บทที่ 13
ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นนักผจญภัยไม่ได้วุ่นวายอย่างที่เอเลนคิดเพียงแค่กรอกข้อมูล ตรวจวัดระดับพลังเวทมนต์และฟังบรรยาอีกหนึ่งชั่วโมงใครๆก็สามารถเป็นนักผจญได้ในทันทีส่วนหนึ่งก็เพราะสมาคมได้ตรากฏขึ้นมาว่าหากใครก็ตามที่มีเลเวลมากกว่า 30 มาสมัครก็ไม่จำเป็นต้องรับการทดสอบให้เหลือขั้นตอนแค่วัดพลังและฟังบรรยายสิทธิประโยชน์ต่างๆที่พึงได้รับ
หากต้องรับการทดสอบ ผู้สมัครจะต้องต่อสู้กับครูฝึกของทางสมาคมจนกว่าจะถึงเกณฑ์ที่ครูฝึกได้ตั้งเอาไว้ซึ่งเซลีนและลูน่าที่เป็นเอลฟ์พลัดถิ่นก็ต้องผ่านขั้นตอนนี้ด้วยกันทั้งนั้น เซลีนสมัครตั้งแต่เธอยังมีเลเวลแค่ 1 แต่ด้วยความที่เธอมีพื้นฐานดีทำให้ใช้เวลาไม่นานครูฝึกถึงจะอนุญาตให้ลงสนามจริง
สมาคมนักผจญภัยมองผ่านๆก็เหมือนร้านเหล้าดีๆนี่เอง ยามปกตินักผจญภัยนอกจากจะใช้ที่นี่ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันแล้วที่สมาคมยังเป็นสถานที่ที่เอาไว้รับคำร้องในเรื่องต่างๆไม่ว่างจะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายไปลากยาวไปจนถึงภารกิจคุ้มครองขบวนสินค้า
นอกจากเงินแล้วทุกครั้งที่สำเร็จภารกิจนักผจญภัยจะได้แต้มสะสมเพื่อนำไปแลกสิ่งๆต่างๆในร้านค้าของสมาคม ซึ่งมีตั้งแต่น้ำยาชนิดต่างๆไปจนถึงอาวุธหายากซึ่งธนูของลูน่ามาเรียก็ได้มาจากร้านค้าของสมาคมนักผจญภัย
[ท่านได้ลงทะเบียนเป็นนักผจญเรียบร้อย]
เอเลนจ้องมองบัตรนักผจญภัยที่กลัดมุมทั้งสี่ข้างด้วยวัสดุโลหะสีทองแดง บนบัตรจะมีชื่อและเลเวล นอกจากนี้เขายังได้รับป้ายโลหะสีทองแดงเป็นจี้อันเล็กๆสำหรับห้อยคอหรือคล้องแขนก็ได้ตามสะดวก
“นักผจญภัยก็ไม่ได้เป็นยากเท่าไหร่นี่นา”
“นั่นก็เพราะนายมีเลเวลเกินกว่าระดับมือใหม่ไปแล้วต่างหากล่ะ”
เซลีนตอบ
“ตอนแรกพอพวกเขาเห็นคลาสช่างฝีมือของนายก็ดูท่าจะไม่ยอมรับการสมัครท่าเดียวแม้ชั้นกับลูน่าจะเป็นคนรับรองความสามารถ แต่พอรู้ว่านายเป็นผู้ใช้ภูติพวกเขาก็แทบจะประเคนบัตรสมาชิกให้ในทันที”
สถานะผู้ใช้ศักดิ์สิทธิ์สมกับที่มีน้อยคนบนโลกนักจะได้ครอบครองแถมคุณพนักงานดูจะตกใจจนเกินเหตุเมื่อได้รู้ว่ามีผู้ใช้ภูติมาสมัครเป็นนักผจญภัย
“ไม่เห็นแปลกอะไรนี่คะเพราะภูติเป็นเผ่าพันธุ์ทรงพลัง ไม่แปลกหรอกค่ะที่ทางสมาคมจะคาดหวังกับคุณเอเลนเอาไว้สูง”
ลูน่าเอ่ยก่อนจะมองไปยังกลุ่มนักผจญภัยหลายคนที่ทำท่าจะขอเข้ามาทำความรู้จักกับผู้ใช้ภูติ การสมัครของเอเลนนั้นไม่ได้เป็นความลับอะไรแถมคุณพนักงานยังตะโกนเสียงดังทำให้ความสนใจถูกเบนมาที่เขาแต่เพียงผู้เดียว ที่เขายังไม่โดนรุมทึ้งก็เพราะว่าเซลีนส่งสายตาดุๆปรามนักผจญภัยเหล่านั้นเอาไว้
