แม้ไม่ใช่่วันหยุดยาว งานที่โรงแรมก็มีอะไรให้ยุ่งได้ตลอดทั้งปี ซึ่งก็เป็เื่ดีเพราะนั้นหมายถึงพนักงานทุกคนจะไม่ต้องหวาดหวั่นกับการถูกปลดจากงาน บางวันก็มีงานจัดเลี้ยงงานแต่งงาน งานมงคลต่างๆ ห้องประชุม ห้องสัมนาและบ้างครั้งก็มีทีมงานจากนิตยสารมาถ่ายแบบ หรือมาถ่ายทำมิวสิกวิดิโอ
“นี่ๆ ยัยพั้นซ์ได้ยินว่าวันนี้พี่เบสท์มาถ่ายเอ็มวีที่สระว่ายน้ำโรงแรมเราเหรอ” ปาจรีย์ถามพัชญนรีน้ำเสียงตื่นเต้น
“พี่เบสท์?”
คนถูกถามเพียงหันไปมองตารางงานแล้วก็พยักหน้า วันนี้มีคนเหมาใช้สระน้ำของโรงแรมถ่ายทำมิวสิกวิดิโอแต่เธอจำชื่อศิลปินไม่ได้เพราะในตารางไม่ลงชื่อศิลปินแต่ลงไว้ว่าบริษัทไหนจะเข้ามาใช้งงาน
“โธ่! พี่เบสท์ไง นักร้องไทยหน้าตาเกาหลีๆ นะหล่อสไตล์โอปป้าเลยนะ” ปาจรีย์ทำหน้าเคลิ้ม แต่พิชญนรีกลับหัวเราะออกมา
“พั้นซ์ไม่ค่อยติดตามดารานักร้องเลยไม่รู้ว่าใครเป็ใคร”
“ถ้างั้น่พักปลาขอแอบไปส่งผู้ชาย เอ๊ย ไปดูพี่เบสท์หน่อยนะ”
“ไปซิ อย่าให้หัวหน้ารู้ก็แล้วกัน”
“จ๊ะ ขอบใจมาก”
หญิงสาวยิ้มให้เพื่อนและทำงานของตัวเองต่อ เหมือนไม่นานเท่าไหร่ก็รู้สึกได้ว่ามีคนกลุ่มใหญ่เข้ามาทางประหลักของโรงแรม พิชญ์นรีเงยหน้าแล้วส่งยิ้มต้อนรับ
“พี่เบสท์มาแล้ว” ปาจรีย์เก็บอาการตื่นเต้นดีใจ
ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดสีชาเดินเข้ามาพร้อมทีมงานคนอื่นๆ แรกทีเดียวเขามองตรงเคาน์เตอร์แบบผ่านๆและหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนก้าวเดินตรงมาทางพนักงานสาวทั้งสอง หากไม่มีเคาน์เตอร์บังอยู่คงได้เห็นปาจรีย์ตื่นเต้นขนาดจับมือพิชญนรีไว้ข้างหนึ่ง
“เค้าเดินตรงมาทางนี้แล้ว”
“อืม”
รับคำเพื่อนได้แค่นั้น ชายหนุ่มรูปร่างบอบบางผิวค่อนข้างขาว ริมฝีปากแดงคลี่ยิ้มมือข้างขวายกขึ้นถอดแว่นกันแดดออกแล้วเลื่อนให้มันคาดทับเส้นผมของเขา เสื้อยืดแขนสั้นทำให้เห็นรอยสักลายกราฟฟิกที่ท่อนแขน
“น้ำพั้นซ์”
“คะ?”
เ้าของชื่อทำตาปริบๆ แต่ใบหน้ายังยิ้มค้างนักร้องหนุ่มยื่นมือมาวางตรงเคาน์เตอร์แล้วชะโง้กหน้าเข้าไปใกล้ เขาจ้องมองเธอไม่กระพริบตา แต่อีกฝ่ายได้แต่ยืนนิ่งเป็หุ่นด้วยไม่รู้ว่าทำไมผู้ชายคนนี้รู้จักชื่อเล่นของเธอ
“ใช่พั้นซ์จริงๆ” เขาชี้ไปที่อกเสื้อซึ่งมีป้ายชื่อของเธออยู่ “พิชญนรี นักศึกษาเกียรตินิยมอันดับสอง”
“เอ่อ... ขอโทษนะคะ คือ..”
