ขวัญกวินเดินเปิดประตูห้องนอนออกมาเพื่อไปดื่มน้ำในตู้เย็นที่ครัว แต่เมื่อจะเดินกลับเข้าห้องนอนก็สังเกตเห็นพชรนอนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่มบนโซฟา ทีแรกก็ทำเป็ไม่สนใจเดินกลับเข้าห้องนอนไป แต่แล้วก็กลับออกมาเดินเข้าไปดูพชร แล้วใช้หลังมือแตะััไปยังหน้าผากของเธอ
"เป็ไข้นี่นา..หน้าผากร้อนจี๋เลย"
ว่าแล้วก็ลุกเดินไปเปิดไฟให้สว่างก่อนจะเดินไปเอายาและน้ำดื่มมาวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาต่ออีกที แล้วยื่นมือไปปลุกพชรให้ตื่นจากการนอนป่วย
"เกรซ! เกรซ..ตื่นแล้วลุกขึ้นมากินยาก่อน ไข้จะได้ลด.."
"อื้ออ..!!"
"เกรซ..ลุกขึ้นมากินยาแล้วค่อยนอนต่อ"
"อืออ.."
ลืมตาลุกขึ้นมานั่งทานยาแต่โดยดี
"ยาอาไร.."
"พาราลดไข้ ตัวร้อนมากเลยรู้ตัวบ้างมั้ย"
หยิบยื่นแก้วน้ำและยาให้ เธอจึงรับแก้วน้ำและยามาทานแล้วเอาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนอีกเช่นเดิม
"ห่วงหรอ..วันก่อนยังไล่ฉันไปตายอยู่เลยนะ"
"ไม่อยากเห็นใครตายในห้อง ลุกขึ้นแล้วเข้าไปนอนกับฉันในห้อง"
"นอนนี่แหละ เดี๋ยวติดไข้.."
"......สามีภรรยากันจะนอนแยกกันทำไม จะได้คอยดูใกล้ๆง่ายๆ"
พชรได้ฟังดังนั้นก็แทบลืมอยากการป่วยไข้ของตัวเองจนหมดสิ้น รีบยันตัวเองขึ้นมาสวมกอดขวัญกวินอย่างโหยหาเพียงชั่วขณะก็ถอนกอดออกมาแล้วยอมเข้าไปนอนในห้องนอนกับเธอ
วันรุ่งขึ้น..
ขวัญกวินลืมตาตื่นขึ้นมาแต่เช้าแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวของตัวเองดังเช่นทุกวัน เมื่ออาบเสร็จก็เดินไปหยุดยืนที่เตียงนอนแล้วก้มลงยื่นหลังมือไปแตะที่หน้าผากของพชรเพื่อตรวจดูอุณหภูมิ
"ยังร้อนอยู่เลย"
เธอกล่าวก่อนที่จะเดินออกไปหาชามน้ำและผ้าขาวสะอาดกลับเข้ามาในห้องนอนแล้วเปิดผ้าห่มออกจากร่างกายพชร
ผิวััของผ้าชุบเปียกน้ำเย็นๆแตะถึงแขนของพชร ทำให้เธอลืมตาตื่นขึ้นมาและเห็นว่าขวัญกวินกำลังนั่งเช็ดตัวให้ตนเองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่การกระทำของเธอก็ทำให้พชรเผยยิ้มออกมาอ่อนๆด้วยรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยขวัญกวินก็ยังมีความเป็ห่วงให้กับตน
"นอนอยู่นี่แหละจนกว่าจะหายไข้..เดี๋ยวไปทำไรให้ทานจะได้ทานยาต่อ"
กล่าวบอกแล้วก็เช็ดตัวให้พชรจนเสร็จก็ถือชามน้ำเดินออกไปจากห้องนอนไปทำอาหารและนำน้ำและยาเข้ามาให้
"ทานข้าวซะจะได้ทานยาต่อ.."
"เอาวางไว้นั่นแหละ ตอนนี้หนาวลุกไม่ไว้ ถ้าดีขึ้นเดี๋ยวจะลุกทานเอง"
หลับตาลงพลิกตัวนอนตะแคงข้างกำผ้าห่มงอตัวนอนด้วยความหนาวภายในตัว ขวัญกวินจึงเดินไปปิดแอร์และเปิดผ้าม่านและประตูกระจกบานเลื่อนที่ระเบียงห้องนอนเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี
"เลิกห่มผ้าให้ความร้อนได้ระบายออกมา เดี๋ยวจะป้อนให้ก็ได้.."
ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบหมอนไปวางไว้บนศีรษะของพชร
"ขยับขึ้นนั่งสักหน่อยได้มั้ย"
"อึ อืออ.."
ค่อยๆขยับดันตัวเองขึ้นมานั่งแล้วจากนั้นขวัญกวินก็ป้อนข้าวให้เธอและดูนาฬิกาที่ข้อมือไปด้วยจนป้อนข้าวเสร็จ
"อีกสิบห้าถึงสามสิบนาทีอย่าลืมทานยาต่อ"
กล่าวจบก็รีบลุกเดินออกไปจากห้องนอนแล้วไม่กลับเข้ามาอีกเพราะต้องไปทำงานต่อ
เมื่อมาถึงบริษัทเธอก็ต้องรับผิดชอบภาระงานทั้งของพชรและของตัวเอง ทั้งวันนี้ตารางงานของพชรมีนัดพบคู่ค้าด้านนอกบริษัท เธอก็ต้องไปพบคู่ค้าแทนด้วยเหตุจำเป็ที่พชรนอนป่วยอยู่คอนโดมีเนียมของตน
ทั้งสองคนนั่งพูดคุยตกลงเื่งานกันจนลงตัวจึงได้แยกย้ายกัน
ขวัญกวินกลับมาที่บริษัทแล้วไปนั่งทำงานต่อ เมื่อกลับเข้ามาก็เห็นว่าวันนี้เนตรนภากลับมาทำงานจึงได้เดินเข้าไปหา
"เนตร..!"
ขวัญกวินเรียกขานนามของเนตรนภาแล้วเธอจึงหันกลับไปมองที่ตนด้วยสายตาเรียบนิ่งและเฉยชา
"พี่ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ไหนๆก็มาแล้ว ฝากงานนี่ไปให้ประธานหน่อยก็แล้วกัน
เดินเอาเอกสารงานไปยื่นให้ขวัญกวิน
"วันนี้พี่รับผิดชอบงานแทนเค้า เค้ามาไม่ได้.."
"เห้ออะะ! ยังไงก็เถอะ พากันไปให้รอดละกัน"
กล่าวจบก็เดินกลับไปยังที่ที่ทำงานของตน
"ความจริงถ้าพี่ไม่ขอร้องเค้า เค้าไม่มีทางยอมให้พี่โทรไปบอกหรอกว่าเนตรกับเค้าไม่ได้มีอะไรกัน"
"นี่เนตรต้องขอบคุณพี่งั้นหรอ พี่รู้เื่ทุกอย่างแต่ไม่บอกเรา จนเื่มันกลายเป็แบบนี้"
เนตรนภาแสดงสีหน้างุนงงและขุ่นเคืองขวัญกวิน
"เธอไม่ใช่พี่เธอไม่รู้หรอกว่าทำไม่พี่ถึงต้องเงียบ"
"แล้วมันทำไมล่ะ พี่ลองบอกเหตุผลมาซิ เผื่อว่าเนตรจะเห็นใจพี่บ้าง"
"........! ตอนที่รู้วันแรกเค้าขู่จะปิดปากพี่ไง และวันนี้พี่ยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อไม่ให้เค้าทำไปมากกว่านี้ เพื่อให้เค้าหยุดไม่งั้นจะมีใครอีกหลายคนที่ต้องเจ็บและพังไปยิ่งกว่าเดิมไง"
"โกหก..!"
เนตรนภากล่าวออกมาน้ำเสียงเยือกแข็งด้วยไม่อาจเชื่อคำพูดของขวัญกวินได้
"บางทีพี่ก็คิดนะว่าทำไมพี่ต้องยอมสละความสุขของตัวเอง เพื่อแลกกับชีวิตและความสุขของทุกคนในภูวเนตรด้วยถ้าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็แบบนี้ ทุกคนเข้าใจพี่ผิดไปหมดทั้งที่ก็ทุ่มเททำให้ตั้งหลายอย่าง"
ขวัญกวินยอมพูดความรู้สึกในใจออกมาโดยไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธอก็เหมือนตกเป็เครื่องมือของพชรที่ใช้เดินนำทางไปสู่เส้นทางการแก้แค้นของเธอ
"เอาตัวเองเข้าแลกหรือเพราะแค่อยากได้ในสิ่งที่ไม่ควรเป็ของตัวเอง"
"พูดไปก็เท่านั้น เอาเถอะ! รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็งี้ ฝากบอกคุณอาทั้งสองด้วยก็แล้วกันว่าพชรจะคืนบ้านให้ จะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรอีกถ้าพี่ยังคงอยู่กับเค้า"
.