เซลีนและลูน่ามีชื่อเสียงในหมู่นักผจญภัยเอามากๆสังเกตได้จากทันทีที่เดินเข้าสมาคม เหล่านักผจญภัยระดับทองแดงต่างก็ทักทายแทบจะทุกคน จะมีบางคนที่เป็นลูกค้าขาประจำของร้อนค้อนเพลิงทำให้เอเลนรู้อีกว่าตัวเขาเองก็มีชื่อเสียงไม่ใช่น้อยๆเวลาจะทำอะไรก็ต้องเกรงใจเอเลนหลายส่วน
“เฮ้ยแกน่ะ เด็กใหม่สินะ”
เว้นเสียแต่ว่าจะมีคนบางคนที่ไม่รู้จักเขาอย่างชายร่างสูงใหญ่ศีรษะล้านคนนี้ที่พอเดินเข้ามาเหล่ามือใหม่ทั้งหลายก็ถอยกรูดแทบจะในทันทีพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำ
“เจ้าเท็ดดี้กำลังจะรังแกมือใหม่อีกแล้ว”
เซลีนและลูน่าเลิกคิ้วสูงแต่ก็ยังไม่พูดอะไรพร้อมกับรอดูเจตนาของชายที่ชื่อว่าเท็ดดี้ ชายหัวล้านชี้หน้าของเอเลนอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ
“ชั้นไม่ยอมรับแก คลาสสายผลิตอย่างแกจะสะเออะมาเป็นนักผจญภัยทำไมแถมยังไม่ต้องรับการทดสอบอีก รู้มั้ยว่ากว่าพวกเราทุกคนจะผ่านการทดสอบมาได้ต้องใช้เวลาขนาดไหน”
คราวนี้เป็นเอเลนที่เลิกคิ้วขึ้นบ้างทั้งๆที่เรื่องการเป็นนักผจญภัยของเขาเป็นเรื่องของเขาคนเดียวแท้ๆทำไมคนอื่นอย่างเท็ดดี้ดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนกับธรุของเขาเสียเหลือเกิน เซลีนที่ยืนข้างๆกระซิบ
“หมอนี่คือเท็ดดี้ฝีมือก็ไม่เท่าไหร่หรอกแต่พี่ชายของมันเป็นนักผจญภัยระดับทอง วันๆเอาแต่หาเรื่องรังแกมือใหม่เพื่อเชิดชูพี่และตัวมันเอง”
มิน่าถึงไม่มีมือใหม่คนไหนอยากอยู่ใกล้เพราะเคยมีข่าวมาแล้วว่าผู้ที่แข็งขืนต่อเท็ดดี้สุดท้ายมักมีจุดจบไม่สวยเลยซักคน เว้นเสียแต่คนๆนั้นจะมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่พออย่างเซลีนและลูน่ามาเรีย ส่วนตัวเขาที่เป้นเพียงเจ้าของร้านตีเหล็กเล็กๆไม่แปลกเลยที่คนประเภทนี้จะกล้าหาเรื่องเอเลนพลันผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัวก็จะตอบออกไ
“แปลกนะ กฎของสมาคมก็ระบุเอาไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าหากมีเลเวลมากพอก็ไม่ต้องรับการทดสอบ หากใช้เวลาว่างซัดนิด อ่านหนังสือแค่ไม่กี่บรรทัดก็คงจะไม่มีใครถามคำถามโง่ๆแบบนี้ออกมาหรอกมั้งครับ”
ราวกับสายฟ้าฟาดเท็ดดี้พลันมีสีหน้ามืดมนลงในทันใดสร้างความประหลาดใจให้แก่เซลีนไม่น้อยเพราะโดยปกติแล้วเอเลนจะไม่ใช่คนที่พูดจาดูถูกถากถางคนอื่น
“นายตั้งใจจะทำอะไรน่ะ?”
