บทที่ 2
ราชาผู้ถูกหลงลืม
“พวกคุณรู้จักหัวหน้ากันด้วยเหรอครับ” คอสถามขึ้น
“หัวหน้า?” แทนทำหน้าสงสัย
“นายเนี่ยนะคนของกิลด์โคซี่ กิลด์คริสตัลอินเฟอร์โน!?” นิกกี้ยังมองหน้าเขาแบบไม่อยากเชื่อ “หรือที่เขาว่ากิลด์นี้มีแต่คนเก่งมันจะไม่จริง” คนพูดพึมพัม
“พี่คอส...เริดเลยค่า!” ลินทำเสียงตื่น
คอสยิ้มแหยแล้วใช้มือลูบผมตัวเองสองสามทีก่อนจะตอบออกมา“แฮะๆ...ผมอยู่กิลด์นั้นนั่นล่ะครับ”เขาว่า “แต่เรื่องเก่งนี้ผมยังห่างไกลหัวหน้าอีกเยอะครับ...ไกลกันจริงๆ” จอมเวทที่พวกแทนเพิ่งจะรู้จักบอกกับทุกคน
“แล้วข่าวที่บลานซ์ว่าเมื่อกี้มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า” นิกกี้ถามต่อ
คอสหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะตอบออกไป “เอ่อ..ผมคงบอกไม่ได้นะครับเพราะถ้าหัวหน้าโคซี่รู้ว่าผมไปกระจายข่าวว่าเราได้การ์ดระดับ A มาอีกใบผมตายแน่นอน” ชายหนุ่มหน้าจืดหัวเราะกลบเกลื่อน
“ชัดเจน...” แทนเหลือบตามองคนพูดเพราะเมื่อครู่คอสเผลอบอกสิ่งที่ตัวเองบอกว่าจะเก็บเป็นความลับออกมาเรียบร้อยแล้ว
“การ์ดแอเรียระดับ A รึ”เอ็ดเวิร์ดทำหน้าครุ่นคิด มือเชยคางตัวเองแล้วพยักหน้ารับรู้ “ท่าทางจะขายได้หลายตัง” เขิดคำนวณราคาขายในทันที
“ครเขาขายกันยะการ์ดระดับ A เนี่ย” นิกกี้เสียงขุ่น
“คอส...หัวหหน้ากิลด์นายแหยอย่างนี้รึเปล่าเนี่ย” แทนตีหน้าสงสัย
คอสทำตาโตแล้วโบกไม้โบกมือปฏิเสธทันควัน “ไม่ครับ! ไม่เลยครับ...หัวหน้าโคซี่โหดมากครับ!” เขาละล่ำละลัก
ทั้งห้าคนที่เหลือมีสีหน้าประหลาดใจนิกกี้กับแทนหันมองหน้ากัน บลานซ์และเอ็ดเวิร์ดทำหน้าสงสัย ส่วนลินท่าทางชื่นชมเมื่อได้พบกับคนของกิลด์ดัง
“เอาๆๆ งั้นอย่าเสียเวลาเลยดีกว่า ไปจัดการเรื่องกิลด์ให้เรียบร้อย”นิกกี้ตบมือเสียงดังก่อนจะบอกให้ทุกคนเตรียมเริ่มงาน “แทนตั้งปาร์ตี้ซิ” เธอหันไปสั่ง
แทนพยักหน้ารับแต่ก็ยังขอเวลาอีกนิด “แป๊บ...” เขาว่า และไม่นานนักทุกคนก็ถูกชวนเข้ากลุ่ม...
ผู้เล่นแทนไทยตั้งปาร์ตี้ ‘รถคันนี้สีเหลือง...’ เรียบร้อยแล้ว...
ผู้เล่นบลานซ์เข้าร่วมปาร์ตี้
ผู้เล่นนิกกี้เข้าร่วมปาร์ตี้
ผู้เล่นเอ็ดเวิร์ดเข้าร่วมปาร์ตี้
ผู้เล่นลลินเข้าร่วมปาร์ตี้
และผู้เล่นคอส ... ... จากกิลด์คริสตัลอินเฟอร์โนเข้าร่วมปาร์ตี้...
