แม้จะมีสาวงามอยู่เคียงข้าง แต่การฝึกฝนเช่นนี้สำหรับเซี่ยฝูคุนแล้วกลับน่าเบื่อยิ่งนัก
ตอนที่เยี่ยชิงหว่านและชิงมู่เสวียนฝึกฝนเสร็จสิ้น เซี่ยฝูคุนก็ถึงกับนั่งหลับไปแล้ว...
“โง่เขลา! สิ้นคิด!”
เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนหลับไปเช่นนั้น เยี่ยชิงหว่านก็ถึงกับพูดไม่ออก
นางไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าคนที่ไม่รู้จักกระตือรือร้นเช่นเซี่ยฝูคุน เหตุใดยามตื่นรู้ถึงกลายเป็ผู้อัญเชิญระดับสี่ได้ ทั้งยังเป็ผู้ฝึกยุทธ์และผู้อัญเชิญควบคู่กันอีกด้วย
หรือว่า...
ยอดอัจฉริยะล้วนประกอบด้วยพร์เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ หยาดเหงื่อเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์อย่างนั้นหรือ?
แต่สำหรับเซี่ยฝูคุนแล้ว แม้แต่หยาดเหงื่อหนึ่งเปอร์เซ็นต์นางก็ยังมองไม่เห็นเลยสักนิด
ทางด้านชิงมู่เสวียนเมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนเป็เช่นนี้ก็ได้แต่เอามือกุมขมับ เดิมทีนางหวังว่าเมื่อนางและเยี่ยชิงหว่านฝึกฝนเสร็จจะเห็นภาพเซี่ยฝูคุนกำลังฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อให้ภาพลักษณ์ของเขาในสายตาเยี่ยชิงหว่านดูดีขึ้นมาบ้าง
แต่ตอนนี้... เหอะ! พังพินาศหมดสิ้น!
เมื่อถูกเยี่ยชิงหว่านปลุกให้ตื่น เซี่ยฝูคุนก็หัวเราะเบาๆ
“ฝึกเสร็จแล้วหรือ?”
เยี่ยชิงหว่าน: “...”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เยี่ยชิงหว่านจึงพูดกับเซี่ยฝูคุนด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“หากเ้ายังเป็เช่นนี้ต่อไป ในภายหน้าย่อมยากนักที่จะเข้าสู่สำนักศึกษาอ้าวติงได้”
เหอะ สำนักศึกษาอ้าวติงเฮงซวยอันใดกัน คุณชายอย่างข้ายังไม่อยากจะไปเลยสักนิด!
เซี่ยฝูคุนสบถในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา อย่างไรเสียเยี่ยชิงหว่านเทพธิดาในดวงใจของเขาก็เป็ถึงศิษย์สายในของสำนักศึกษาอ้าวติง หากเขาพูดจาดูแคลนสถาบันออกไปตรงๆ ก็คงดูไม่เหมาะสมนัก
เมื่อกลับถึงที่พัก ดวงอาทิตย์ก็เริ่มลับขอบฟ้า และเป็เวลาเดียวกับที่ท่านราชครูเดินทางมาหาเซี่ยฝูคุน
“วันนี้ฝึกฝนกับชิงหว่านเป็อย่างไรบ้าง?”
“ฮ่าๆ ก็พอได้ขอรับ”
เซี่ยฝูคุนตอบอย่างคลุมเครือ
“อืม เ้าต้องพยายามให้มากเข้าไว้ ข้ารู้ว่าก่อนหน้านี้บิดาของเ้าได้หาโควตาเข้าสำนักศึกษาอ้าวติงมาให้เ้าแล้ว ทว่านั่นเป็เพียงศิษย์ธรรมดาสายนอก ต่อให้เข้าไปได้ก็มิอาจััถึงเคล็ดวิชาแก่นแท้ใดๆ แต่หากเ้าติดตามชิงหว่านกลับไปสำนักศึกษาอ้าวติง ไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาสได้เข้าสู่สำนักศึกษาฝ่ายใน กลายเป็ศิษย์สายในของสำนักศึกษาอ้าวติงได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของราชครู เซี่ยฝูคุนก็เริ่มเกิดความสนใจขึ้นมา
“สำนักศึกษาอ้าวติงนั่นแข็งแกร่งปานนั้นเชียวหรือขอรับ? ตอนข้าอยู่เมืองเซี่ย เคยได้ยินว่าสำนักศึกษาอ้าวติงมีฐานะทัดเทียมกับอาณาจักรหย่าสือหลานของเรา”
“ฮ่าๆ ทัดเทียมกันอย่างนั้นรึ?”