“คอยดูไปแล้วกัน”
เอเลนกระซิบกลับทั้งยังยิ้มมุมปากอ่อนราวกับเป็นการยั่วยุไหนๆก็ถูกหาเรื่องแล้วทั้งทีเขาก็ขอใช้สถานะการณ์นี้สร้างประโยชน์ให้ตัวเองบ้างซักหน่อยจะเป็นอะไรไป
“นี่แกกล้าว่าข้าอย่างงั้นเรอะ”
“ผมไม่ได้เอ่ยชื่อน้า หรือว่าคุณกันละที่ร้อนตัว”
เอเลนตอบกวนๆจนทำให้พวกมือใหม่หลุดหัวเราะพรืดออกมาก่อนจะทำทีเป็นเดินจากไป ส่งผลให้สองสาวรีบเดินตามออกมา เท็ดดี้ที่กลายเป็นตัวตลกนั้นกลับไม่ขำด้วยใบหน้าแดงก่ำประหนึ่งลูกตำลึงสุกรีบก้าวมาขวางทางเอเลนเอาไว้
“คิดว่าพูดขนาดนี้แล้วจะรอดตัวไปได้เรอะ”
“เฮ้ยเท็ดดี้มันเริ่มแล้วว่ะ”
เหล่านักผจญภัยมุงเอ่ยด้วยความตื่นเต้นที่มีคนกำลงจะตีกันซึ่งดูเป็นเรื่องปกติของคนแถวนี้ เท็ดดี้กระชากคอเสื้อของเด็กหนุ่มก่อนจะผลักเขากลับเข้าไป
“ถ้าข้าไม่อนุญาตแกก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
“ที่นี่เป็นถิ่นคุณงั้นเหรอ”
เอเลนตอบพลางทำจมูกฟุดฟิดก่อนจะเอามือปิดจมูก
“กลิ่นฉี่แรงขนาดนี้สงสัยสมาคมนักผจญภัยจะเป็นถิ่นคุณจริงๆนั่นแหละนะ”
คำพูดหลอกด่าของเอเลนเรียกเสียงหัวเราะจากหล่าคนมุงได้เป็นอย่างดีแม้แต่เซลีนกับลูน่ามาเรียก็ยังอดหัวเราะพรืดไม่ได้ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่เท็ดดี้เข้าไปอีก ในเมื่อมันสู้ด้วยวาจาไม่ได้มันก็พร้อมจะตัดสินกันด้วยกำลังแทน
“แกกล้าตัดสินกับข้าในการดวลตัวต่อต่อหรือไม่ ถ้าชนะแกจะต้องขอโทษและเลียรองเท้าให้ข้า”
ในหมู่นักผจญภัยหากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็มักจะไปจบกันด้วยการดวลตัวต่อตัวซึ่งเอเลนก็รอคำนี้อยู่แล้วก็ลอบแค่นเสียงก่อนจะเอ่ยขึ้น
“แหม่ๆผมจะเล่นกับคุณเท็ดดี้ก็ได้ แต่การกระทำที่ไม่ได้กำไรผมก็ไม่รู้จะทำไปทำไม”
“นี่แกจะหนีงั้นเรอะ?”
“เปล่าเลย จะเพิ่มความบันเทิงให้ต่างหาก”
เอเลนฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์คนโง่แบบเท็ดดี้นั้นหากรับมืออ่างถูกวิธีนอกจากจะได้กำไรแล้วเอเลนยังหากประโยชน์ได้อีก
ไหนๆแกก็หาเรื่องมาขนาดนี้แล้ว ขอค่าเสียเวลาหน่อยก็แล้วกัน
“สองหมื่นเหรียญทองจะเป็นของผู้ชนะ คุณกล้าลงเดิมพันรึเปล่า?”
เมื่อได้ยินเรื่อจำนวนเงินเท็ดดี้ก็ลอบเหงื่อตกไม่มั่นใจว่าเอเลนเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะชนะมันทั้งที่เป็นแค่คลาสสลายผลิตที่อ่อนแอแท้ๆแถมเงินเดิมพันนั่นก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆเสียด้วย
“ม มือใหม่อย่างแกจะมีเงินมากขนาดนั้นได้....”