.
19:03 น.
ขวัญกวินเปิดประตูเข้าไปในห้องพร้อมกับถุงข้าวต้มแล้วเดินไปที่ครัวเพื่อแกะเทข้าวต้มใส่ชามแล้วใช้จานรองถาดถึงเข้าไปในห้องนอน จากนั้นก็วางลงบนโต๊ะข้างเตียงและยื่นหลังมือลงไปแตะหน้าผากพชร
"มาแล้วหรอ.."
"ยังร้อนๆอยู่เลยนะ"
ว่าแล้วก็หยิบแผ่นเจลลดไข้ออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วแกะติดหน้าผากให้พชร
"ฉันป่วยง่ายหายยากเวลาตากฝน ปกติกว่าจะหายได้ก็เกือบๆสองอาทิตย์"
"รู้ว่าตัวเองป่วยง่ายแล้วไปเดินขับมอเตอร์ไซต์ตากฝนทำไม ลุกขึ้นมาทานข้าวต้มก่อนมาจะได้เช็ดตัวแล้วก็ทานยา"
พชรค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่งตามที่ขวัญกวินบอกกล่าว
"ฉันลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้ว แล้วตอนนั้นพี่เงียบไม่พูดกับฉันเลย มันรู้สึกเจ็บนะก็เลยไม่อยากขอกลับด้วย แล้วก็เดินออกไปกลางสายฝนแบบนั้น"
"กินเองนะ จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า"
ขวัญกวินกล่าวบอกพชรก่อนที่จะเดินไปเปิดเอาชุดนอนในตู้เสื้อผ้าออกมาแล้วเดินเ้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำต่อจนเสร็จจนได้เดินออกมา
"ข่าวเธอที่ว่าเป็ลูกอีกคนของคุณอาถูกแชร์และลงข่าวไปทั่วแล้วนะ"
"ให้มันเป็ข่าวไปเถอะ"
.
.
หลายวันผ่านไป..
พชรยังคงนอนป่วยอยู่ในห้องนอนบนคอนโดมีเนียมของขวัญกวินยังไม่ยอมหายแต่อาการก็ดีขึ้นได้ค่อนข้างเยอะมากแล้ว
ขวัญกวินก็เริ่มทำงานบางอย่างแทนพชรไปเรื่อยควบคู่กับงานของตัวเอง อีกทั้งยังต้องไปพบกับคู่ค้าจากบริษัทและนักลงทนต่างๆั้แ่เช้าจนเย็น ทำให้เธอไม่ได้ทานยาคุมกำเนิดอย่างตรงตามเวลาบ้างในบางวัน
ถึงแม้ว่าพชรพอไหวที่จะทำงานโดยการให้คนนำเอกสารงานมาส่งให้หรือปริ้นออกมาทำและให้คนมารับกลับบริษัท แต่ก็ยังไม่ไหวพอที่จะไปทำงานเองที่บริษัท
"ยกเลิกตารางงานแล้วพักผ่อนบ้างก็ได้นะ มันไม่สำคัญหรอกถ้าเทียบกับสุขภาพพี่น่ะ"
"ขออย่างหนึ่งได้มั้ย ให้คุณอากับพี่ธีร์กลับมาทำงานเหมือนเดิม บ้านนั้นยังไม่มีงานใหม่ทำเลยนะ"
"........! งานน่ะมีแน่ แต่แค่เลือกทำก็เท่านั้น พบนี้ฉันต้องบินไปแอลเอ ไปร่วมประชุมใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี"
"แต่เจเอสไม่มีงานแบบนั้นนะ"
"ไม่ใช่เจเอส แต่เป็เบอร์นาร์ดเอกซ์ บริษัทแม่ที่ใช้เทกโอเวอร์เจเอส"
"อึ อืออ..! ให้ฉันได้มั้ย ที่ฉันขอ..ขอร้องเถอะนะ"
พชรมองตาขวัญกวินหลังจากที่เธอพูดจบแล้วจึงดึงแขนเธอให้ลงมานอนราบบนเตียงแล้วพลิกตัวเองขึ้นไปนั่งคร่อมบนร่างกายเธอพร้อมจับกดข้อมือทั้งสองข้างของเธอให้แนบติดบนเตียงไม่ให้ขยับหนีไปไหนได้ จากยนั้นก็จ้องมองเข้าไปยังใบหน้าและั์คู่สวยของเธอไม่วางตา
"นอนเถอะนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
พชรกล่าวบอกขวัญกวินแล้วปล่อยมืออกมาพลางพลิกตัวเองลงนอนไปนอนตะแคงข้างหันหลังให้เธอ
ขวัญกวินนอนนิ่งไปเพียงชั่วขณะแล้วขยับตัวเข้าไปสวมกอดพชรที่นอนหันหลังให้ตนเอง แล้วดึงให้เธอหันกลับมาแล้วยื่นใบหน้าไปจูบปากเธอ แต่พชรก็ผลักดันตัวเธอออกไป
"ทำอะไร.."