ราชครูปรายตามองเซี่ยฝูคุนคราหนึ่ง
“หากทัดเทียมกันจริง อาณาจักรหย่าสือหลานของข้าคงต้องจุดธูปขอบคุณ์แล้ว!”
“เ้าควรจะรู้ไว้ว่า อาณาจักรหย่าสือหลานเป็เพียงประเทศเล็กๆ ในแคว้นชื่อสุ่ยเท่านั้นใช่หรือไม่?”
“ขอรับ”
เซี่ยฝูคุนพยักหน้า หลังจากทะลุมิติมาเขาก็พอจะมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทวีจิ่วโยวอยู่บ้าง
“เช่นนั้นเ้ารู้หรือไม่ว่า สำนักศึกษาอ้าวติงนั้นนับเป็ขุมกำลังระดับแนวหน้าของแคว้นชื่อสุ่ยทั้งแคว้นเลยทีเดียว?”
“อะไรนะ!”
เซี่ยฝูคุนอุทานออกมาด้วยความใ เื่นี้เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆ แม้จะคิดไว้ว่าสำนักศึกษาอ้าวติงต้องแข็งแกร่งกว่าอาณาจักรหย่าสือหลาน แต่นึกไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
“เ้าหนู เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน!”
“หากเ้ามิยอมพากเพียรฝึกฝน ในวันหน้าเมื่อไปถึงสำนักศึกษาอ้าวติง เ้าคงมิอาจโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางเหล่าอัจฉริยะมากมายได้ หากเ้าทำข้าขายหน้านั่นยังไม่เท่าใด ทว่าหากเ้าทำให้บรรพชนตระกูลเซี่ยต้องอับอาย นั่นคงเป็เื่ที่มิอาจยอมรับได้จริงหรือไม่?”
ราชครูเองก็ได้รับรายงานจากเยี่ยชิงหว่านว่าเซี่ยฝูคุนแอบหลับตอนฝึกฝน จึงได้รีบเดินทางมาเพื่อเตือนสติ
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินราชครูเอ่ยถึงตระกูลเซี่ย ในใจของเซี่ยฝูคุนเกิดความคิดถึง่เวลาหนึ่งปีที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลเซี่ยขึ้นมาอย่างประหลาด
ดูเหมือนว่าหลังจากจากตระกูลเซี่ยมา เขาถึงเพิ่งเริ่มโหยหาสถานที่ที่เรียกว่าบ้านแห่งนั้น...
“ข้าเคยบอกไว้ว่า ผู้อัญเชิญที่เข้าร่วมกับอาณาจักร ข้าจะตอบสนองความ้าของพวกเขาอย่างสุดความสามารถ เ้าหนู เ้ามีคำขออันใดหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซี่ยฝูคุนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
“มีขอรับ”
“โอ้?”
ราชครูมองเซี่ยฝูคุนด้วยความสนใจ อยากรู้ว่าชายหนุ่มผู้จะมีคำขอเช่นไร
“ข้าอยากให้ท่านราชครูช่วยจับสัตว์อสูรมาให้ข้าสักสองสามตัว สัตว์อสูรเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเติบโตของสัตว์อัญเชิญของข้ายิ่งนัก”
“หืม?”
ราชครูไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับระบบการเลื่อนระดับของผู้อัญเชิญนัก และเขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าการเลื่อนระดับของสัตว์อัญเชิญต้องพึ่งพาสัตว์อสูรชนิดอื่น แต่ความชื่นชอบที่เขามีต่อเซี่ยฝูคุนนั้นมากจนปิดไม่มิด
เขาสั่งให้เซี่ยฝูคุนเขียนรายชื่อสัตว์อสูรที่้าออกมา แต่เมื่อได้เห็นรายชื่อสัตว์อสูรที่ปลายพู่กันของเซี่ยฝูคุนเขียนไว้ ราชครูก็ถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
สัตว์อสูรระดับห้า 3 ตัว
สัตว์อสูรระดับหก 2 ตัว
สัตว์อสูรระดับเจ็ด 1 ตัว!
