เอาล่ะมากันแล้ว ค่อยๆ แล่นมาตามเวลาที่กะไว้เป๊ะ รถตู้สีขาวอันน่าคิดถึงวิ่งตรงเข้ามาหาผมด้วยความเร็วที่ต่ำกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ยืนจังก้าอยู่กลางถนนกะให้พุ่งมาใส่แท้ๆ จะได้ตอกจรวดถังดับเพลิงใส่หน้า
"เวรล่ะสิ ไอ้พวกนี้มันไม่ใช่โจรกระจอกนี่หว่า"
ที่มันไม่ยิงเข้าใส่ทันทีคงเพราะกระเป๋า 'ของ' ที่อยู่ในมือผม พวกทำตัวเป็มืออาชีพนนอกจากตัวเองนี่น่าเกลียดจริงๆ ไม่เข้ามาทางนี้ลงมือก่อนก็ได้วะ!
ผมทุบค้อนลงตรงหัวถังดับเพลิงสุดแรง ด้วยมุมเงยและหลักที่ตั้งไว้ ส่วนที่โดนทุบแตกกระจายพร้อมพ่นสารเคมีแรงอัดสูงจนปลายเท้าขาวโพลน มิซไซล์ถังดับเพลิงพุ่งทะลวงตรงเข้าใส่กระจกของรถคู่กรณีที่ทำท่าจะหยุดจอด
ก่อนที่จรวดจะทันได้กระแทกรถมันหยุดลงพร้อมกับที่แก๊งคู่อริ 5 หน่อ กระโจนลงจากรถ ถังดับเพลิงอัดเข้ากับกระจกรถเต็มๆ จนบุบ "กันะุอีกด้วยแฮะ" ดีแล้วที่ทำแบบนี้
พวกมันไม่รอช้า คว้าปืนอัสซอลต์ไรเฟิล (ไรเฟิลสั้นต่อสู้ประชิด) ขึ้นมายิงต่ำไล่ผมจนไทยมุงแตกกระเจิง
"เล็งไล่อย่างเดียวอีกด้วย!" ผมวิ่งหลบห่าะุออกซ้ายมุ่งหน้าเข้าไปในร้านขายของเก่าที่มีลุงสูงอายุยืนเหวออยู่ ผมคว้าคอเสื้อเชิ้ตลุงก้มต่ำหลบเข้าไปในแผง "มุดโต๊ะไปนะลุง อย่าออกมา!" ลุงหน้าสั่นเงอะงะทำท่าว่าไม่รู้เื่ ผมเลยผลักลุงให้ล้มลงไปนอนหลบสุดมุมจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมา
จังหวะนั้นเองที่พวกมัน 2 คน บุกเข้ามายิงกราด ผมสอดปืนยิงลอดแผงเข้าขามันไปจนเสียหลักร่วงหนึ่ง แต่ยังไม่ทันได้ซ้ำ อีกคนนึงก็ยิงย้ำเข้าใส่จุดที่ผมอยู่ และที่ตามมาข้างหลังก็ลากไอ้ตัวที่ล้มออกไปพร้อมเสียงะโว่า "ระวังด้วย ไอ้นี่มันนักฆ่าส่วนตัวของสารวัตร!" อ้าวรู้จักกันนี่หว่าเฮ้ย! งี้ปล่อยไปไม่ได้แล้ว
"คนในวงการ" ผมยิงไล่ไปจนหมดแล้วสะบัดข้อให้ซองะุเปล่าจากปลายด้ามลอยเข้าใส่หน้าคนที่ไล่หลังมา จากนั้นวิ่งเข้าหลังร้าน จังหวะที่กำลังจะก้าวขึ้นบันได้ ะุนัดนึงดันเฉี่ยวก้นผมไปจนตัวโยกกระแทกราวบันได โดนข้อมือข้างที่ถือกระเป๋าจนหลุดมือไปพอดี
"ชิบหาย!" ผมเงื้อมมือลงจะก้มเก็บแต่ก็โดนยิงไล่ซะก่อน ต้องหนีขึ้นชั้น 2 ก่อนล่ะ!
ในตอนที่คิดว่ามันอาจเอากระเป๋าแล้วออกไปเลยนั่นเอง อยู่ดีๆ ลุงเ้าของร้านที่ควรจะนอนหลบอยู่ก็โผล่มาพร้อมปืนลูกโม่ยิงเข้าใส่ไอ้คนที่กำลังเก็บของ "ไอ้พวกบ้า นี่บ้านกูโว้ย!" ลุงรัวใส่มันเข้ากลางหลังจนล้มกลิ้ง
แย่แล้ว! อุตส่าห์บอกให้นอนหลบไปเฉยๆ "หลบไปลุง!" ไม่ทันที่ผมจะวิ่งออกไปคว้า ะุหลายนัดก็อัดเข้ากลางอกของลุงจนล้มลงไปแน่นิ่ง "แม่งเอ๊ยยย" ผมกำปืนด้วยมือสองข้าง เล็งประนีตใส่ตัวที่ยิงลุงแก่ แต่มันหมอบลงคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกไปนอกสายตาทัน ส่วนไอ้คนที่ล้มลงเพราะลูกซองเองก็ไม่ตายเพราะเกราะใต้เสื้อช่วยไว้ มันหันมายิงไล่จนผมต้องหนีขึ้นบันได พร้อมกับที่มีเสียงไล่หลังมา
"พวกมึง 2 คน ตามไปฆ่ามัน แล้วไปเจอกันที่เดิม" ที่ไหนวะสัส เดี๋ยวกูตามไปแน่!
