คุณทัสสึโมโตะ ฮิโรชิเป็ทนายประจำบ้านคอยจัดการเื่คดีความหรืออะไรต่างๆที่เกี่ยวกับกฎหมายภายในบริษัทของคุณพ่อที่เปิดให้คุณแม่บริหารระหว่างที่เขายังรับราชการ
“ครับผม”
“คุณพ่อกับคุณแม่ท่านสบายดีไหมคะ”
“ครับท่านทั้งสองสบายดี คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วง”
“อ่อฉันนี่เป็ลูกที่แย่จังเลยนะคะไม่ได้กลับไปเยี่ยมพวกท่านเลย”
“ว่างเมื่อไหร่ค่อยกลับไปก็ได้ครับ ว่าแต่คุณหนูเถอะเป็ยังไงบ้างสบายดีหรือเปล่า”
“เอ่อ..”
ฉันอยากจะระบายทุกอย่างให้เขาฟังนักหนาแต่ทว่าสายตาของฉันดันเหลือบไปเห็นสองคนนั้นอีกแล้ว
“อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น”
“ครับคุณหนู ว่าอะไรนะครับ”
“เอิ่มคุณฮิโรชิคะ เดี๋ยวเย็นนี้ตอนสองทุ่มฉันโทรหาอีกครั้งตอนนี้มีเื่ต้องรีบไปเดี๋ยวไม่ทันการณ์ค่ะ”
“อ้อได้ครับคุณหนูผมจะรอถ้าคืนนี้โทรมาไม่ได้พรุ่งนี้โทรมาแต่เช้าได้เลยนะครับ”
“ค่ะ”
ฉันกดตัดสายดวงตาร้อนผ่าวมองสองคนคู่รักถือขวดน้ำเดินอยู่ด้านหน้าหันมองหาเคียวยะแต่เขายังไม่มาจึงเดินติดตามคู่ชู้ชื่นชายชั่วหญิงเลวไปทันที สองคนนั้นใส่เสื้อผ้ามาออกกำลังกายเป็เสื้อคู่ดั่งสามีภรรยา
‘ยิ้มระรื่นจังนะ กะหนุงกะหนิงจนน่าหมั่นไส้ ชิ’ แล้วประโยคที่ไม่น่าเชื่อก็หลุดออกจากปากคนสองคน
“นี่ที่รักผมอยากแล้วเราแวะไปห้องน้ำตรงนั้นกันเถอะ”ผู้หญิงคนนั้นหันมองผัวชาวบ้านดวงตาลุกวาว
“บ้าคุณก็เราเพิ่งทำกิจกันหลายรอบก่อนออกมานี่นะคุณยังจะอยากอีกเหรอ”
“ผมอยากจริงๆ นะจับดูสิ” เมื่อปากว่าตาก็ขยิบคิมูระผู้กำลังเป็อดีตสามีฉันจับมือนังเมียน้อยนั่นมาััเป้าตัวเองที่กำลังตุง
“บ้าคุณนี่เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
ฝ่ายหญิงเริ่มกระซิบกระซาบทำเป็เอียงอายหันมองผู้คนในละแวกนั้นในขณะที่ฉันยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ดีที่เธอไม่ทันสังเกตเห็นแล้วผู้ชายก็กระซิบตอบยิ้มระรื่นจนฉันต้องเผลอเบ้ปากให้กับความหวานชื่นตรงหน้า
“ผมอยากจริงนะ ไปตรงนั้นกันเถอะผมจะทนไม่ไหวแล้ว”
“อะไรกัน หมอนี่ไม่เคยแสดงอาการแบบนั้นกับฉันเลย”
ฉันพึมพำแล้วออกเดินตามสองคนนั้นไปโดยที่ไม่ทันรู้ตัววันนี้คงเป็วันของฉันจริงๆ ที่จะได้ตัดสินใจอะไรต่อมิอะไรกับผู้ชายคนนี้สักที
“จริงสิ”
ฉันดึงโทรศัพท์ออกมาเดินย่องหามุมถ่ายเพราะ้าเก็บหลักฐานมัดตัวคิมูระไม่ให้ดิ้นหลุด
“อ๊ะ อ๊า” เสียงเธอคนนั้นเริ่มกรีดร้องขึ้นแต่ฉันก็ยังหามุมที่เห็นหน้าฝ่ายชายชัดๆไม่ได้
“อ๊ะ ที่รักใจเย็นสิ อ๊า เดี๋ยวใครมาเห็นเข้านะ”
“ไม่มีใครมาหรอกน่า อา อา”
“อิ๊ คุณรู้ได้ไง อา”
“ก็มันยังไม่ถึงเวลาคนพลุกพล่านนี่ั้แ่เรามาผมเห็นคนไม่กี่คนเอง อา”
“อ๊ะ อ๊า อื้อ ใจเย็นสิคะ อ๊ะ คิมูระซังฉันเสียวนะอ้า”
ฉันได้ยินผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องเพราะความเสียวซ่านทีไรก็อดใจแป้วไม่ได้ นี่มันเื่บ้าอะไรกันทั้งที่เ็ปแต่ก็ต้องมายืนทนฟังเสียงกรีดร้องของผู้หญิงอื่นที่กำลังโดนผัวตัวเองเอา
‘เจอแล้วตรงนี้ไงมุมเหมาะหวังว่าจะไม่มีใครโทรมานะจริงสิปิดเสียงดีกว่า’
ฉันปิดเสียงเรียกเข้าแล้วเปิดกล้องบันทึกวิดีโอในมุมที่พอเหมาะพอเจาะแนบมือถือผ่านช่องระบายอากาศของห้องน้ำในสวนสาธารณะ
‘หน้าไม่อายทั้งผู้หญิงผู้ชาย’
“อ๊ะอ๊า รุนแรงจังเลย คิมูระซัง อ๊า”