ตึง
ถุงเงินจำนวนสองหมื่นเหรียญทองกระแทกกับพื้นอย่างเงียบงันท่ามกลางสายตาที่ไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด
“เท็ดดี้มันโง่รึเปล่าวะ นายช่างทำงานมาตั้งห้าปีซ่อมอาวุธไปเป็นหมื่นๆชิ้นมีหรือที่จะไม่มีเงินเก็บเอาไว้ขนาดนั้น?”
นักผจญภัยทั้งหลายส่ายหน้าด้วยความระอาใจนึกก็อดสงสารเท็ดดี้ไม่ได้ที่กำลังตกเป็นเหยื่อของนายช่าง เจ้าหัว้านนี่มีดีแค่ความกล้าและความหยิ่งผยองที่ได้รับมาจากพี่ชายที่เป้นนักผจญภัยระดับทองเท่านั้นส่วนเรื่องพัฒนาการสมองนั้นไม่ต้องสืบเผลอมอนสเตอร์เลเวล 10 ยังมีค่าสติปปัญญาสุงกว่า
“ขอถามอีกครั้ง คุณกล้าพอรึเปล่า”
เอเลนถามด้วยรอยยิ้มทพเอาเท็ดดี้ได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวใช่ว่าเงินสองหมื่นเหรียญทองมันจะไม่มีปัญญาจ่าย แต่มันไม่อยากสูญเสียเงินก้อนนี้แต่จะให้กลนคำพูดที่มันเป็นคนท้าประลองก็จะไม่มีนักผจญภัยหน้าไหนนับถือมันอีก สำหรับมันน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับการไม่ได้เป็นใหญ่ในกรงเล็กๆนั้นเลือกไม่ยากเลย
“ก็เอาสิวะ น้ำหน้าอย่างแกจะมีน้ำยาอะไร”
แทนคำตอบเท็ดดี้โยนถุงใส่เหรียญทองลงข้างถุงเงินของเอเลนท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้อง ก่อนที่ใครก็ไม่รู้จะเป็นธุระในการขอยืมสนามดวลให้
“นี่เซลีนคุณเอเลนเขาจะไม่เป็นอะไรเหรอ”
ในฐานะคนที่ไม่เคยได้เห็นฝีมือการต่อสู้ไม่แปลกที่ลูน่ามาเรียจะรู้สึกกังขาในความสามารถ จริงๆแล้วเธอเองก็แอบคิดเหมือนกันกับเท็ดดี้ที่คลาสสายผลิตจะไม่ความสามารถในการต่อสู้ที่สูงส่งอะไรนักแม้จะเป็นผู้ใช้พลังภูติก็ตามเซลีนที่พอจะคาดเดาได้ว่าเอลฟ์สาวกำลังคิดอะไรอยู่ก็เอ่ยขึ้น
“หึๆ อย่ามองตานั่นแต่ภายนอกเชียวแม้ฝีมือจะปานกลางแค่ค่าสถานะของหมอนั่นสูงกว่าชั้นซะอีก”
!!
ลูน่ามาเรียเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะมองระหว่างเซลีนสลับกับเอเลนเห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเซลีนนั้นก็ทำให้ลูน่าอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง
“สลามันเดอร์กับโนมก็ไม่อยู่ คุณเอเลนจะไหวเหรอ”
“เธอนี่ห่วงจนเกินไปจริงๆ คอยดูเถอะน่า”
เซลีนเอ่ยก่อนจะนั่งลงโดยไม่แสดงท่าทีทุกข์ร้อนนัก ตอนนี้ทุกสายตากำลังให้ความสนใจกับสองคนบนลานประลองมีทั้งการลงพนันขันต่อกันอย่างออกรสโดยส่วนมากล้วนแต่คิดว่าเท็ดดี้ชนะไปครึ่งตัวแล้ว
เท็ดดี้สวมใส่ชุดเกราะเต็มตัวเกรด D ที่มีคุณภาพด้อยกว่าชุดเกราะของเซลีนที่ทำมาจากทังคสเตนคาร์ไบน์แต่ก็ไม่อาจดูถูกพลังป้องกันของของเท็ดดี้นอกจากนี้อาวุธที่เท็ดดี้ใช้ยังเป็นขวานเกรด E ที่มีคุณภาพค่อนข้างสูงจนมีแต่คนอุทานเสียงดัง
“เฮ้ยนั่นมันอาวุธจากร้านเพลิงอาสัญนี่ ชั้นจำได้ว่าขวานนั่นวางอยู่ชั้นบนสุดในส่วนจัดแสดงอาวุธแรงค์ E”
