ภัทรกรนั่งบนเก้าอี้หลังไม้บนเฉลียงหลังบ้าน วิวท้องทุ่งนาเขียวขจีกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ลมเย็นๆ หลังฝนกระหน่ำ่ค่อนแจ้งพัดปะทะผิวกาย
เมื่อคืนกว่าเขาจะข่มใจให้หลับเวลาก็ผ่านไปเกือบค่อนคืน ยัยแสบมีแต่เบียดตัวเข้าหาเพราะยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็น ครั้นพอเขาจะผลักตัวออกห่างก็ทำไม่ได้ดั่งใจ ตัวเล็กกะจิ๊ดเดียวแต่แรงเยอะซะมัด เกาะเกี่ยวเหนียวแน่นยังกับหนวดหมึก
“เมื่อคืนนอนหลับสบายดีมั้ยลูก” แม่ยายเอ่ยถามนางกำลังง่วนกับงานในครัวโดยมีลูกสาวคนโตเป็ลูกมือ
ขอบตาของเขาคงคล้ำกว่าปกตินิดหน่อย
“หลับสบายดีมากเลยครับ”
โม้ซะแล้วไอ้ภรีม
ต้นเหตุของตาหมีแพนด้านอนน้อยจนต้องเพิ่มช็อตกาแฟหันมายิ้มบางให้ กณิกนันท์ตื่นก่อนเขาเพื่อใส่บาตรแต่เช้าตรู่พร้อมมารดา ส่วน 3 หนุ่มยังหลับสนิทกันถ้วนหน้า
ดวงหน้าตาแช่มชื่นเป็ที่สุด แน่ล่ะสิเพราะเมื่อคืนเธอนอนหลับสนิทยาวตลอดทั้งคืนมีแต่เขานี่แหละที่ฟุ้งซ่านข่มตานอนไม่ลง ทรมานแทบกระอักเืตาย ยุบหนอพองหนอข่มใจตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนไม่ให้คิดเื่ประเจิดประเจ้อแม้สถานการณ์ชวนให้คิดเื่ต่ำเตี่ยกว่าใต้สะดือเป็ที่สุด
กณิกนันท์เหลือบมองเขามีท่าทีเนียมอายเล็กน้อยคล้ายกับมีบางอย่างในใจระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพฯ หลังทานมื้อเช้าร่วมกันอย่างพร้อมหน้ากับครอบครัวของเธอ
“เมื่อคืนคุณภรีมกลับมาตอนไหนเหรอคะ”
เื่นี้นี่เอง ชายหนุ่มแอบยิ้มในใจพลางมองถนนเบื้องหน้า มือกำพวงมาลัยอย่างมั่นคง
“เกือบ 4 ทุ่ม แล้วล่ะ เห็นคุณหลับอยู่ก็เลยไม่กวน” คนหน้าม้านเพราะโดนแดดลามเลียตอบคำถาม
หญิงสาวหัวเราะแค่นๆ แต่งงานคืนแรกก็เข้านอนคนละเวลากับสามีซ้ำร้ายยังเข้านอนก่อนให้เขาเห็นหน้าตัวเองตอนหลับอีก ไม่รู้ว่าเหวอน่าดูชมขนาดไหน เผลอๆ อาจมีน้ำลายย้อยตรงมุมปากอวดความกะเปิ๊บกะป๊าบของตัวเองด้วยก็ไม่รู้
“โดนตาเนสรั้งไว้เหรอคะถึงกลับซะดึกเลย”
“คุณงอนหรือเปล่าเนี่ยที่ผมทิ้งไปทั้งๆ ที่เราควรจะเข้าหอกัน”
“ไม่เลยค่ะ บัวไม่โกรธเลย ไม่โกรธสักนิด” หญิงสาวโบกมือโบกไม้พัลวัน ใครอยากจะเข้าหอกับเขากันเล่า ดีซะอีกที่เธอหลับก่อนไม่อย่างนั้นคงเกร็งแย่ทำตัวไม่ถูกว่าระหว่างอยู่กันสองต่อสองจะวางตัวอย่างไร ต้องคุยอะไรกันบ้างเพราะใช่ว่าเธอกับเขาคุ้นเคยสนิทสนมกันขนาดนั้นเสียเมื่อไหร่
ชายหนุ่มไม่ได้ต่อความหากแต่อมยิ้มจางๆ ขณะคนนั่งข้างกายคล้ายกับ้าพูดบางอย่าง
ภัทรกรเหลือบมอง
“คุณอยากพูดอะไรกับผมหรือเปล่า” น้ำเสียงนุ่มนวลของเขาเต็มไปด้วยความใส่ใจ
กณิกนันท์ยืดตัวตรงบนเบาะรถคันหรูสีขาวบรอนซ์ของคุณสามี
“ขอบคุณนะคะที่วางตัวดีมากกับครอบครัวของบัว ทั้งพ่อแม่แล้วก็เอ็นดูตาเนส” เธอหันมายิ้ม ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความจริงใจขณะแววตาบ่งบอกว่าเธอซาบซึ้งการกระทำของเขาจริงดั่งคำพูด
“ผมต้องดีกับพวกเขาสิ พวกเขาเป็เหมือนของครอบครัวของผมแล้วเหมือนกันนะ”
หญิงสาวกะพริบตาปริบ ยังไม่ค่อยเข้าใจเจตนาแท้จริงนักแต่ยอมรับอย่างเต็มปากว่ารู้สึกดีกับคำพูดนั้นเหลือเกิน
“เราแต่งงานกันแล้วนะ ทั้งจดทะเบียนสมรส ไหนจะจัดพิธีอีก ต่อให้ภายใต้การแต่งงานมีเงื่อนไขว่าเราจะหย่ากันเมื่อครบกำหนดเวลา แต่ระหว่างนี้พ่อแม่ของคุณก็เปรียบเสมือนพ่อแม่ของผม ตาเนสก็เหมือนน้องชายอีกคน เพราะพวกเขาคือคนสำคัญของคุณไงครับ”
หัวใจของหญิงสาวพองฟูขึ้น ภายในท้องมวลราวกับมีผีเสื้อกระพือปีกบินวนอยู่ภายใน
เธอไม่คาดคิดเพราะหากว่ากันตามหลักธุรกิจแล้วเขาเหมือนกับเป็นายจ้าง ขณะที่เธอเป็ลูกจ้างหรือว่าอีกอย่างคือตัวละครที่เข้าใช้เพื่อเป็โล่กำบังให้ตัวเอง เล่นตามบทบาทไปเพื่อแลกกับค่าตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ เขาไม่จำเป็ต้องดูแลใส่ใจคนรอบกายของเธอเลย คนพวกนั้นไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขสัญญาั้แ่ต้นทว่าการที่เขาออกปากออกตัวว่าจะทำเช่นนี้มันไม่ต่างกับการที่เขาแต่งงานเข้าเป็เขยด้วยความรักใคร่อย่างแท้จริงเลยสักนิด
“ขอบคุณนะคะ”
หญิงสาวขบริมฝีปากกลัวว่ามันจะเผยรอยยิ้มกว้างขวางเกินงามจนเขารู้ว่าภายในใจเธอนั้นกระตู้วู้เพียงไรที่เขาให้ความสำคัญกับเธอและครอบครัวขนาดนี้