“อ๊า ก็คุณมันน่าเอานี่ อาแค่เห็นหน้าก็เกิดอารมณ์แล้ว อา”
แค่ได้ยินคำนั้นน้ำตาฉันก็ไหลพรากแต่ก็ต้องกัดฟันถ่ายมันเอาไว้
“เอาฉันมันกว่าเมียที่บ้านเหรอ อื้อ อ๊ะ อ๊า”
“แน่นอนซิ อา อย่าพูดถึงผู้หญิงคนนั้นเลยผมไม่อยากได้ยินแม้ชื่อเธอหน้าผมยังไม่อยากเห็น อา ซี๊ด อา”
ตับๆๆ
“อืม อา”
คำพูดนั้นทิ่มแทงใจฉัน แววตาที่เ็ปมองดูคิมูระก้มโลมเลียนมผู้หญิงคนนั้นอย่างหื่นกระหายแล้วกระแทกต่อผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ตโฟน
‘เวรกรรมอะไรฉันนี่ถึงต้องมาเจอเื่แบบนี้”
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ไม่พูดก็ได้แต่คืนนี้คุณต้องอยู่กับฉันนะ”
“ได้สิ อา”
ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะจงใจดึงเขาไว้ไม่ให้กลับไปหาฉันคงแบบนี้สินะวันนี้ของปีที่แล้วผัวชั่วถึงบอกว่ายุ่งสัญญาว่าจะพาไปกินร้านประจำแต่สุดท้ายก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย
“แต่ อ๊ะ อ๊า คิมูระซัง อ๊ะๆฉันไม่อยากจ่ายค่าห้องนี่ ฉันอยากย้ายเข้าไปอยู่กับคุณในบ้านหลังนั้นจังเลย อา อา”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เื่นั้นผมจะจัดการเองยังไงซะต้องหาทางกำจัดผู้หญิงคนนั้นออกไปก่อน”
‘กำจัดเหรอ ผู้หญิงคนนั้นเหรอ ฮึก ฟังดูเหินห่างจังเลยนะเขาจะกำจัดฉันออกจากชีวิตจริงๆ เหรอ ด้วยวิธีไหนกัน ฮึก’
ฉันคงสะอื้นดังจนเกินไปเขาถึงแหงนหน้าขึ้นมองโดยฉับพลันแต่ผู้หญิงคนนั้นโน้มตัวคิมูระลงเสียก่อนและมันเป็จังหวะที่เห็นหน้าได้ชัดเจนทั้งสองคนไม่มีมุมใดบดบังให้อ้างว่าไม่ใช่ตนอาจเป็คนหน้าคล้าย
ฉันพอใจกับหลักฐาน่วินาทีสุดท้ายแล้วจึงถอยห่างจากจุดนั้นย่องเดินออกมาไกลจนเสียงกรีดร้องเหมือนลิงถูกเชือดเบาบางลงก้มหน้าเดินอย่างไร้จุดหมายน้ำตาไหลอาบแก้มกำมือถือไว้แน่นฉันลืมเื่เคียวยะไปเลย
ตุบๆๆ
“ริกะ ริกะจัง”
เสียงเรียกและฝีเท้าวิ่งมาจากด้านหลังแต่ฉันไม่ได้สนใจว่าใครเรียกหาเอาแต่เดินก้มหน้าจนคนที่วิ่งตามมาถึงตัวแต่ฉันก็ไม่หยุดเดิน
“พี่ริกะเดี๋ยวสิทำไมทำตัวแบบนี้อยู่เรื่อยเลยล่ะคิดจะไปไหนคนเดียวก็ไปเหมือนคนไร้จุดหมายมันอันตรายนะ”
เขาต่อว่าแต่ฉันก็ไม่หยุดฟังจนรู้สึกถึงมือใหญ่จับแขนฉันกระชากจนตัวหันกลับทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่
“พี่มีปัญหาอะไรทำไมไม่บอก ผมเป็ห่วง..อ๊ะ”
เขาจับต้นแขนฉันเขย่าแต่ก็ต้องชะงักเมื่อก้มมองและเห็นฉันกำลังห่อไหล่กัดฟันร้องไห้
“ริ ริกะจัง”เคียวยะโผเข้ากอดฉันไว้แน่นลูบหัวปลอบใจเบาๆ
“เราไปจากที่นี่กันเถอะผมจะรอจนกว่าพี่จะยอมเล่าทั้งหมดให้ผมฟังว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับพี่กันแน่”
จากนั้นเคียวยะคุงก็พาฉันออกจากที่นั่นขึ้นรถขับตรงกลับห้องพักเขาจูงมือฉันขึ้นห้องไม่ยอมปล่อยแม้จะเป็ตอนเปิดกุญแจ
“พี่อยากไปบาร์กับผมหรือเปล่า” ฉันส่ายหน้า
“พี่หิวไหมผมจะทำอาหารให้กิน”
‘จริงสิฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เช้านี่นาทำไมถึงไม่รู้สึกหิวเลยล่ะ’
ฉันพยักหน้าทั้งที่น้ำตาไหลริน แค่คิดว่าไม่รู้สึกหิวท้องมันก็ดันปวดขึ้นมาฉันจะป่วยไม่ได้เดี๋ยวจะไม่มีแรงสู้ฉันจะต้องฝืนกินแม้มันไม่อยากก็ตาม
“เอาอะไรก็ได้ง่ายๆ”ฉันบอกรุ่นน้องแบบนั้นเพราะไม่อยากให้เขาลำบาก