เท็ดดี้ได้ยินดังนั้นก็ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจไม่น้อย มันใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีเพื่อถอยขวานเล่มนี้มาใช้นอกจากพลังโจมตีจะสูงแล้วค่าความทนทานเองก็สูงกว่าปกตินิดหน่อยแถมยังมีคุณสมบัติพิเศษ
ตรงกันข้ามเอเลนกลับขึ้นมาในสนามประลองด้วยท่าทีเฉื่อยชาเกินคาด บนร่างนอกจากชุดเอผ้าที่สวมมาตั้งแต่แรกเขาก็ไม่ได้สวมเกราะใดๆเลย เอเลนเป็นพวกใช้สมองมากกว่ากำลังมาแต่ไหนแต่ไรที่เขายังไม่เตรียมตัวจนกว่าจะรู้จักกับศัตรูดีพอดวงตาสีทับทิมกำลังจับจ้องไปยังหน้าต่างบานหนึ่งตรงหน้าตาไม่กระพริบ
เท็ดดี้
เลเวล 45
พลังชีวิต 10000 / 10000
มานา 2300 / 2300
คลาสนักรบคลั่ง (C)
พละกำลัง 470
ความว่องไว 300
สติปัญญา 100
ความอดทน 700
โชค 10
ทักษะเรียกใช้ที่ครอบครอง 3
ทักษะติดตัวที่ครอบครอง 6
ขวานศึก
แรงค์ E
ประเภท อาวุธ
พลังโจมตี 270
ความทนทาน 150 / 150
เงื่อนไขการสวมใส่ ไม่จำกัด
ขวานศึกที่ผลิตโดยช่างที่เหล็กที่มีชื่อเสียงผ่านความตีแบบพิเศษทำให้มีคุณสมบัติสูงขึ้นมาเล็กน้อย ติ่นลับคมชนิดพิเศษได้ทำให้พลังโจมตีของมันสูงกว่าขวานทั่วๆไป
- มองข้ามการป้องกันในการโจมตีครั้งแรก
เอเลนอดไม่ได้ที่จะมองคุณสมบัติของขวานด้วยความสนใจแต่ก็อดส่ายหน้าอย่างผิดหวังไม่ได้ เพราะถึงแม้คุณสมบัติจะดีแต่ความสามารถในด้านอื่นๆของขวานกลับไม่โดดเด่นเท่าที่ควร เมื่อคิดได้ดังนั้นเอเลนก็หยิบขวานศึกที่หน้าตาเหมือนกับขวานของเท็ดดี้ทุกประการออกมา
ขวานศึก
แรงค์ E
ประเภท อาวุธ
พลังโจมตี 350
ความทนทาน 250 / 250
เงื่อนไขการสวมใส่ ไม่จำกัด
ผู้สร้าง เอเลน
ยุทธภัณฑ์จากความพยายามของช่างฝีมืออายุน้อย ด้วยแร่ที่ถูกเสริมแกร่งความสามารถทั้งหมดของขวานศึกจึงถูกยกระดับขึ้นอย่างมาก
- ทุกๆครั้งที่โจมตีจะลดค่าความว่องไวลง 2 แต้ม สูงสุด 100 แต้ม
- หากปะทะกับอาวุธระดับเดียวกันหรือต่ำกว่า ค่าความทนทานของอีกฝ่ายจะลดลง 1 ทันทีที่ปะทะ
“นายช่างตีอาวุธเองได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
เหล่าคนมุงอุทานด้วยน้ำเสียงแปลกใจทั้งยังสนใจในตัวอาวุธที่เอเลนกำลังถือ ทักษะตรวจสอบถูกใช้ออกขึ้นทั่วสนามท่ามกลางสายตาแลปกใจของทุกคน เอเลนไม่คิดที่จะเปิดเผยข้อมูลของเขาจนกว่าจะถึงเวลาเหมาะสมเพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของแผนด้วยเช่นกัน
เท็ดดี้เมื่อเห็นเอเลนควักเอาอาวุธที่เหมือนกับของตนออกมาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ใครๆก็ต่างรู้ดีว่าอาวุธของร้านเพลิงอาสัญนั้นคืออาวุธอันดับหนึ่ง แม้อาวุธของเอเลนจะหน้าตาเหมือนกันแต่ก็คงมีค่าไม่ต่างจากท่อนไม้ผุๆที่ริอาจมาขวางกระแสน้ำ
“ใช้ดีๆล่ะ เพราะอีกเดี๋ยวขวานเน่าๆของแกก็คงจะลาโลกแล้วฮ่าๆๆ”
