“เออนางไปเยี่ยมอาเหวินกับเฟิ่งเออร์พร้อมกับท่านแม่ขอรับ”หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ชายวัยชราตรงหน้าด้วยแววตารู้สึกผิดที่นำหญิงอื่นมาแทนกุ้ยเจิน
“อืมมีบุตรที่มีบารมีเช่นนั้นช่างน่าอิจฉาจริงๆ”เสนาบดีเหยียนที่พอจะรู้ถึงความสามารถของเด็กทั้งสองจึงเอ่ยชมด้วยสีหน้าชื่นชม
“ไม่ใช่เื่อะไรที่น่าอิจฉาหรอกขอรับ”หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับมองไปเสนาบดีเหยียนด้วยความเกรงใจ
“เอาละๆข้าไม่กวนเ้าแล้วเ้าไปส่งฮูหยินรองของเ้าไปที่ของเหล่าฮูหยินกับเด็กๆเถอะ”เสนาบดีเหยียนเอ่ยพร้อมกับเดินออกไปคุยกับสหายคนอื่นๆของตน
“ท่านพี่จริงหรือเ้าคะที่คุณชายใหญ่กับคุณหนูใหญ่สามารถมองเห็นิญญาได้”เสวี่ยเหม่ยเหนียงที่ได้ยินเื่ราวของหยางเฟิ่งและหยางเหวินเอ่ยถามสามีของตนด้วยท่าทางหวาดกลัว
“อย่าได้ทำให้จวนไป๋ของเราเสียชื่อเสียเ้าไปเถอะพี่มาส่งเ้าได้เพียงเท่านี้”หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่บรรดาฮูหยินที่ตอนนี้กำลังมองมาที่เขาและเสวี่ยเหม่ยเหนียงอยู่เป็ตาเดียว
“ข้าไม่อยากเข้าไปเลยเ้าค่ะในนี้ไม่มีใครที่ข้ารู้จักเลยแม้แต่คนเดียวเ้าคะข้าขอไปกับท่านพี่ได้หรือไม่เ้าคะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยถามอย่างออดอ้อน
“เหม่ยเหนียงเ้าอย่าทำเช่นนี้คนอื่นมองกันใหญ่แล้ว”หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับดันตัวของภรรยารองของตนด้วยสีหน้าเอือมระอาพร้อมกับส่งยิ้มฝืนให้กับบรรดาฮูหยินในงานที่มองมายังตน
“ท่านพี่”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยเรียกสามีของตนเสียงเศร้า
“เ้าอยากออกงานพี่ก็พาเ้ามาแล้วเ้าเข้าไปเถอะพี่เองก็ต้องไปแล้วเช่นกัน”หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับหันหลังเดินจากไปในส่วนของผู้ชาย
“พี่หญิงงานของท่านอนุญาตให้บุตรของนางโลมเข้างานได้ด้วยหรือเ้าคะ”ฮูหยินผู้หนึ่งเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เสวี่ยเหม่ยเหนียงด้วยสายตาเหยียดหยัน
“ข้าไม่เคยอนุญาตให้นางมาที่นี่ในเทียบเชิญข้าเชิญจินกุ้ยเจินหลานสาวของข้าแต่ไม่คิดว่าจะมีคนหน้าหนาเสนอตัวมาแทนที่ของนาง”ฮูหยินเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่เสวี่ยเหม่ยเหนียงด้วยแววตาไม่ชอบใจ
“ข้ามาในฐานะภรรยาของแม่ทัพไป๋เ้าค่ะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ฮูหยินเหยียนอย่างไม่ยอมแพ้
“อุ้ยตายจริงข้าลืมไปว่านางไม่ใช่อนุแล้ว”ฟางหลินหลันหรือฮูหยินเหยียนแสร้งยกมือขึ้นมาทาบอกของตนด้วยท่าทางใ
“คิกๆท่านป้าดูแววตาของนางสิเ้าคะ”ฟางอิงเล่อหลานสาวของฮูหยินเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เสวี่ยเหม่ยเหนียงด้วยสายตาเย้ยหยันเพราะแต่เดิมนางและกุ้ยเจินมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันด้วยเพราะพวกนางนั้นเป็ลูกพี่ลูกน้องที่รักกันประดุจพี่น้องท้องเดียวกัน
“ไปกันเถอะเล่อเออร์นางไม่มีค่าพอให้เ้าใส่ใจหรอก เฮ้อเสียดายจริงๆ วันนี้เจินเออร์มาไม่ได้”ฟางหลินหลันเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
“นั้นนะสิเ้าคะหากเจินเออร์ว่างเมื่อใดข้าจะพานางมาเยี่ยมท่านป้าบ่อยๆ นะเ้าคะ”ฟางอิงเล่อเอ่ยพร้อมกับประคองป้าของตนเข้าไปนั่งที่โต๊ะกลางงานในวันนี้ด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ยินดีด้วยนะเ้าคะที่คุณชายเล็กเข้ารับตำแหน่งขุนนาง”เสียงประจบประแจงของเหล่าฮูหยินดังตลอดทางที่พวกนางเดินไป
“ขอบใจทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบุตรชายของข้าในวันนี้เชิญทุกท่านร่วมดื่มน้ำชากันเถอะขนมและน้ำชาในวันนี้ข้าได้สั่งมาจากโรงเตี้ยมชื่อดังอย่างโรงเตี้ยมหมื่นลี้ข้าขอให้ฮูหยินทุกท่านมีความสุขกับอาหารในงาน” ฮูหยินเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เสวี่ยเหม่ยเหนียงด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“นั้นเสวี่ยเหม่ยเหนียงบุตรสาวของหอโลมไม่ใช่หรือนางแต่งเป็อนุของแม่ทัพไป๋ไม่ใช่หรือเหตุใดจึงได้กล้าเสนอหน้ามานั่งเทียบชั้นกับพวกเรา”ฮูหยินที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเสวี่ยเหม่ยเหนียงหันมาเอ่ยถามสหายของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“ชู่ว์เอ่ยเบาๆ หน่อยสิตอนนี้นางเป็ฮูหยินรองของแม่ทัพไป๋แล้วนะไม่รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าไป๋คิดอะไรอยู่จึงได้ยอมให้ลูกของนางโลมขึ้นมาเป็ฮูหยินรองของแม่ทัพไป๋ได้”ฮูหยินอีกคนเอ่ยเตือนสหายของตนด้วยน้ำเสียงอันแ่เบา
“นั้นนะสิเมื่อครู่ก่อนเข้างานนางยังใจกล้าโอบรัดท่านแม่ทัพด้วย”สหายอีกคนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เสวี่ยเหม่ยเหนียงด้วยสายตาดูถูกทางด้านเสวี่ยเหม่ยเหนียงที่ถูกพูดถึงได้แต่แอบกำมือแน่นจนฝ่ามือของนางมีรอยเล็บหลายแผลทีเดียว