ก่อนจะได้ตามคงต้องฆ่าไอ้เปรต 2 ตัว ที่เหลือนี้ก่อน ผมวิ่งขึ้นหนีะุที่ยิงเจาะพื้นบันไดไม้สักแล้วหลบเข้าห้องน้ำที่ปลายทางแล้วปิดประตูหนี ด้วยความที่ห้องน้ำแคบจนลงไปนอนเหยียดไม่ได้ ผมจึงะโขึ้นเหยียดแขนขายันตัวกับผนังห้องน้ำสองฝั่งแล้วกระดึ๊บเขยิบข้อมือข้อเท้าดันตัวให้สูงขึ้นประตูห้องน้ำ
เหยื่อรายที่หนึ่งยิงเจาะประตูห้องน้ำจนพรุน เศษซากประตูไม้ที่ทนะุไรเฟิลไม่ไหวกระจัดกระจายไปทั่ว ถ้าเป็ไปตามที่คิด พวกมันต้องเดินชิดกันแล้วให้คนนึงนำถีบประตูเข้ามาแน่!
คนแรกถีบประตูอัดอย่างแรงกะว่าถ้าผมไม่เป็ศพก็ต้องโดนประตูอัด ซึ่งน่าเสียดายที่ผมเกาะอยู่เหนือประตู
"หายไปไหนวะ!" เงยหน้ามาสิจ๊ะ
ในจังหวะที่อีกตัวกำลังตบไหล่ตัวแรกเพื่อบอกว่าต่อเข้ามาแล้วอย่าถอยหลังมั่วซั่วนั้นเอง ผมปล่อยมือร่วงลงระหว่างกลางพวกมันพอดีจนมันเสียหลัก แล้วตั้งตัวเตะตวัดหลังใส่ไอ้ตัวที่ 2 อัดใส่รอยลูกะุของลุงเ้าของร้านจนมันกระเด็นตกบันไดไป จากนั้นรวบเอวตัวหน้าซึ่งหันหลังให้ผม แล้วจับโยนขึ้นข้ามหัวกระแทกตัวมันลงด้วยท่าเยอรมันซูเพล๊กซ์แบบยั้งมือไว้ไม่ให้ตาย จากนั้นคว้าปืนมันมาตามไปเกาะราวบันไดมองไอ้ตัวที่ร่วงลงไป มันหมอบอยู่ตีนบันไดหายใจรวยริน ดีจริงๆ งั้นทางนี้ก็หมดธุระแล้ว
ผมทุบพานท้ายปืนอัดเข้าซอกคอเหยื่อท่าจับทุ่ม เสียงกร๊อกเบาๆ ทำให้รู้ว่าดับสนิท
"ไหนขอดูหน้าหน่อยนะ" ผมถอดผ้าคลุมหัวมันออกแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ จากนั้นเดินสะบายๆ ลงไปหาอีกคนที่นอนโอดโอย กลิ้งตกบันไดจากชั้น 2 มันต้องเจ็บมากแน่เลย น่าฉงฉาน
"ว่าไง เจ็บป่ะ?" ผมถามพร้อมกระทืบข้อมือหยิบปืนมันออกมา ปลดซองะุแล้วเคลียร์รังเพลิงจากนั้นโยนทิ้ง สายตากับพลันเหลือบไปเห็นลุงเ้าของร้านนอนหน้าคว่ำจมกองเื หงุดหงิดเว้ย เอาตีนไปอีกป้าบ!
"โดนทั้งลูกปืน ทั้งกลิ้งตกบันได ยังไม่ตายอีกเนาะ" ผมแหวกดูเสื้อเกราะของมัน อืม รุ่นใหม่ล่าสุด 9 มิลลิเมตรระยะใกล้ยังทำได้แค่จุก ไปเอาของแบบนี้มากจากไหนกัน
ผมถอดไอ้โม่งของมันออก ถองหมัดเข้าไปอีกทีนึง แล้วถามต่อ
"จะไปรวมตัวกันที่ไหนเหรอ?"