พูดจบมันก็หัวเราะเสียงดังโดยไม่คิดแม้แต่จะตรวจสอบอาวุธของคู่ต่อสู้บวกกับผู้ชมทั้งหลายพากันส่ายหน้าก็ยิ่งคิดว่าเอเลนคงถูกคนพวกนั้นสมเพชทั้งที่ความจริงแล้วผู้คนกำลังสมเพชเท็ดดี้ต่างหาก
“มันมาเป็นนักผจญภัยได้ไงเนี่ย กับอีแค่ตรวจสอบความสามารถของคู่ต่อสู้นี่เรื่องพื้นฐานเลยนะ”
“ถ้าคนเราฉลาดกันหมด ป่านนี้สมาคมเราคงมีแต่คนเก่งๆไปแล้ว”
พูดจบทุกคนก็ทอดถอนหายใจพร้อมกันแต่อย่างไรซะถึงอาวุธจะด้อยกว่าพวกมันก็ยังไม่คิดว่าเท็ดดี้จะแพ้ เพราะเท็ดดี้แม้จะมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีแต่มันก็ผ่านการออกล่ามาแล้วหลายครั้งแม้จะไม่อาจผ่านขึ้นไปเป็นนักผจญภัยระดับเงินได้ก็ตามผิดกับเอเลนที่เป็นเพียงแค่นักผจญภัยมือใหม่แถมยังมีคลาสเป็นช่างฝีมือ
กรรมการที่เป็นเจ้าหน้าที่ของสมาคมได้แต่มองอย่างเอือมระอา เท็ดดี้มีวันนี้ได้ล้วนเป็นเพราะมันมีพี่ชายเป็นนักผจญภัยระดับทอง ผู้ที่ลองดีกับเท็ดดี้ทุกคนล้วนมีจุดจบไม่สวยแม้ไม่ตายแต่ก็ต้องพิการไปตลอดชีวิตไม่ก็วิกลจริตไปเลยส่วนหนึ่งก็เพราะกฏการดวลอันป่าเถื่อน
“มีอะไรจะสั่งเสียมั้ย?”
เท็ดดี้เอ่ยอย่างถือดีแต่เอเลนเพียงยิ้มตอบเท่านั้น
“เปิดสนามประลองได้”
ครืน
ไม่ทันขาดคำวงแหวนเวทมนต์ขนาดใหญ่ทั่วทั้งสนามประลองก็ส่องแสงขึ้นก่อนที่มันจะค้อยๆสร้างโดมแสงขึ้นครอบสนามประลองเอาไว้ เด็กหนุ่มช่างฝีมือมองวงแหวนเวทมนต์ด้วยความสนใจเจ้าหน้าสนามประลองก็ยินดีที่จะอธิบาย
“สนามประลองเป็นตายนี้มีกฎอยู่เพียงอย่างเดียว เมื่อหนึ่งชีวิตตายลงการประลองเป็นอันสิ้นสุดเพราะฉะนั้นพวกนายมีใครคนใดคนหนึ่งต้องตาย แต่อย่าได้กังวลไปทันทีที่การประลองจบลงผู้ตายจะคืนชีพทันทีนอกลานประลอง”
กรรมการร่ายยาวทให้เด็กหนุ่มผงกหัวรับคำครู่หนึ่งทั้งที่ในใจเขาไม่ได้สนใจฟังกรรมการเลยแม้แต่นิดเดียว
เขตแดนนี่ตัดขาดพลังจากภูติด้วย ไม่เลวเลย
เอเลนมองลานประลองด้วยความสนใจอย่างน้อยเขาก็ได้รับรู้ว่าผู้ใช้ภูติไม่ได้ไร้เทียมทานแต่อย่างใดอย่างน้อยก็มีบางพื้นที่ที่ภูติไม่สามารถเข้าถึงได้หากไม่ได้อยู่ใกล้ๆกัน ตามปกติแล้วเขาสามารถสัมผัสร่องรอยพลังของโนมกับสลามันเดอร์ได้แต่เขตแดนเวทมนต์นี้คล้ายกับเป็นโลกอีกใบ
“ฮ่าๆ เท่านี้แกก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว”
เท็ดดี้พูดด้วยความสะใจพร้อมกับเลียขวานด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
“ชั้นจะไม่ให้แกตายเร็วนักหรอก ชั้นจะถลอกหนังแกออกมาช้าๆและก็ควักลูกตา ตัดลิ้น”
ถ้อยคำทรมาณสุดแสนจะโรคจิตหลุดออกจากปากของเจ้าคนหัวล้านนักผจญใหม่รุ่นใหม่ไฟแรงหลายคนเคยถูกมันดับฝันมาแล้วผ่านสนามประลองเป็นตายแห่งนี้ เอเลนกลับยิ้มมุมปากด้วยใบหน้ายียวนเช่นเดิมก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ถ้าทำได้อย่างปากว่าก็เชิญเลยครับ”
“ไหนๆแกก็ไม่มีโอกาสได้หนีแล้ว ทำไมไม่สร้างความบันเทิงให้คนดูหน่อยล่ะ?”