ปาร์ตี้ถูกตั้งเรียบร้อย ส่วนสมาชิกที่เข้าร่วมมีทั้งหมดหกคนและเมื่อเสียงจากระบบจบลง ทั้งหกคนที่ว่าก็ออกจากท่มั่นของพวกเขา มุ่งหน้าไปยังสำนักงานการตั้งกิลด์ที่อยู่ทางตะวันตกของเมืองคาลิปทันที...
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย สถานที่รับเควสสร้างกิลด์หลังจากเดินเข้าไปด้านในแล้วมองหา Npcที่จะต้องไปดำเนินการด้วยพบแล้ว นิกกี้ก็เดินเข้าไปหา Npc คนนั้นและเตรียมยื่นไอเทมเหรียญตราแห่งใจที่หลอมรวมให้ทันที
“พวกเรามารับเควสสร้างกิลด์ค่ะ” เธอพูดกับหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งผิวสีแทนซึ่งสวมชุดคลุมสีขาว
Npcหญิงสาวในชุดคลุมพยักหน้ารับเมื่อได้ยินคำพูดของนิกกี้
“พวกเจ้าจะต้องกำจัดบอสที่ระบบสุ่มมาให้ โดยที่จะใช้จำนวนคนเท่าไรก็ได้แต่รางวัลพิเศษจะแตกต่างกันตามจำนวนสมาชิกที่ร่วมกันกำจัดบอสยิ่งน้อยยิ่งได้รางวัลมีค่า” เธอว่า
“เราต้องทำยังไงบ้าง” นิกกี้ถามต่อ
“ค่าบริการตั้งกิลด์ห้าล้านกิล เจ้าจะต้องนำมันมาพร้อมกับไอเทมซึ่งจะตกจากบอสที่ระบบสั่งให้ไปจัดการ หลังจากที่ข้าได้รับสองสิ่งนี่แล้วพวกเจ้าจะได้รับไอเทมเพื่อสร้างกิลด์เป็นลำดับต่อไป”Npc คนเดิมตอบ “พวกเจ้าพร้อมหรือยังหากพร้อมแล้วกด ‘ตกลง’ข้าจะสุ่มเลือกบอสที่พวกเจ้าจะต้องไปจัดการ และส่งพวกเจ้าไปยังสถานที่ซึ่งบอสรออยู่”
“ฉันพร้อมแล้ว พวกนายว่าไง” นิกกี้หันมาถามคนอื่นๆ
“ก็โอน่ะ” แทนว่าพร้อมยักไหล่
“ฉันพร้อมแล้วล่ะ” บลานซ์พูดแล้วชกหมัดใส่ฝามืออีกข้างของตัวเอง
“ลินก็พร้อมค่า...” ลินลากเสียง
“แหม...ก็ต้องคิดถึงสิตัวเอง...ก็ตัวเองน่ารักเสียขนาดนั้น พี่เอ็ดก็ต้องเข้าไปอยู่ในใจตัวเองแล้วละ...”เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาและเมื่อทุกคนหันไปมองที่ต้นเสียงก็ไม่แปลกใจเอ็ดเวิร์ดกำลังเปิดหน้าจอติดต่อคุยกับสาวอยู่
“เอ็ดเวิร์ด...” นิกกี้เสียงเข้มแต่เอ็ดเวิร์ดยังไม่ได้หันมาตอบเขายังพูดคุยกระหนุงกระหนิงกับคนที่เขากำลังใช้หน้าจอติดต่อคุยด้วย
“พี่เอ็ดไปเก็บเลเวลมานิดหน่อยจ้าคราวหน้าเวลาออกไปกับน้องณิชาพี่จะได้ปกป้องน้องได้ไงล่ะ...จูบุจูบุ” เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อย