"เธอ้าแบบนี้ไม่ใช่รึไง"
"ไม่..! นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉัน้า สิ่งที่ฉัน้าคือหัวใจจากพี่ต่างหาก"
"........! เธอเกือบจะได้มันไปแล้วแหละ"
กลับลงไปนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมร่างกายจากนั้นก็หลับตาลงข่มตานอนจนหลับไปจนถึงเช้า
เมื่อขวัญกวินลืมตาตื่นขึ้นมาก็ไม่พบพชรนอนอยู่ข้างกายตัวเองบนเตียงนอน จึงลุกออกไปดูด้านนอกห้องนอนแต่ก็ไม่พบ จึงนึกได้ว่าพชรน่าจะเดินทางไปสนามบินแล้วโดยที่ไม่บอกตนเลยสักคำ
"ไปแล้วไม่บอก.."
พูดกล่าวกับตัวเองก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
.
.
10:09 น.
"เดี๋ยวอีกหน่อยเรียกซีทีโอมาพบฉันที่ห้องนี้หน่อยนะคะ"
ขวัญกวินเดินออกมาสั่งวานเอกราชที่พึ่งย้ายมาเป็เลขาให้กับตัวเอง
"ครับบ! จะจัดการให้ครับ"
เมื่อได้รับคำตอบแล้วดังนั้นเธอจึงเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานเพื่อทำงานต่อจนกระทั่งบุคคลที่ตนเอง้าพบเคาะประตูแล้วเดินเข้ามาหาตน ทั้งสองจึงนั่งพูดคุยกันเื่งานจนแล้วเสร็จ
เมื่อถึงเที่ยงเธอก็กำลังจะเดินออกจากห้องไปทานอาหาร แต่เอกราชก็เดินถือกล่องอาหารเข้ามาให้เธอเสียก่อน
"มีอะไรรึเปล่าคะ"
"เกรซบอกให้ผลสั่งอาหารมาให้ครับ"
"อ๋อ..ค่ะ! ขอบคุณค่ะ"
กล่าวคำขอบคุณแล้วเดินไปรับเอากล่องอาหารมาให้
เมื่อเอกสารเดินออกไปเธอก็เผลอหลุดยิ้มออกมาก่อนจะหุบยิ้มเมื่อรู้ตัวแล้วเดินไปนั่งโซฟาพร้อมวางกล่องอาหารไว้บนโต๊ะ หลังจากที่นั่งลงเธอก็ได้สังเกตเห็นว่าที่บนกล่องอาหารมีกระดาษโน้ตถูกวางคว่ำหน้าอยู่จึงได้หยิบขึ้นมาอ่าน
"เื่ที่ขอไว้เมื่อคืน แล้วแต่จะตัดสินใจเลยนะ แต่ธีภพ..ไม่! อย่าลืมทานข้าวให้ตรงเวลาด้วย"
"จะพยายามไปถึงไหน..หายไปนานๆเลยยิ่งดี"
กล่าวจบก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วกดโทรศัพท์ไปหาธนินซึ่งเคยเป็ประธานของบริษัทนี้
.
.
