ฉันในตอนนี้กำลังฝึกเวทอยู่ถึงอายุหนึ่งขวบเขาจะยังไม่เริ่มฝึกก็เถอะ แต่เวลาไม่เคยรอใคร
ถึงฉันจะเป็ถึงองค์หญิงแห่งอาณาจักรแต่ว่าความอันตรายไม่ได้มีน้อย เอาจริงๆการเป็องค์หญิงเนี่ยมันอันตรายกว่าเป็สามัญชนอีกนะ
นี่คงเป็แผนของเทพธิดานั่นอีกแล้วสินะยัยงูเห่านั่น! เพราะว่าอาจจะถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่
หรืออาจจะมีาแล้วทางเราแพ้าหรือพ่อแม่อาจจะทิ้งเราเพราะว่า ฉันกินอาหารเย็นเยอะเกินไปอะไรทำนองนี้ก็ได้
ด้วยความหวาดเกรงฉันต้องฝึกและมีพลังที่อุปสรรคไหนฝ่ามาก็ทนได้ไม่งั้นก็มีแต่ไปตายเท่านั้นแหละ
ฉันไม่ใช่พระเอกในนิยายที่จะมีพลังแล้วพุ่งเข้าใส่สู้จนเกือบแพ้แต่มีจุดพลิกบางอย่าง ทำให้เอาชนะมาได้
แต่ตรงกันข้ามการเป็ตัวประกอบจุดพลิกถึงอาจจะมีในบางครั้งแต่ก็แพ้อย่างง่ายดายเพื่อประกาศความโหดของมันเพื่อที่จะให้พระเอกกำจัดมันทิ้งไรงี้
ก็คาแร็คเตอร์ฉันมันเป็ประมาณนั้นนี่น่า!
และด้วยเพราะกลัวใครจะเห็นฉันเลยฝึกอยู่ในห้องตัวเองหมายถึงใต้เตียงน่ะนะ ถ้าแม่เข้ามาฉันจะได้ไหวตัวทัน
แต่อาจจะกำลังงงว่าฉันฝึกยังไงถ้าอยู่ใต้เตียงฉันใช้เวทแทรกแซงไปยังธรรมชาติ คุณรู้ไหมว่าจักรวาลคือ 4 มิติประกอบไปด้วยพื้นที่และเวลา
ซึ่งเมื่อพิจารณาจากเวกเตอร์ของ 4มิติ ว่าง่ายๆ ก็คือทิศทางนั่นแหละ ไม่ว่าจะขึ้นบนหรือลงล่าง ซ้าย ขวายังไงก็ตามสามารถอธิบายด้วยเวคเตอร์ตรงนี้
ฉันจึงเกิดคำถามขึ้นถ้าเราแทรกแซงตรงทิศทางและมิติของพื้นที่หนึ่งให้ไร้ทิศทางหรือพื้นที่เวลานึกไม่ออกให้นึกถึงทุ่งนาข้าวคือทิศทางและพื้นที่กับเวลา
แล้วฉันไปแยกทุ่งนาข้าวให้เห็นดินอารมณ์ราวๆ นั้น แต่คำตอบที่ได้จากนี้มันจะคล้ายๆ หลุมดำ แต่ไม่ใช่หลุมดำ
เพราะจะกลายเป็ช่องว่างระหว่างมิติที่เรียกว่า‘ความว่างเปล่า’ ถ้าจะเข้าใจง่ายๆ ก็คือ ตรงนั้นไม่ใช่ ในจักรวาลอีกต่อไป
ใช้เมื่อฉันแยกให้ตรงนั้นเป็ความว่างเปล่าฉันแค่สร้างมิติขึ้นมาใหม่ อาจจะไม่จำเป็ต้องสร้างเวลาแต่ก็สร้างมิติที่เป็พื้นที่ในการฝึกอยู่ในนั้นก็ได้
การสร้างมิติเป็เื่ที่ยาก..คุณกำลังคิดแบบนั้น แต่เปล่าเลยในโลกเดิมของฉันมีทฤษฎีอ้างอิงยันมิติที่ไร้จุดสิ้นสุดเชียวนะ
มิติหรือพื้นที่ก็คือ ปริมาตรรูปทรงหรือพื้นที่ โครงสร้างของมันประกอบไปด้วย ความยาว (1D) ความกว้าง (2D)และสุดท้ายความสูง (3D)
ซึ่งสามมิติที่ว่าไปรวมกันเป็พื้นที่ฉันแค่แทรกแซงทำให้โครงสร้างเ่าั้ที่มีอยู่ขึ้นมาแล้วทำให้มันกลายเป็มิติส่วนตัวของฉัน
อีกอย่างธรรมชาติของโลกที่ฉันสร้างไม่เกี่ยวข้องกับโลกทางนี้หรือก็คือในโลกที่ฉันสร้างแม้เวลาจะไม่มี
แต่เวลาทางโลกนี้ยังเดินตามปกตินั่นเองแต่ว่าก็ว่าเถอะนะ สร้างมิติเฉพาะมันง่ายขนาดนี้คงมีพวกไอเทมที่ใช้เปิดมิติสิน้าา
ฉันคิดแบบนั้นก็รู้สึกสบายใจแปลกๆเพราะแต่ก่อนเวลาจะไปฝึกต้องแบกกระสอบทรายขึ้นเขาสูงคนเดียว ถึงจะนับว่าเป็การฝึกแต่ทำแบบนั้นทุกวันก็ไม่ไหวนะ
ฉันตอนนี้กำลังฝึกเวทมนตร์อยู่แม่เคยพูดให้ฟังว่า ‘เวทมนตร์น่ะ เป็การแทรกแซงกฎธรรมชาติไม่ใช่แค่แทรกแซงสิ่งที่รู้จัก’
เหมือนจะคิดว่าฉันไม่เข้าใจเลยพูดขึ้นมามั้งเพราะแม่บอกว่านี่เป็ความลับของเหล่าเทพ เพราะว่าอยากให้มนุษย์ได้ค้นคว้าจนเจอมันเอง
ฉันถึงได้สร้างมิตินี้ขึ้นมาเพื่อที่จะลองแทรกแซงกฎเกณฑ์ดูบ้างถ้าเป็อย่างที่แม่บอก เวทมนตร์มนุษย์ก็อาจจะเทียบเท่ากับเวทมนตร์แฟร์รี่ได้เลย
เพราะมันแทรกแซงกฎเกณฑ์หรือความเป็จริงสมมุติแทรกแซงความเป็จริงที่ว่า ฉันมีตัวตนอยู่หรือไม่?
แล้วถ้าเกิดแทรกแซงให้ไม่มีตัวตนฉันก็จะถูกลบออกไป ไรแบบนี้แหละ ฉันเลยสงสัยและลองทำดูซึ่งแม้จะพยายามกี่หนก็ไม่สำเร็จสักที
ฉันฝึกแบบนี้ไปอีกหนึ่งปี..จนตอนนี้ฉันอายุ 2 ขวบแล้ว … และน้องฉันก็ลืมตาดูโลกแล้ว เหมือนจะเป็ผู้หญิง
เพราะฉันชื่อ เลทิเซีย น้องสาวเลยใช้เลวิเนีย ทีน อาเดฟ
จริงๆ ฉันเป็คนคิดชื่อเองแหละเพราะไม่มีเซนส์ในการตั้งชื่อเลยออกมาประมาณนี้แหละนะ
ส่วนถึงจะผ่านมาแล้วหนึ่งปีการฝึกก็ยังไม่คืบหน้าฉันจึงเปลี่ยนการฝึก…
…….
…..
…
--4 ปีผ่านไป
มันไวราวกับโกหก.. ฉันตอนนี้อายุหกขวบแล้วไม่เด็กแล้วด้วย.. เอ่อ อันที่จริงก็ยังเด็กนั่นแหละส่วนน้องสาวฉันก็อายุห้าขวบเธอเองก็ไม่เด็กแล้วด้วย
ฉันในตอนนี้กำลังย่องออกจากปราสาทเงียบๆเพราะจะแอบออกไปฝึกเวทมนตร์ เพราะคราวนี้ต้องฝึกเวทในการต่อสู้ไว้ก่อน
แต่บอกไว้ก่อนนะฉันเกลียดการต่อสู้มากที่ฝึกไว้แค่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้นแหละ…
ขณะที่กำลังย่องออกจากประตูวัง..
“พี่คะ จะไปไหนเหรอ?”
ฉันที่กำลังย่องอยู่มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังฉันถึงกับสะดุ้งหันกลับไปทันทีเพราะนี่เป็ยามวิกาลแล้ว
พ่อกับแม่รู้ คงโดนหวดแน่ๆ ..ถึงจะไม่เคยตีฉันเลยก็เถอะ
“ละ.. เลวี่ นี่เธอยังไม่นอนอีกเหรอ?”
เธอคือน้องสาวฉันเธอเป็คนที่ค่อนข้างตัวใหญ่ เธอเลยสูงเกือบเท่าฉันแม้อายุจะน้อยกว่าก็ตามที
“ค่ะ..หนูเห็นท่านพี่แอบออกมาจากห้องพอดีเลยตามมาด้วยค่ะ”
ฉันรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย พักหลังๆมานี่จะบังเอิญบ่อยไปไหมนะ เพราะฉันออกจากห้องทีไรก็ดันมาเจอกับเลวี่ทุกทีเลย
บางครั้งเจออยู่หน้าประตูด้วย… อืมช่างมันแล้วกัน
“ก็ได้นะ..แต่ว่าห้ามเอาเื่นี้ไปบอกท่านพ่อกับท่านแม่เด็ดขาดนะ”
“ค่ะ หนูจะเชื่อฟังท่านพี่นะคะ!”
“อืม งั้นไปกันเถอะ”
ว่าแล้วพวกเราสองพี่น้องอายุ 5-6 ขวบก็ย่องออกจากบ้านไปอย่างเงียบๆ