“ไอ้สมโชค...!” นิกกี้ตะโกนเสียงเขียว
ครั้งนี้เอ็ดเวิร์ดสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบปิดระบบสื่อสารแล้วหันกลับมา“ครับ!ครับ! พร้อมแล้วครับ...พร้อมที่สุดตั้งแต่เคยมีมาพร้อมตั้งแต่โกโบริยังไม่หลงรักอังศุมาลินเลยคับ!” เขาหันมาตอบหน้าตื่น
ทุกคนส่ายหัวกับพฤติกรรมที่เห็น แต่คนที่ในเมื่อคนที่ว่าคือเอ็ดเวิร์ดพวกเขาก็คงไม่มีอะไรที่จะพูดว่าผู้ชายคนนี้ให้รู้สึกได้
“นายสบายใจได้คอส”แทนเอ่ยปากบอกชายที่เพิ่งเข้ามาร่วมกับกลุ่มเขา “ถึงพี่เอ็ดจะดูเหมือนกระจอกแล้วก็ไม่อยู่กับร่องกับรอยแบบนี้แต่จริงๆ แล้วเขากระจอกยิ่งกว่าที่นายเห็นอีกนะ”คนพูดหันไปหัวเราะกับคนที่ถูกพูดถึง
“ไอ้แท๊น!” เอ็ดเวิร์ดโวยวาย “แกจะด่าว่าพี่กระจอกเรอะ!”ถึงแม้จะอยู่ต่อหน้า Npc สองคนนี้ก็ยังไม่คิดจะสนใจ
“ไม่คิดพี่...” แทนทำหน้าจริงจัง “แต่ด่าไปแล้ว” พูดจบเขาก็หัวเราะร่าส่วนเอ็ดเวิร์ดชี้นิ้วไปท่หน้าคนพูดแต่ไม่รู้จะพูดแก้ตัวยังไงเพราะตัวเขาเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่แทนพูดออกมา
“พอเลย อับอายขายหน้าประชาชี ท่าทางพวกนายจะพร้อมแล้วนะ” นิกกี้ตัดบท
แทนพยักหน้าแล้วหันไปบอกกับ Npc “ดูเหมือนจะพร้อมแล้วครับ”
“ข้ามีเรื่องขอเตือน ถ้าพวกเจ้ากลับออกมาโดยยังไม่ได้จัดการกับบอสพวกเจ้าจะต้องเสียค่าบริการสองล้านกิลเมื่อจะเข้าไปอีกครั้ง”Npc คนนั้นว่า ส่วนแทนพยักหน้ารับ
“อื้อ เริ่มเลยก็แล้วกัน เวลาของพวกเรามีค่า” เขาพูดโดยไม่นึกถึงเรื่องไร้สาระที่ตัวเองคุยกับเอ็ดเวิร์ดเมื่อครู่
“กด ‘ตกลง’ แล้วระบบจะเริ่มทำการสุ่มตามด้วยส่งพวกเจ้าไปยังสถานที่ซึ่งบอสอยู่ สบายใจได้ บอสในการทดสอบนี้ไม่ใช่พื้นที่ซึ่งเพลเยอร์อื่นจะเข้าไปได้มันคือบอสและสถานที่สำหรับทดสอบเท่านั้นไม่มีเพลเยอร์อื่นสามารถแย่งพวกเจ้าสังหารบอสได้” หลัง Npcพูดจบ หน้าจอที่มีประโยคหนึ่งปรากฏ

แทนหันไปมองทุกคน และเมื่อทุกคนพยักหน้ารับเขาก็เลือกกด...ตกลง
ระบบทำการสุ่มจากเลเวลสูงสุดของกลุ่มผู้ร้องขอทำเควสกิลด์...ผู้เล่นจะต้องกำจัดบอสแห่งปราสาทในสายหมอกโรเมนีลิสราชาผู้ถูกหลงลืม เลเวล 187...