หลังจากที่พชรนั่งเครื่องบินมากว่าสิบแปดชั่วโมง ในที่สุดเธอก็มาถึงลอสแอนเจลิสในเวลากลางคืนตามเวลาท้องถิ่น แล้วจากนั้นก็นั่งรถไปที่โรงแรมต่อเพื่อพักผ่อนและผ่านไปอีกหนึ่งวันก็เดินทางไปร่วมการประชุมใหญ่อยู่ร่วมสี่ชั่วโมง แต่ก็ต้องมาประชุมต่ออีกในวันสามวันข้างหน้าเพราะการประชุมใหญ่ครั้งแรกยังไม่มีการลงมติประชุมกันได้อย่างลงตัว
หลังจากเสร็จประชุมในครั้งที่สองพชรก็ไม่คิดจะอยู่พักผ่อนร่างกายทั้งที่ยังไม่หายจากอาการป่วยไข้สนิท รีบเดินทางกลับไทยในทันทีจนมาถึงในตอนเช้าของประเทศไทย
ทางด้านขวัญกวินรีบออกไปซื้อที่ตรวจครรภ์แต่เช้าด้วยเกิดความสงสัยว่าตัวเองจะตั้งครรภ์ เพราะั้แ่ทานยาคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันมาเป็เวลาสี่สัปดาห์ประจำเดือนก็ยังไม่ยอมมาตามที่ควรจะเป็ จากนั้นก็ขับรถเข้าปั๊มน้ำมันเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำการตรวจครรภ์และนั่งรออยู่ราวห้าถึงเจ็ดนาที และผลที่แสดงออกมาปรากฏว่าเธอกำลังตั้งครรภ์
ขวัญกวินเริ่มนั่งเครียดอยู่ในห้องน้ำคนเดียว ทั้งที่ยังทานยาคุมอยู่แท้ๆก็ยังท้องได้ แต่แล้วก็ทิ้งที่ตรวจครรภ์ลงถังขยะแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างฝืนทน และตั้งใจจะขับรถไปยังโรงพยาบาลแต่ก็มีเหตุให้ต้องกลับไปยังบริษัท เพราะเห็นข่าวเครื่องประดับคู่แข่งที่ออกมาเหมือนกับที่ตัวเธอและทีมงานเคยช่วยกันออกแบบ
"เครื่องประดับเราถูกก๊อปไปได้ไง"
เสียงของขวัญกวินเดินเข้ามาโวยวายกับพนักงานที่ร่วมประสานงานทำโปรเจคเครื่องประดับนี้ขึ้นมา แต่แล้วก็ถูกลอกเลียนแบบผลงานไป
"ไม่ทราบครับ/ค่ะ"
ทุกคนก้มหน้าตอบปฏิเสธไม่กล้าสบสายตาเธอที่มองทุกคนด้วยอารมณ์โกรธ
"จะไม่รู้ได้ไง งานโดนก๊อปไปตั้งสองชิ้น นี่จะมีชิ้นอื่นด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้"
เธอพูดเสียงเยือกแข็งพร้อมกวาดสายตามองพนักงานทุกคนทุกผ่านงานที่อยู่ด้วยกันกับเธอในอาณาบริเวณนี้
"ใจเย็นก่อนท่านรอง.."
เสียงของพชรกล่าวบอกกับขวัญกวินจากทางด้านหลังเธอ
"นี่เธอมาถึงตอนไหน"
"เมื่อเช้านี้เอง เห็นข่าวก็มานี่ต่อเลย อย่างมากเราก็แค่นั่งรอรับเงินจากการฟ้องร้อง"
"บ้าไปแล้ว ผลงานยังไม่ได้จดลิขสิทธิ์ ฟ้องไปยังไงก็แพ้.."
กล่าวบอกด้วยสีหน้าอารมณ์โมโห
"แล้วใครว่ายังไม่ได้จดล่ะ ฉันเอาไปจดทุกงานแล้ว เพื่อความรอบคอบน่ะ ไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายกันไปทำงาน"
กล่าวจบก็จับมือขวัญกวินแล้วพาเดินไปยังห้องทำงานของเธอ
"เอาไปจดไว้ตอนไหน"
"ทำั้แ่ตอนวันที่พี่และทีมทำเสร็จแล้วฉันแอบก๊อปไฟล์ไว้ก่อนไปส่งเข้าที่ประชุมให้พี่ในวันที่พี่ป่วยไง ตอนนี้ก็แค่เตรียมทนายไปยื่นฟ้องศาล"
"แล้วไม่คิดจะหาคนที่ปล่อยงานไปให้บริษัทนั้นหน่อยหรอ"
ขวัญกวินกล่าวถามพชรด้วย้าคำตอบจากปากเธอ
"ใครทำตอนนี้มันไม่สำคัญ แต่คนที่ทำไม่ใช่คนในทีมพี่แน่นอน พี่ร่วมงานกับพวกเค้ามาสองปี ถ้าเค้าจะปล่อยงานเค้าปล่อยไปนานแล้ว จัดการเื่ฟ้องร้องก่อน คนทำอยู่ในที่ประชุมในวันนั้นนั่นแหละ"
"แล้วลิขสิทธิ์เธอจดในชื่อใคร.."