เท็ดดี้เหยัดยิ้มยิงฟันก่อนจะชูนิ้วชี้ขึ้น
“หนึ่งกระบวนท่า ข้าให้แกโจมตีข้าได้ครั้งหนึ่งแล้วกันเดี๋ยวจะหาว่าข้ารังแกเด็กใหม่”
“จะดีเหรอครับ ผมว่าแบบนั้นมันออกจะ...เอาเปรียบเกินไปหน่อย”
เอเลนแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงลังเล
“ถือว่าเป็นคนเมตตาเล็กๆน้อยก็แล้วกัน”
เอเลนพยักหน้าพร้อมชี้ปลายขวานลงพื้นในแนวเฉียงมือกำด้ามอย่างหลวมๆประหนึ่งคนไม่เคยจับศาสตราวุธมาก่อนซึ่งท่าทีปวกเปียกของเขาเรียกสายตาดูแคลนจากเท็ดดี้ได้ เอเลนวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วไม่มากนักขวานถูกวาดจากบนลงล่างส่งผลให้เท็ดดี้ฉีกยิ้มก่อนที่มันจะตวัดขวานสวนในจังหวะสุดหวาดเสียว
“ข้าบอกว่าให้โจมตีก่อนไม่ได้หมายความว่าข้าจะไม่ตอบโต้ รับบทเรียนจากรุ่นพี่คนนี้ใส่สมองแล้วกลับไปนอนในรูของแกซะเถอะ!”
เท็ดดี้หัวเราะราวกับตนกำลังจะได้รับชันชนะแล้วเสียเต็มประดาแต่เอเลนกลับยิ้มร้ายพร้อมกับตอบว่า
“ก็คิดไว้แล้วว่าคนแบบแกคงไม่มีทางรักษาคำพูดหรอก
ในตอนนั้นเองขวานศึกกำลังจะจามใส่ใบหน้าของในแนวขวางแต่ด้วยความที่เท็ดดี้ตั้งใจจองทรมาณเขาในการดวลขวานนี้จึงมีจุดมุ่งหมายไม่ให้เขาตายมุมการโจมตีจึงอาจจะดูแปลกไปนิดหน่อยปรึงหนึ่งว่าเท็ดดี้พยายามรั้งอาวุธเอาไว้เอเลนแค่นเสียงดูแคลนเพราะขวานนี้กลับดูเชื่องช้าเหลือเกิน
ไม่ต้องอาศัยเวทมนต์หรือเล่ห์กลอันใดทั้งนั้นมือที่กำหลวมๆอยู่แล้วพลันปล่อยจากขวานในบัดดล ร่างกายที่ตั้งตรงเหวี่ยงออกไปด้านหลังปล่อยคมขวานผ่านหน้าโดยไม่รับการโจมตีแม้แต่หน่วยเดียวยังไม่ทันที่เท็ดดี้จะได้ตั้งสติหัวเข่าของเอเลนก็บรรลุถึงบริเวณท้องน้อยที่เป็นช่องว่าของชุดเกราะ
ครึก
100
แรงกระแทกไม่มากพอจะทำให้เท็ดดี้บาดเจ็บแต่ก็มากพที่จะทำให้ชายร่างโตเสียหลักแต่เท็ดดี้ก็สมกับที่เป็นนักผจญภัยมานานเมื่อถูกทุบตีหนึ่งครั้งมันก็สามารถตั้งหลักได้ แต่อย่างไรก็ตามหัวสมองของมันกำลังคิดหาทางตอบโต้หมัดลุ่นๆของเอเลนก็บรรลุถึงใบหน้าของมันเสียแล้ว
ผัวะ
190
แรงปะทะทำให้เท็ดดี้หน้าสะบัดพร้อมกับฟันที่กระเด็นหายไปหนึ่งซี่สร้างความอับอายให้แกมันถึงขีดสุดก่อนที่มันจะตัดสินใจใช้ทักษะของคลาสนักรบคลั่ง