เมื่อสิ้นเสียงจากระบบ แสงสว่างวาบก็ปรากฏรอบตัวของคนในปาร์ตี้ที่มีแทนเป็นหัวหน้ากลุ่มของเขาก็ถูกส่งไปยังสถานที่ทดสอบ ปราสาทในสายหมอก...โรเมนีลิสที่ระบบประกาศออกมาพวกเขาถูกส่งมาโดยที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกไปแม้แต่คำเดียว
ไม่สิ...ต้องพูดว่าไม่ทันจะพูดเสียมากกว่า
การเคลื่อนย้ายด้วยวาร์ปเสร็จสิ้นลงพร้อมกับเสียงแทนถามขึ้น
“นี่ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม ร้อยแปดสิบเจ็ดเลยเนี่ยนะ”
เมื่อสิ้นเสียงของแทน ก่อนที่คนอื่นจะพูดอะไรออกมาคอสก็พูดขึ้น “จริงๆ เสียด้วยสิครับ ผมว่าแล้วว่ามันน่าจะต้องเป็นอย่างนี้” เขาพูดก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วส่ายหน้าช้าๆ
จบคำของคอส ทั้งห้าคนที่เหลือหันมองผู้พูดทันทีนิกกี้ที่อดสงสัยไม่ได้ถามขึ้นเป็นคนแรก “นายหมายความว่ายังไงที่บอกว่าน่าจะเป็นอย่างนี้” เธอกอดอกถาม
คอสห่อไหล่ตามด้วยถอนหายใจอีกหนึ่งเฮือก “การทำเควสกิลด์มันน่าจะขึ้นอยู่กับระดับเลเวลคนในปาร์ตี้ครับผมถึงได้บอกกับคุณแทนยังไงล่ะครับว่า ให้ผมร่วมปาร์ตี้ทำเควสกิลด์ด้วยจะดีหรือ”เขาตอบหน้าเจื่อน
แทนเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจ เมื่อได้ยินเรื่องที่ว่า“แล้วมันไม่ได้ใช้เลเวลเฉลี่ยของกลุ่มรึไง”เขาถามก่อนจะเบ้ปาก
คอสส่ายหัวไปมาทันทีก่อนจะตอบคำถามที่ว่า “มันน่าจะคิดจากคนที่เลเวลสูงที่สุดในกลุ่มครับบอสน่าจะเลเวลสูงกว่าคนที่เลเวลมากที่สุดราวๆ สามถึงสี่สิบเลเวลครับคุณแทน...”
“แต่นี่มันเกินไปเยอะกว่านั้นนะ นายเลเวล 122แต่นี่บอสเลเวลปาเข้าไป 187 ห่ากันเกิน 50 เลเวลอีกนะ” แทนพูดด้วยสีหน้าสงสัยคอสที่ถูกถามได้แต่ยิ้มแหย่ไม่ตอบอะไร “ฉันละปวดหัว นี่มันชะตาของแทนไทยคนนี้หรือยังไงตั้งแต่เข้าเกมมาเควสปกติมนุษย์นี่แทบจะไม่เคยได้สัมผัส” พูดจบแทนถอนหายใจยาว
หลังจากที่เริ่มคุยกันได้สักพักทุกคนก็หันมองรอบตัวสถานที่ซึ่งพวกเขาถูกส่งมานี้เป็นปราสาทขนาดยักษ์ที่ทรุดโทรมและผุพัง หอคอยสูงสองหอขนาดซ้าขวาของตัวปราสาทที่วางตัวอยู่ตรงกลางไกลออกไปพวกของแทนในตอนนี้อยู่ที่ลานกว้างหน้าปราสาทส่วนตัวปราสาทขนาดใหญ่ทะมึนอยู่ไกลเกือบสุดสายตา และก็เป็นไปตามชื่อของปราสาทที่ถูกแจ้งเอาไว้สมกับชื่อปราสาทในสายหมอก เพราะทั่วบริเวณของพื้นที่ปราสาทนี้เต็มไปด้วยหมอกจางๆ
