เป็นแมงดาในวันสิ้นโลก ด้วยระบบเทพแมงดา (NC+ ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 18: สมุนผู้ใหญ่อรรถ


    ภายใต้ร่มเงาไม้สีแดงหม่นของยามอัสดง แสงแดดสีเลือดทาบทับทั่วผืนดินแดงเปียกชื้นของป้อมค่ายบ้านสวนปู่ช้วน บรรยากาศสงบสุขและอบอุ่นหลังปาฏิหาริย์แปลงผักวิเศษกลายพันธุ์พลันมลายสิ้นไปทันทีที่เสียงท่อมอเตอร์ไซค์วิบากแผดดังกระหึ่มแสบประสาท ควันดำจางๆ จอดสนิทลงหน้ารั้วเหล็กทางเข้าอย่างหยาบคายและเย้ยหยันกวนใจ

    สมุนของผู้ใหญ่อรรถสองคน ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ผิวกร้านแดดท่าทางโหดเหี้ยมผ่านการฆ่าฟันกวาดล้างสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำเปื้อนเขม่าเลือดแห้งกรังยืนวางท่ากร่างดุร้ายหน้ารั้วเหล็กชำเลืองมองเข้ามา ชายคนแรกชื่อ "สิงห์" ในมือถือมีดสปาร์ตาสีเงินสะท้อนแสงแดดหม่นคาวเลือด ส่วนคนที่สองชื่อ "มั่น" คร่อมอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์วิบากคันใหญ่ ใบหน้ามีหนวดเคราครึ้ม แววตากร้าวพลางถือดาบหัวตัดเหล็กเล่มโตส่องประกายข่มขู่

    "เฮ้ย! พวกมึงเปิดประตูรั้วออกด่วนเลยไอ้พวกโง่!" สิงห์ตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงตะคอกกร่างลั่นแนวป่าสวนยางพาราแดง "ผู้ใหญ่อรรถเขาสังเกตเห็นแปลงผักกลายพันธุ์แปลกๆ โตผิดปกติจากกล้องส่องทางไกลบนดาดฟ้าตึกเทศบาลอำเภอ และที่สำคัญ... พวกมึงพาตัวผู้หญิงสวยๆ สองคนนั้นส่งไปให้ผู้ใหญ่ข้างล่างใช้งานซะดีๆ ถือเป็นส่วยน้ำแลกกับการที่ผู้ใหญ่จะยอมกางปีกปกป้องค่ายบ้านสวนของพวกมึงไม่ให้ฝูงซอมบี้หรือคนพาลแก๊งอื่นมารุมฉีกทึ้งเนื้อกระจุยเละ! ค่ายผู้ใหญ่มีทั้งปืนยาว ปืนกล และเสบียงกักตุนเพียบ ขัดขืนไปพวกมึงก็มีแต่ตายเปล่า!"

    ได้ยินข้อเสนอสุดชั่วร้ายและต่ำทราม กิ๊ฟสะดุ้งตัวโยนดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคืองปนรังเกียจ กำท่อนเหล็กกลมหนาในฝ่ามือขวาจนแน่นตึงเส้นเลือดปูดขึ้นแขนเรียวสวย พลุ่งพล่านด้วยความโกรธจัดจนไหล่สั่นระริก

    ชานนท์ก้าวสืบเท้าไปประชิดยื่นฝ่ามือแกร่งไปแตะและบีบไหล่มนของกิ๊ฟเบาๆ ชายหนุ่มส่งกระแสความคิดและสบประสานผ่านสายใยจิตสัมผัส (Telepathy) ในสมองของกิ๊ฟทันทีเพื่อประสานแผนการหลอกล่อ: *"กิ๊ฟ... ใจเย็นๆ ก่อน แกล้งทำเป็นกลัวและยอมรับข้อเสนอเจรจาหลอกพวกมัน ล่อให้พวกมันเปิดประตูรั้วเหล็กเข็นรถมอเตอร์ไซค์เดินเข้ามาในรัศมีห้าเมตรของบาเรียเกราะเทวะก่อน แล้วเราค่อยสับสั่งสอนพวกมันพร้อมกันในระยะประชิดตรงนี้ทีเดียว ไม่ต้องให้มันมีโอกาสชักปืนหรือหนีพ้นไปรายงาน"*