“บันดาลโทสะ”
[ค่าสถานะของท่านเพิ่มขึ้น0.5เท่า พลังชีวิตสูงสุดเพิ่มขึ้น 2000 หน่วย]
ครืน
ออร่าเวทมนต์ล้นทะลักออกมาจากร่าง เท็ดดี้กู่ร้องเสียงดังข่มขวัญก่อนที่คมขวานจะหวดกลับมาที่เอเลนด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมราวครึ่งจังหวะ เอเลนหรี่ตามองด้วยความสนใจ
“ทักษะเพิ่มความสามารถในช่วงสั้นๆงั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น”
ในบรรดาทักษะอันน้อยนิดของเอเลนมีอยู่สองทักษะที่มีเลเวลสูงมาก หนึ่งคือทักษะพลังเวทมนต์พื้นฐานที่มีความสามารถในการยกระดับคุณภาพของพลังเวทมนต์และสองคือทักษะผนึกเวทย์ ทักษะที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของสิ่งต่างๆด้วยพลังเวทมนต์ซึ่งเป็นทักษะที่เอเลนเชี่ยวชาญที่สุด
ความเร็วที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่อะไรที่น่ากังวเลยแทโอที่ตัวใหญ่กลับเคลื่อนไหวได้ไวกว่าเท็ดดี้มากนักที่เหมือนกันก็คงมีเพียงกระบวนท่าทื่อด้านไร้การพลิกแพลงเท่านั้น แถมเท็ดดี้ยังทุ่มสุดตัวเอเลนที่รออยู่แล้วพลันเบี่ยงตัวเล็กน้อยปล่อยขวานผ่านหน้าไปก่อนจะผนึกพลังที่เท้าเพื่อเหยียบขวานที่กำลังจมลงดิน
ตูม
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวเอเลนนึกแปลกใจเล็กน้อยที่เท็ดดี้ไม่ได้ผนึกพลังที่อาวุธเลยทำให้เขาสามารถเหยียบยึดเอาไว้ได้โดยง่าย เท็ดดี้พลันเหงื่อตกไม่เข้าใจว่าเอเลนสามารถเหยียบขวานเอาไว้ได้ยังไงโดยที่มันไม่อาจงัดคืนได้ราวกับขวานคู่ใจถูกทับด้วยขุนเขา
“ไม่คิดเลยว่าจะอ่อนแอขนาดนี้”
เอเลนถอนหายใจทีหนึ่งดูท่าเขาจะคาดหวังมากเกินไปที่คิดว่านักผจญภัยทุกคนจะเก่งกาจเหมือนเซลีน ก่อนจะใช้หมัดผนึกพลังเวทมนต์ชกเข้าที่ใบหน้าของเท็ดดี้ที่กำลังตกตะลึง
ผัวะ
444
เท็ดดี้พุ่งกระแทกโดมแสงเสียงดังสนั่นแม้ค่าความเสียหายจะน้อยไปบ้างเมื่อหักลบกับค่าพลังป้องกันแต่พละกำลังของเอเลนนั้นก็เป็นที่ประจักษ์ เท็ดดี้ประคองตัวเองขึ้นมาด้วยความทุลักทุเลก่อนจะเห็นใบหน้ายิ้มร้ายของเอเลนในสายตาพร้อมกับกล่าวคำพูดยอกย้อน
“อย่าเพิ่งรีบตายนะครับ กรุณาอยู่สร้างความบันเทิงให้พวกเราเห็นหน่อยสิ”