“เปิดไม่ได้แฮะ” เอ็ดเวิร์ดพูดหลังจากลองใช้มือผลักประตูขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของพวกเขา
“ต้องลองกระโดดถีบดูพี่” แทนว่า
เอ็ดเวิร์ดย่นคิ้ว “ฉันว่าท่าจะไม่ใช่ละ” ชายในชุดเสื้อลายดอกกางเกงขาสามส่วนตอบกลับ
แทนมองดูรอบตัวแล้วเห็นกอหญ้าสั้นกระจายไปทั่วกอหญ้าพวกนั้นแซมอยู่ตามพื้นหินของลายกว้าง และเมื่อมองไปยังสิ่งปลูกสร้างรอบตัวเขาก็เห็นว่าบางแห่งมีเถาวัลย์เริ่มเลื้อยปกคลุมแถมบางแห่งยังมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาเบียดเข้าไปจนกำแพงแตกร้าวอีกต่างหาก
หลังจากมองรายละเอียดคร่าวๆ แล้ว แทนก็กวาดสายตามองไปรอบตัวอีกครั้งครั้งนี้เขาเก็บรายละเอียดของสถานที่ที่ถูกส่งมาสถานที่ซึ่งบอสเลเวลสูงมกรอคอยพวกเขาอยู่
ที่สองข้างซ้ายขวาเป็นป้อมขนาดใหญ่สองป้อม ส่วนด้านหน้าเป็นสะพานทอดยาวไปยังลานกว้างหลังลานกว้างนั้นเป็นอาคารขนาดใหญ่สูงสามชั้นและเมื่อพ้นอาคารนั้นไปแล้วจะเป็นเนินสูง ปราสาทขนาดยักษ์วางตัวอยู่ที่นั่นปราสาทซึ่งระบบประกาศชื่อออกมาว่า...ปราสาทในสายหมอกโรเมนีลิส
“พวกเราเตรียมตัวกันให้เรียบร้อยเลยดีกว่า” นิกกี้พูดขึ้นและเมื่อจบเสียงของเธอทุกคนก็พยักหน้ารับ ยกเว้นคอสที่กำลังเดินสำรวจรอบๆ เขาลองใช้มือเคาะกำแพงของสิ่งก่อสร้างท่อยู่รอบตัวแต่ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่นานนักทุกคนก็เตรียมตัวเรียบร้อยเสียงแทนที่เพิ่งจะนึกอะไรได้ดังขึ้นก่อนใคร
“เออจริงสิ...” เขาเริ่ม “บลานซ์...ฉันว่าจะเอาการ์ดนี่ให้นายนานแล้วแต่ลืมไปเลย” แทนพูดพร้อมกับยื่นการ์ดใบหนึ่งให้กับบลานซ์
“นาดัสผู้ไร้ความดี” ชายในชุดเกราะอัศวินอ่านชื่อการ์ดที่เพื่อนของเขาส่งมาให้
“อือ...ฉันกับลินได้มาจากตอนที่ไปทำเควสในหุบเขาคนบาปมันถือว่าเป็นของฉันร่วมกับลิน นายอย่าลืมหาการ์ดดีๆ ให้เธอด้วยล่ะ” แทนพูดพร้อมกับเลื่อนสายตาไปที่ลิน
“ไม่เป็นไรหรอกค่า...” ลินพูดออกไปพร้อมยิ้มหวานว่าไม่ได้ต้องการอะไรตอบแมนแต่ในใจลุ้นให้ได้การ์ดดีๆ ตอบแทน
“อือ...พอนายพูดฉันก็นึกขึ้นได้ นี่...การ์ดสายนักบวช ฉันกับนิกกี้ได้การ์ดใบนี้มาจากตอนที่ไปทำเควสในเขาวงกตมอนสเตอร์สายนักเวทตัวนี้นิกกี้บอกว่านานๆ จะดรอปการ์ดสักที” บลานซ์พูดพร้อมกับหยิบการ์ดคาถาระดับ 9 ดาวใบหนึ่งออกมา“ลินเอาไปใช้ก็แล้วกัน เดี๋ยวมีของดีๆ อีก ฉันกับนิกกี้จะเก็บไว้ให้” ชายร่างสูงใหญ่เอ่ยออกไป