    กิ๊ฟสูดลมหายใจเข้าลึกข่มอารมณ์คุกรุ่นในใจ คลายแรงบีบมือที่ท่อนเหล็กกลมลง แสร้งก้มหน้าหลบสายตาทำท่าทีตัวสั่นเทิ้มจำนนหวาดกลัวดั่งเหยื่อตัวน้อยแสนเปราะบาง นนท์กระชับเสียงตะโกนตอบกลับด้วยเสียงสั่นเครือแสร้งทำเป็นยินยอมเดินไปถอดสลักล็อกประตูรั้วเหล็กต้อนรับคนร้ายเข้ามา

    ...

    สิงห์และมั่นเมื่อเห็นพวกนนท์มีท่าทีกริ่งเกรงยอมอ่อนข้อให้อย่างง่ายดาย พากันหัวเราะเยาะสะใจลั่นป่าให้กับความอ่อนแอของนนท์และกิ๊ฟ

    "ฮ่าๆๆ! คิดถูกแล้วไอ้น้องเหี่ยว อยู่ใต้เงาผู้ใหญ่อรรถปลอดภัยชัวร์ ดีกว่าโดนพวกห่าซอมบี้รุมฉีกทึ้งเนื้อจนเละ!" สิงห์พยักหน้าพูดจาย่ามใจ แสยะยิ้มชั่วร้าย สั่งให้มั่นบิดเครื่องยนต์ขี่นำข้ามผ่านแนวรั้วเหล็กโคลนดินแดงเข้ามาเหยียบภายในเขตบ้านสวนปู่ช้วนโดยไร้ความระแวงระวังภัยแม้แต่น้อย

    เมื่อทั้งสองก้าวล่วงเข้าสู่เขตสังหารในระยะสามเมตรเต็ม นนท์ส่งกระแสจิตสั่งฉับพลันด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดลั่นสมองกิ๊ฟ: *"ลงมือเลยกิ๊ฟ! สับมันให้สลบ!"*

    *ฟู่!!!*

    กิ๊ฟปะทุพลังมานา "กายาเทวะ" รอบตัวพวยพุ่งประกายสีทองใสเรืองรองดุจเทพนักรบสาว ร่างบางพุ่งทะยานตัวออกไปข้างหน้าเร็วปานอัสนีบาต ชกกำปั้นอันเปี่ยมด้วยพลัง 'หมัดทลายปูน' ตะบันเข้ากึ่งกลางยอดอกของมั่นเต็มเปาอย่างจังเด็ดขาดไร้ความลังเล

    *กรวบ!!! ผลัวะ!*

    เสียงกระดูกหน้าอกและกระดูกซี่โครงของมั่นทรุดยุบจนเกิดเสียงกระดูกหักดังกราวสะท้านทรวง ร่างของมั่นกระเด็นลอยละลิ่วหงายหลังฟาดลงพื้นเลนโคลนแดงอย่างรุนแรงฝุ่นกระจายระเบิด มอเตอร์ไซค์วิบากคันใหญ่ล้มคว่ำทับขาทับสะโพกดินเปียกชื้น มั่นกระอักเลือดสีแดงสดคำโตออกมาจากปากพรั่งพรูดวงตาเหลือกค้างหมดสติไปในพริบตาเดียวนอนแผ่อย่างน่าอนาถไร้ทางสู้ต่อ

    ในจังหวะกระชั้นชิดเดียวกัน สิงห์หน้าถอดสีตกใจสะดุ้งสุดขีดเงื้อมีดสปาร์ตาสีเงินเตรียมฟันสวน แต่นนท์ขยับเท้าสืบเท้าเร็วและเบาหวิวดุจพายุหมุนหนุนด้วยสกิลพละกำลัง 'แรงช้างสาร' ที่เพิ่งปลดล็อกถาวร สับสะบัดมีดพร้าถางแหนบเหล็กกล้าคมกริบลงไปที่ข้อมือขวาของสิงห์ที่ถือมีดอย่างเฉียบคมและแม่นยำไร้ความปรานีใดๆ ทั้งสิ้น