มันถุยน้ำลายเข้าใส่ผมแทน แต่ว่ารอไว้อยู่แล้วเลยหลบทัน จากนั้นผมก็ยิ้มให้ แล้วจิกคอเสื้อลากมันไปวางไว้คั่นประตูห้องหลังร้าน โอ ของเก่าของโบราณเพียบ จังหวะที่กำลังอึ้งมันก็ทำท่าจะยันตัวขึ้น ผมจึงปิดประตูอัดให้มันร่วงลงไปกองต่อ
"ใจเย็นสิ จะรีบไปไหน" จากนั้นเดินไปหยิบมีดอรัญญิกสำหรับทำครัวรูปทรงโบราณเก่าเก็บออกมา แล้วกดโทรศัพท์ไปหาคนรู้จัก
"ช่วยบอกทีจะไปรวมกันตรงไหน แล้วจะได้ไม่ต้องรุนแรงกันมาก ไม่มีใครชอบความรุนแรงหรอกจริงป่ะ"
มันสายตาอ่อนแรง อ้าปากครวญครางแล้วมองมาที่มีดผม "ไม่ต้องห่วง ไอ้นี่ก็แค่สวยดี ถูกใจ จะเก็บไว้หั่นหมู อ๊ะสารวัตรรับสายแล้ว"
'มีอะไรวะชิด' เสียงทุ้มของผู้ใหญ่ใจเย็นดังมาตามสาย
"ลุงได้รับแจ้งความไล่ยิงกันแถวทางไปสมุทรปราการบ้างมั้ย นั่นผมเองนะ"
'เออมี กำลังไปด้วยเนี่ย จะให้ช้าลงใช่มั้ย' น้ำเสียงเขาไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ขณะที่เหยื่อผู้น่าสงสารนัยตาเบิกโพลง
"สัก 10 นาที แล้วกัน ช่วยๆ กันหน่อยนะครับ"
'แล้วโทรมาบอกด้วยว่าเื่ห่าอะไรอีก' โอ๊ะ เขายอมให้แฮะ
"ครับลุง รบกวนจริงๆ ครับ" แล้วทางนั้นก็ตัดสายไป อาฮะ
หนุ่มไม่น้อยที่กลางประตูก็ทำปากพะงาบๆ เหมือนจะพูดอะไร
"มึง...คือไอ้พิ-" ก่อนที่มันจะพูดจบผมก็อัดประตูเข้าใส่ให้มันหยุดอย่างเ็ป
"ถ้ารู้จักกันมันหมายความว่ามึงต้องตายนะ"
แล้วมันก็หยุดลง พร้อมหันมาพูดต่อ
"กูตายแน่อยู่แล้ว"
"ไม่เสมอไป อย่างน้อยตาลุงก็ไม่ติ๊งต๊องขนาดจะฆ่าตัวหมากที่ใช้การได้" ผมควงมีดเล่นแล้วนั่งลงจ้องหน้ามัน
"ส่วนตัวกู แค่ไม่รู้จักกันก็ไม่มีปัญหามากมาย อีกอย่าง คนยิงตาลุงเ้าของร้านก็ไม่ใช่มึง" ผมหรี่ตาจ้องมัน คิดให้ดีๆ นะจ๊ะ
เอาล่ะ บอกมาซะที
"...ไปที่วัด" ผมก้มลงเงี่ยหูฟังชัดๆ "วัดราษฎร์บูรณะตอน 3 ทุ่ม"
"อย่าลืมว่าถ้าโกหกกูก็แค่โทร"
"ไม่โกหกแน่! เื่จริง" มันร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด เอาเถอะ ถ้าไปไม่เจอมันก็ตายทันที เท่านั้นเอง
ผมสอยปลายคางมันจนหลับ แล้วเอาเชือกในห้องเก็บของมัดไขว้แขนขามันไว้ พร้อมแปะป้ายว่า 'ของกลาง' ไว้กันพลาด
"ส่วนมีดนี่ก็..." ทรงมีดมันสวยดีจริงๆ นะ "ขอเลยแล้วกันลุง" แล้วจะส่งไอ้เปรตนั่นตามไปให้ตอบแทนนะ
"มอไซก็พังซะแล้วสิ เอาไงดีวะ... เฮ้อออ" ได้แต่ยืนถอนหายใจหน้าร้าน แล้วก็ดันชำเลืองไปเห็นน้องพนักงานร้านสะดวกซื้อที่น่ารักกำลังขึ้นคร่อมมอเตอไซทรงสกูตเตอร์เข้าพอดี
ปังปังปัง! สามนัดเข้าที่ปลายเท้าของเธอ "น้องจูนนนนนนนนนน!!!" เธอตัวแข็งทื่อหันมามองผมที่วิ่งเข้าไปหา
"ไปส่งพี่ที่วัดบางปลาทีนะครับ" พร้อมกับกดปืนลงที่แก้มก้น
น้องคนซวยสะบัดหน้าระรัวด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับจะลุกออกจากรถให้ผม
"ไม่ต้องลุกครับ พี่แค่ขอซ้อนไปเฉยๆ" แล้วเธอก็อ้าปากค้างให้กับยิ้มหวานๆ ใต้ไอ้โม่งของผม