แม้สัตว์อสูรเหล่านี้จะมีอยู่ในอาณาจักรหย่าสือหลาน ทว่าแต่ละตัวล้วนไม่ใช่ตัวตนที่จะล่วงเกินได้โดยง่าย โดยเฉพาะสัตว์อสูรระดับเจ็ดตัวนั้น ตอนนี้มันถึงขั้นยึดครองเทือกเขาแห่งหนึ่งในอาณาจักรและสถาปนาตนเป็าาไปเรียบร้อยแล้ว...
“เ้าแน่ใจรึ ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อเ้า?”
การจะจับสัตว์อสูรเหล่านี้ ต่อให้เป็ราชครูลงมือเองก็นับว่าไม่ใช่เื่ง่าย เขาจึงถามเซี่ยฝูคุนด้วยความจริงจัง
“แน่นอนขอรับ หากสามารถจับสัตว์อสูรเหล่านี้มาได้ ข้ามีความมั่นใจว่าภายในเวลาสามเดือน ข้าจะสามารถเลื่อนระดับสู่ผู้อัญเชิญระดับหกได้!”
“ตกลง!”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากเซี่ยฝูคุน ราชครูก็เลิกซักไซ้อีก
“สัตว์อสูรเหล่านี้ค่อนข้างจัดการได้ยาก ทว่าข้าจะพยายามเสาะหามาให้เ้าให้ได้ภายในเวลาหนึ่งเดือน”
ราชครูเป็คนเด็ดขาดและรวดเร็ว เมื่อพูดจบเขาก็ออกจากที่พักของเซี่ยฝูคุนทันที
เซี่ยฝูคุนมองตามแผ่นหลังของราชครูพลางสูดลมหายใจเข้าลึก
ความจริงแล้ว การจะหลอมอสุราเงามายานั้น ใช้เพียงสัตว์อสูรระดับห้า 3 ตัว และระดับหก 2 ตัวก็นับว่าเพียงพอแล้ว ส่วนสัตว์อสูรระดับเจ็ดตัวนั้น เป็วัตถุดิบที่ต้องใช้สำหรับสัตว์อัญเชิญตัวถัดไปที่เขาเล็งไว้
เนื่องจากเซี่ยฝูคุนรู้สึกว่า หากเขาติดตามเยี่ยชิงหว่านออกจากอาณาจักรหย่าสือหลานไปจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ย้อนกลับมา ในเมื่อมีสุดยอดมือปราบอย่างท่านราชครูอยู่ตรงหน้า เขาจึงฉวยโอกาสตอนที่ยังอยู่ในอาณาจักรนี้ ให้ราชครูช่วยรวบรวมมาให้ก็สิ้นเื่
“อสุราเงามายา...”
เซี่ยฝูคุนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางเลียริมฝีปากตนเองเบาๆ
ขอเพียงหลอมอสุราเงามายาสำเร็จ พลังยุทธ์ของเขาก็จะทะยานขึ้นสู่ขอบเขตห้าวหาญ... ถึงตอนนั้น ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อย่างมู่อวิ๋นอีกครั้ง แม้จะยังไม่อาจเอาชนะได้ แต่อย่างน้อยเขาก็จะมีพลังพอที่จะปกป้องตนเองได้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญที่มีอายุเพียงยี่สิบต้นๆ ควบคู่ไปกับตำแหน่งผู้อัญเชิญระดับหก อย่าว่าแต่อาณาจักรหย่าสือหลานหรือแคว้นชื่อสุ่ยเลย
เกรงว่าแม้แต่—
ขุมกำลังใหญ่ทั่วทั้งทวีปจิ่วโยว ก็คงต้องแย่งชิงตัวเขาเป็แน่ เพราะพร์เช่นนี้ นับว่าวิปริตเหนือล้ำมนุษย์เกินไปแล้ว!
เมื่อค่ำคืนมาเยือน เซี่ยฝูคุนแผ่ขยายััิญญาตรวจสอบไปรอบๆ บริเวณ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครซุ่มดูอยู่ เขาจึงอัญเชิญวานรเทพจ้าวพลังออกมา
“ไปกันเถอะ ไปดูทีู่เาหลังเมืองเสียหน่อย ว่าในบ่อน้ำพุิญญานั่นมีสิ่งใดประหลาดซุกซ่อนอยู่กันแน่”