    *ชึบ!!!*

    เสียงเหล็กเฉือนเนื้อกระดูกดังลึกสะท้านใจ เลือดสดสีแดงพุ่งฉีดกระเซ็นเปรอะโคนต้นยางพาราเปียกโชก ข้อมือขวาพร้อมมีดสปาร์ตาสีเงินร่วงปลิวหลุดลอยจากร่างตกกระแทกพื้นโคลนดินเปียกสลัว สิงห์เข่าทรุดกระแทกโคลนกุมส่วนข้อแขนที่ขาดกระเสือกกระสนดิ้นร้องโหยหวนเสียงหลงด้วยความปวดแสบทรมานสุดแสนปางตายตัวงอก้มหน้าสะอื้นทรมานอย่างแสนสาหัสจนป่าสลัวเงียบงันลงทันควัน

    ...

    นนท์ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลย ชายหนุ่มก้าวเท้าส้นหนากดกระแทกเหยียบเท้าลงบนแผ่นอกของสิงห์ที่กำลังนอนตัวสั่นกุมข้อมือเลือดสาดรวดเร็ว นนท์กดน้ำหนักแรงช้างสารลงไปจนสิงห์หายใจไม่ออกหน้าเขียวคล้ำกระดูกซี่โครงแทบเดาะแตกพังดังกึด นนท์ยื่นปลายมีดพร้าถางเปื้อนเลือดชโลมสดจ่อจี้กึ่งกลางหน้าผากและใกล้ดวงตาขวาของสิงห์ แววตานนท์เย็นเฉียบดุจมัจจุราชจากขุมนรกกล่าวถามเสียงต่ำสั่นสะท้านขวัญ:

    "ใครสั่งพวกมึงมา และค่ายของพวกมึงกักตุนอะไรไว้? ตอบเร็วๆ ถ้ามึงตอบช้าหรือเล่นแง่กูจะสับมืออีกข้างและตัดขาของมึงโยนให้ซอมบี้แดกซะเดี๋ยวนี้อย่าหาว่ากูใจร้าย!"

    สิงห์สั่นสะท้านด้วยความกลัวตายล้นจิตใจ ใบหน้าซีดสลัวไม่มีสีเลือดรีบบอกข้อมูลสิ้นไส้ระรัว: "ยอมแล้ว! ยอมแล้วครับพี่! ผู้ใหญ่อรรถเป็นมาเฟียท้องถิ่นคุมค่ายใหญ่ตั้งอยู่ที่ตลาดเทศบาลตำบลเบื้องล่าง มีลูกน้องเกือบยี่สิบคนมีปืนพกและปืนยาวปืนลูกซองครบมือ... และผู้ใหญ่อรรถสั่งให้เราเอาดินกับกระสอบทรายไปสร้างเขื่อนดินขนาดใหญ่ปิดกั้นเส้นทางน้ำป่าต้นน้ำธรรมชาติบนเขาสามยอด กักน้ำจืดไว้ใช้คนเดียวในตลาด ใครอยากได้น้ำจืดสะอาดไปทำสวนไปดื่มต้องเอาข้าวปลาเสบียงและผู้หญิงสวยๆ ไปส่งให้พวกเราแลกน้ำกิน! ในห้องทำงานผู้ใหญ่อรรถมีปืนยาวไรเฟิลและกระสุนปืนซ่อนตุนไว้อีกเพียบเลยครับพี่ ปล่อยผมไปเถอะครับพี่! เลือดผมไหลจนจะตายอยู่แล้ว!"

    นนท์ฟังคำสารภาพดวงตาหรี่ลงด้วยความขยะแขยงระคนเข้าใจแผนการชั่วร้ายของผู้ใหญ่อรรถที่กดขี่ชาวบ้านโดยใช้น้ำสะอาดเป็นเครื่องมือผูกขาดชีวิตผู้คนในวันสิ้นโลกอย่างเลวระยำต่ำช้าเป็นที่สุด

    ...

