ใต้หงบินยามนี้ไม่อาจสะกดกลั้นความสงสัยใดๆอีก พลันกล่าว
“ อาจารย์เทียนอวิ๋นรอบคอบหมดจด เราผู้ชราเลื่อมใสนัก เพียงแต่เวลา 1 ปีนี้ ไม่อาจทอดทิ้งพร์ของฮ่าวเทียนให้เสียเปล่าได้ หากไม่ได้ฝึกวิชาเฉพาะที่ร้ายกาจซักแขนง ได้แต่เรียนรู้ทั่วไป แม้์ยังต้องนึกเสียดาย... ” เหล่าอาจารย์รอบข้างเริ่มเห็นด้วยและเข้าใจความชัดเจนของผู้ที่เพิ่งกล่าว ว่าไม่ยอมแพ้และ้าแย่งชิงฮ่าวเทียน ก่อนได้ยินเสียงดังประกาศก้อง
“ พวกท่านนี่ ช่างหัวดื้อหัวรั้นสมอายุนัก ข้าเห็นด้วยกับเทียนอวิ๋น ให้รอ ก็คือให้รอ 1 ปีนี้ใครแตะต้องมัน ไปขึ้นเวทีประลองกับเทียนอวิ๋น ชนะได้ก็เอามันไป! ” คำนี้ของเ้าตำหนักประดุจสายฟ้าฟาดกลางศรีษะพวกมัน เทียนอวิ๋นแม้อายุน้อยนักแต่เป็ถึงรองเ้าตำหนัก พลังฝีมือของมันแม้แต่เ้าตำหนักยังต้องถอยร่น ยิ่งไม่ต้องกล่าวว่าอายุยังไม่ถึง 40 หากอายุมากกว่านี้เล่า จะไปถึงขั้นใด...ตอนนี้ไม่มีสุ้มเสียงใดตอบกลับอีก ใต้หงบินก้าวออกมาคำนับ กล่าวต่อ
“ พวกเราจะปฏิบัติตามคำสั่ง ท่านทั้งสองโปรดวางใจ..... ฮ่าวเทียน เ้ากลับไปยังชั้นเรียนตามเดิม เื่ราวในวันนี้ไม่อาจเผยแพร่ออกไป จนกว่าจะถึงเวลาการสอบใหญ่ ให้เ้าตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ไม่อาจทำให้อาจารย์ผิดหวัง! ” ฮ่าวเทียนตอบกลับทันที
“ คำสั่งท่านอาจารย์ศิษย์จะไม่ลืมเลือน ” จากนั้นเด็กหนุ่มเดินจากไป ลับหลังด้วยสายตาเสียดายสุดซึ้งของเหล่าไม้ใกล้ฝั่งที่อยากมีผู้สืบทอด...
เช้าวันถัดมา ฮ่าวเทียนเข้าสู่ชั้นเรียนวันแรก วิชา มารยาทและธรรมเนียมปฏิบัติ
“ ช่างเป็วิชาน่าเบื่อหน่ายนัก... ” นักเรียนทุกคนเข้าเรียนด้วยความอดทน ก่อนมองมายังฮ่าวเทียนและกระซิบกระซาบกัน
“ เฮ่ พวกเ้าดูเด็กนั่นสิ ข้านึกว่าจะโดนไล่ตะเพิดจากสำนักแล้ว มันกลับมานั่งลอยชายอยู่ที่นี่ ใช่มันมีฝีมือเก็บงำรึเื้ัยิ่งใหญ่เป็แน่ ” จากนั้นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก็เอ่ยปาก
“ พวกเ้ามันตาต่ำ ปราณริเริ่มขั้น 1 อายุ 12 สำหรับพวกเราอัจฉริยะ มันคือลูกหมาโดยแท้ ต่อให้เป็ลูกโทนองค์าา ในสำนักนี้ก็ไร้ซึ่งยศถามิใช่รึ ลองดูหรือไม่ว่ามันมีดีอันใด? “ หยางเว่ยเทียนแม้รูปโฉมหล่อเหลาแต่ยามนี้ทำหน้าตาหน้าเกลียดนัก
“ พี่เว่ยเทียนว่าเช่นนั้นพวกข้าย่อมเห็นดีด้วย ” ในชั้นเรียนทั้งพลังฝีมือและเื้ัสูงส่ง หยางเว่ยเทียนนับว่าอยู่อันดับต้นๆ ไม่มีผู้ใดอยากตอแยกับมันนัก ่พักมีเด็กหนุ่มคนนึงเดินตรงมาหาฮ่าวเทียนพร้อมกล่าว
“ ฮ่าวเทียน เลิกเรียนวันนี้เ้าไปเจอข้าหลังโรงฝึก หากบิดพลิ้วอย่าหวังจะอยู่อย่างสงบ! ” ด้านหลังบทสนทนานี้ เป็หยางเว่ยเทียนยิ้มเยาะอย่างพอใจ...
สิ้นคาบเรียนฮ่าวเทียนไม่สนใจอันใด ฝึกพลังลมปราณต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน พลันได้ยินเสียงใสแจ้วดิ่งเข้ามาหาตน
“ ฮ่าวเทียน เ้าว่างรึไม่ ไปแดนชมจันทร์กับข้าที ได้ยินว่าที่แห่งนั้นธรรมชาติงดงามที่สุดในสำนักศึกษา ” ฮ่าวเทียนลืมตามองหลินเว่ยซินที่กำลังลิงโลดด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ เว่ยซิน เ้ามาทำดีกับคนต่ำต้อยเช่นข้า ไม่กลัวถูกเพื่อนในห้องเหม็นหน้าเอารึ ? ” เว่ยซินสีหน้าเรียบชาไม่สนใจคำ
“ ต่ำต้อยแล้วอย่างไร ข้าเว่ยซินไม่เคยคบหาสวะพรรค์นั้น ไม่เป็สุนัขเลียแข้งขา ก็เป็พวกยกตนน่าสะอิดสะเอียน คุยกับเ้ายังสนุกกว่าเยอะ ” นางกลับเป็คนเดียวที่คิดเช่นนี้ได้ เพราะปูมหลังนางไม่ด้อยไปกว่าหยางเว่ยเทียนแม้แต่น้อย ฮ่าวเทียนมองดูเด็กสาวพูดจาทำหน้าตาบูดบึ้งก็ขำออกมา
“ ฮ่ะๆ เอาเถอะ เ้านับว่าเป็สหายคนเดียวของข้าในที่นี้จริงๆ ข้าจะไปกับเ้า...” ทั้งสองคนพุ่งไปยังแดนชมจันทร์ทัศนียภาพสวยงามสุดลูกหูลูกตา ที่แห่งนี้เป็หนึ่งในมิติย่อยของสำนักศึกษา สร้างขึ้นโดยปรมาจารย์ชั้นสูง หวังให้เหล่านักเรียนใช้เพื่อพักผ่อนสงบใจ
ได้อยู่ในสถานที่เช่นนี้ฮ่าวเทียนกลับมีความทรงจำนึงผุดขึ้นมาในใจ
“ ศิษย์พี่หญิง...ท่านคงสุขสบายดี” หลังโดนเว่ยซินลากไปเที่ยวมุมนั้นมุมนี้จนพอใจ ทั้งสองเดินทางกลับที่พักก็ค่ำมืดเสียแล้ว ยามกลับมาถึงห้องพักของตน ฮ่าวเทียนกลับพบเจอบางอย่างไม่น่ามอง ที่หลับนอนของมันถูกเผาจนเป็ปุ๋ย รองเท้าเสื้อผ้าล้วนถูกเผาเหลือแต่ซาก กระทั่งหนังสือตำรายังโดนขีดเขียนยับเยิน.... เช้าวันถัดมาฮ่าวเทียนเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทีสงบนิ่ง เว่ยซินโบกมือทักทายจึงยิ้มตอบอย่างจริงใจ เด็กหนุ่มนั่งลงกับเก้าอี้จึงได้ยินเสียง
“ โอ...ดูเ้าเด็กเหลือขอนี่ยังกับขอทาน พวกเ้าได้กลิ่นตุๆรึไม่ มันใส่ชุดเดิมเมื่อวานนี่หว่า ตำราซักเล่มก็ไม่มีติดมือ ยิ่งดูยิ่งอนาถนัก ฮ่าๆๆ ” กลุ่มนักเรียนกลุ่มหนึ่งสนทนากันอย่างขบขัน หยางเว่ยเทียนเองตอนนี้สีหน้าพอใจนัก เห็นได้ชัดว่าเหล่าสุนัขของมันทำงานได้ดี เว่ยซินเห็นดังนั้นกำลังจะเอ่ยปาก อาจารย์ชั้นเรียนเดินเข้ามาพอดี วันนี้เป็วิชาหลักฟ้าดินและบทกวีสื่อยุทธ์ของสำนัก
“ ฮ่าวเทียน เ้าไม่มีตำรารึ ใช่ว่าแจกไปครบแล้ว ? ” ฮ่าวเทียนตอบคำ
“ ท่านอาจารย์ ศิษย์โง่งมทำหายเอง ขอท่านโปรดอภัย ” อาจารย์ผู้สอนทอดถอนใจก่อนกล่าว
“ หนังสือเล่มเดียวรักษาไม่ได้ก็ไม่ต้องเรียน กลับไปทบทวนความผิดซะ ” ก่อนน้ำเสียงเว่ยซินจะดังขึ้น
“ ท่านอาจารย์ ฮ่าวเทียนใช้เล่มเดียวกับข้าได้ ข้าจะแบ่งปันแก่เขาเอง อย่าได้ขับไล่เขาเลย ” อาจารย์หันไปมองเว่ยซินพลันกล่าว
“ ของๆมัน ให้มันรักษาเอง ใครให้เ้าสอดปาก หรืออยากไปสำนึกผิดร่วมกัน ? ” เว่ยซินไม่อาจเอ่ยคำใดได้อีก...
ฮ่าวเทียนใช้ชีวิตอยู่กับท่านปู่ของมันตลอดมา ไม่เคยมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน ทั้งไม่เคยถูกเหยียดหยามกลั่นแกล้งปานนี้ มันเดินไปยังที่นั่งของกลุ่มนักเรียนหนึ่ง พลันกล่าวเบา
“ พวกเ้า ไปพบข้าหลังเลิกเรียนที่โรงฝึก ใครไม่ทำตามอย่างหวังอยู่อย่างสงบสุข! ” จากนั้นจึงเดินจากไป คาบเรียนดำเนินต่อไปจนสิ้นสุด ฮ่าวเทียนยามนี้ยืนรออยู่หลังโรงฝึก เว่ยซินรุดหามันที่พักกลับไม่พบผู้ใด ไม่นานกลุ่มนักเรียนก็มา
“ โอๆๆ นายน้อยฮ่าวอย่าโกรธข้า พวกข้าเพียงนึกสนุกเท่านั้น มีอันใดให้พวกข้าผู้ต่ำต้อยรับใช้รึ ว่าไปแล้ว...รองเท้าข้าสกปรกนัก ขาดคนเช็ดถู นายน้อย ท่านว่างรึไม่ ฮ่าๆๆ ” ไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะฮ่าวเทียนกระโจนหมัดใส่เด็กหนุ่มที่เพิ่งเอ่ยปาก หนึ่งหมัดกำแน่นกระทบหน้ามันอย่างรวดเร็วจนบิดเบี้ยว ทว่าดูท่าไม่สร้างความเ็ปนัก...
” ไอ้ขยะนี่ กล้าลงมือ พวกเรา ตื้บมัน! ” ฮ่าวเทียนเพิ่งเข้าใจความต่างก็วันนี้ ปราณริเริ่มขั้นที่ 1 ของมัน ไม่อาจต้านทานความห่างชั้นของนักเรียนเหล่านี้ได้แม้แต่น้อย นอกจากไม่ทำความเสียหายแล้ว ยังทำให้พวกมันยิ่งสนุกในการกลั่นแกล้งตน
ฮ่าวเทียนยอมตายไม่ยอมแพ้ สู้สุดใจแม้ถูกรุมกระทำต่อเนื่องจนร่างกายบอบช้ำบวมปูด ยิ่งตนออกท่าสู้มากเท่าใดยิ่งถูกกระทำมากเท่านั้น จนเด็กหนุ่มเริ่มสิ้นเรี่ยวแรง
“ ชะ! วันนี้ออกกำลังกายเหงื่อไหลดีแท้ ข้าหวังว่านายน้อยฮ่าวจะช่วยพวกข้าผู้ต่ำต้อยได้ออกเหงื่อมากกว่านี้ ฮ่าๆ ” เด็กหนุ่มพูดจาก่อนหยิบยกเท้ายืนบี้ลงบนแขนของฮ่าวเทียน เสียงร้องบางเบาเกิดขึ้นในลำคอเด็กหนุ่ม ก่อนจะรุนแรงขึ้น พลันเกิดรัศมีพลังสายหนึ่งพุ่งเข้ากลางวง ทำให้เหล่านักเรียนถอยร่นไป
“ พวกเ้า กล้าทำเพียงนี้ ที่นี่เป็สำนักศึกษานะ! ” เป็เว่ยซินเอง ยามนี้ฮ่าวเทียนมองดูสหายคนเดียวของตน ทั้งเป็หญิงสาว กำลังรับมือกับนักเรียนชายหลายคน
“ ฮึ่ม ที่แท้นายน้อยฮ่าวเป็วีรบุรุษมุดชายผ้าเพศหญิงนี่เอง ถึงว่าล่ะช่างแข็งแกร่งนัก เฮอะๆ วันนี้พวกข้าขอลา! ” ด้วยระดับพลังและปูมหลังของเว่ยซิน พวกมันไม่อาจต่อต้านโดยแท้
“ ฮ่าวเทียนเ้าเป็อะไรรึไม่ ตายล่ะ เ้าาเ็มากนัก ข้าจะพาเ้าไปตำหนักหาอาจารย์หมอ ” ฮ่าวเทียนกล่าว
“ ช่วยพาข้ากลับยังที่พักเถอะ หากไปหาอาจารย์หมอนอนรักษา มีแต่พวกมันจะยิ่งสนุกปาก ” เว่ยซิยถอนหายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางพาฮ่าวเทียนเหาะเหินกลับไปยังที่พัก ก่อนกล่าวคำเป็ห่วงอยู่มากมาย และจากไปฮ่าวเทียนเร่งโคจรปราณรักษาตน กลับรู้สึกได้ถึงบางอย่าง
“ เอ๊ะ ข้าตอนนี้ แม้เ็ปไฉนเลยรู้สึกราวเกิดใหม่ นี่คือ... ” แค่เพียงเด็กหนุ่มโคจรพลังลบล้างความเ็ปเท่านั้น โดยไม่รู้ตัว มันก้าวเข้าสู่ปราณริเริ่มขั้นที่ 2 โดยไม่แม้แต่เอะใจ....
จบตอน