“ค่า...” หญิงสาวตอบรับพร้อมกับรับการ์ดที่ตอนแรกเธอคิดว่าไม่คุ้มสักเท่าไรกับการ์ดบอสที่เธอเป็นเจ้าของอยู่ครึ่งหนึ่งแต่เมื่อได้เห็นคุณสมบัติของการ์ดใบที่บลานซ์ยื่นให้ก็ต้องเลิกคิ้วสูง “โห...! คาถานี่ดีมากเลยนะคะ” เธอพูดพร้อมกับทำตาโต
บลานซ์ยิ้มรับ แต่ก็ทำหน้ายิ้มได้ไม่นานนักเมื่อถูกเพื่อนของเขาแซว
“อารายน๊า...กับนิกกี้? กับนิกกี้เลยเหรอคุณบลานซ์”แทนทำเสียงเล็กเสียงน้อยพร้อมกับหรี่ตามองไปที่บลานซ์สลับกับนิกกี้มันทำให้สองคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าโดนแซวอยู่ถึงกับเขินไปในทันที
“ไปๆๆๆ !” นิกกี้รีบเดินนำหน้าพร้อมกับพูดแก้เขินแทนกับเอ็ดเวิร์ดมองยิ้มๆ ส่วนลินและคอสที่ไม่รู้เรื่องหน้างง
แต่ก็ไม่นานนักลินก็เริ่มสงสัย เธอหันไปหาแทนทันทีที่นึกขึ้นได้“พี่แทนๆ”เธอเริ่ม “พี่บลานซ์กับพี่นิกกี้เขาเป็นแฟนกันเหรอคะ...เหรอคะ...เหรอคะ” คนถามทำหน้าอยากรู้เต็มที่ ส่วนแทนหัวเราะก่อนจะตอบออกไป
“ยังไม่ได้เป็น แต่น่าจะไม่พลาด” เขาพูดก่อนจะหันมามองหน้าลิน“ว่าแต่ลินนี่ทำตัวเหมือนพวกป้าข้างบ้านเลยนะ” เขาพูดยิ้มๆ ส่วนคู่สนทนาของเขาเบ้ปากทันทีที่ได้ยิน
“แหม...พี่แทนน๊า...!” ลินพูดลากเสียงสูงพร้อมกับใช้มือตีไปที่แขนของแทนเบาๆ
หลังจากนั้นทุกคน ก็เริ่มออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าสู่ตัวปราสาทเป้าหมายคือการกำจัดราชาผู้ถูกหลงลืม บอสแห่งปราสาทในสายหมอกโรเมนิลิส...
บลานซ์ออกเดินนำหน้า พวกเขามุ่งหน้าไปยังสะพานที่ทอดยาวแต่ยังไม่ทันที่จะได้ข้ามสะพานที่ว่าก็มีกำแพงโปร่งใสมากั้นไว้เสียก่อนหลังจากนั้นประตูป้อมทั้งสองข้างก็เปิดออกพร้อมๆกับเสียงแจ้งการปรากฏตัวของมอนสเตอร์กลุ่มแรกที่พบในเขตปราสทผุพังหลังนี้
อัศวินแห่งโรเมนิลิส เลเวล 120 จำนวน 6ตนปรากฏตัว
เดธวิซาร์ด เลเวล 121 จำนวน 3 ตนปรากฏตัว
และนักบวชเงาเลเวล 119 จำนวน 2 ตนปรากฏตัว...
หลังจากสิ้นเสียงของระบบ ก่อนที่ทุกคนจะทำอะไรเสียงจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ผลของทักษะอาชีพริกส์เบรกเกอร์ทำงานMP ของผู้เล่นเพิ่มขึ้นจากเดิม 30%เด็คถูกสุ่มสลับกับเพื่อนคนใดคนหนึ่งในปาร์ตี้ผลนี้จะหมดลงเมื่อผู้เล่นจัดการศัตรูลงได้...