    ชานนท์ถอนเท้าที่เหยียบอกออกอย่างเย็นชาไร้เยื่อใย ชายหนุ่มขยับโยนผ้าดิบขี้ริ้วเก่าส่งให้สิงห์เพื่อนำไปมัดปากแผลข้อมือที่ขาดสะบั้นสกัดเลือดสาด สิงห์ตัวสั่นเทิ้มพยายามใช้ปากและมือข้างที่เหลือผูกแน่นพันแผลอย่างเวทนา ก่อนจะช่วยพยุงลากร่างสะบักสะบอมของมั่นที่กระดูกอกหักแหลกหน้าอกบุบขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์วิบากคันเดิมอย่างทุลักทุเลสุดกำลัง

    นนท์จ้องมองด้วยแววตาคมกริบกดดันข่มขู่แล้วกล่าวเตือนด้วยความเหี้ยมเกรียมกระแทกเสียงขู่ทับ: "กลับไปบอกไอ้ผู้ใหญ่อรรถซะ! ว่าถ้ามันไม่อยากให้ค่ายของมันและเขื่อนกั้นน้ำชั่วๆ บนเขาพังทลายเป็นผุยผง อย่าเสนอหน้าส่งสุนัขรับใช้ตัวไหนมาเหยียบค่ายบ้านสวนของกูอีก ไม่งั้นคราวหน้ากูจะบุกไปตัดหัวมันด้วยมีดพร้านี้ถึงห้องทำงานมันเอง! ไสหัวไป!"

    สิงห์ไม่กล้าคิดช้า รีบบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์ส่งเสียงแผดกระหึ่มควันสีดำพ่นพวยพุ่ง นำพากันขับแล่นส่ายไปมาหนีเตลิดออกจากรั้วค่ายไปตามดินเลนเปียกแฉะปานสุนัขจนตรอกอนาถสิ้นลายคนพาล

    ...

    หลังจากเงามืดของพวกสมุนผู้ใหญ่อรรถลับหายไปกับป่ายางพาราที่มืดสลัวรอบข้าง บรรยากาศรอบป้อมค่ายบ้านสวนกลับมาเงียบงันลงพร้อมความกังวลใจเรื่องความขัดแย้งใหญ่และปัญหาน้ำสะอาดที่จะมาถึงในวันข้างหน้าอย่างเร่งด่วน

    ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมสกรีนโปร่งแสงสีเหลืองของระบบเทพแมงดาพลันสั่นสะเทือนกะพริบแจ้งเตือนถี่ยิบสะท้อนดวงตานนท์เรืองรอง:

    *[ระบบ: แจ้งเตือนสภาวะคูลดาวน์พลังงานระบบครบ 24 ชั่วโมงจากกิจกรรมร่วมรักประสานสัมผัสครั้งล่าสุดสำเร็จ / พลังงานมานาสะสมในค่ายลดลงอย่างรวดเร็ว / ส่งผลให้ประสิทธิภาพสกิลบัฟชั่วคราว 'เกราะเทวะแบ่งปัน ระดับ 2' และ 'แชร์พลังจิตสัมผัส' ลดลง 50% ในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า / หากไม่มีการทำกิจกรรมร่วมรักบำรุงประสานพลังงานมานากับคู่พันธะสัญญาเพื่อรีชาร์จมานาสะสมใหม่ทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด]*

    ชานนท์จ้องข้อความระบบสีเหลืองหน้าเครียด ก่อนจะค่อยๆ หันหน้ากลับมามองสบตาประสานกับกิ๊ฟและหมอแพรที่ยืนอยู่ขนาบข้างข้างตัวเขาในลานสวนยางเงียบสงบยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามาพร้อมเสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดร้องแผ่วเบา

    เมื่อดวงตาสามคู่หันมองหน้าจอแจ้งเตือนจากระบบโฮโลแกรม กิ๊ฟและหมอแพรก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาพร้อมกันด้วยความเอียงอาย พวงแก้มของพวกเธอขึ้นสีแดงซ่านราวกับมะเขือเทศสุก สองสาวก้มหน้าหลบสายตาของชานนท์ด้วยความเขินอายสุดขีด เพราะต่างคนต่างเข้าใจความหมายของการแจ้งเตือนระบบอย่างถ่องแท้ว่า วิธีการเดียวที่จะรีชาร์จพลังงานมานาด่วนที่สุดในค่ำคืนนี้คืออะไร... ค่ำคืนนี้ในห้องนอนใหญ่บ้านสวนปู่ช้วนคงต้องรับศึกรักหนักหน่วงเพื่อสถาปนาพันธะรักสามเส้าสู้กับศึกใหญ่ในวันพรุ่งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้!