณหนูโรสอีกครั้งใต้แสงเทียนและมุมสลัวของค่ำคืนนี้...
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป)