เจียวอวี๋เปิดประตูก้าวเข้าเรือนเหม่ยฮวาของตน อาฟู่ช่วยนางถอดเสื้อผ้า ส่วนอาเฟยยกน้ำร้อนมาเทลงอ่างอาบน้ำผสมกับน้ำเย็นที่ได้ตระเตรียมไว้
หญิงสาวก้าวขาเรียวเดินลงไปในอ่าง น้ำร้อนผสมน้ำเย็นอุ่นกำลังดี ไอน้ำล่องลอยคล้ายหมอกบางยามเช้า นางนั่งแช่ตัวอยู่ในน้ำอุ่นร้อนอย่างผ่อนคลาย
เจียวอวี๋ยกมือเรียวยาวราวหยกแกะสลักพาดลงบนขอบอ่างไม้หอม ปลายคางมนวางแนบลงกับหลังมืออย่างผ่อนคลาย ไออุ่นจากน้ำร้อนค่อยๆ ไล้ผิวเนื้อเนียนนวลให้เปล่งปลั่งระเรื่อดั่งกลีบบุปผาต้องแสงอรุณ
รอยปานแดงรูปจันทร์เสี้ยวเล็กๆ บนไหล่ซ้ายปรากฏเด่นชัดดุจหยาดโลหิตบนผืนหิมะ ยิ่งขับให้ผิวพรรณขาวผ่องละเอียดลออประหนึ่งหยกมันแพะ [1] ดูเปล่งประกาย หมอกบางจากไอร้อนลอยคละคลุ้งทั่วห้องอาบน้ำ ราวกับม่านเมฆบนผืนนภาในยามสุริยาลับขอบฟ้า
อาฟู่ใช้เซียงเ้า [2] ขัดผิวให้คุณหนูช้าๆ อย่างเบามือ กลิ่นหอมสดชื่นของมันได้จากการหมักไขมันสัตว์และกลีบบุปผาที่เก็บเฉพาะ่ต้นวสันตฤดู [3] เท่านั้น เนื่องจากเป็่ที่บุปผาแรกแย้มผลิบานครั้งแรกของปี กลิ่นของมันจะหอมจรุงอ่อนๆ ไม่ฉุนมากจนเกินไป
อาฟู่ลูบไล้แ่เบาไปมาบนแผ่นหลังเนียนละเอียดของคุณหนู เกรงว่าหยาดน้ำจะบาดผิวเนื้อที่เปราะบางประหนึ่งกลีบบุปผา
ผิวกายของเจียวอวี๋ขาวนวลละมุนดุจแพรไหมต้องแสงจันทร์ ยามััไอน้ำอุ่น ผิวนั้นเปล่งปลั่งจนหยดน้ำกลิ้งไถลไปตามสรีระอันเพรียวระหงราวกับไม่อาจเกาะเกี่ยวความลื่นละมุนบนผิวเนื้อนางได้ สุดท้ายจึงร่วงลงรวมกันใต้ผิวน้ำในอ่างไม้หอมเบื้องล่าง
สายตาของอาฟู่เหม่อลอยจ้องร่างเปลือยเปล่าของเจียวอวี๋ในอ่างน้ำ นางเข้ามารับใช้เจียวอวี๋ั้แ่เด็กและมีอายุมากกว่าเจียวอวี๋ราวสองสามปี เห็นการเจริญเติบโตทางร่างกายของเจียวอวี๋ในทุกๆ วัน ยิ่งคุณหนูของนางเริ่มโตเป็สาวรูปโฉมก็ยิ่งงดงาม ใบหน้าเริ่มเห็นเค้ารางของหญิงสาวแรกแย้ม เอวเริ่มคอดกิ่ว หน้าอกและสะโพกต่างเริ่มขยายผายออกอย่างเด่นชัด
หากคุณหนูของนางเติบโตเป็สาวเต็มตัว ในเมืองหลวงแห่งนี้ ต่อให้กล่าวว่าความงามของคุณหนูเป็อันดับสอง ก็คงไม่มีผู้ใดกล้าอ้างตนว่าเป็อันดับหนึ่งได้อีกแล้ว ในใจก็พลันคิดอิจฉาท่านเขย สามีของคุณหนูในอนาคต ผู้โชคดีที่สุดคนนั้น
เจียวอวี๋เห็นว่าสาวใช้คนสนิทหยุดมือบนแผ่นหลังนาง จึงผินหน้าไปมองอาฟู่ที่ดวงตาเหม่อลอยจ้องร่างของนางด้วยใบหน้าแดงซ่าน โดยที่นางไม่ทราบว่าบัดนี้สาวใช้กำลังคิดเื่ของนางไปไกลแล้ว
“อาฟู่ รีบเข้าเถิดข้าจะไปห้องหนังสือต่อ” อาฟู่พลันได้ยินเสียงคุณหนูก็ได้สติ จึงลุกขึ้นนำผ้าเช็ดตัวมาคลุมร่างบางของเจียวอวี๋และช่วยนางสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย
หลังเจียวอวี๋อาบน้ำเสร็จ นางรีบเดินมายังห้องหนังสือของตน หยิบพู่กันและกระดาษขึ้นมา ตั้งใจนั่งลงเขียนอักษร ตวัดพู่กันขึ้นลงอย่างคล่องแคล่ว เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามนางจึงวางพู่กันลง
เมื่อครู่ขณะอาบน้ำ เจียวอวี๋พลันนึกถึงตำหรับสมุนไพรและน้ำมันหอมขึ้นมาได้ จึงต้องเร่งอาบน้ำและมาทดลองทำทันที
ครานี้นางได้ลองนำดอกจื่อติงเซียง [4] และดอกโมลี่ฮวาสดที่กำลังออกดอกอยู่หลังจวนผสมกับเปลือกไม้หอม ใบโป้เหอ [5] หมักกับสุราดอกกุ้ยฮวา
และที่ขาดไม่ได้ คือ ถุงกวางชะมดตัวผู้ ซึ่งจื่อจางิ่ พี่ชายของนางมอบให้เมื่อปลายปีที่แล้ว หลังเขาล่ากวางได้กับสหายใกล้ค่ายทหาร
เมื่อเตรียมส่วนประกอบครบถ้วน นางจึงนำทุกอย่างมาหมักรวมกันอย่างพิถีพิถัน แล้วเก็บรักษาไว้ในตู้ไม้ทึบ มิให้แสงสว่างส่องถึง
ภายในเรือนเหม่ยฮวาของเจียวอวี๋ มีน้ำอบและน้ำมันหอมหลากหลายชนิด นางจัดเก็บไว้ในห้องมืดอับแสงถัดจากห้องหนังสือ เพื่อคงคุณภาพและกลิ่นหอมให้ยาวนาน
นางมักมอบน้ำมันหอมที่ปรุงขึ้นเองให้เหลียนซื่อ ฮูหยินผู้เฒ่าจื่อและฮูหยินผู้เฒ่าเหลียน ท่านย่าและท่านยายของนาง ตลอดจนสหายสนิท เพื่อเป็ของกำนัลและสินน้ำใจ
สำหรับกลิ่นที่นางโปรดปรานที่สุดในยามนี้ คือกลิ่นดอกอิงฮวาผสมใบโป้เหอ ความหอมหวานอ่อนโยนของบุปผา ตัดกับกลิ่นเย็นสดชื่นของใบโป้เหออย่างลงตัว เมื่อสูดดมแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ที่หม่นหมองก็พลันแจ่มใสขึ้นในบัดดล
เจียวอวี๋เอ่ยสั่งอาฟู่ให้นำอาภรณ์ที่นางอบร่ำไว้ั้แ่วันก่อน ด้วยกลิ่นหอมตำรับนี้ออกมาให้นางลองสูดดม
อาฟู่รับคำ ก่อนจะเดินไปหยิบชุดที่ผ่านการอบกลิ่นอย่างพิถีพิถันมาให้คุณหนู เจียวอวี๋รับอาภรณ์มา พลางหลับตาลงแนบผืนผ้าเข้ากับปลายจมูก สูดดมกลิ่นหอมอย่างแ่เบา กลิ่นนั้นซึมซาบติดตรึงอยู่บนเนื้อผ้า ราวกับอุทยานดอกอิงฮวาแย้มบาน ถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นเย็นสดชื่นของใบโป้เหอ
“กลิ่นนี้แหละ ได้แล้ว” เจียวอวี๋เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงพึงใจ
“ต่อไปเ้าใช้กลิ่นนี้อบกับเสื้อผ้าของข้า รวมถึงเครื่องนอนทั้งหมดด้วย แต่ยามอบผ้า เ้าต้องระมัดระวังให้ดี อย่าเผลอใส่น้ำมันหอมเกินแม้เพียงหยดเดียว มิฉะนั้นกลิ่นจะฉุนจนเกินไป และอาจทำให้ข้าเวียนศีรษะได้”
“เ้าค่ะ คุณหนู” อาฟู่รับคำ
เจียวอวี๋สั่งกำชับอาฟู่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ด้วยเหตุว่าก่อนหน้านี้ อาฟู่และสาวใช้เคยเผลอใส่น้ำมันหอมเกินไปเล็กน้อย ครั้นเจียวอวี๋สวมอาภรณ์นั้นได้ไม่นาน กลับเกิดอาการวิงเวียนและปวดศีรษะขึ้นอย่างกะทันหัน ดังนั้นระยะนี้นางจึงงดใช้น้ำมันหอมและเครื่องหอมทุกชนิด เพื่อให้นาสิกค่อยๆ ปรับสมดุลและฟื้นฟูการรับกลิ่นให้เป็ปกติอีกครั้ง
“เ้านำน้ำมันหอมดอกอิงฮวากับใบโป้เหอแบ่งใส่ขวดให้ข้า พรุ่งนี้ข้าจะไปพบสหาย” อาฟู่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อม ก่อนจะรีบอ้อมกายไปหยิบขวดกระเบื้องเปล่าจากกล่องไม้ที่รวบรวมภาชนะหลากหลายขนาดไว้ เมื่อจัดการทุกอย่างตามคำสั่งของคุณหนูจนเรียบร้อยแล้ว อาฟู่จึงกลับมาปรนนิบัติเจียวอวี๋ให้เอนกายเข้านอน จากนั้นจึงค่อยๆ ดับตะเกียงลง ปล่อยให้ภายในห้องตกอยู่ในความสงบเงียบของยามค่ำคืน
ยามแสงอรุณสาดส่องพาดผ่านบนหน้าต่าง เจียวอวี๋กำลังก้าวข้ามธรณีประตูออกจากเรือนเหม่ยฮวา นางมองเห็นเหลียนซื่อและป้าจางสาวใช้าุโ กำลังเดินมุ่งตรงมาทางนี้
“เจียวเจียว ลูกกินอาหารเช้าแล้วรึยัง?” เหลียนซื่อเอ่ยปากถามบุตรสาว
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ ท่านแม่มีเื่อันใดหรือเ้าคะ ถึงกับเดินมาหาลูกถึงเรือน ให้สาวใช้มาเรียกลูกก็ได้เ้าค่ะ” เจียวอวี๋เดินเข้าไปกุมมือมารดาหลวมๆ
เชิงอรรถ^หยกมันแพะ หรือ หยกเฮ่อเผ่าอวี่ (和田玉) เป็นหยกประเภทหนึ่งที่มีชื่อเสียงและคุณค่าสูงมากในวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะในราชสำนักและวงการศิลปะโบราณ มักใช้ทำ เครื่องประดับในราชสำนัก เช่น กำไล หยกพก ตราแผ่นดิน หรือของหมั้น^เซียงเจ้า (香皂) เป็นสบู่ชนิดหนึ่งในวัฒนธรรมจีน มีกลิ่นหอมจากสมุนไพรหรือดอกไม้ธรรมชาติ นิยมใช้กันทั้งในสมัยโบราณและยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในราชสำนัก หญิงชั้นสูง หรือในบ้านขุนนาง^วสันตฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ^ดอกจื่อติงเซียง (紫丁香) คือ ดอกไลแลค^โป้เหอ (薄荷) คือ ใบสาระแหน่จีน