“นึกแล้วว่าต้องจำไม่ได้ก็พี่ไม่เคยอยู่ในสายตาของพั้นซ์เลยนี่นะ” ชายหนุ่มหัวเราะ แล้วหันไปโบกมือส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ ล่วงหน้าไปก่อน
“พี่เบสท์ไงครับ พี่เป็เพื่อนพี่โจ้ที่เป็พี่รหัสของพั้นซ์ไง”
แล้วหญิงสาวก็อ้าปากร้องอ้ออย่างนึกได้ สมัยเรียนมหาวิยาลัยเธอมีพี่รหัสชื่อพี่โจ้ ส่วนพี่เบสท์เป็เพื่อนพี่โจ้แต่เรียนคนละคณะกัน เธอเห็นเข้าบ่อยๆแต่ก็ไม่ได้รู้จักสนิทสนมกับเขา หรือจะพูดให้ถูกเธอไม่สนิทสนมกับใครเลยแม้กระทั้งพี่รหัสตัวเองก็ตาม
“ได้ยินว่าทำงานที่โรงแรมนี้ พี่ก็มาบ่อยนะ แต่ไม่เจอเรา”
“ค่ะ” แม้จะยิ้มแต่ก็ยังงงอยู่ว่าเขาจะทำหน้าดีใจทำไม
“เลิกงานกี่โมง พี่อยากคุยด้วย”
“คือ...พั้นซ์เลิกงานไม่เป็เวลาค่ะ บางทีลูกค้าเยอะก็ต้องช่วยกัน”
“เข้าใจๆ ทำงานโรงแรมนี่นะ งั้นพี่ขอเบอร์โทรได้ไหม ไลน์หรือเฟซบุ๊คก็ได้”
“เอ่อ...” ไม่เอานะเธอไม่ชอบแจกเบอร์โทรให้ใครทั้งนั้นแหละ
“ไม่เป็ พี่ขอเบอร์เพื่อนของพั้นซ์ก็ได้ ใช่ไหมครับ” เขาหันไปโปรยยิ้มหวานหว่านเสน่ห์
“ได้ค่ะได้ พี่เบสท์อยากได้อะไร ปลาให้หมดเลยค่ะ”
ปาจรีย์รีบก้มลงจดเบอร์โทรของตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วส่งให้นักร้องหนุ่ม เขาส่งยิ้มหวานแล้วกระดาษแผ่นนั้นโบกไปมาหน้าพิชญนรีที่ห้ามเพื่อนไม่ทัน
“เดี๋ยวพี่โทรหานะครับ”
นักร้องหนุ่มเดินจากไปแล้ว พิชญนรีหันไปถลึงตาใส่ปาจรีย์แต่อีกฝ่ายแค่ยักไหล่ไม่ได้กลัวและไม่รู้สึกผิดอะไร
“ไปให้เบอร์เค้าทำไม ไม่รู้จักกันเสียหน่อย”
“ไม่เป็ไร ของแบบนี้ทำความรู้จักกันได้” ปาจรีย์หัวเราะคิกคัก
“ปกติไม่เคยเห็นบ้าผู้ชายแบบนี้”
“คนนี้คนโปรด” เพื่อนสาวยักไหล่
“ปลารู้หรอกน่ะ เค้าก็เป็ดารานักร้องจะมาใส่ใจอะไรจริงจังกับเรา เอาเบอร์ปลาไปนั้นแหละดีแล้ว ถ้าทำอะไรไม่ดีปลาจะกันไม่ให้มายุ่งกับพั้นซ์เอง”
“แล้วถ้าเค้าทำไม่ดีกับปลาล่ะ”
“โอ๊ย! ใครจะมากล้าทำอะไรปลาขนาดพี่ชายเธอที่งี่เง่าเอาเื่ ปลายังด่ากระเจิงไปแล้ว” ปาจรีย์หัวเราะร่วน“ไม่เห็นหน้าเลยนะ ไม่มีคนให้ปลาด่าเลย”
“เค้าไม่มานะดีแล้ว” เธอยิ้มอย่างโล่งอก แต่ยังมีความกังวลอยู่บ้าง “แต่ถ้าพี่เบสท์ขอเบอร์พั้นซ์ อย่าให้เชียวนะ”
“ทำไมเหรอ เค้าทำอะไรไม่ดีกับพั้นซ์หรือเปล่า”
คนต้นเื่นิ่งคิดไปครู่ใหญ่ “ก็ไม่มีอะไรนะพี่เค้าอยู่คนละคณะ่รับน้องมาที่คณะของพั้นซ์บ่อยมากเจอหน้ากันบ่อยยิ่งกว่าคนในคณะเดียวกันอีก”
“แล้วตอนนั้นพั้นซ์ไม่เอะใจอะไรเลยเหรอ”
“ก็ไม่นี่ เค้าเป็เพื่อนพี่โจ้ พี่รหัสของพั้นซ์แล้วพี่โจ้ก็เป็เอ่อ..กระเทย พี่โจ้ชอบหานักศึกษาสวยๆหล่อๆส่งประกวดสารพัดเวที ประกวดดาวเดือน ประกวดนางนพมาศประกวดเทพีสงกรานต์ ประกวดสารพัด พั้นซ์ก็เลยนึกว่าพี่โจ้กับพี่เบสท์เป็อะไรกันเสียอีก เห็นสนิทกันมาก”
“ต๊ายแล้วๆ มาว่าพี่เบสท์ของฉันเป็เกย์เหรอยะ”
ปาจรีย์ตีต้นแขนของเพื่อนแล้วหัวเราะร่วน
“ฉันได้ยินว่าพี่เบสท์เป็หนุ่มฮอตั้แ่อยู่มหาวิทยาลัยนี่นะ”
“ไม่รู้ซิ พั้นซ์ไม่ได้สนใจ” เธอหัวเราะเบาๆ แล้วเพื่อนอีกสองคนก็เข้ามาทักทาย
“ได้เวลากินข้าวแล้ว ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ”
“ขอบใจจ๊ะ”
พิชญนรีได้เวลาพักทานข้าว เธอเดินออกมาพร้อมกับปาจรีย์ แต่เพื่อนสนิทขอแยกตัวไปก่อนเพราะตั้งใจจะไปแอบส่องนักร้องคนโปรด หญิงสาวไปรับประทานอาหารในส่วนของพนักงาน เมื่อเสร็จแล้วก็หามุมเงียบๆจะนั่งพักเท้าเสียหน่อยเพราะยืนบนส้นสูงมาหลายชั่วโมงแล้ว ถอดรองเท้าส้นสูงออก ซึ่งจริงๆ มันอาจไม่สูงมากนักแต่เพราะยืนนานจึงเมื่อยน่อง เธอนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้แล้วเหยียดขาออกไปข้างหน้า แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาหาข้อมูล
“เมืองจีนๆ ที่ไหนน่าเที่ยวบ้างนะ” เธอพึมพำแล้วใช้นิ้วสไลด์ที่หน้าจอสมาร์ทโฟน
“สนใจแบบไหนล่ะ”
“อ่ะ”