"ชื่อพี่..ขวัญกวิน คชารัตน์ หลังเลิกงานคืนนี้เราไปกินก๋วยเตี๋ยวริมทางกันมั้ย ทานได้รึเปล่า.."
"ได้หมด.."
.
.
19:01 น.
พชรลงจากรถของขวัญกวินแล้วรีบเดินอ้อมไปหาที่ที่พึ่งก้าวเท้าลุกออกมาจากฝั่งตรงข้ามคนขับ
"พี่ไปนั่งรอโต๊ะว่างก่อนเลยนะ จะเอาเส้นไรเดี๋ยวสั่งให้.."
"เล็กละกัน"
กล่าวบอกแล้วเดินไปนั่งรอที่โต๊ะแล้วพชรก็เดินไปรอสั่งก๋วยเตี๋ยวแล้วเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับขวัญกวิน
"มากินแบบนี้บ่อยหรอ"
"ตอนเรียนมัธยมมากินบ่อย แล้วพี่ล่ะเคยมากินอาหารข้างทางแบบนี้บ้างป้ะ"
"ครั้งแรกเลย"
"จริงป้ะ! ถ้าฉันไม่พามาก็ไม่คิดจะลองหน่อยหรอ"
กล่าวถามขวัญกวินั์ตาลุกวาวพร้อมรอยยิ้ม
"ไม่มีโอกาส..่นั้นเรียนและทำงานหนัก"
"ไม่เคยได้พักเลยสินะ"
จบคำนั้นทั้งสองคนก็นั่งเงียบจนมีคนยกชามก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ
"ก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟแล้ว ทานกันเถอะนะ"
พชรกล่าวก่อนจะเปิดหยิบช้อนและตะเกียบให้ขวัญกวินและตัวเอง จากนั้นก็ปรุงรสก๋วยเตี๋ยวต่อ ขวัญกวินก็นั่งมองพชรปรุงรสก่อนจะปรุงของตัวเองตาม
หลังจากพชรทานจนหมดเธอก็เรียกสั่งมาอีกชามแล้วนั่งรอในขณะที่ของขวัญกวินยังทานได้ไม่ถึงครึ่งชามด้วยซ้ำ จนก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟอีกชามก็รีบปรุงแล้วทานต่อ
"ไปอดอยากมาจากไหนเนี่ยฮะ"
ขวัญกวินกล่าวถามอย่างอดไม่ได้
"หิวอ่ะ! ั้แ่ลงเครื่องยังไม่ได้กินอะไรเลย มัวแต่จัดการคุยกับทนายเื่ฟ้องร้อง"
"งั้นพรุ่งนี้ก็พักผ่อนซะ"
.
.
วันรุ่งขึ้น..
ร่างเล็กของขวัญกวินรีบยันตัวเองให้ลุกตื่นจากที่นอนแล้วรีบเดินไปเอาชุดเสื้อผ้าในตู้แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำต่อจากนั้นก็รีบออกไปจากห้องนอน
เมื่อขวัญกวินได้เดินออกไปจากห้องนอน พชรก็ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วนึกสงสัยว่าเธอจะออกไปไหนแต่เช้า
ขวัญกวินเดินเข้าไปในห้องตรวจเมื่อถูกเรียกหมายเลขคิว แล้วไปนั่งลงอยู่ตรงหน้าแพทย์ผู้ที่จะตรวจเธอ
หลังจากพูดคุยกันได้เพียงไม่นานแพทย์ก็ให้เธอไปตรวจปัสสาวะและเจาะเื จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องตามที่แพทย์บอกแล้วนั่งรอไปเรื่อยๆจนพยาบาลเรียกเข้าไปพบแพทย์อีกครั้ง
"ผลจากการตรวจ..คุณตั้งครรภ์ได้สามสัปดาห์แล้ว ยินดีด้วยนะครับ"
"ค่ะ!! ฉันทราบค่ะ แค่จะมาตรวจให้แน่ใจก่อน เพราะ.....ฉันจะเอาเด็กออก.."
.
.
.